ขอบคุณพระเจ้าสำหรับการขึ้นปีที่ 2 Podcast นี้ ช่วยผมให้ได้อ่านพระคัมภีร์มากขึ้น และหวังว่าจะช่วยคุณให้ได้ฟังพระคำของพระเจ้า ไม่ว่าขณะเดินทางไปทำงาน หรือทำกิจวัตรประจำวันมากขึ้นด้วย หรือจะใช้เป็นเหมือนเพื่อน (ฝ่ายวิญญาณ) ร่วมอ่านพระคำด้วยกันกับคุณก็ได้ อย่างไรก็ตาม พระคำของพระเจ้าบริสุทธิ์และเที่ยงตรง และยังสามารถช่วยเปลี่ยนชีวิตของคุณได้ อีกทั้งยังดีกว่าไปฟังข่าวปลอม ซึ่งมีอย่างมากมายดาษดื่นในวันนี้ “วิญญาณเป็นที่ให้มีชีวิต ส่วนเนื้อหนังไม่มีประโยชน์อันใด ถ้อยคำซึ่งเราได้กล่าวกับท่านทั้งหลายนั้น เป็นวิญญาณและเป็นชีวิต” ยอห์น 6:63

“ท่านทั้งหลาย จงสรรเสริญพระยะโฮวา. จงร้องเพลงบทใหม่ถวายพระยะโฮวา, จงสรรเสริญพระองค์ในที่ประชุมของพวกสิทธชน. ให้พวกยิศราเอลชื่นชมในพระองค์ผู้ทรงสร้าง: ให้บุตรหลานของกรุงซีโอนยินดีในพระบรมมหากษัตริย์ของตน.”“ให้พวกสิทธชนลิงโลดในสง่าราศี: ให้เขาร้องเพลงด้วยความยินดีบนเตียงนอนของตน. ให้มีคำยกยอสรรเสริญพระเจ้าในปากของเขา, และให้กระบี่สองคมมีอยู่ในมือของเขา; เพื่อจะกระทำแก่เขาเหล่านั้น (กษัตริย์และเจ้านายของเขา)ให้เป็นไปตามคำพิพากษาที่เขียนไว้แล้วนั้น: เกียรติยศฉะนี้ย่อมมีแก่พวกสิทธชนทั้งปวงของพระองค์. ท่านทั้งหลายจงสรรเสริญพระยะโฮวาเถิด”บทเพลงสรรเสริญ 149:1-2, 5-6, 9

“ท่านทั้งหลายจงสรรเสริญพระยะโฮวา. จงสรรเสริญพระยะโฮวาจากฟ้าสวรรค์: จงสรรเสริญพระองค์ด้วยสิ้นสุดกายวาจาใจ. ให้สิ่งทั้งปวงสรรเสริญพระนามของพระยะโฮวา; เพราะพระองค์ทรงรับสั่งแล้ว, สิ่งเหล่านั้นก็เกิดขึ้น. สัตว์ใหญ่ทั้งหลายในทะเลและในน้ำลึกทั้งปวง, จงสรรเสริญพระยะโฮวาจากแผ่นดินโลก; ไฟกับลูกเห็บ, หิมะกับหมอก; ทั้งลมพายุ, ได้ทำให้พระวจนะของพระองค์สำเร็จ; กับชายหนุ่มและหญิงสาวพรหมจารี; คนแก่กับฝูงเด็ก: พากันสรรเสริญพระนามของพระยะโฮวา; เพราะมีพระนามของพระองค์แต่พระนามเดียวควรถูกยกย่องสูงสุด; พระรัศมีของพระองค์ดำรงอยู่เหนือแผ่นดินโลกและเหนือฟ้าสวรรค์. พระองค์ได้ทรงยกสิงค์ (พระคริสต์) พลไพร่ของพระองค์, เป็นเหตุให้บรรดาผู้ชอบธรรมถวายความสรรเสริญ; คือชนชาติยิศราเอลพลไพร่ที่สนิทสนมกับพระองค์. ท่านทั้งหลายจงสรรเสริญพระยะโฮวาเถิด”บทเพลงสรรเสริญ 148:1, 5, 7-8, 12-14

“จงถวายความสรรเสริญแก่พระยะโฮวา; เพราะการร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้าของพวกข้าพเจ้าเป็นการดี; ด้วยการถวายความสรรเสริญนั้นเป็นที่สำราญใจ, และเป็นการเหมาะสม. พระยะโฮวาเป็นผู้ทรงสร้างกรุงยะรูซาเลม; พระองค์ทรงรวบรวมพวกยิศราเอลที่ถูกขับไล่นั้น. พระองค์ทรงรักษาใจที่แตกช้ำแล้วให้หาย, และทรงพันบาดแผลของเขา.”“พระเจ้าของพวกข้าพเจ้าเป็นทรงยิ่งใหญ่, และทรงฤทธานุภาพอย่างยิ่ง; พระองค์ทรงสัพพัญญู. ความเข้าใจของพระองค์ไม่มีขอบเขตจำกัด”“พระองค์ทรงประทานอาหารแก่สัตว์เดียรัจฉาน, และแก่ลูกกาที่ร้องอยู่. พระองค์ไม่ทรงพอพระทัยแรงม้า: พระองค์ไม่ทรงยินดีในขามนุษย์. พระยะโฮวาทรงยินดีในคนที่เกรงกลัวพระองค์, คือผู้ที่หวังใจในพระกรุณาคุณของพระองค์.”“กรุงยะรูซาเลมเอ๋ย, จงสรรเสริญพระยะโฮวา, กรุงซีโอนเอ๋ย, จงสรรเสริญพระเจ้าของท่าน. เพราะพระองค์ได้ทรงกระทำกลอนประตูของท่านให้แข็งแรงขึ้น; พระองค์ได้ทรงอวยพระพรแก่บุตรทั้งหลายของท่านที่อยู่ภายในเมือง. พระองค์ทรงบันดาลให้มีความสุขสงบในเขตต์แดนของท่าน; พระองค์ทรงโปรดให้ท่านอิ่มด้วยข้าวสาลีอย่างดีที่สุด.”บทเพลงสรรเสริญ 147:1-3, 5, 9-14

จิตของข้าพเจ้าขอสรรเสริญพระองค์!“เมื่อข้าพเจ้ายังมีชีวิตอยู่ จะสรรเสริญพระยะโฮวา: จะร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้าของข้าพเจ้า ในเวลาเมื่อข้าพเจ้ายังมีลมหายใจ.”“ท่านทั้งหลายอย่าวางใจในพวกเจ้านาย, หรือในมนุษย์ ที่จะช่วยให้รอดไม่ได้. เมื่อลมหายใจเขาขาด, เขาก็กลับคืนเป็นดินอีก; และในวันนั้นทีเดียว แผนงานต่างๆที่เขาวางไว้ก็ศูนย์หายไป. ผู้ใดที่มีพระเจ้าของยาโคบเป็นผู้ช่วยของเขา ก็เป็นสุข, คือคนที่หวังใจในพระยะโฮวาพระเจ้าของตน; ผู้ได้ทรงสร้างฟ้าและแผ่นดิน, ทะเลกับสรรพสิ่งที่มีอยู่ในที่เหล่านั้น; และได้ทรงรักษาความสัตย์จริงไว้เป็นนิตย์;”“พระยะโฮวาจะทรงครอบครองอยู่ตลอดอนาคตกาล, กรุงซีโอนเอ๋ย, พระเจ้าของท่านจะทรงครอบครองอยู่ตลอดทุกชั่วอายุ. ท่านทั้งหลายจงสรรเสริญพระยะโฮวาเถิด”บทเพลงสรรเสริญ 146:2-6, 10

“ข้า แต่ พระบรมมหา กษัตริย์ , พระเจ้า ของ ข้าพ เจ้า; ข้าพ เจ้า จะ ยกยอ พระองค์; และ จะ ถวาย เกียรติยศ พระ นาม ของ พระองค์ เสมอ ไป เป็นนิตย์. ข้าพ เจ้า จะ ถวาย เกียรติยศ พระองค์ ทุกๆ วัน; และ จะ สรรเสริญ พระ นาม ของ พระองค์ จน ตลอด อนาคตกาล. พระ ยะ โฮ วา เป็น ผู้ยิ่งใหญ่ สมควร จะ ได้ ความ สรรเสริญ อย่างยิ่ง; ความ ใหญ่ยิ่ง ของ พระองค์ ก็ เหลือ ที่ มนุษย์ จะ รู้ ได้. คนใน ชั่ว อายุ นี้ จะ ยกย่อง สรรเสริญ พระราช กิจ ของ พระองค์ ให้แก่ คนใน ชั่ว อายุ หลัง ฟัง, และ จะ ประกาศ การ อิทธิฤทธิ์ ของ พระองค์. ข้าพ เจ้า จะ ภาวนา การ อัศจรรย์ ของ พระองค์, และ เกียรติยศ อัน รุ่งเรือง แห่ง ฤทธานุ ภาพ ของ พระองค์. พระ ยะ โฮ วา ประกอบ ไป ด้วย พระ เมตตากรุณา; พระองค์ ทรง พระ พิ โรธช้าๆ, และ พระ กรุณาคุณ ของ พระองค์ ใหญ่หลวง. พระ ยะ โฮ วา ทรง แสดง พระ คุณ แก่ มนุษย์ ทั่วไป; พระ เมตตากรุณา อัน อ่อน ละมุน มี ปรากฏ อยู่ ใน บรรดา พระราช กิจ ของ พระองค์. ข้า แต่ พระ ยะ โฮ วา, พระราช กิจ ของ พระองค์ ทั้งสิ้น ย่อม เป็น ที่ ยกยอ สรรเสริญ แก่ พระองค์; และ พวก ผู้ ชอบธรรม ของ พระองค์ ก็ ถวาย เกียรติยศ พระองค์. เขา จะ กล่าว ถึง พระ รัศมี แห่ง พระราช สมบัติ ของ พระองค์, และ พูด ถึง ฤทธานุ ภาพ ของ พระองค์; เพื่อ จะ สำแดง ให้ มนุษย์ ชาติ รู้ ถึง การ อิทธิฤทธิ์ ของ พระองค์ กับ พระ รัศมี อัน รุ่งเรือง แห่ง พระราช อาณาจักร ของ พระองค์. ราชอาณาจักร ของ พระองค์ นั้น เป็น อาณาจักร อัน ยั่งยืน ตลอด อนาคตกาล, และ เดชานุภาพ ของ พระองค์ ตั้งอยู่ ตลอด ทุก ชั่ว อายุ ของ มนุษย์. พระ ยะ โฮ วา ทรง สัตย์ ซื่อ ใน บรรดา มร คา ของ พระองค์, และ พระราช กิจ ทั้งปวง ของ พระองค์ ประกอบ ไป ด้วย พระ กรุณา. พระ ยะ โฮ วา ทรง สถิต อยู่ ใกล้ คน ทั้งปวง ที่ ทูล ต่อ พระองค์, คือ คน ที่ ทูล พระองค์ ในความจริง. พระองค์ จะ ทรง โปรด ตาม ความ ปรารถนา ของ คน ทั้ง หลาย ที่ เกรงกลัว พระองค์; พระองค์ จะ ทรง สดับ ฟัง คำร้อง ทุกข์ ของ เขา และ จะ ทรง ช่วย เขา ให้ รอด ด้วย. พระ ยะ โฮ วา ทรง บำรุงรักษา คน ทั้ง หลาย ที่รัก พระองค์; แต่ ส่วน คน ชั่ว จะ ถูก ทำลาย เสีย สิ้น. ปาก ของ ข้าพ เจ้า จะ กล่าว คำสรรเสริญ พระ ยะ โฮ วา; และ ให้ สรรพสัตว์ ถวาย เกียรติยศ แก่ พระ นาม อัน บริสุทธิ์ ของ พระองค์ เสมอ ไป เป็นนิตย์”บทเพลง สรรเสริญ 145:1-5, 8-13, 17-21

