Luangpor Paisal Visalo's Podcast (หลวงพ่อไพศาล วิสาโล)

Follow Luangpor Paisal Visalo's Podcast (หลวงพ่อไพศาล วิสาโล)
Share on
Copy link to clipboard

เสียงบรรยายธรรมของหลวงพ่อไพศาล วิสาโล เจ้าอาวาสวัดป่าสุคะโต จ.ชัยภูมิ (จัดทำโดยลูกศิษย์)

watpasukato


    • Mar 8, 2026 LATEST EPISODE
    • weekdays NEW EPISODES
    • 28m AVG DURATION
    • 1,243 EPISODES


    Search for episodes from Luangpor Paisal Visalo's Podcast (หลวงพ่อไพศาล วิสาโล) with a specific topic:

    Latest episodes from Luangpor Paisal Visalo's Podcast (หลวงพ่อไพศาล วิสาโล)

    25681130pm--หนาวทั้งที อย่าทุกข์ฟรีๆ

    Play Episode Listen Later Mar 8, 2026 27:49


    30 พ.ย. 68 - หนาวทั้งที อย่าทุกข์ฟรีๆ : ถ้าเป็นเรื่องอารมณ์อกุศลเกิดขึ้นแล้วไม่รู้ ก็เท่ากับปล่อยให้เข้าไปเล่นงาน เล่นงานจิตใจเรา ซ้ำเติมเพิ่มทุกข์ให้ แล้วคนเดี๋ยวนี้แก้ปัญหาความทุกข์ของตัวเองไม่ได้ พื้นฐานก็เพราะว่าไม่รู้ว่าตอนนี้มีความทุกข์แบบไหน ก็เลยไม่รู้ว่าทุกข์เพราะเรื่องอะไร หรือทุกข์เพราะสาเหตุใด ยังไม่ต้องลากไปถึงเรื่องของอุปาทาน กิเลส อวิชชา แค่ทุกข์เพราะเรื่องอะไรก็ตอบไม่ได้ ถ้าเราใช้โอกาสที่หนาว ๆ แบบนี้ มาฝึกใจ ดูกาย ดูจิต ดูเวทนา หรืออย่างน้อยก็ดูกายดูจิตก่อน ให้เห็นใจที่บ่น ใจที่โวยวาย ใจที่หงุดหงิด อันนี้ก็ถือว่าเป็นนักฉวยโอกาสแล้ว ฉวยโอกาสในทางธรรม แล้วจะทำอย่างนั้นได้ก็เรียกว่าไม่ได้ทุกข์ฟรี ๆ ทุกข์ทั้งทีก็ได้อะไรให้เกิดประโยชน์แก่จิตใจของตัวเองบ้าง 

    25681129pm--มีโดยไม่ยึดเป็นเจ้าของ

    Play Episode Listen Later Mar 7, 2026 30:54


    29 พ.ย. 68 - มีโดยไม่ยึดเป็นเจ้าของ : ให้เตือนใจอยู่เสมอ เวลาดีใจ เพราะได้อะไรมา ได้เสพอะไรมา กินของอร่อย ฟังเพลงเพราะ ถ้าเรามีสติสักหน่อยก็ไม่เพลินกับมันมาก เพราะถ้าเพลินกับมัน ถึงเวลามันหายไป เสื่อมไป ก็ไม่ทุกข์ เวลาใจสงบก็เหมือนกัน สงบก็อย่าไปปลื้ม อย่าไปหลง อย่าไปดีใจ เพราะว่ามันก็ของชั่วคราวเหมือนกัน ไม่ช้าก็เร็วธรรมชาติก็เอาไป ถึงตอนนั้นก็ไม่ทุกข์  ฉะนั้นถ้าเราวางใจแบบนี้ ก็จะอยู่กับโลกที่มีความผันผวนแปรปรวน แม้จะไม่เที่ยงแต่ว่าใจก็ไม่ทุกข์ แม้ทุกอย่างจะไม่ใช่ของเรา สักวันธรรมชาติเอาไป และถึงตอนนั้นใจก็ไม่ทุกข์ เพราะรู้ว่าเป็นเช่นนั้นเอง 

    25681120pm--ฝึกใจให้เห็นความจริง

    Play Episode Listen Later Mar 1, 2026 32:40


    20 พ.ย. 68 - ฝึกใจให้เห็นความจริง : การเจริญสติ เวลาที่ครูบาอาจารย์บอกให้เห็นๆ ก็เห็นอย่างที่ว่ามา เริ่มต้นจากการเห็นกายเคลื่อนไหว เห็นใจคิดนึก เห็นทั้งความคิดและอารมณ์ ต่อไปก็เห็นความคิดที่ไม่ดีเกิดขึ้น และยอมรับได้ ไม่ปกปิดไม่กดข่ม แล้วต่อไปก็มองทะลุเห็นกิเลส หรือตัวอวิชชา ที่อยู่เบื้องหลังความคิดที่ไม่ดี อารมณ์ที่ไม่ดี จะเรียกว่าตัวอุปาทานก็ได้ ต่อไปก็เห็นว่าพวกนี้ ความคิดก็ดี อารมณ์ก็ดี กิเลสก็ดี แม้กระทั่งความทุกข์ ไม่ใช่เรา แค่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับกายกับใจ แล้วต่อไปก็เห็นถึงขั้นว่าไม่มีเรา มีแต่รูปกับนาม เกิดอาการแยกออกมา ที่เขาเรียกว่าแยกรูปแยกนาม​ ที่จริงรูปกับนามแยกกันอยู่แล้ว แต่ความหมายจริงๆ คือแยกตัวกูออกมาเป็นรูปกับนาม ไม่มีตัวกู ถ้าเราเห็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆ ก็จะเห็นต่อไป เห็นไตรลักษณ์ เห็นปรมัตถ์ เห็นสมมติไปเรื่อยๆ อย่างน้อยก็เห็นก่อน เห็นกายเคลื่อนไหว หรือรู้กายเคลื่อนไหวใจคิดนึก เห็นความคิดไม่ใช่เรา เห็นความโกรธไม่ใช่เรา เวลามันมีก็รู้แต่ว่าข้างในมันร้อน ข้างในมันขุ่นมัว แต่ไม่ใช่เราร้อน ไม่ใช่เราขุ่นมัว  ทำไปเรื่อยๆ ก็จะเห็นเอง อย่าไปบังคับให้เห็น แล้วก็ไม่ใช่เรื่องการใช้ความคิดด้วย แต่เป็นเรื่องของการที่รับรู้หรือรู้สึกได้ พูดภาษาชาวบ้านคือรับรู้ด้วยใจ แต่ที่จริงคือรับรู้หรือเห็นด้วยสติ จนเกิดการพัฒนากลายเป็นการเห็นด้วยปัญญา พอเห็นด้วยปัญญาก็อย่างที่เราสวดในบทติลักขณาทิคาถา เห็นด้วยปัญญาว่าสังขารทั้งปวงไม่เที่ยง สังขารทั้งปวงเป็นทุกข์ ธรรมทั้งปวงเป็นอนัตตา เมื่อนั้นแหละก็จะเป็นหนทางออกจากทุกข์ได้ 