“ความบรมสุขสวัสดิมงคลจงมีแก่พระยะโฮวาผู้เป็นศิลาของข้าพเจ้า, ผู้ทรงฝึกสอนมือของข้าพเจ้าให้ชำนาญในการสงคราม และให้นิ้วมือของข้าพเจ้ารู้วิธีในการรบพุ่ง: พระองค์ทรงพระกรุณาคุณแก่ข้าพเจ้า, และเป็นป้อมของข้าพเจ้า, พระองค์เป็นหอรบอันสูงของข้าพเจ้า, และเป็นผู้ทรงช่วยข้าพเจ้าให้รอด; พระองค์เป็นโล่ห์ของข้าพเจ้าๆ วางใจในพระองค์; พระองค์ทรงปราบปรามชนชาติทั้งหลายให้อยู่ใต้บังคับของข้าพเจ้า.”“พระองค์เป็นผู้ทรงประทานความรอดแก่บรรดากษัตริย์; และทรงช่วยดาวิดผู้ทาสของพระองค์ให้พ้นจากคมกระบี่อันร้ายกาจ. ขอพระองค์ทรงช่วยฉุดข้าพเจ้าให้พ้นมือพวกต่างประเทศ, ที่มีปากพูดกลอุบาย, และมือขวาของเขาคือมือขวาแห่งความเท็จ”“เพื่อบรรดาบุตรชายของข้าพระองค์ทั้งหลายเมื่อเขายังหนุ่มๆอยู่ จะเป็นเหมือนต้นไม้โตเต็มขนาด เพื่อบรรดาบุตรสาวของข้าพระองค์ทั้งหลายจะเป็นเหมือนเสาหัวมุม สลักออกมาตามแบบพระราชวัง เพื่อยุ้งฉางของข้าพระองค์ทั้งหลายจะเต็ม มีของบรรจุอยู่ทุกอย่าง เพื่อแกะของข้าพระองค์ทั้งหลายมีลูกตั้งพันตั้งหมื่นตามทุ่งนาของข้าพระองค์ทั้งหลาย เพื่อวัวตัวผู้ของข้าพระองค์ทั้งหลายมีกำลังใช้แรงงาน เพื่อไม่มีใครพังเข้ามา ไม่มีออกไป เพื่อไม่มีเสียงร้องทุกข์ในถนนหนทางของข้าพระองค์ทั้งหลาย”“ชนชาติผู้มีพระพรอย่างนี้ก็เป็นสุข ชนชาติซึ่งพระเจ้าของเขาคือพระยาห์เวห์ ก็เป็นสุข”บทเพลงสรรเสริญ 144:1-2, 10-11, 12-15

“ด้วยศัตรูได้ข่มเหงจิตของข้าพเจ้า; เขาได้ฟาดชีวิตของข้าพเจ้าลงถึงดิน: เขาบังคับให้ข้าพเจ้าอยู่ในที่มืด, เหมือนคนที่ตายนานแล้ว. เหตุฉะนั้นวิญญาณของข้าพเจ้าอ่อนระทวยไป; ใจก็เป็นทุกข์กระวนกระวายอยู่ภายในกายของข้าพเจ้า. ข้าพเจ้ายกมือกราบไหว้พระองค์: จิตใจของข้าพเจ้ากระหายหาพระองค์, เช่นกับดินแห้งที่อยากน้ำ.”“ข้าแต่พระยะโฮวา, ขอทรงโปรดช่วยให้พ้นจากพวกศัตรูของข้าพเจ้า: ด้วยข้าพเจ้าหนีมาหาพระองค์เพื่อให้ซ่อนตัวข้าพเจ้าไว้: ขอทรงโปรดฝึกสอนข้าพเจ้าให้ประพฤติตามพระทัยของพระองค์; เพราะพระองค์เป็นพระเจ้าของข้าพเจ้า: พระวิญญาณของพระองค์ก็ดีเลิศล้น; ขอทรงนำข้าพเจ้าไปในแผ่นดินอันประกอบด้วยความซื่อตรง.”บทเพลงสรรเสริญ 143:3-4, 6, 9-10

“ครั้นเมื่อวิญญาณของข้าพเจ้าอ่อนเปลี้ยไปแล้ว, ขณะนั้นพระองค์ได้ทรงทราบทางประพฤติของข้าพเจ้า. ในทางที่ข้าพเจ้าเดินนั้น เขาได้ซ่อนบ่วงแร้วไว้หมายจะดักข้าพเจ้า. ข้าแต่พระยะโฮวา, ข้าพเจ้าได้ร้องทูลพระองค์; ข้าพเจ้าได้กล่าวว่า, พระองค์เป็นที่พึ่งพำนักของข้าพเจ้า, พระองค์มีส่วนในชีวิตปัจจุบันของข้าพเจ้านี้. ขอทรงสดับคำร้องทุกข์ของข้าพเจ้า; เพราะข้าพเจ้าอ่อนกำลังลงมากแล้ว: ขอทรงช่วยข้าพเจ้าให้พ้นจากเหล่าคนที่ข่มเหงข้าพเจ้า; เพราะเขามีแรงมากกว่าข้าพเจ้า.”บทเพลงสรรเสริญ 142:3, 5-6

“ข้าแต่พระยะโฮวา, ขอทรงจัดการแวดล้อมปากของข้าพเจ้า; ขอพระองค์ทรงรักษาประตูปากของข้าพเจ้าไว้. ขออย่าให้ใจของข้าพเจ้าโน้มไปในการชั่วใดๆ, อย่าให้ทำการชั่วร่วมกันกับเหล่าคนที่ทำการอสัตย์อธรรม: และขออย่าให้ข้าพเจ้ากินอาหารรสเลิศของเขาเลย.”“ขอให้คนชอบธรรมตีข้าพระองค์เถิด นั่นเป็นความกรุณา ขอให้เขาว่ากล่าวข้าพระองค์ นั่นเป็นน้ำมันอย่างประเสริฐบนศีรษะของข้าพระองค์ ศีรษะของข้าพระองค์จะไม่ปฏิเสธ แต่ข้าพระองค์ขออธิษฐานต่อต้านการกระทำของคนชั่วเสมอไป”“ข้าแต่พระยะโฮวาเจ้า, ตาของข้าพเจ้าแหงนดูพระองค์อยู่: ข้าพเจ้าลี้ภัยในพระองค์แล้ว; ขออย่าให้จิตของข้าพเจ้าขาดสิ่งใดเลย. ขอพระองค์ทรงป้องกันข้าพเจ้าไว้ให้พ้นจากบ่วงแร้วที่เขาได้เตรียมไว้หมายจะดักข้าพเจ้า, และป้องกันข้าพเจ้าไว้ให้พ้นจากเครื่องดักของคนที่กระทำการอสัตย์อธรรม.”บทเพลงสรรเสริญ 141:3-5, 8-9

“ข้าแต่พระยะโฮวา, ขอทรงป้องกันข้าพเจ้าไว้ให้พ้นจากมือคนชั่ว; และทรงรักษาข้าพเจ้าไว้ให้พ้นจากคนดุดันร้ายกาจ: ที่มุ่งหมายจะกระทำย่างเท้าของข้าพเจ้าให้พลาดพลั้งไป.”“ข้าแต่พระยะโฮวาเจ้า, ซึ่งเป็นเรี่ยวแรงแห่งความรอดของข้าพเจ้า, พระองค์ได้มาคุ้มครองศีรษะของข้าพเจ้าไว้ในวันสงคราม.”“เป็นแน่นอน คนชอบธรรมจะขอบพระเดชพระคุณต่อพระนามของพระองค์. และคนซื่อตรงจะอาศัยอยู่ต่อพระพักตรพระองค์”บทเพลงสรรเสริญ 140:4, 7, 13

พระองค์ทรงรู้จักข้าพเจ้าทุกอย่าง ไม่มีสิ่งใดปิดซ่อนจากพระองค์ได้เลย;“ข้าแต่พระยะโฮวา, พระองค์ทรงตรวจตราและทรงทราบข้าพเจ้าแล้ว. ไม่ว่าข้าพเจ้าจะนั่งลงหรือลุกขึ้นนั้น พระองค์ทรงทราบหมด; และความคิดของข้าพเจ้าพระองค์ทรงทราบแต่ไกล. พระองค์ทรงพิจารณาดูทางเดินของข้าพเจ้าและที่นอนของข้าพเจ้า, ทางประพฤติทั้งสิ้นของข้าพเจ้านั้นพระองค์ทรงคุ้นเคย. ข้าแต่พระยะโฮวา, ถ้อยคำที่ลิ้นของข้าพเจ้า แม้ยังไม่ได้พูดออกมา, พระองค์ก็ทรงทราบหมดสิ้น.”“พระองค์ได้ทรงล้อมข้าพเจ้าไว้ทั้งข้างหน้าข้างหลัง, และทรงวางพระหัตถ์ของพระองค์ไว้บนข้าพเจ้า. พระปัญญาเช่นนั้นก็อัศจรรย์เหลือความรู้ของข้าพเจ้า; และสูงเกินที่ข้าพเจ้าจะเอื้อมถึงได้. แม้ ณ ที่นั้นพระหัตถ์ของพระองค์จะทรงนำข้าพเจ้า, และพระหัตถ์เบื้องขวาของพระองค์จะทรงยึดข้าพเจ้าไว้. ข้าแต่พระเจ้า, พระดำริของพระองค์มีเอาไว้เพื่อข้าพเจ้าก็ประเสริฐจริง! เมื่อรวบรวมดูแล้วก็มากแท้! ถ้าหากข้าพเจ้าจะนับพระดำรินั้น, ก็จะมากกว่าเม็ดทราย: เมื่อตื่นจากหลับ, ข้าพเจ้ายังอยู่กับพระองค์.”บทเพลงสรรเสริญ 139:1-6, 10, 17-18 TH1940

“ข้าพเจ้าจะนมัสการตั้งหน้าตรงไปยังพระวิหารอันบริสุทธิ์ของพระองค์, และจะยกยอสรรเสริญพระนามของพระองค์เพราะพระกรุณาคุณและความสัตย์จริงของพระองค์: เพราะพระองค์ได้ทรงกระทำให้พระดำรัสของพระองค์เป็นใหญ่เหนือพระนามทั้งสิ้นของพระองค์.”“สิ่งซึ่งเกี่ยวกับข้าพเจ้า พระยะโฮวาจะทรงกระทำให้สำเร็จครบถ้วน: ข้าแต่พระยะโฮวา, พระกรุณาคุณของพระองค์ดำรงอยู่เป็นนิตย์; ขออย่าทรงละทิ้งพระราชกิจแห่งพระหัตถ์ของพระองค์”บทเพลงสรรเสริญ 138: 2, 8

“โอ้ ยะรูซาเลมเอ๋ย, ถ้าข้าพเจ้าลืมท่าน, ก็ขอให้มือขวาของข้าพเจ้าลืมฝีมือเพลงเสีย. ถ้าข้าพเจ้าไม่ระลึกถึงท่าน, หรือถ้าไม่นิยมกรุงยะรูซาเลมอย่างสูงสุด (ไม่ได้ตั้งกรุงนี้เหนือความสุขสูงสุด), ก็ขอให้ลิ้นของข้าพเจ้าติดอยู่กับเพดานปากเสียเถิด.”“ข้าแต่พระยะโฮวา, ขอทรงแก้แค้นชนชาติอะโดม, ขอทรงระลึกถึงวันยากลำบากแห่งกรุงยะรูซาเลม; วันเมื่อเขาทั้งหลายได้กล่าวว่าจงพังเสียๆ, จงพังเสียกะทั่งรากกำแพงด้วย.”บทเพลงสรรเสริญ 137:5-7 TH1940

ขอบพระคุณพระเจ้า!“พระองค์ทรงระลึกถึงพวกข้าพเจ้าเมื่ออยู่ในสถานะต่ำต้อย; เพราะพระกรุณาคุณของพระองค์ดำรงอยู่เป็นนิตย์; และทรงช่วยพวกข้าพเจ้าให้พ้นจากพวกศัตรู; เพราะพระกรุณาคุณของพระองค์ดำรงอยู่เป็นนิตย์:”บทเพลงสรรเสริญ 136:23-24

“จงถวายความสรรเสริญแก่พระยะโฮวา; ด้วยพระยะโฮวาดีประเสริฐ: จงร้องเพลงสรรเสริญพระนามของพระองค์; เพราะพระนามนั้นเป็นที่น่ารัก. ด้วยว่าพระยะโฮวาได้ทรงเลือกพวกยาโคบไว้สำหรับพระองค์เอง, และพวกยิศราเอลไว้เป็นสมบัติล้ำค่าของพระองค์.”“พระองค์ได้ทรงตีบรรดาประเทศใหญ่และทรงประหารกษัตริย์หลายองค์ที่มีอานุภาพมาก, และได้ทรงประทานแผ่นดินของกษัตริย์เหล่านั้นเป็นมฤดก, เป็นมฤดกของพวกยิศราเอลพลไพร่ของพระองค์.”“ข้าแต่พระยะโฮวา, พระนามของพระองค์ดำรงอยู่ถาวร; ข้าแต่พระยะโฮวา, พระเกียรติคุณของพระองค์เป็นที่ระลึกตลอดทุกชั่วอายุ. ด้วยว่าพระยะโฮวาจะทรงพิพากษาพลไพร่ของพระองค์, และจะทรงเห็นอกเห็นใจในพวกผู้ปรนนิบัติเหล่านั้น”“ดูกรท่านทั้งหลายที่เป็นพงศ์พันธุ์ของยิศราเอล, จงสรรเสริญพระยะโฮวา; ดูกรท่านทั้งปวงที่เป็นพงศ์พันธุ์ของอาโรน, จงสรรเสริญพระยะโฮวา; ดูกรท่านทั้งหลายที่เป็นตระกูลเลวี, จงสรรเสริญพระยะโฮวา; ท่านทั้งปวงที่เกรงกลัวพระยะโฮวา, จงสรรเสริญพระองค์เถิด. สรรเสริญแด่พระยะโฮวาจากเมืองซีโอน, และแด่พระองค์ผู้ทรงสถิตอยู่ในกรุงยะรูซาเลม. สรรเสริญพระเจ้า!”บทเพลงสรรเสริญ 135:3-4, 10-14, 19-21

“นี่แน่ะ, ผู้รับใช้ของพระยะโฮวา, จงสรรเสริญพระองค์, ท่านผู้ที่ยืนอยู่ในวิหารของพระองค์ในเวลากลางคืน. จงยกมือของท่านในที่บริสุทธิ์นั้น และถวายความสรรเสริญแก่พระยะโฮวา. ขอให้พระยะโฮวาทรงอวยพระพรมาจากเมืองซีโอนให้แก่ท่านทั้งหลาย; ด้วยพระองค์เป็นผู้ทรงสร้างฟ้าสวรรค์และแผ่นดิน”

“จงดูเถอะ, ซึ่งพวกพี่น้องอาศัยอยู่พร้อมเพรียงเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันก็เป็นการดีและอยู่เย็นเป็นสุขมากเท่าใด! เป็นเหมือนน้ำมันอย่างประเสริฐบนศีรษะอันไหลลงมาที่เครา, คือเคราของท่านอาโรน; แล้วลงไปถึงชายเสื้อของท่าน; เป็นเหมือนน้ำค้างที่ภูเขาเฮระโมน, อันย้อยตกลงมาที่ภูเขาแห่งเมืองซีโอน: เพราะว่าพระยะโฮวาได้ทรงประทานพระพรที่นั่น, ให้ชีวิตอันเจริญเป็นนิตย์”บทเพลงสรรเสริญ 133:1-3 TH1940

“นี่แน่ะ, พวกข้าพเจ้าได้ยินเรื่องนี้ตอนอยู่ที่ตำบลเอ็ฟราธา: เราได้พบสิ่งนี้ (หีบ) ที่ทุ่งป่าไม้ยาอาร์ (ย่อมาจาก คีระยัธยะอารีม). ข้าพเจ้าทั้งหลายจะเข้าไปในพลับพลาของพระองค์; จะนมัสการกราบลงที่รองพระบาทของพระองค์. ข้าแต่พระยะโฮวา, ขอเชิญเสด็จเข้าไปยังที่ประทับ; ทั้งพระองค์และหีบสัญญาไมตรีอันเป็นพลานุภาพของพระองค์. ให้พวกปุโรหิตของพระองค์ประดับตัวด้วยความชอบธรรม; และให้พวกสินธชนของพระองค์โห่ร้องยินดี. เพราะทรงเห็นแก่ดาวิดผู้ทาสของพระองค์ ขออย่าทรงอย่าหันหน้าไปจากผู้ถูกเจิมของพระองค์นั้น.”บทเพลงสรรเสริญ 132:6-10“ที่ตำบลนี้แหละ (ซีโอน) เป็นที่สำนักของเราเป็นนิตย์; เราจะอาศัยที่ตำบลนี้เพราะเราประสงค์แล้ว. โภชนาหารแห่งเมืองนั้นเราจะอวยพรเป็นแน่: เราจะให้คนยากจนในเมืองนั้นมีอาหารกินอิ่มบริบูรณ์. เราจะตกแต่งพวกปุโรหิตในเมืองนั้นด้วยความรอด; และพวกผู้ชอบธรรมในเมืองนั้นจะโห่ร้องยินดี. เราจะกระทำสิงค์ (กำลัง) ของดาวิดให้งอกเจริญขึ้น ณ ที่นั้น: เราจะจัดแจงโคมดวงหนึ่งไว้สำหรับผู้ชโลมของเรา. เราจะเอาความอับอายตกแต่งพวกศัตรูของท่าน; แต่ส่วนบนศีรษะของดาวิดนั้นจะมีมงกุฎรุ่งเรือง”บทเพลงสรรเสริญ 132:14-18

“ข้าแต่พระยะโฮวา, ใจของข้าพเจ้ามิได้เย่อหยิ่ง, หรือตาของข้าพเจ้าก็มิได้ยะโส; ข้าพเจ้าไม่ได้กังวลใจในเรื่องใหญ่โต, หรือการอัศจรรย์อันลับลึกเกินสติปัญญาของข้าพเจ้า. แท้จริงข้าพเจ้าได้สงบจิตสงบใจของข้าพเจ้า; ดุจเด็กที่อย่านมแล้วที่อยู่ใกล้มารดา, จิตใจภายในของข้าพเจ้าเป็นเหมือนเด็กที่อย่านมแล้วนั้น. แน่ะพวกยิศราเอลเอลเอ๋ย, จงไว้วางใจในพระยะโฮวาตั้งแต่นี้ไปตลอดอนาคตกาลเถิด”