    25681119pm--ทำเต็มที่แต่ใจไม่เครียด

    Play Episode Listen Later Feb 28, 2026 30:58


    19 พ.ย. 68 - ทำเต็มที่แต่ใจไม่เครียด : ไม่ว่าเราทำอะไร เราเกี่ยวข้องกับจุดหมายปลายทางได้ถูกต้อง หรือเกี่ยวข้องกับผลลัพธ์ได้ถูกต้อง งานยากแค่ไหน เราไม่เครียด แต่ความเพียรก็ไม่ได้ลดหย่อนลงไปเลย ไม่ใช่ว่าหายเครียดเพราะเกียจคร้าน ยังทำความเพียรอยู่ แต่ไม่เครียด เรียกว่าทำเต็มที่ แต่ไม่ซีเรียส อันนี้แหละเป็นท่าทีที่ควรจะมาเอามาฝึกตน เวลาปฏิบัติธรรม หรือว่าเวลาทำอะไรก็ตาม ไม่ว่าทางธรรมหรือทางโลก มีประโยชน์ทั้งนั้น 

    25681118pm--ตัวช่วยและบททดสอบที่ควรมี

    Play Episode Listen Later Feb 27, 2026 28:54


    18 พ.ย. 68 - ตัวช่วยและบททดสอบที่ควรมี : ใครที่ทำอะไรไม่ถูกต้อง ผิดกติกา ผิดมารยาท ผิดระเบียบ พวกนี้เป็นบททดสอบได้ รวมถึงเวลาซื้อของ ซื้อของแพงกว่าคนอื่น แม่ค้าจ่ายเงินทอนไม่ครบ พวกนี้ก็เป็นบททดสอบ หรือของหาย บางทีโทรศัพท์หาย นั่นคือบททดสอบอย่างดีเลยว่า สติเราเอาอยู่ไหม เราจะรับมือกับความสูญเสียได้หรือเปล่า ถ้าเรามองแบบนี้ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับเราจะเป็นของดี รวมถึงสิ่งที่เป็นอนิฏฐารมณ์  อนิฏฐารมณ์ คือ รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส ที่ไม่น่าพอใจ หรือเหตุร้าย เช่น คำต่อว่าด่าทอ ความสูญเสีย พวกนี้เป็นอนิฏฐารมณ์ที่ไม่มีใครชอบ แต่จะกลายเป็นของดีทันทีสำหรับเรา ถ้าหากว่าเรามองว่านี่คือบททดสอบสติของเรา 

    25681117pm--ตั้งใจแต่ไม่บังคับจิต

    Play Episode Listen Later Feb 26, 2026 31:02


    17 พ.ย. 68 - ตั้งใจแต่ไม่บังคับจิต : ทำไมตอนที่พยายามระงับความโกรธ ความโกรธไม่หาย ก็เพราะว่าพยายามใช้เวลากดข่ม แม้จะบริกรรมว่า โกรธหนอ โกรธหนอ แต่ว่าใจลึก ๆ ก็อยากจะให้ความโกรธหายไป ทนไม่ได้ แต่พอสุดท้าย เธอโกรธก็ได้ คือยอม อนุญาตให้มันเกิดขึ้นได้ พออนุญาตให้เกิดขึ้นได้ มันไปเลย เพราะตอนนั้นใจยอมรับแล้ว ไม่ผลักไส แค่รับรู้เฉย ๆ  บางครั้งการอนุญาตให้อารมณ์ความคิดบางอย่างเกิดขึ้นโดยที่ไม่ผลักไส ช่วยได้เยอะ เพราะว่ามันนำไปสู่การรู้ซื่อ ๆ รู้ซื่อ ๆ คือ ไม่ผลักไส ไม่ไหลตาม รู้ซื่อ ๆ ยอมรับ จะฟุ้งก็ยอมรับ เพราะฉะนั้นจึงบอกว่า การที่เรายอมให้หลง เป็นข้อดี เป็นความดีอย่างหนึ่ง ดีอย่างแรกคือ ดีที่รู้ว่าหลง ดีอย่างที่สองก็คือว่า ได้สติ พาใจกลับมาอยู่กับเนื้อกับตัว แล้วดีอย่างที่สามคือ ดีที่อนุญาตให้หลงได้ ฟุ้งได้ ถ้าไม่อนุญาตมันยิ่งก่อกวนรังควานเข้าไปใหญ่ 

    25681116pm--ทุกข์เพราะไม่รู้ใจ

    Play Episode Listen Later Feb 25, 2026 30:40


    16 พ.ย. 68 - ทุกข์เพราะไม่รู้ใจ : การปฏิบัติก็เพื่อสิ่งนี้ เห็นทั้งข้างนอก เห็นทั้งข้างใน และสุดท้ายก็จะพบว่า ข้างนอกไม่ได้เป็นเหตุแห่งทุกข์เลย ถ้าพูดถึงความทุกข์ใจ ไม่ว่าจะเป็นการกระทําคําพูดของใคร ดินฟ้าอากาศ ความสําเร็จ ความล้มเหลว แต่ว่าการปรุงแต่งในใจ รวมทั้งความหลง ไม่รู้ทันความคิดและอารมณ์ที่เกิดขึ้นในใจ พยายามหมั่นฝึกเอาไว้ เห็นทั้งข้างนอก เห็นทั้งข้างใน เราจะได้ไม่ไปโทษสิ่งภายนอกมาก จนลืมที่จะดูแลใจเราให้มีสติให้มีปัญญาเป็นเครื่องคุ้มกันรักษาใจ แม้ว่าจะเผลอปล่อยให้อารมณ์ที่เป็นอกุศลเกิดขึ้นในใจ แต่ก็ยังไม่สายที่เราจะรักษาใจไม่ให้ทุกข์ ไม่ให้ถูกอารมณ์เหล่านี้ทําลายได้

    25681115pm--เห็นนอกเห็นในใจสงบ

    Play Episode Listen Later Feb 24, 2026 29:44


    15 พ.ย. 68 - เห็นนอกเห็นในใจสงบ : การที่เราฝึก มามีสติอยู่ความคิดและอารมณ์ หรือมีใจเห็นความคิดและอารมณ์นี้เป็นของดี เพราะฉะนั้นเวลายุงกัด ยุงตอม มดกัด หรือเสียงหมาเห่าเป็นของดีเลย มาฝึกให้เรามาดูใจว่าใจกระเพื่อมไหม มีความไม่พอใจเกิดขึ้นไหม มีความวิตก มีความกังวลเกิดขึ้นหรือเปล่า นั่นเป็นของดีโดยเฉพาะถ้ามองในแง่ของการฝึก ให้มาเห็นทั้งข้างนอกและเห็นทั้งข้างใน และที่จริงไม่ใช่เป็นเฉพาะฝึกเวลาปฏิบัติอย่างเดียว แม้ขณะในชีวิตประจำวันก็จำเป็นต้องมีสิ่งนี้ด้วย พอไม่อย่างนั้นเราก็จะโดนอารมณ์ท่วมทับ เวลาใครพูดไม่ดีกับเรา เราก็โกรธ ถูกความโกรธเล่นงาน สั่งให้เราด่ากลับไป ตอบโต้กลับไป แต่เราไม่เห็นความโกรธ เราปล่อยให้ความโกรธครอบงำเรา แทนที่เราจะรู้ทันแล้วก็วางมันลง หรือว่าปล่อยให้มันเกิดขึ้นโดยที่ทำอะไรใจเราไม่ได้ ในชีวิตประจำวันที่เราทุกข์เพราะเราเห็นแต่ข้างนอก แต่เราไม่เห็นข้างใน อารมณ์ต่าง ๆ ก็เลยเล่นงานเรา รวมทั้งความคิดต่าง ๆ ก็ก่อกวนรังควาน อันนี้ก็เป็นเรื่องที่ต้องหมั่นฝึกในชีวิตประจำวันด้วยไม่ใช่เฉพาะในการปฏิบัติเท่านั้น 