“คอยท่าการไถ่ (อย่างสมบูรณ์ ) ซึ่งพระองค์จะทรงไถ่เราให้รอดจากความอสัตย์อธรรมทั้งปวงของเรา”“ข้าแต่พระยะโฮวา, จากส่วนลึกภายในใจของข้าพเจ้า, ข้าพเจ้าได้ร้องทูลพระองค์. ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า, ขอทรงสดับเสียงร้องทุกข์ของข้าพเจ้า: และทรงเงี่ยพระกรรณฟังเสียงวิงวอนของข้าพเจ้า. ข้าแต่พระยะโฮวา ถ้าหากพระองค์จะทรงจดจำการอสัตย์อธรรมทั้งหมดไว้, ใครจะทนไหว?”“แต่เพราะพระองค์ทรงอภัยโทษ พระองค์จึงทรงเป็นที่ยำเกรง”“ข้าพเจ้าได้คอยท่าพระยะโฮวา, จิตของข้าพเจ้าก็คอยท่าพระองค์, ข้าพเจ้าได้หวังใจไว้ในพระวจนะของพระองค์นั้น.”“จิตของข้าพเจ้าได้คอยท่าองค์พระเจ้าเจ้าผู้เป็นเจ้า ยิ่งกว่าคนยามคอยท่าเวลารุ่งเช้า; จริงๆ นะพระเจ้าค่ะ, ยิ่งเสียกว่าคนยามคอยท่าเวลารุ่งเช้า.”“แน่ะ พวกยิศราเอลเอ๋ย, จงหวังใจในพระยะโฮวาเถิด; ด้วยพระยะโฮวานั้นทรงพระกรุณาคุณ, และการไถ่อันสมบูรณ์อุดมมัธยมมีอยู่ในพระองค์. พระองค์จะทรงไถ่พวกยิศราเอลให้รอดพ้นจากบรรดาการอสัตย์อธรรมของเขา.”

“ให้พวกยิศราเอลกล่าวว่า, ตั้งแต่หนุ่มๆ มา, เขาได้ข่มเหงพวกข้าพเจ้าหลายครั้งหลายหนแล้ว. เขาได้ข่มเหงพวกข้าพเจ้าแล้วหลายครั้งตั้งแต่หนุ่มๆ มา; ถึงเช่นนั้นก็ดีเขามิได้ชนะพวกข้าพเจ้าเลย.”“พระยะโฮวาเป็นผู้ชอบธรรม: พระองค์ทรงตัดเชือก (กับดัก, กักขัง, กดขี่, ผูกมัด) ของคนชั่วให้ขาดเสีย.”“คนทั้งปวงที่เกลียดชังเมืองซีโอนนั้น ขอให้ต้องความอับอายและกลับถอยหลังไป.”จงปล่อยให้พวกเขาเป็นเหมือนหญ้าบนหลังคาบ้านซึ่งเหี่ยวเฉาไปก่อนที่จะงอกงามเหมือนคนเกี่ยว เก็บไม่ได้เต็มมือ และคนมัดฟ่อนข้าว ก็ไม่ได้เต็มอ้อมแขนอย่าให้ผู้ที่ผ่านไปมากล่าวว่า“ขอพระพรของพระเจ้าจงมีแก่ท่าน หรือกล่าวว่า เราขออวยพรท่านในนามของพระเจ้า!”

“ทุกๆ คนที่เกรงกลัวพระยะโฮวา, และที่ดำเนินตามมรคาของพระองค์, ก็เป็นผาสุก. ด้วยท่านจะไดรับประทานผลแห่งน้ำมือของท่าน: ท่านจะได้สบายใจ, และจะอยู่เย็นเป็นสุข. ภรรยาของท่านที่อยู่ภายในเรือนของท่านจะเป็นดุจเถาองุ่นที่เกิดผลดก; บุตรชายหญิงของท่านจะล้อมรอบโต๊ะของท่านดุจต้นมะกอกเทศรุ่นๆ. จงดูเถิด, คนใดที่เกรงกลัวพระยะโฮวาจะได้พระพรอย่างนั้น. พระยะโฮวาทรงอวยพระพรมาแต่เมืองซีโอนให้แก่ท่าน: ขอให้ท่านเห็นความเจริญของกรุงยะรูซาเลมตลอดอายุของท่าน. เออ, ขอให้ท่านมีอายุยืนจนได้เห็นหลานเหลนของท่าน. ความสุขสำราญจงมีแก่พวกยิศราเอลเทอญ”บทเพลงสรรเสริญ 128:1-6 TH1940

บทเพลงสรรเสริญ 127“ถ้าพระยะโฮวาไม่ทรงสร้างตึกขึ้น, ช่างก่อก็จะเสียแรงเปล่าๆ ในการก่อสร้างนั้น: ถ้าแม้นพระยะโฮวาไม่ทรงเฝ้ารักษาเมืองไว้, การที่คนยามเฝ้าระวังก็เป็นการเปล่าๆ.”“ซึ่งเจ้าทั้งหลายตื่นขึ้นแต่เช้ามืด, และไปนอนเวลาดึก, และรับประทานอาหารแห่งความเศร้าโศก ก็เป็นการเหนื่อยเปล่า; ฝ่ายพระเจ้าทรงประทานการนอนหลับให้ผู้ที่พระองค์ทรงรัก.”“จงดูเถิด, การมีบุตรชายหญิงย่อมเป็นมรดกมาแต่พระยะโฮวา; และการตั้งครรภ์นั้นคือรางวัลของพระองค์. ลูกธนูในมือของคนกล้าหาญเป็นฉันใด, บุตรชายหญิงที่เกิดเมื่อบิดายังหนุ่มก็เป็นฉันนั้น. คนใดที่มีลูกดกดุจลูกธนูเต็มแล่งก็เป็นผาสุก: เมื่อเขาพูดกับพวกศัตรูของเขาที่ประตูเมือง เขาจะไม่ต้องอับอายขายหน้าเลย”

“คราวนั้นปากของพวกข้าพเจ้าเต็มไปด้วยการหัวเราะ, และลิ้นของพวกข้าพเจ้าประกอบไปด้วยการขับร้อง: ขณะนั้นพวกเขาได้พูดกันท่ามกลางประเทศต่างๆ กล่าวว่า, พระยะโฮวาได้ทรงกระทำการมโหฬารเพื่อคนเหล่านั้น. พระยะโฮวาได้ทรงกระทำการมโหฬารแก่พวกข้าพเจ้า, และพวกข้าพเจ้าจึงชื่นชมยินดี.”บทเพลงสรรเสริญ 126:2-3

“คนทั้งหลายที่วางใจในพระยะโฮวาเป็นเหมือนภูเขาซีโอน, ที่ไม่รู้หวาดหวั่นไหว, แต่ตั้งมั่นคงอยู่เป็นนิตย์. กรงยะรูซาเลมมีภูเขาห้อมล้อมรอบฉันใด, พระยะโฮวาทรงห้อมล้อมพลไพร่ของพระองค์ไว้ตั้งแต่นี้ไปตลอดอนาคตกาลฉันนั้น. ด้วยว่าอำนาจการปกครองของคนชั่วจะไม่คงอยู่ในแผ่นดินที่จัดสรรไว้สำหรับคนชอบธรรม; เกลือกว่าคนชอบธรรมจะยื่นมือออกกระทำการชั่ว. ข้าแต่พระยะโฮวา, ขอทรงดีต่อคนดี, และดีต่อคนทั้งปวงที่มีใจซื่อตรง. แต่ฝ่ายคนหลีกเลี่ยงไปเดินตามทางคดโกงของตน, พระยะโฮวาจะทรงนำเขาออกไปพร้อมกับคนที่กระทำอสัตย์อธรรม. ความสงบสุขจงมีแก่พวกยิศราเอลเทอญ”บทเพลงสรรเสริญ 125:1-5

“ถ้าแม้นพระยะโฮวาไม่ทรงสถิตอยู่ฝ่ายพวกเราแล้ว, ขณะเมื่อคนทั้งปวงได้ลุกขึ้นต่อสู้พวกเรา; ในเวลาที่เขาทั้งหลายเกิดโกรธพวกเราแล้ว, เขาคงได้กลืนพวกเราเสียแล้วทั้งเป็น: น้ำทั้งหลายคงได้ท่วมเรามิดแล้ว, กระแสน้ำเชี่ยวคงได้ไหลพัดกวาดเอาจิตใจของพวกเราหมดแล้ว; คลื่นที่เดือดดาลก็คงซัดขึ้นท่วมจิตใจของพวกเราเสียแล้ว. ความสรรเสริญจงมีแก่พระยะโฮวา, ผู้ที่มิได้ทรงมอบพวกเราไว้เป็นอาหารแก่ซี่ฟันของเขาเหล่านั้น.”“ความช่วยเหลือของเรา มีอยู่ในพระนามของพระยะโฮวา ผู้ทรงสร้างฟ้าและแผ่นดินโลก”บทเพลงสรรเสริญ 124:2-6, 8

“ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงประทับในฟ้าสวรรค์, ข้าพเจ้าเงยตาแลดูพระองค์. ดูเถิด, เหมือนกับตาของทาสาเหลียวดูนายผู้ชายของตน, และเหมือนกับตาของทาสีชำเลืองดูนายผู้หญิงของตนฉันใด; ตาของพวกข้าพเจ้าก็ชำเลืองดูพระยะโฮวาพระเจ้าของข้าพเจ้าฉันนั้น, จะชำเลืองดูจนกว่าพระองค์จะทรงพระกรุณาโปรดพวกข้าพเจ้า.”ข้าแต่พระยะโฮวา, ขอทรงพระกรุณาโปรด, ขอทรงพระกรุณาโปรดพวกข้าพเจ้า; เพราะพวกข้าพเจ้าเอือมคำหมิ่นประมาทเป็นอย่างยิ่ง. จิตของพวกข้าพเจ้าแสนจะเอือมการเยาะเย้ยของพวกที่อยู่อย่างสบาย, และการสบประมาทของพวกเย่อหยิ่งนั้นบทเพลงสรรเสริญ 123:1-4

“ข้าพเจ้ามีใจยินดีขณะเขาได้กล่าวแก่ข้าพเจ้าว่า, ให้เราไปยังพระวิหารของพระยะโฮวาเถิด. เท้าของข้าพเจ้าทั้งหลายยืนอยู่ภายในประตูของท่าน, โอ้ ยะรูซาเลม, ยะรูซาเลมที่สร้างขึ้นแล้วเป็นเมืองที่แน่นหนา;”“บรรดาตระกูลต่างๆ คือตระกูลของพระยะโฮวา, ขึ้นไปถึงเมืองนั้น, ไปยังหีบแห่งพยานของพวกยิศราเอล, เพื่อให้ไปขอบพระเดชพระคุณแก่พระนามของพระยะโฮวา. เพราะว่าพระที่นั่งสำหรับพิพากษาตั้งอยู่ที่นั่น, คือพระที่นั่งแห่งราชวงศ์ของดาวิด. จงอธิษฐานขอความสงบสุขสำหรับกรุงยะรูซาเลม: ขอให้คนทั้งปวงที่รักท่านได้ความเจริญ. ขอให้มีสันติสุขอยู่ภายในกำแพง, และความเจริญภายในราชวัง (ป้อม) ของท่าน. เพราะเห็นแก่ญาติพี่น้องและพวกมิตรสหาย, ข้าพเจ้าจะทูลว่าสันติสุขจงมีภายในท่าน. เพราะเห็นแก่พระวิหารของพระยะโฮวาพระเจ้าของพวกเรา ข้าพเจ้าจะแสวงหาความดีให้ท่าน”บทเพลงสรรเสริญ 122:1-9

“ข้าพเจ้าจะเงยตาดูภูเขา (ซีโอน): ความอุปถัมภ์ (ช่วยเหลือ) ของข้าพเจ้าจะมาแต่ไหน? ความอุปถัมภ์ของข้าพเจ้ามาแต่พระยะโฮวา, ผู้ทรงสร้างฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลก”“พระองค์ไม่ทรงให้เท้าของท่านพลาดพลั้งไป: พระองค์ผู้ทรงบำรุงท่านไว้จะไม่ทรงเคลิ้มไป. จงดูเถอะ, ผู้ที่ทรงรักษาพวกยิศราเอลไว้นั้นจะไม่ทรงเคลิ้มหรือม่อยหลับไป.”“พระยะโฮวาจะทรงปกป้องท่านไว้ให้พ้นจากสิ่งที่ชั่วร้ายทุกอย่าง; พระองค์จะทรงบำรุงปกป้องรักษาจิตของท่านไว้. การที่ท่านเข้าออกไปมานั้นพระยะโฮวาจะทรงปกป้องไว้นับจากนี้เป็นต้นไปและตลอดไป”บทเพลงสรรเสริญ 121:1-4, 7-8

บทเพลงขึ้นสู่ที่สูง (1)“ข้าแต่พระยะโฮวา, ขอทรงโปรดช่วยจิตของข้าพเจ้าให้พ้นจากริมฝีปากอันเท็จ, และจากลิ้นเจ้าเล่ห์. ก็จะทรงจัดการเจ้าด้วยลูกธนูแหลมของคนกล้าหาญชำนาญศึก, กับไฟถ่านไม้ซาก.”“จิตของข้าพเจ้าอาศัยอยู่กับคนที่เกลียดชังความสงบสุขนานเกินไปแล้ว. ข้าพเจ้าอยากได้ความสงบสุข, แต่พอข้าพเจ้าพูด, เขาก็ประกาศสงคราม”บทเพลงสรรเสริญ 120:2, 4, 6-7

รักพระคำของพระเจ้ามากแค่ไหน?- เมื่อถูกผู้มีอำนาจข่มเหง ยังคงยืนยำเกรงในพระคำอยู่?- ยินดีในพระดำรัส เหมือนคนที่ได้พบทรัพย์สมบัติเป็นอันมาก?- เบื่อหน่ายเกลียดชังความเท็จ แต่รักข้อกฎหมายของพระองค์?- ถวายความสรรเสริญพระองค์วันละเจ็ดครั้ง เพราะเหตุกฎอันชอบธรรมของพระองค์?- มีเหตุที่ทำให้สะดุดกะดากอยู่เรื่อยๆไหม?- คอยท่าความรอดซึ่งมาจากพระองค์ และได้ประพฤติตามข้อบัญญัติของพระองค์?- ถือตามพระโอวาทกับข้อปฏิญาณของพระองค์ และรักข้อเหล่านั้นเป็นเป็นอย่างยิ่ง?- ทางประพฤติทั้งปวงของข้าพเจ้าอยู่ตรงพระพักตร์ของพระองค์?

“ขอทรงฟังเสียงทูลของข้าพเจ้า ตามพระกรุณาคุณของพระองค์. ข้าแต่พระยะโฮวา, ขอทรงโปรดให้ข้าพเจ้ามีชีวิตชีวาตามกฎของพระองค์. ขอทรงแก้คดีความให้ข้าพเจ้า, และทรงไถ่ข้าพเจ้าให้พ้น: ขอโปรดให้ข้าพเจ้ามีชีวิตชีวาตามพระดำรัสของพระองค์. ข้าแต่พระยะโฮวา, พระกรุณาคุณอันอ่อนละมุนของพระองค์มีเหลือล้น: ขอทรงโปรดให้ข้าพเจ้ามีชีวิตชีวาโดยกฎของพระองค์. ขอทรงพิจารณาดูว่าข้าพเจ้ารักพระโอวาทของพระองค์มากเท่าใด: ข้าแต่พระยะโฮวา, ขอทรงโปรดให้ข้าพเจ้ามีชีวิตชีวาตามพระกรุณาคุณของพระองค์.”บทเพลงสรรเสริญ 119:149, 154, 156, 159

“การเปิดเผยพระวจนะของพระองค์ เป็นที่ให้ใจสว่าง; และกระทำคนที่มีปัญญาน้อย ให้มีความเข้าใจ. ขอทรงตั้งย่างเท้าของข้าพเจ้าไว้ให้ดำเนินตามพระดำรัสของพระองค์; และขออย่าให้การอสัตย์อธรรมประการใดๆ ครอบงำข้าพเจ้าไว้เลย. ขอทรงช่วยข้าพเจ้าให้พ้นจากการข่มเหงของมนุษย์: ข้าพเจ้าจึงจะได้ถือรักษาพระโอวาทของพระองค์ไว้. ขอให้แสงสว่างแห่งพระพักตรของพระองค์ส่องมาแก่ทาสของพระองค์; และทรงสอนข้าพเจ้าให้รู้ข้อกฎหมายของพระองค์. พระดำรัสของพระองค์เป็นบริสุทธิ์เหลือล้น; เพราะฉะนั้นผู้ทาสของพระองค์จึงรักพระดำรัสนั้น. ข้าพเจ้าเป็นผู้น้อยและเป็นที่ดูถูกดูหมิ่น; แต่ถึงกระนั้น ข้าพเจ้ายังมิได้ลืมพระโอวาทของพระองค์. ข้อปฎิญาณของพระองค์ก็ยุติธรรมเป็นนิตย์: ขอทรงโปรดให้ข้าพเจ้าเข้าใจ, เพื่อจะดำรงชีวิตอยู่”บทเพลงสรรเสริญ 119:130, 133-135, 140-141, 144

“ข้าพ เจ้า เกลียดชัง คน สอง ใจ; แต่ ข้าพ เจ้า รัก กฎหมาย ของ พระองค์. พระองค์ เป็น ที่ ซ่อนเร้น และ เป็น โล่ห์ ของ ข้าพ เจ้า, ข้าพ เจ้า หวัง ใจ อยู่ ใน พระ วจ นะ ของ พระองค์. แน่ะ คน ทั้งปวง ที่ กระทำ ชั่ว, จง ไป ให้ พ้น จาก ข้า เถิด, เพื่อ ข้า จะ ได้ รักษา ข้อบัญญัติ แห่ง พระเจ้า ของ ข้า. ขอ พระองค์ ทรง ประคอง ข้าพ เจ้า ขึ้น, เพื่อให้ ข้าพ เจ้า ดำรง ชีวิต อยู่ ตาม พระ ดำรัส ของ พระองค์: และ ขอ อย่า ให้ ข้าพ เจ้า ต้อง ขายหน้า เพราะ ความ หวัง ใจ ของ ข้าพ เจ้า. ขอ ทรง โปรด อุ้ม ข้าพ เจ้า ขึ้น, และ ข้าพ เจ้า จึง จะ รอด, จะ ได้ เคารพ นบนอบ ต่อ ข้อกฎหมาย ของ พระองค์ เสมอ. พระองค์ ทรง ให้ ศูนย์ (ปฏิเสธ) แก่ คน ทั้ง หลาย ที่ หลง ไป จาก ข้อกฎหมาย ของ พระองค์ ด้วย กลอุบาย ของ เขา ไร้ สาระ. เนื้อหนัง ของ ข้าพ เจ้า สั่น อยู่ เพราะ เกรงกลัว พระองค์; และ ข้าพ เจ้า กลัว ข้อ พิพากษา ของ พระองค์ ขอ ทรง ประกัน ผู้ ทาส ของ พระองค์ ไว้ เพื่อ จะ ได้ ดี. อย่า ให้ คน อหังการ ข่มเหง ข้าพ เจ้า เลย. ขอ ทรง กระทำ แก่ ผู้ ทาส ของ พระองค์ ตาม พระ กรุณา คุณ ของ พระองค์, และ ทรง ฝึกสอน ให้ ข้าพ เจ้า ให้ รู้ ข้อกฎหมาย ของ พระองค์. ข้าพ เจ้า เป็น ทาส ของ พระองค์ ขอ ทรง ประทาน ความ เข้าใจ ให้ ข้าพ เจ้า, เพื่อ จะ ได้ รู้ ข้อ ปฏิญาณ ของ พระองค์. นี่เป็น เวลา สมควร แล้ว ที่ พระ ยะ โฮ วา จะ ทรง ประกอบ กิจ; เพราะว่า เขา ได้ ล่วงละเมิด ต่อ กฎหมาย ของ พระองค์. เหตุ ฉะนั้น ข้าพ เจ้า รัก ข้อบัญญัติ ของ พระองค์ มาก กว่า รัก ทองคำ, จริง พระเจ้า ค่ะ, มาก กว่า ทองเนื้อดี. เหตุ ฉะนั้น ข้าพ เจ้า ถือ ว่า พระ โอวา ทของ พระองค์ ก็ ยุตติ ธรรม ทุก ประการ; และ ข้าพ เจ้า เกลียดชัง ทาง คดโกง ทั้งสิ้น”บทเพลง สรรเสริญ 119:113-118, 120, 122, 124-128