    25681114pm--เรียนรู้จากทุกอย่างที่เกิดขึ้น

    Play Episode Listen Later Feb 23, 2026 29:49


    14 พ.ย. 68 - เรียนรู้จากทุกอย่างที่เกิดขึ้น 

    25681113pm--สุขหรือทุกข์ก็อย่าทิ้งสติ

    Play Episode Listen Later Feb 22, 2026 30:16


    13 พ.ย. 68 - สุขหรือทุกข์ก็อย่าทิ้งสติ : ที่เรามา ก็ถือว่าพวกเรามีโชค ที่เราไม่เจ็บไม่ป่วย ที่เรายังมีกำลังวังชา เอาสิ่งดีๆ เหล่านี้มาใช้เพื่อการปฏิบัติ เพื่อการฝึกฝนตน เพื่อให้มีสติ แล้วเพื่อเอามาใช้รับมือทั้งกับความสุข หรือว่าความพอใจที่เกิดขึ้น เพราะถ้าเราไม่สามารถจะวางใจให้ถูกต้องกับความสุข ความสบาย สิ่งที่ถูกใจแล้ว พอเจอความทุกข์ เจอความไม่สบาย เจอความไม่ถูกใจ เราก็ยิ่งทุกข์เข้าไปใหญ่เหมือนกันถ้าเกิดเราวางใจไม่ถูกกับคำชม คำสรรเสริญ เราหลงใหลได้ปลื้มกับมัน อยากโชว์อยากอวด ถึงเวลาเราเจอคำต่อว่าด่าทอ คำตำหนิ เราก็จะทุกข์ 

    25681104pm--รู้ทันอุบายของความโกรธ

    Play Episode Listen Later Feb 21, 2026 29:46


    4 พ.ย. 68 - รู้ทันอุบายของความโกรธ : การให้อภัยหรือแผ่เมตตา ช่วยได้มาก เพราะถ้าเราให้อภัยได้ แผ่เมตตาได้ ความโกรธก็อยู่ไม่ได้ แต่ก็ไม่ยอมที่จะให้เราให้อภัย เพราะว่าจะบอกเราว่าให้อภัยได้ยังไง เดี๋ยวก็ได้ใจสิ ให้อภัยไม่ได้ อันนี้เป็นเหตุผลของความโกรธ เพราะรู้ว่าถ้าเราให้อภัย ก็จะหายไปจากใจเรา และขณะเดียวกันก็พยายามให้เราส่งจิตออกนอก พุ่งไปที่คนที่เราต้องการแก้แค้น เพราะกลัวว่าถ้าเราหันมาดูใจ จะเห็น เห็นผู้ร้ายที่หลบซ่อนอยู่ในใจ ความโกรธกลัวถูกรู้ ถูกเห็น ถ้าถูกรู้เห็นเมื่อไหร่ ก็จะละลายหายไป เมื่อกลัวถูกรู้ถูกเห็น ก็เลยพยายามล่อให้ส่งจิตออกนอก ออกไปสนใจสิ่งอื่นแทน อย่าหันใจ อย่าเอาความใส่ใจ ความสนใจกลับมาที่ใจ เพราะเดี๋ยวจะเห็นความโกรธ แล้วจะอยู่ไม่ได้ ฉลาดมากแต่ว่าไม่เกินความสามารถของสติที่จะรู้ทัน แล้วก็จัดการกับความโกรธนั้นอย่างละม่อม ไม่ใช่ด้วยการกดข่ม แต่เพียงแค่รู้ เห็น แบบรู้ซื่อ ๆ ก็อยู่ไม่ได้ 

    25681103pm--อยู่กับตัวเองได้ก็ไกลทุกข์

    Play Episode Listen Later Feb 20, 2026 28:24


    3 พ.ย. 68 - อยู่กับตัวเองได้ก็ไกลทุกข์ : ที่จริงเพื่อนมีก็คือ ใจของเรา ถ้าเป็นมิตรกับตัวเองได้ แม้จะนอนติดเตียงก็ไม่ทรมาน ซึ่งก็ยากก็ต้องเริ่มต้นจากการที่แม้ชีวิตเราไม่เจ็บไม่ป่วย สุขภาพดี เราก็ยังอยู่กับตัวเองเป็น เป็นมิตรกับตัวเองได้ จะทำอย่างนี้ได้เพราะจากการปฏิบัติ​ หรือการมาอยู่วัดเป็นเรื่องยาก เพราะว่าถึงที่สุดแล้วเราไม่สามารถหนีตัวเองได้ แต่ว่าการที่เราหนีตัวเองไม่ได้นั้นไม่ใช่สิ่งสำคัญ สิ่งสำคัญก็คือว่าเราสามารถที่จะเป็นมิตรกับตัวเองให้ได้จากการปฏิบัติ ฉะนั้นถึงแม้จะลำบาก ที่จะต้องฝืนใจ แต่ว่ารางวัลที่ได้มีคุณค่ามาก เพราะจะทำให้เราอยู่กับตัวเองเป็น และสุดท้ายเราก็เป็นมิตรกับตัวเองได้ เวลาเจอภัย เจอเหตุร้าย ก็ไม่ปล่อยให้ใจมาซ้ำเติมเพิ่มทุกข์ให้กับตัวเอง ตรงข้ามสามารถจะให้ใจ หรือสติ หรือธรรมะที่มี ซึ่งก็เกิดจากการฝึกตน จิตที่ฝึกไว้ดีแล้ว จะช่วยทำให้หนักกลายเป็นเบา ร้ายกลายเป็นดีได้ เจอความเจ็บป่วยก็กลับเห็นธรรมที่ทำให้ออกจากทุกข์ได้เร็วขึ้น นี้เพราะว่าเป็นมิตรกับตัวเอง ซึ่งจะเกิดขึ้นได้จากการที่เราเรียนรู้ที่จะอยู่กับตัวเองให้เป็น   อันนี้สำคัญมาก แล้วก็เป็นสิ่งที่เราควรจะเริ่มทำให้เกิดเป็นธรรมชาติส่วนหนึ่งของเรา ก่อนที่เราจะแก่ ก่อนที่เราจะเจ็บป่วย ก่อนที่เราจะสูญเสีย เพราะถ้าถึงตอนนั้นแล้ว เรายังอยู่กับตัวเองไม่เป็นจะทรมานมาก จิตที่ไม่ฝึกจะกลับมาทำร้ายเรายิ่งกว่าโจรทำร้ายโจรด้วยกัน และนี่ก็เป็นสิ่งที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ 