“ข้าพเจ้ารักข้อกฎหมายของพระองค์มากสักเท่าใด! เป็นสิ่งที่ข้าพเจ้าใคร่ครวญ รำพึงถึงวันยังค่ำ. ข้อบัญญัติของพระองค์ทำให้ข้าพเจ้าฉลาดกว่าพวกศัตรู; ด้วยข้อเหล่านั้นอยู่กับข้าพเจ้าเสมอ. ข้าพเจ้ามีความเข้าใจมากกว่าบรรดาอาจารย์ของข้าพเจ้า; เพราะข้อปฏิญาณของพระองค์เป็นข้อภาวนาของข้าพเจ้า. ข้าพเจ้ามีความเข้าใจมากกว่าคนชรา, เพราะข้าพเจ้าได้ถือรักษา ปฏิบัติตามพระโอวาท (คำสั่งสอน) ของพระองค์.”“ข้าพเจ้าได้ยั้งเท้าของข้าพเจ้าให้เว้นเสียจากทางชั่วทุกทาง, เพื่อข้าพเจ้าจะได้ประพฤติตามพระวจนะของพระองค์. ข้าพเจ้าไม่ได้ละเลย เลี่ยงหลีก หันไปจากกฎของพระองค์; เพราะพระองค์ได้ทรงฝึกสอนข้าพเจ้า.”“ข้าพเจ้าปฏิญาณไว้แล้ว, และรับรองไว้แล้วว่า, จะประพฤติตามกฎอันยุติธรรมของพระองค์. ข้าแต่พระยะโฮวา, ขอทรงโปรดรับเครื่องบูชาด้วยปากที่ข้าพเจ้าเต็มใจถวาย, และขอทรงฝึกสอนข้าพเจ้าให้รู้กฎของพระองค์. ข้าพเจ้าได้ยึดข้อปฏิญาณของพระองค์ไว้ดุจมฤดกถาวร; ด้วยข้อเหล่านั้นทำจิตใจของข้าพเจ้าให้ชื่นชมยินดี. ข้าพเจ้าตั้งใจไว้แล้วว่าจะประพฤติตามข้อกฎหมายของพระองค์เป็นนิตย์จนกะทั่งเวลาที่สุดปลาย”บทเพลงสรรเสริญ 119:97-100, 101-102, 106, 108, 111-112

“ข้าแต่พระยะโฮวา, พระวจนะของพระองค์ดำรงอยู่ในสวรรค์ตลอดอนาคตกาล. ความสัตย์ซื่อของพระองค์ตั้งถาวรอยู่ทุกๆ ชั่วอายุ; พระองค์ได้ทรงประดิษฐานแผ่นดินโลกไว้ให้ตั้งมั่นคงอยู่. ฝ่ายสรรพสิ่งยังตั้งถาวรอยู่ตามกฎของพระองค์อยู่จนทุกวันนี้; เพราะสรรพสิ่งทั้งสิ้นเป็นทาสของพระองค์. ถ้าแม้นข้าพเจ้ามิได้ชื่นใจยินดีในกฎหมายของพระองค์, ข้าพเจ้าคงจะได้พินาศไปแล้วในความทุกข์ของข้าพเจ้านั้น. ข้าพเจ้าจะไม่ลืมพระโอวาทของพระองค์เลย; เพราะว่าพระองค์ได้ทรงกระทำให้ข้าพเจ้าฟื้นขึ้นด้วยพระโอวาทนั้น. ข้าพเจ้าเป็นคนของพระองค์, ขอทรงโปรดช่วยให้รอด; ด้วยข้าพเจ้าได้แสวงหาพระโอวาทของพระองค์. คนชั่วได้คอยท่าจะประหารข้าพเจ้าเสีย; แต่ข้าพเจ้าจะพิจารณาดูข้อปฏิญาณของพระองค์. ข้าพเจ้าเห็นความดีรอบคอบครบถ้วนแล้ว; แต่ว่าข้อบัญญัติของพระองค์กว้างขวางมากยิ่ง”บทเพลงสรรเสริญ 119:89-96 TH1940

“ก่อนที่ข้าพระองค์ทุกข์ยาก ข้าพระองค์หลงเจิ่น แต่บัดนี้ข้าพระองค์รักษาพระวจนะของพระองค์ไว้”เพลงสดุดี 119:67 THAKJV“การที่เกิดทุกข์ยากแก่ข้าพเจ้าแล้วนั้น เป็นคุณแก่ข้าพเจ้า; เพื่อข้าพเจ้าจะได้เรียนรู้ในข้อกฎหมายของพระองค์.”“พระบัญญัติที่ออกมาจากพระโอษฐ์ของพระองค์นั้นดีประเสริฐสำหรับข้าพเจ้าประเสริฐกว่าเงินทองหลายพันชั่ง”“พระหัตถ์ของพระองค์ได้ทรงสร้างตัวข้าพเจ้าและตกแต่งข้าพเจ้า: ขอทรงโปรดให้ข้าพเจ้ามีความเข้าใจ, เพื่อจะได้เรียนรู้ข้อบัญญัติของพระองค์.”บทเพลงสรรเสริญ 119:71-73 TH1940“ขอทรงโปรดให้พระกรุณาคุณของพระองค์เป็นที่ประเล้าประโลม, ตามพระดำรัสที่ตรัสแก่ผู้ทาสของพระองค์.”“ขอทรงประทานพระเมตตาคุณอันอ่อนละมุนของพระองค์แก่ข้าพเจ้า, เพื่อข้าพเจ้าจะได้มีชีวิตดำรงอยู่; ด้วยข้าพเจ้ามีความนิยมยินดีในพระบัญญัติของพระองค์.”บทเพลงสรรเสริญ 119:76-77 TH1940“ขอให้จิตใจข้าพระองค์ไร้ตำหนิในเรื่องกฎเกณฑ์ของพระองค์ เพื่อข้าพระองค์จะไม่ต้องขายหน้า”เพลงสดุดี 119:80 THAKJV

“เมื่อตกทุกข์ได้ยาก พระดำรัสนั้นแหละเป็นที่ประเล้าประโลมข้าพเจ้า; เพราะว่าพระโอวาทของพระองค์ได้กระทำให้ข้าพเจ้ามีชีวิตฟื้นขึ้น.”“ข้าแต่พระยะโฮวา, ข้าพเจ้าได้ระลึกถึงพระนามของพระองค์ในเวลากลางคืน, และได้ถือรักษาพระบัญญัติของพระองค์ไว้. เป็นเช่นนั้นเสมอมาแก่ข้าพเจ้า. เพราะข้าพเจ้าได้ถือรักษาพระโอวาทของพระองค์”“ข้าพเจ้าได้คิดถึงทางประพฤติของข้าพเจ้า, แลได้หันเท้าให้กลับไปตามข้อปฏิญาณของพระองค์. ข้าพเจ้าได้รีบเร่ง, และไม่เนิ่นช้า, ในการที่จะรักษาข้อบัญญัติของพระองค์. ข้าพเจ้าเป็นเพื่อนกับคนทั้งปวงที่เกรงกลัวพระองค์, และกับคนที่ถือรักษาพระโอวาทของพระองค์. ข้าแต่พระยะโฮวา, แผ่นดินโลกเต็มไปด้วยพระกรุณาคุณของพระองค์: ขอทรงโปรดสอนข้าพเจ้าให้รู้ข้อกฎหมายของพระองค์”บทเพลงสรรเสริญ 119:50, 55-56, 59-60, 63-64

“ข้าแต่พระยะโฮวา. ขอทรงสอนข้าพเจ้าไปในทางข้อกฎหมายของพระองค์; และข้าพเจ้าจะรักษาทางนั้นไว้จนถึงที่สุดปลาย. ขอให้ข้าพเจ้ามีความเข้าใจ, แล้วข้าพเจ้าจะได้รักษาพระบัญญัติของพระองค์ไว้; ข้าพเจ้าจะถือรักษาไว้ด้วยสุดใจ, พระเจ้าค่ะ. ขอทรงทำให้ข้าพเจ้าดำเนินไปตามทางข้อบัญญัติของพระองค์; เพราะข้าพเจ้านิยมในทางนั้น.”“ขอทรงโน้มใจของข้าพเจ้าให้นิยมในคำโอวาทของพระองค์, และขออย่าให้มีใจโลภได้. ขอให้ลูกตาของข้าพเจ้าเมินไปเสียจากของอนิจจัง, แต่ฟื้นฟูข้าพเจ้าให้กะตือรือร้นในทางประพฤติของพระองค์. ขอให้พระดำรัสของพระองค์ดำรงอยู่กับผู้ทาสของพระองค์เถิด, จึงจะได้เป็นที่ให้เกรงกลัวพระองค์. ขอพระองค์ทรงทอดพระเนตรดูเถิด, ข้าพเจ้าได้โหยหาถึงพระโอวาทของพระองค์: ขอทรงบันดาลให้ข้าพเจ้าฟื้นขึ้นอีกโดยความชอบธรรมของพระองค์”“ข้าแต่พระยะโฮวา, ขอทรงประทานพระกรุณาคุณของพระองค์แก่ข้าพเจ้า, คือความรอดตามพระดำรัสของพระองค์นั้น. ข้าพเจ้าจะอ้างถึงข้อปฏิญาณของพระองค์ในเวลาเข้าเฝ้ากษัตริย์, และข้าพเจ้าไม่ต้องละอายเลย. ข้าพเจ้าจะชื่นใจยินดีในข้อบัญญัติของพระองค์, ที่ข้าพเจ้ารักนั้น. ข้าพเจ้าจะยกมือขึ้นต่อข้อบัญญัติของพระองค์, ที่ข้าพเจ้ารักนั้น. และข้าพเจ้าจะภาวนาข้อกฎหมายของพระองค์”บทเพลงสรรเสริญ 119:33-38, 40-41, 46-48