    25681031pm--อย่าปล่อยให้ความคิดลบดึงดูดใจเรา

    Play Episode Listen Later Feb 19, 2026 27:10


    31 ต.ค. 68 - อย่าปล่อยให้ความคิดลบดึงดูดใจเรา : เราฝึกในชีวิตประจำวันให้รู้กายเคลื่อนไหว ต่อไปก็จะรู้ใจคิดนึก รู้เอง เพราะสติบอกแล้วถึงตอนนั้นเราจะพบว่ารูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส รวมทั้งธรรมารมณ์ ไม่ว่าน่าพอใจหรือไม่น่าพอใจ จะมีแรงดึงดูด หรือว่าสะกดใจเราได้น้อยลง รูปที่งาม หรือรูปที่น่าเกลียด เสียงที่เพราะ หรือเสียงที่ชวนรำคาญ จะทำอะไรใจเราไม่ได้ จะดึงดูด จะเย้ายวนสะกดใจเราไม่ได้ เพราะเรารู้วิธีที่จะแค่รู้ซื่อๆ แต่ก่อนก็ใช้วิธีเมิน แต่ตอนหลังแค่รู้ซื่อๆ ก็ทำให้หมดพิษสง ให้เราสังเกตว่า รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสที่ไม่น่าพอใจ ทำไมถึงดึงดูดใจเราได้ ทำไมถึงครองใจเราได้ ทั้งๆ ที่ครองใจเราทีไร ดึงดูดใจทีไร ทุกข์ทุกที โกรธหงุดหงิดทุกที นั่นเป็นเพราะเราหลง เป็นเพราะเราขาดสติ เป็นเพราะเราไม่รู้จักวิธีที่จะเมิน หรือว่าพัฒนาไปสู่การรู้ซื่อๆ 

    25681030pm--ธรรมะให้ผลถ้าปฎิบัติถูก

    Play Episode Listen Later Feb 18, 2026 30:47


    30 ต.ค. 68 - ธรรมะให้ผลถ้าปฎิบัติถูก : ความหมายของการให้คุณค่ากับปัจจุบันขณะ แต่เราก็สามารถจะวางแผนหรือนึกถึงอนาคตได้ เพื่อกลับมาเตือนใจให้เห็นความสำคัญของปัจจุบัน และใช้เวลาแต่ละนาทีในปัจจุบันให้มีคุณค่ามากที่สุด ถ้าเข้าใจความหมายนี้ การอยู่กับปัจจุบันก็ไม่ได้ขัดแย้งกับการนึกถึงอนาคต อยู่ที่ว่าจะนึกเพื่อให้เกิดความพะวงหรือกระตุ้นให้เกิดความไม่ประมาท เพราะฉะนั้นการปฏิบัติธรรมโดยสมควรแก่ธรรม เป็นเรื่องสำคัญมาก ไม่ใช่ว่าฟังธรรมแล้วก็ไปปฏิบัติแต่ปฏิบัติไม่ถูก ความขยันของเราก็อาจจะไม่เกิดผล ธรรมะจะให้ผลดี ต้องปฏิบัติให้ถูก จับหลักให้ได้ ก็จะทำให้เกิดความเจริญงอกงามในชีวิต 

    25681029pm-ทักษะที่สำคัญสำหรับคนยุคนี้

    Play Episode Listen Later Feb 17, 2026 28:14


    29 ต.ค. 68 - ทักษะที่สำคัญสำหรับคนยุคนี้ : คนเราถ้าหากว่าคิดเก่ง คิดเป็น คิดเร็ว คิดไว ก็ง่ายมากที่จะทำตามความคิดทุกอย่าง แต่ถ้าเรามีสติ มีความรู้สึกตัว ก็ช่วยทำให้เราสามารถจะเป็นนายความคิดได้ ความคิดกลายเป็นบ่าว แล้วพอเป็นบ่าวแล้วก็จะเป็นบ่าวที่ดี แต่ถ้าไม่มีสติ ไม่มีความรู้สึกตัว ความคิดก็เป็นนายเรา พอเป็นนายแล้วเราก็แย่เลย ยังไม่ต้องพูดถึงว่า ถ้าคิดเยอะ คิดมาก คิดไม่หยุด การที่จะหาคำตอบ หาความคิดดีๆ นั้น ได้ยากมาก แต่พอหยุดคิด รู้จักพักความคิด ให้จิตได้พัก ความคิดดีๆ ออกมาเยอะ แล้วมีประโยชน์ด้วย   เพราะฉะนั้นศิลปะที่สำคัญหรือทักษะที่สำคัญสำหรับคนยุคนี้ ไม่ใช่แค่ คิดเก่ง คิดเป็นเท่านั้น ต้องมีสติ มีความรู้สึกตัวครองใจด้วย เพื่อที่จะกำกับความคิดให้เกิดประโยชน์ ถ้าคนสมัยนี้ไม่มีความสามารถในการรู้สึกตัว ไม่มีทักษะในด้านนี้ แม้จะมีความรู้เยอะ เรียนสูง ได้หลายปริญญา คิดเก่งอย่างไรก็เอาตัวไม่รอดในที่สุด 

    25681028pm--จิตผ่องใสถ้าเข้าใจธรรม

    Play Episode Listen Later Feb 9, 2026 28:28


    28 ต.ค. 68 - จิตผ่องใสถ้าเข้าใจธรรม : ฟังธรรมก็เหมือนกัน บางคนก็ได้แต่พนมมือแต่ใจไม่รู้ลอยไปไหน ก็คิดว่าแค่ฟังธรรมจะได้บุญ แต่ที่จริงได้บุญเพราะว่ามีการใคร่ครวญ มีการทำความเห็นให้ตรงหรือที่เรียกว่าทิฏฐุชุกัมม์ ก็ดีไปอย่าง ระหว่างที่สวดมนต์ หรือ ฟังธรรม ไม่ไปผิดศีลที่ไหน ข้อดีก็มี แทนที่จะไปเล่นมือถือ แทนที่จะไปเล่นไพ่ กินเหล้า ก็มานั่งฟังธรรม สวดมนต์ก็ดี ช่วยรักษาศีล 5 ให้เกิดขึ้นอย่างน้อยก็ในช่วงเวลาที่มาฟังธรรมหรือมาสวดมนต์ แต่ว่าเราสามารถได้ประโยชน์จากการฟังธรรม การสวดมนต์ ถ้าเราเข้าใจจุดมุ่งหมาย แล้วก็พยายามปรับใจให้ได้บรรลุถึงจุดมุ่งหมาย การปฏิบัติธรรมต้องเข้าใจอรรถ รู้อรรถ อรรถนี้คือจุดมุ่งหมาย เป็นธรรมข้อสำคัญอย่างหนึ่งที่ว่าเป็นหนึ่งในสัปปุริสธรรม เราต้องเข้าใจอรรถคือจุดมุ่งหมาย ถ้าไม่เข้าใจจุดมุ่งหมาย ก็กลายเป็นการทำไปตามรูปแบบ เถรส่องบาตร แล้วก็ไม่ได้ประโยชน์อะไรเท่าไหร่ หรือไม่ได้ประโยชน์เท่าที่ควร   ฉะนั้นการเจริญสติก็เช่นกัน ต้องเข้าใจว่าจุดมุ่งหมายคือเพื่ออะไร เพื่อไม่ให้ใจหลงเข้าไปในความคิด เข้าไปในอารมณ์ เพราะว่าความหลงนี่แหละเป็นตัวทำให้ทุกข์ ถ้าใจไม่หลง ความทุกข์ก็ลดลง หรือว่าหายจากความทุกข์ได้ และนี่คือจุดมุ่งหมายที่สำคัญของการเจริญสติ 

    25681027pm--แก่อย่างไร ใจไม่ทุกข์

    Play Episode Listen Later Feb 8, 2026 30:42


    27 ต.ค. 68 - แก่อย่างไร ใจไม่ทุกข์ 

    25681026pm--พลิกความคิด จิตก็เปลี่ยน

    Play Episode Listen Later Feb 7, 2026 29:35


    26 ต.ค. 68 - พลิกความคิด จิตก็เปลี่ยน : บางครั้งก็มีความคาดหวังเพื่อเป็นแรงกระตุ้น แต่บางครั้งก็รู้ว่าความคาดหวังเป็นตัวการทำให้เกิดทุกข์ก็วางมันลง หรือไม่ก็ลดให้มันต่ำลง เพราะถ้าความคาดหวังต่ำ ความจริงที่เกิดขึ้นก็อาจจะสูงกว่าความคาดหวัง ก็กลายเป็นความสุขความพอใจ แต่ถ้าเราไม่รู้ตรงนี้ เราก็จะโดนความคิดหลอก หลอกให้เราทุกข์ และมุมมองที่แข็งกระด้างก็จะคอยกระตุ้นซ้ำเติมเพิ่มทุกข์ให้เรา เพราะเราไม่รู้จักตั้งคำถามกับมุมมองหรือความคิดอย่างใดอย่างหนึ่ง   ฉะนั้นสรุปแล้วก็คือว่าเวลาเรามีความทุกข์ อย่าไปโทษสิ่งอื่นมาก ลองกลับมาดูใจเรา สมุทัยในอริยสัจ 4 คืออันนี้ พวกเราเรียนเรื่องอริยสัจ 4 มาเยอะ แต่พอมีความทุกข์ เราใช้สมุทัยไม่เป็น ไม่สามารถสาวหาเหตุแห่งทุกข์ได้อย่างแท้จริง ไปเอาอะไรมาเป็นเหตุแห่งทุกข์ก็ไม่รู้ ก็เลยแก้ทุกข์ไม่ได้สักที   และสุดท้ายก็อยู่ที่ไหนก็ทุกข์เพราะความคิด ที่เป็นตัวการแห่งความทุกข์ติดเราไปตลอด ย้ายที่ ย้ายสถานที่ ย้ายที่ทำงาน ย้ายที่อยู่ก็ยังทุกข์อยู่ ยังเครียดอยู่ ยังหงุดหงิดอยู่ก็เพราะว่าความคิดไม่เปลี่ยน เปลี่ยนแต่สิ่งภายนอก 

    25681025pm--อะไรเกิดขึ้นก็ดีทั้งนั้น

    Play Episode Listen Later Feb 6, 2026 25:41


    25 ต.ค. 68 - อะไรเกิดขึ้นก็ดีทั้งนั้น : ถ้าเราจับหลักได้ การจะเอาไปประยุกต์ใช้กับชีวิตประจำวันก็จะกลายเป็นเรื่องที่ไม่ยากอะไร แต่ยากตอนที่เริ่ม เพราะว่าอะไรก็ตามที่เราไม่เคยทำ พอเริ่มทำใหม่ ๆ ยากเสมอ เพราะขัดกับความเคยชินเดิมๆ ขัดกับนิสัยเดิม จึงเกิดการต่อต้านขัดขืน ทำให้รู้สึกว่าเป็นเรื่องยาก แต่พอเราทำไปเรื่อย ๆ ทำทีละนิดทีละหน่อย ก็จะกลายเป็นเรื่องง่าย จนพอกลายเป็นนิสัยใหม่แล้ว ก็จะทำโดยอัตโนมัติไปเลย เหมือนกับคนที่ตื่นสาย ใหม่ ๆ จะตื่นเช้าเรื่องยากมาก แต่พอตื่นเช้าเป็นนิสัยแล้ว สิ่งที่ยากกว่าก็กลายเป็นการตื่นสาย ตื่นเช้ากลับเป็นเรื่องง่าย ตื่นสายกลายเป็นเรื่องยาก ก็อยู่ที่การทำบ่อย ๆ ทำสม่ำเสมอ จึงบอกว่าให้เอาปริมาณไว้ก่อน คุณภาพตามมาทีหลัง 

    25681024pm--ชีวิตเปลี่ยนได้เพราะใจมีพลัง

    Play Episode Listen Later Feb 5, 2026 27:49


    24 ต.ค. 68 - ชีวิตเปลี่ยนได้เพราะใจมีพลัง : สติของเราแต่ก่อนก็แบบนี้ เห็นเฉพาะความคิดและอารมณ์ที่โผล่ขึ้นมา ความคิดและอารมณ์หายไปเมื่อมีสติรู้ทัน แต่พอเกิดขึ้นบ่อยๆ เอะใจ แล้วก็มองทะลุเห็นตัวอัตตาที่อยู่เบื้องหลัง พอเห็นเท่านั้นแหละ ตัวอัตตาหนีหน้าไปเลย พ่ายแพ้ไปเลย อับอาย สุดท้ายความคิดและอารมณ์ที่เคยโผล่ขึ้นมารบกวนเราบ่อยๆ ก็จะหายไป อันนี้เป็นพลังของสติที่สามารถจะช่วยเปลี่ยนพฤติกรรม และความคิดของเราได้ ไม่ต้องอาศัยศรัทธาในตัวหลวงพ่อ ไม่ต้องอาศัยความเห็นใจหมอ ซึ่งอันนั้นก็ดีอยู่ แต่ว่าเรายังต้องอาศัยคนอื่นอยู่ ต้องมีหลวงพ่อที่เราศรัทธา ต้องมีหมอที่เขาเอื้อเฟื้อเรา แต่บางทีเราไม่มีอย่างนั้น ไม่มีบุคคลเหล่านั้น เราสามารถจะพึ่งตัวเองได้ก็โดยการที่มีสติรู้ทัน   เพราะฉะนั้น สติช่วยทำให้เหตุผลของกิเลสไม่สามารถครอบงำใจเราได้ ขณะเดียวกัน ความคิดที่เรามี หรือเหตุผลดีๆ ที่เรามี ก็สามารถจะก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงได้ เพราะว่าใจคล้อยตาม หรือใจมีพลังที่จะผลักดันให้เราเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมไปตามสิ่งที่เห็นว่าดี ว่าถูกต้อง

    25681023pm--รู้งี้ไม่ดีเท่ารู้ซื่อๆ

    Play Episode Listen Later Feb 4, 2026 27:18


    23 ต.ค. 68 - รู้งี้ไม่ดีเท่ารู้ซื่อ ๆ : นอกจาก รู้งี้ แล้ว อีกอย่างที่ไม่ค่อยมีประโยชน์ก็คือ รู้แล้ว เวลาใครบอกว่า รู้แล้ว แสดงว่าปิดรับความรู้แล้วเหมือนกับน้ำเต็มแก้ว คนที่คิดว่า รู้แล้ว รู้แล้ว ใจเขาจะไม่รับ พ่อแม่บางทีก็บอก รู้จักลูกแล้ว รู้แล้วว่าลูกเป็นอะไร หรือไปเยี่ยมคนป่วยก็รู้แล้วว่าเขานิสัยใจคอยังไง ก็เลยไม่คิดที่จะฟัง ไม่คิดที่จะเปิดใจเรียนรู้ ด้วยการฟัง ด้วยการถาม รู้แล้ว กับ รู้งี้ ต้องพยายามอย่าให้เกิดขึ้น แต่ว่ารู้ซื่อ ๆ จะต้องพยายามทำให้เกิดขึ้นให้ได้ เริ่มจากการรู้กายรู้ใจ แล้วก็พัฒนาเป็นการรู้ซื่อ ๆ ต่อไปจะเป็นการรู้ระดับวิปัสสนาเลยทีเดียวที่ช่วยทำให้พ้นทุกข์ได้ เราต้องพัฒนาขวนขวายเพื่อให้ความรู้ของเรากลายเป็นการรู้ซื่อ ๆ ขึ้นมา โดยเฉพาะเมื่อมีความโศก ความเศร้า ความทุกข์เกิดขึ้นในใจ ถ้ายังทำให้เกิดมีไม่ได้ ก็ยังไม่สายที่จะสร้างให้มีขึ้นจนเป็นธรรมชาติหนึ่งของจิตใจเรา 