“แลมิระยามกับอาโรนได้พูดติโมเซ,... พวกเขาได้ว่า พระยะโฮวาได้ตรัสจำเพาะโดยโมเซคนเดียวหรือ? พระองค์ไม่ได้ตรัสโดยพวกเราด้วยหรือ? แลพระยะโฮวาได้ทรงฟัง. โมเซนั้นเป็นคนถ่อมจิตต์ใจอ่อนยิ่งมากกว่าคนทั้งปวงที่อยู่บนแผ่นดิน. แลในทันใดนั้นพระยะโฮวาทรงตรัสแก่โมเซแลอาโรนแลมิระยามว่า, “เจ้าทั้งสามคนออกมาสู่ที่พลับพลาชุมนุมเถิด.” เขาทั้งสามก็ออกมา. แลพระยะโฮวาก็เสด็จมาในเสาเมฆ, สถิตที่ประตูพลับพลาชุมนุม, ทรงเรียกอาโรนแลมิระยาม, แลเขาทั้งสองก็เลื่อนเข้ามา. พระองค์ตรัสว่า “บัดนี้เจ้าจงฟังถ้อยคำของเรา, ถ้าจะมีผู้ทำนายท่ามกลางเจ้าทั้งหลายแล้ว, เรา เป็นยะโฮวาจะสำแดงแก่คนนั้น, แลเราจะตรัสสนทนาด้วยเขาในความสุบินนิมิตต์. แต่โมเซทาสของเราเป็นสัตย์ซื่อในบรรดาการงานในบ้านของเรา ก็ไม่เป็นดังนั้น. เราจะสนทนากับเขาปากต่อปากเป็นปรากฏ, แลจะไม่พูดคำลับลึก แลเขาจะเห็นพระพักตรพระยะโฮวา, เหตุไฉนเจ้าจึงไม่ได้กลัวที่จะพูดติโมเซผู้ทาสของเรา.” แลพระยะโฮวาทรงพิโรธต่อเขาเป็นอันมาก, แล้วพระองค์ก็เสด็จไป.”อาฤธโม 12:1-9

“ขอทรงโปรดแก่ผู้ทาสของพระองค์, เพื่อให้มีชีวิตดำรงอยู่; จึงจะได้รักษาพระราชดำรัสของพระองค์ไว้. ขอทรงเปิดตาของข้าพเจ้า, เพื่อให้แลเห็นความประเสริฐลึกซึ้งในพระบัญญัติของพระองค์. อนึ่งข้อปฏิญาณของพระองค์เป็นที่นิยมแก่ข้าพเจ้าด้วยและเป็นที่เตือนสติของข้าพเจ้า เมื่อข้าพเจ้ากล่าวทูลความของข้าพเจ้า, พระองค์ทรงสดับฟัง: ขอทรงโปรดสอนข้าพเจ้าให้รู้ข้อกฎหมายของพระองค์. ขอทรงโปรดให้ข้าพเจ้าเข้าใจวิถีแห่งพระโอวาทของพระองค์: จึงข้าพเจ้าจะได้ภาวนาถึงการอัศจรรย์ของพระองค์. ข้าพเจ้าได้เลือกเอาทางแห่งความสัตย์จริงไว้แล้ว: กฎของพระองค์นั้นข้าพเจ้าได้ตั้งไว้ต่อหน้าข้าพเจ้าแล้ว. ข้าพเจ้าจะวิ่งไปตามทางข้อบัญญัติของพระองค์, เมื่อพระองค์โปรดยังใจของข้าพเจ้าให้เบิกบานออกไป”บทเพลงสรรเสริญ 119:17-18, 24, 26-27, 30, 32 TH1940

“ฝ่ายมานานั้นดุจดังเม็ดผักชี, แลสีนั้นดุจดังสียางไม้หอมเบดเดเลียม. แลคนทั้งปวงก็เที่ยวไปเก็บเอามาโม่ในหินโม่, แลตำในครกบ้าง, ต้มในหม้อทำเป็นขนมบ้าง, แลรสมานานั้นดุจดังแป้งเพสทรี คลุกเคล้าด้วยน้ำมันใหม่. แลในเวลากลางคืน เมื่อน้ำค้างตกลงที่เขาหยุดพัก มานาก็ตกลงมาด้วย.”อาฤธโม 11:7-9“พวกยิศราเอลได้เรียกชื่ออาหารนั้นว่ามานา: เป็นเมล็ดเหมือนเมล็ดผักชีขาว; มีรสเหมือนขนมปังผสมด้วยน้ำผึ้ง.”เอ็กโซโด 16:31“แลฝูงคนที่ติดปนกันมากับเขาทั้งหลาย, ก็หลงโลภอาหารเป็นกำลัง, แลพวกยิศราเอลก็กลับร้องไห้ว่า ผู้ใดจะเอาเนื้อมาให้เรากินอีกเล่า, เราระลึกถึงปลาที่เราเคยกินเป็นบริบูรณ์ในเมืองอายฆุบโต, แลแตงกวาแตงโม แลใบกะเทียม แลหัวกะเทียม. บัดนี้จิตใจเราแห้งห่อไป ไม่มีสิ่งใดตรงหน้าเราเลย เว้นแต่มานานี้. แลเมื่อเนื้อนั้นยังติดฟันของเขากำลังเคี้ยว, พระยะโฮวาก็ทรงพระพิโรธแก่เขาเป็นอันมาก, แลพระยะโฮวาให้บังเกิดโรคแก่คนทั้งปวงนั้นร้ายนัก. แลเขาเรียกชื่อตำบลนั้นว่าคิบโรธฮัธอะวา, เพราะที่นั้นเขาฝังศพคนทั้งปวงที่โลภอาหาร.”อาฤธโม 11:4-6, 33-34

พระองค์ทรงบัญชาพวกเรา ให้ถือคำโอวาทของพระองค์, ให้เรารักษาไว้อย่างขยันขันแข็ง. ขอให้ทางประพฤติของข้าพเจ้าตั้งมั่นคงอยู่ เพื่อจะได้รักษาข้อกฎหมายของพระองค์. เมื่อข้าพเจ้าถือรักษาข้อบัญญัติทั้งปวงของพระองค์ไว้ ขณะนั้นข้าพเจ้าจะไม่ต้องละอาย.ข้าพเจ้าจะรักษาข้อกฎหมายของพระองค์: ขออย่าทรงละทิ้งข้าพเจ้าเสียทีเดียว.บทเพลงสรรเสริญ 119:4-6“คนหนุ่มทำไฉนจึงจะได้ชำระทางประพฤติของตนให้บริสุทธิ์? ให้ระวังในทางประพฤติตามพระดำรัสของพระองค์. ข้าพเจ้าได้แสวงหาพระองค์ด้วยสุดใจ: ขออย่าให้ข้าพเจ้าหลงไปจากข้อบัญญัติของพระองค์เลย. พระดำรัสของพระองค์นั้นข้าพเจ้าได้จดจำไว้ในใจ, เพื่อข้าพเจ้าจะไม่กระทำผิดต่อพระองค์. ข้าแต่พระยะโฮวา, ความบรมสุขจงมีแก่พระองค์เถิด: ขอทรงฝึกสอนข้าพเจ้าให้รู้ข้อกฎหมายของพระองค์. ด้วยริมฝีปากของข้าพเจ้าได้กล่าวถึงข้อพิพากษาทั้งหลายที่ออกมาจากพระโอษฐ์ของพระองค์. ข้าพเจ้านิยมยินดีแล้วในวิธีปฏิญาณของพระองค์, เท่ากับนิยมในทรัพย์สิ่งของทั้งปวง. ข้าพเจ้าจะภาวนาข้อสั่งสอนของพระองค์, แล้วจะประพฤติตามมรคาของพระองค์. ข้าพเจ้าจะมีใจยินดีในข้อกฎหมายของพระองค์: และพระดำรัสของพระองค์ข้าพเจ้าจะไม่ลืมเลย”บทเพลงสรรเสริญ 119:9-16 TH1940

“จงให้บุตรชายทั้งหลายของอาโรนผู้เป็นปุโรหิตเป่าแตร, แลการเป่าแตรนี้จะเป็นบัญญัติถาวรแก่ท่านสืบต่อไปทั่วอายุทั้งหลายเป็นนิตย์.”อาฤธโม 10:8 TH1940“พระยะโฮวาตรัสแก่โมเซว่า, “เจ้าจงทำแตรเงินล้วนสองอันด้วยใช้ค้อนทุบ, จะได้ใช้ให้เรียกคนทั้งปวงมาชุมนุม, แลจะได้ใช้ให้รื้อค่ายยกเดินไป. เมื่อเป่าแตรทั้งสองนั้น, ให้คนทั้งปวงมาประชุมพร้อมกันที่ประตูพลับพลาชุมนุมนั้น. ถ้าเขาเป่าแตรอันหนึ่ง, ก็ให้ผู้ใหญ่ทั้งปวงผู้เป็นหัวหน้าในพวกยิศราเอลมาประชุมพร้อมที่เจ้า. เมื่อเขาเป่าแตรนั้นเสียงสั้นเป็นที่ปลุกให้สะดุ้ง, ก็ให้กองทั้งปวงที่ตั้งอยู่ข้างทิศตะวันออกยกเดินไป. เมื่อเขาเป่าแตรนั้นเสียงสั้นปลุกให้สะดุ้งนั้นหนที่สอง, ก็ให้กองทั้งปวงที่ตั้งอยู่ทิศใต้ยกเดินไป, เขาทั้งหลายจะเป่าแตรเป็นสำเนียงสะดุ้งให้ยกเดินไป.”อาฤธโม 10:1-6“ถ้าเจ้าทั้งหลายจะออกไปทำศึกต่อศัตรูที่มาย่ำยีเมืองของเจ้า, ก็ให้เป่าแตรทั้งสองขึ้นเป็นเสียงสั้นปลุกให้สะดุ้งนั้น, แลพระยะโฮวาพระเจ้าของเจ้าจะระลึกถึงเจ้าทั้งหลาย, แลจะช่วยเจ้าทั้งหลายให้พ้นจากอำนาจศัตรูนั้น. แลในวันที่เจ้าทั้งหลายมีความยินดี, แลในวันที่กำหนดประชุมเป็นการเลี้ยง, แลในวันที่เป็นเดือนใหม่ เจ้าทั้งหลายจงเป่าแตรเหนือเครื่องเผาครบบูชา, แลเครื่องบูชาโมทนาพระคุณ เพื่อของเหล่านี้จะเป็นที่ให้พระเจ้าของเจ้าระลึกถึงเจ้าทั้งหลาย, เราเป็นยะโฮวาเป็นพระเจ้าของเจ้าทั้งหลาย.””อาฤธโม 10:9-10