    25681022pm--หาตัวช่วยเพื่อสร้างสติ

    Play Episode Listen Later Feb 3, 2026 28:54


    22 ต.ค. 68 - หาตัวช่วยเพื่อสร้างสติ : ชีวิตของเราทั้งวัน ถ้าเราไม่ทำนั่นทำนี่ เราก็เจอนั่นเจอนี่ แค่สองอย่างนี้แหละ แต่ถ้าเราฝึกสติเอาไว้ดี จนกระทั่งเห็นกายเคลื่อนไหวเมื่อทำกิจ รู้ใจคิดนึกเมื่อเจอผัสสะ หรือเมื่อเจอนั่นเจอนี่ ก็เท่ากับว่าเราปฏิบัติได้ทั้งวัน เพราะทั้งวันเราจะมีแค่ 2 อย่าง คือถ้าไม่ทำนี่ทำนั่น ก็เจอนั่นเจอนี่ เจอทางตาเจอทางหู ถ้าหากว่าเราทำได้ 2 อย่างนี้ ก็เรียกว่าทำได้ทั้งวัน รู้กายเคลื่อนไหวเมื่อทำกิจ รู้ใจคิดนึกเมื่อเกิดผัสสะ หรือเมื่อเจอนั่นเจอนี่อันนี้ก็เป็นหลักที่นำไปปฏิบัติที่บ้านได้ เพราะว่าอยู่ที่บ้านไม่มีใครจะมาชี้แนะเรา แต่ถ้าเราจับหลักได้ การปฏิบัติก็จะเป็นเรื่องที่ไม่ยากและต่อเนื่อง ขอเพียงแต่ใจไม่ร้อน เอาปริมาณไว้ก่อน แล้วก็หาตัวช่วยเยอะๆ อาจจะเป็นเพื่อนที่ร่วมปฏิบัติด้วยกัน หรือสิ่งแวดล้อม อาจจะรวมถึงการมีวินัย งดใช้โทรศัพท์บางช่วง อันนี้ก็เป็นสิ่งที่เราต้องขวนขวายหาตัวช่วยเพื่อให้ความคิดอ่อนแรง และสติก้าวหน้ามากขึ้น​ ถ้าเราหาตัวช่วย การปฏิบัติก็จะต่อเนื่อง และที่สำคัญคือให้รู้จักแก้อารมณ์ได้ด้วยตัวเอง ใช้กายเป็นตัวช่วยแก้ปัญหาทางใจ เกี่ยวเนื่องกัน อันนี้ก็เป็นการบ้านที่ฝากเอาไว้ 

    25681021pm--สร้างภูมิคุ้มใจให้เข้มแข็ง

    Play Episode Listen Later Feb 1, 2026 28:10


    21 ต.ค. 68 - สร้างภูมิคุ้มใจให้เข้มแข็ง : การที่จะไม่มีอนิฏฐารมณ์เกิดขึ้นกับชีวิตของเราเลย เป็นไปไม่ได้ จะไม่มีอารมณ์ลบอารมณ์ร้ายเกิดขึ้นในใจเรา ยากสำหรับปุถุชน แต่ถึงแม้เกิดขึ้น ใจเราไม่ทุกข์ก็ได้ เพราะเรามีสติเป็นเครื่องรักษาใจ หรือว่าภูมิคุ้มใจ เพราะฉะนั้นแม้ว่าเราจะต้องเจอกับเสียงดัง เจอกับความผิดหวัง เจอกับความเหนื่อยความยาก แต่ถ้าเรารู้จักพัฒนาสติ จนกระทั่งเรารู้จักรู้ซื่อ ๆ รับมือกับอารมณ์ภายใน แล้วก็สิ่งกระทบภายนอกได้ ใจเราก็เป็นปกติได้ และนี่จะทำให้เราเป็นอิสระจากสิ่งภายนอก ที่มนุษย์เราต้องเป็นทุกข์ หรือต้องเป็นทาสสิ่งภายนอก เพราะคิดว่าจะมีความสุขได้ก็ต่อเมื่อสิ่งภายนอกถูกใจ แต่ถ้าสิ่งภายนอกไม่ถูกใจ ก็จะหงุดหงิดขึ้นมา เช่น เสียงดัง คนไม่น่ารัก ทางลำบาก แมลงเยอะ คนเราถ้าหากว่าไม่รู้จักฝึกสร้างภูมิคุ้มใจ โดยเฉพาะการมีสัมมาสติ เราจะเป็นทาสสิ่งภายนอก จะสุขหรือทุกข์ก็ขึ้นอยู่กับสิ่งภายนอก แต่ว่าการเจริญสติ หรือว่าสัมมาสติ ทำให้เราเป็นอิสระ เป็นไทจากสิ่งภายนอก สิ่งภายนอกจะไม่น่ารัก จะลำบาก จะเป็นลบยังไง แต่ใจเราก็เป็นบวก หรือว่าใจเราก็เป็นกลางอยู่เสมอ เรียกว่าไม่ว่าจะเจออะไรที่เรียกว่าทุกข์ แต่ว่าใจไม่ทุกข์ อย่างนี้เราทำได้ 

    25681020pm--สติคือพื้นฐานของชีวิต

    Play Episode Listen Later Jan 27, 2026 28:58


    20 ต.ค. 68 - สติคือพื้นฐานของชีวิต : นักปฏิบัติหลายคนนี้ทำไม่กี่วันจะเอาคุณภาพแล้ว ฉะนั้นต้องมีสติ ต้องทำความรู้สึกตัว อย่าเพิ่งเอาคุณภาพ เอาปริมาณก่อน ทำเยอะ ๆ ให้สติได้ทำงานลองผิดลองถูก จะทำงานเชื่องช้าก็ไม่เป็นไร เพราะว่าต่อไปถ้าเราให้โอกาสให้พื้นที่แก่สติ สติก็จะเติบโตมากขึ้น แล้วก็จะช่วยเราให้ระลึกรู้ได้ไว ไม่ใช่แค่รู้ว่ากำลังทำอะไร แต่รู้แม้กระทั่งว่ากำลังทุกข์อยู่ กำลังเศร้าอยู่ กำลังโกรธอยู่ รู้แล้วก็วาง รู้แล้วก็ปล่อย ไม่ตกไปอยู่ในอำนาจของอารมณ์เหล่านั้น ก็ทำให้ใจพบกับความสงบได้ สงบเพราะว่าวางความคิดและอารมณ์ที่เคยรบกวนจิตใจของเรา ทำไปเรื่อย ๆ ทำไปเยอะ ๆ แล้วความระลึกได้ ความรู้ตัวก็จะเกิดได้ถี่ขึ้น เร็วขึ้น 

    25681019pm--รักษาใจด้วยสัมมาสติ

    Play Episode Listen Later Jan 26, 2026 25:48


    19 ต.ค. 68 - รักษาใจด้วยสัมมาสติ : พอใจเผลอนึกไปถึงเรื่องราวในอดีตที่ทำให้เกิดความโกรธ พอมีความโกรธขึ้นก็รู้เลย หรือพอใจเผลอไปนึกถึงเหตุการณ์ในอนาคต เกิดความกังวล เกิดความเครียดเรื่องงานเรื่องการ เรื่องหนี้สินขึ้นมา ก็รู้เลย รู้เพราะอะไร เพราะว่าสติมาบอก เรียกว่าเรามีเครื่องรักษาใจ มีธรรมะเป็นเครื่องรักษาใจ ซึ่งก็เกิดขึ้นจากการที่เรามาเฝ้าดูจิตใจบ่อย ๆ ฝึกฝนจิตใจบ่อย ๆ ไม่ใช่มัวแต่ส่งจิตออกนอก ใหม่ ๆ ก็เผลอส่งจิตออกนอก แต่ก็รู้ตัวได้ไวว่า นี่เผลอส่งออกไปแล้ว กลับมา กลับมาอยู่กับเนื้อกับตัว ก็คือมารู้ว่ากำลังทำอะไรอยู่ เรียกอีกอย่างหนึ่งก็คือว่า ระลึกได้ว่ากำลังทำอะไรอยู่ ไม่ใช่แค่ระลึกถึงคำสอนของครูบาอาจารย์ ระลึกถึงพุทธภาษิตที่ช่วยเตือนใจให้เรากลับมามีสติ อันนั้นก็มีประโยชน์แต่ต่อไปต้องพัฒนาความระลึกได้ให้ถึงขั้นที่ว่าพอใจเผลอไป ก็กลับมารู้เนื้อรู้ตัวโดยที่ไม่ต้องมีเสียงเตือน กลับมาเองเพราะว่าระลึกได้   ถ้าเราฝึกอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ ต่อไปการรู้เนื้อรู้ตัวก็จะกลายเป็นเรื่อง เรียกว่ากลายเป็นธรรมชาติของใจ จะรื้อถอนนิสัยเดิม ๆ ที่เป็นนิสัยชอบหลง ชอบใจลอย ชอบส่งจิตออกนอก จะกลับมาเกิดความรู้เนื้อรู้ตัว รู้กายรู้ใจได้ไว แล้วจะกลายเป็นเรื่องน่าอัศจรรย์มาก โอ้ ใจเราทำอย่างนี้ได้ด้วย อันนี้ไม่ใช่เพราะอะไร เพราะสติ นั่นก็คือสัมมาสติ

    25681011pm--อยู่ในโลก อย่าทิ้งธรรม

    Play Episode Listen Later Jan 25, 2026 27:37


    11 ต.ค. 68 - อยู่ในโลก อย่าทิ้งธรรม : สติช่วยทำให้ความเศร้าโศกเสียใจ ความโกรธ ไม่สามารถคุกคามบีบคั้นรังควานจิตใจได้ ไม่ใช่ไม่มีอารมณ์ความโศก ความเศร้า ความโกรธมี แต่มันทำอะไรใจไม่ได้ แต่ต่อไปถ้ามีปัญญาถึงขั้น อารมณ์เหล่านั้นก็เกิดขึ้นได้ยาก เพราะว่าเมื่อสูญเสียทรัพย์ก็ไม่ทุกข์ เพราะว่าไม่ได้ยึดติดถือมั่นในทรัพย์เหล่านั้นตั้งแต่แรก ความไม่ยึดติดถือมั่นในทรัพย์ ในร่างกาย ในงานการ ในคนรัก รวมทั้งหน้าตา พอสิ่งเหล่านั้นปรวนแปรไป ความทุกข์ ความเศร้าโศก ความเสียใจ ความคับแค้นใจ ความโกรธ มันก็เกิดขึ้นได้ยาก แต่ถึงแม้จะไม่มีปัญญาถึงขั้นชนิดปล่อยวางได้ แต่หากมันมีอารมณ์เศร้าโศกโกรธเคืองเกิดขึ้นมาในใจ ก็ยังมีสติเป็นด่านสุดท้ายที่จะช่วยรักษาใจไม่ให้ทุกข์ มีความโกรธเกิดขึ้นก็รู้ว่าโกรธ มีความเศร้าเกิดขึ้นก็รู้ว่าเศร้า รู้แล้ววาง ไม่แม้กระทั่งกดข่มหรือผักไส และแน่นอนก็ไม่คล้อยตามอารมณ์เหล่านั้นด้วย ไม่ปล่อยให้มันครอบงำใจ ธรรมะนี่ เฉพาะ 2 อย่างที่สำคัญ ก็ช่วยเราได้มากมาย ยังไม่ต้องพูดถึงสมาธิ ยังไม่ต้องพูดถึงอิทธิบาท 4 ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา ซึ่งถ้าหากว่าระดมกำลังเข้ามา รวมถึงสันโดษ ปัสสัทธิ ปีติ วิริยะ อุเบกขา ธัมมวิจยะ สติ เหล่านี้เป็นโพชฌงค์ 7 ที่ถ้าเราระดมเข้ามา มันก็ช่วยเรา ในเวลาเจริญ ก็ไม่เพลินกับความเจริญ หรือความสุข ไม่ปฏิเสธ แต่ก็ไม่หลง ไม่ลืมตัว ตั้งอยู่ในความไม่ประมาท และเมื่อถึงเวลาที่มันเสื่อมตามเหตุตามปัจจัย ก็ไม่ทุกข์ ด้วยเหตุนี้จึงบอกว่า แม้เราจะต้องกลับไปใช้ชีวิตทางโลก แม้เราจะมีจุดมุ่งหมายที่เป็นความสำเร็จทางโลกแต่ก็อย่าทิ้งธรรม เพราะถ้าทิ้งธรรมแล้ว ความสำเร็จที่เกิดขึ้นก็จะไม่ยั่งยืน และจะไม่ได้ทำให้เรามีความสุขอย่างแท้จริง ยังไม่ต้องพูดถึงว่า หากว่าไม่สำเร็จ หรือหากมีเหตุร้ายเกิดขึ้น เรียกว่าอนิฏฐารมณ์ แม้เกิดขึ้น ใจก็ไม่ทุกข์ เพราะเรามีสติ มีปัญญา และธรรมะอีกมากมายที่ช่วยรักษาใจเอาไว้ 

    25681011pm--ดูแลศรัทธา อย่าให้ความหลงครอบงำ

    Play Episode Listen Later Jan 24, 2026 37:07


    11 ต.ค. 68 - ดูแลศรัทธา อย่าให้ความหลงครอบงำ : การทอดกฐินเป็นงานบุญที่ชาวพุทธไทยนิยมทำกัน ถือว่าได้บุญมาก จึงจัดเป็นงานใหญ่(กว่าผ้าป่า) เพราะนอกจากเป็นงานบุญที่จำกัดเวลา (คือภายใน ๑ เดือนนับแต่ออกพรรษา) วัดหนึ่งยังทำได้แค่ครั้งเดียวในรอบปี แต่ที่ผู้คนอาจลืมไปก็คือ การทอดกฐินมีจุดมุ่งหมายส่งเสริมสามัคคีธรรมในหมู่สงฆ์ ทั้งสามัคคีที่เกิดขึ้นในระหว่างจำพรรษา (จนสามารถมีฉันทามติมอบผ้าให้แก่พระรูปหนึ่งโดยไม่มีเสียงคัดค้าน) และสามัคคีในการช่วยกันทำผ้ากฐินให้เป็นสบงหรือจีวรภายในวันนั้น ผลสืบเนื่องคือการส่งเสริมสามัคคีในหมู่ฆราวาสที่ร่วมกันทอดกฐิน ซึ่งสมัยก่อนร่วมกันปั่นด้าย ทอผ้า ตัดเย็บเป็นจีวรให้เสร็จภายในวันเดียว (เรียกว่า จุลกฐิน) แม้ทุกวันนี้ผู้คนจะให้ความสำคัญกับเงินทำบุญ ซึ่งเป็น “บริวารกฐิน” มากกว่า จีวร ซึ่งเป็น “องค์กฐิน” แต่ก็ไม่ควรลืมจุดมุ่งหมายพิเศษของบุญกฐิน คือการส่งเสริมสามัคคี ซึ่งนอกจากทำให้เกิดความสุขใจแล้ว ยังเป็นปัจจัยที่ส่งเสริมการปฏิบัติธรรมให้เจริญงอกงาม “สามัคคี” จึงมักคู่กับคำว่า “ธรรม”