“แต่คนที่เป็นสะอาดและไม่ได้ไปทางไกลและไม่ถือรักษาปัศคา, ผู้นั้นต้องตัดขาดจากท่ามกลางพลเมืองของตน, เพราะเขาไม่ได้เอาเครื่องบูชามาถวายแก่พระยะโฮวาในเวลากำหนดนั้น, ผู้นั้นต้องรับโทษแห่งการผิดของเขา. ตามคำพระยะโฮวาเขาก็หยุดยั้งอยู่ในทัพอาศัย แลตามคำพระยะโฮวาเขาก็ยกเดินไป, เขาทั้งหลายได้กระทำตามคำพระยะโฮวาตรัสสั่งกับเขาโดยปากของโมเซ.”อาฤธโม 9:13, 23

“จงขอบพระเดชพระคุณพระยะโฮวา; เพราะพระองค์ดีประเสริฐ; เพราะพระกรุณาคุณของพระองค์ดำรงอยู่เป็นนิตย์. ครั้นข้าพเจ้ามีความทุกข์ยาก ข้าพเจ้าได้ร้องทูลพระยะโฮวา: พระยะโฮวาได้ทรงตอบและทรงตั้งข้าพเจ้าไว้ในที่กว้างขวาง. ซึ่งจะพึ่งพระยะโฮวาก็ดีกว่าวางใจในพวกมนุษย์. ซึ่งจะพึ่งพระยะโฮวาก็ดีกว่าวางใจในพวกเจ้านาย. พระยะโฮวาเป็นกำลังและเป็นเพลงของข้าพเจ้า; พระองค์ได้มาเป็นความรอดของข้าฯ. ข้าพเจ้าจะไม่ตาย, แต่ยังเป็นอยู่, และจะประกาศพระราชกิจของพระยะโฮวา. จงเปิดประตูวิหารแห่งความชอบธรรมให้ข้าพเจ้า: ข้าพเจ้าจะเข้าประตูนั้น, ข้าพเจ้าจะขอบพระเดชพระคุณแห่งพระยะโฮวา. นี่แหละเป็นประตูของพระยะโฮวา: คนชอบธรรมจะเข้าไปทางนี้. ข้าพเจ้าจะขอบพระเดชพระคุณของพระองค์; เพราะพระองค์ได้ทรงตอบข้าพเจ้าและได้มาเป็นความรอดของข้าพเจ้า.”บทเพลงสรรเสริญ 118:1, 5, 8-9, 14, 17, 19-21

“ดูกรชาวประเทศทั้งปวง, จงสรรเสริญพระยะโฮวา; แน่ะชนชาติทั้งปวง, จงยกย่องพระองค์. เพราะพระเมตตากรุณาที่พระองค์ทรงมีแก่พวกเรานั้นก็ใหญ่ยิ่ง; และความสัตย์จริงของพระยะโฮวาดำรงอยู่เป็นนิตย์. จงสรรเสริญพระยะโฮวาเถิด”บทเพลงสรรเสริญ 117:1-2

“เพราะเขาทั้งหลายเป็นคนของเราท่ามกลางพวกยิศราเอล, เราได้เลือกคนเหล่านี้ไว้แทนลูกหัวปีแต่บรรดาคนที่เกิดเป็นบุตรหัวปีในพวกยิศราเอล. เพราะลูกหัวปีของพวกยิศราเอลนั้นเป็นของเราทั้งคนแลสัตว์ด้วย, ในวันที่เราได้ประหารลูกหัวปีในเมืองอายฆุบโตนั้น, เราได้เลือกเขาทั้งหลายไว้เป็นของเรา. แลเราได้เอาพวกเลวีไว้แทนลูกหัวปีของพวกยิศราเอล. แลเราได้ให้พวกเลวีนั้นไว้กับอาโรน และลูกชายทั้งหลายของเขา จากท่ามกลางพวกยิศราเอล, ให้กระทำการปรนนิบัติแทนพวกยิศราเอลในพลับพลาชุมนุม, แลจะกระทำไถ่โทษพวกยิศราเอล, เพื่อมิให้มีภัยอันตรายแก่พวกยิศราเอล, เมื่อเขาเข้ามาใกล้ที่บริสุทธิ์.””อาฤธโม 8:16-19

“ข้าพเจ้ารักพระยะโฮวา, เพราะพระองค์ได้ทรงฟังเสียงและคำทูลวิงวอนอธิษฐานของข้าพเจ้า. เพราะพระองค์ได้ทรงเงี่ยพระกรรณฟังข้าพเจ้า, เหตุฉะนั้นข้าพเจ้าจะร้องทูลพระองค์ตลอดชีวิตของข้าพเจ้า.”“…ข้าพเจ้ามีความทุกข์และเสียใจ จึงได้ร้องทูลวิงวอนออกพระนามพระยะโฮวาไป: ข้าแต่พระยะโฮวา, ขอทรงโปรดช่วยจิตของข้าพเจ้าให้รอด. พระยะโฮวาทรงประกอบไปด้วยพระกรุณาและความยุติธรรม; จริงๆนะ พระเจ้าของพวกข้าพเจ้ามีพระทัยเมตตา. พระยะโฮวาทรงบำรุงรักษาผู้มีปัญญาน้อย: เมื่อข้าพเจ้าถ่อมตัวลงแล้ว, พระองค์ทรงช่วยข้าพเจ้าไว้. จิตของข้าพเจ้าเอ๋ย, จงกลับมายัง (พระองค์ผู้เป็น) ที่พึ่งของตน; เพราะพระยะโฮวาได้ทรงประทานพระคุณอันบริบูรณ์แก่เจ้า.”บทเพลงสรรเสริญ 116:1-2, 4-7

“และพระยะโฮวาตรัสสั่งแก่โมเซว่า. “จงรับของเหล่านี้ไว้เพื่อจะได้เป็นของใช้ในการปรนนิบัติที่พลับพลาชุมนุม. เจ้าจงให้ของเหล่านี้ไว้กับพวกเลวี, ให้แก่ทุกคนตามการปรนนิบัติของเขา.” แต่ทว่าแก่พวกลูกชายโคฮาธหาได้ไม่, เพราะการปรนนิบัติของเขาในที่บริสุทธิ์นั้นคือต้องแบกหามของ.แลผู้ใหญ่ผู้เป็นหัวหน้าก็ได้เอาของมาถวายสำหรับแท่นบูชาในวันที่เขาได้ชโลมแท่นบูชานั้น, ผู้ใหญ่ทั้งปวงได้เอาของๆ เขามาถวายตรงหน้าแท่นบูชานั้น. แลพระยะโฮวาตรัสแก่โมเซว่า, ‘‘ให้ผู้ใหญ่ที่เอาของๆ เขามาถวายสำหรับแท่นบูชานั้น, มาถวายของนั้นวันละคน.” แลของถวายของคนนั้นคือ จานเงินหนักร้อยสามสิบซะเก็ล, แลชามเงินหนักเจ็ดสิบซะเก็ลตามซะเก็ลที่ใช้ในวิหาร, ทั้งสองสิ่งนี้เต็มไปด้วยแป้งอันละเอียดเจือด้วยน้ำมันสำหรับเป็นเครื่องกระยาหาร. แลช้อนอันหนึ่งหนักสิบซะเก็ลเต็มด้วยเครื่องหอม. แลลูกวัวตัวผู้หนึ่งแลแกะตัวผู้หนึ่ง, แลลูกแกะขวบหนึ่งตัวหนึ่งสำหรับเป็นเครื่องเผาครบบูชา. แลลูกแพะตัวผู้หนึ่งสำหรับเป็นเครื่องบูชาไถ่โทษ. แลวัวตัวผู้คู่หนึ่ง, แลแกะตัวผู้ห้า, แลแพะผู้หา, แลลูกแกะขวบหนึ่งห้าตัวสำหรับเป็นเครื่องบูชาโมทนาพระคุณ, ครั้นเมื่อโมเซได้เข้าไปในพลับพลาชุมนุม, เพื่อจะได้สนทนากับพระองค์, เขาจึงได้ยินเสียงผู้หนึ่งตรัสแก่เขาออกมาจากที่นั่งกรุณาที่อยู่เหนือหีบบัญญัติท่ามกลางคะรูบิม, แลพระองค์ได้สนทนากับเขา.”อาฤธโม 7:4-5, 9-11, 13-17, 89

“ข้าแต่พระยะโฮวา, หาใช่พวกข้าพเจ้าไม่, ที่ควรจะได้เกียรติยศ, ไม่ใช่พวกข้าพเจ้า, แต่ว่าขอให้เกียรติยศมีแก่พระนามของพระองค์, เนื่องด้วยพระเมตตาพระกรุณาคุณและความสัตย์ซื่อสัตย์จริงของพระองค์. พวกยิศราเอลเอ๋ย, จงวางใจพึ่งในพระยะโฮวาเถิด. พระองค์ทรงเป็นผู้อุปถัมภ์และเป็นโล่ห์. พงศ์พันธุ์ของอาโรนเอ๋ย, จงวางใจพึ่งในพระยะโฮวาเถิด. พระองค์เป็นผู้อุปถัมภ์และเป็นโล่ห์. ท่านทั้งหลายที่เกรงกลัวพระยะโฮวา, จงวางใจพึ่งในพระยะโฮวาเถิด. พระองค์เป็นผู้ทรงอุปถัมภ์และเป็นโล่ห์. พระยะโฮวาทรงใส่พระทัยพวกข้าพเจ้า; พระองค์จะทรงอวยพระพร: พระองค์จะทรงอวยพระพรแก่พงศ์พันธุ์ยิศราเอล; พระองค์จะทรงอวยพระพรแก่พงศ์พันธุ์คนทั้งหลายที่เกรงกลัวพระยะโฮวา, ทั้งผู้ใหญ่และผู้น้อย. พระยะโฮวาทรงโปรดให้ท่านทั้งหลายเจริญยิ่งๆ ขึ้น, ทั้งท่านทั้งหลายกับลูกหลานด้วย. ท่านทั้งหลายได้รับพระพรจากพระผู้ซึ่งทรงสร้างฟ้าและแผ่นดินโลก. ฟ้าสวรรค์เป็นฟ้าสวรรค์ของพระยะโฮวา; แต่แผ่นดินโลกพระองค์ได้ประทานแก่มนุษย์. ตั้งแต่นี้ไปจนตลอดอนาคตกาล. จงสรรเสริญพระยะโฮวาเถิด”บทเพลงสรรเสริญ 115:1, 9-16, 18