    25681010pm--รู้มากกว่าหลง ใจโปร่งเบา

    Play Episode Listen Later Jan 23, 2026 28:56


    10 ต.ค. 68 - รู้มากกว่าหลง ใจโปร่งเบา : เห็นความโกรธ เห็นความทุกข์ เห็นความเครียด ซึ่งการที่จะมีสติเห็นอารมณ์เหล่านี้ได้ ต้องเกิดจากการปฏิบัติ เกิดจากการที่จิตกลับมารู้สึกตัวบ่อย ๆ รู้สึกตัวบ่อย ๆ เคยหลงไปแล้ว กลับมารู้สึกตัว ตอนที่กลับมารู้สึกตัว จะเห็นเลยว่า อารมณ์อะไรที่ทำให้เราทุกข์ ตอนนี้เรียกว่ารู้ทันอารมณ์ รู้ทันความคิด พอรู้แล้วก็จะวางได้เร็ว เพราะฉะนั้น การปฏิบัติด้วยการฝึกจิตให้มีสติ มีความรู้สึกตัว คือเรื่องสำคัญ ฉะนั้น ถ้าเรามาวัดแล้วเราไม่ได้มาปฏิบัติตรงนี้ หรือไม่เข้าใจตรงนี้ ก็เสียโอกาส แต่พอรู้แล้ว เข้าใจแล้ว ก็ต้องกลับไปปฏิบัติต่อที่บ้าน จะมาทำที่วัดอย่างเดียวไม่พอ นั่นก็คือว่า ทำอะไรก็ทำด้วยความรู้สึกตัว   ตั้งแต่ตื่นนอน เก็บที่นอน อาบน้ำถูฟัน ก็ทำด้วยความรู้สึกตัว หลักง่าย ๆ คือ ตัวอยู่ไหนใจอยู่นั่น ใจจะแวบไปไหน แวบไปที่มือถือ แวบไปที่งานการที่รออยู่ ก็ดึงกลับมา ใหม่ ๆ มันไปยาว กว่าจะกลับมาก็ช้า แต่ต่อไปจะกลับได้เร็ว นี่เป็นวิธีฝึกในชีวิตประจำวัน โดยไม่ต้องมาเจาะจงทำในคอร์ส หรือในวัด แต่ถ้าทำในคอร์สหรือในวัด แล้วทำจนจับหลักได้ ก็นำไปปฏิบัติต่อที่บ้านได้ และเราจะพบว่า ความรู้สึกตัวสำคัญอย่างไร และเราจะพบว่า ชีวิตเราแต่ละวัน เมื่อรู้มากกว่าหลง ทำให้จิตใจโปร่งเบาสบายขึ้นมาก 

    25681009pm--สร้างนิสัยใหม่ให้ชีวิต

    Play Episode Listen Later Jan 22, 2026 29:32


    9 ต.ค. 68 - สร้างนิสัยใหม่ให้ชีวิต : หลายคนยังไม่ค่อยเห็นโทษของนิสัย ที่มันครองจิตครองใจตัว โดยเฉพาะนิสัยใจลอย นิสัยที่ชอบหลง แต่ถ้าหากว่าเปลี่ยนนิสัยใหม่จะช่วยได้มาก แต่นิสัยใหม่นี้ก็ไม่ใช่ว่าจะมาแทนนิสัยเก่าได้ง่าย มีคำพูดว่านิสัยเก่าตายยาก Old habits die hard เป็นสำนวนของภาษาอังกฤษ เวลาเราจะทำความรู้สึกตัว จะทำให้มีสติอยู่กับปัจจุบัน แต่โดนความหลงกินตลอดเวลาถึง 80-90% คืออยู่ในความหลงความลืมตัว ด้วยเหตุนี้เราจึงต้องทำซ้ำ ๆ ทำบ่อย ๆ จนกระทั่งเริ่มรู้เนื้อรู้ตัว จากรู้ตัวแค่ 10-20% ก็เป็น 30-40% แล้วตอนหลังก็รู้ตัวมากกว่าหลง ต้องทำบ่อย ๆ   การปฏิบัติถึงสำคัญ เพราะว่าทำให้เราสะสมนิสัยใหม่ เหมือนกับเราจะเปลี่ยนเส้นทางน้ำ แต่ก่อนเส้นทางน้ำมันไหลแรง น้ำก็ไหลไปทางเดิม พอเราจะสร้างทางน้ำใหม่ เราขุดดินเพื่อสร้างทำน้ำใหม่ แต่น้ำก็ไม่ค่อยไหลไปสู่ทางใหม่ ยังไหลไปทางเก่าจนกระทั่งทางใหม่ที่เราขุดลึก กว้าง ทีนี้แหละน้ำก็จะไหลไปทางใหม่แล้ว แต่ตราบใดที่ทางใหม่ยังไม่ลึก ยังไม่กว้าง น้ำก็ยังคงไหลไปทางเดิม แต่ถ้าทางน้ำใหม่กว้างและลึก น้ำก็จะไหลไปทางใหม่ แล้วทางเก่าก็จะเริ่มแห้งขอด การสร้างนิสัยใหม่ก็เหมือนกัน ต้องใช้ความเพียรพยายาม ต้องใช้ความอดทน แต่ว่าก็ให้ผลที่คุ้มค่า 

    25681008pm--อย่าเพิ่งแก่ ถ้ายังไม่เป็นมิตรกับตัวเอง

    Play Episode Listen Later Jan 21, 2026 29:48


    8 ต.ค. 68 - อย่าเพิ่งแก่ ถ้ายังไม่เป็นมิตรกับตัวเอง : จะมาเอาบุญ จะมาหาความสงบ จะมาหาเพื่อนแก้เหงา ก็ดีทั้งนั้น แต่จะดียิ่งขึ้นถ้าหากว่าเรารู้วิธีที่จะอยู่กับตัวเองให้เป็นเมื่อกลับไปบ้าน ไม่มีเพื่อน เราก็อยู่ได้มีความสุข หรือแม้เวลาไปไหนมาไหนไม่ได้ อยู่บ้าน ไม่มีลูกไม่มีหลานห้อมล้อม ก็ยังมีความสุขได้ อยู่กับความรู้สึกตัว อยู่กับความสงบภายใน ถึงเวลาเจ็บป่วยนอนติดเตียง ก็ไม่ทุรนทุราย เพราะว่าดูแลความคิดจิตใจได้ อันนี้คือสิ่งจำเป็น ถ้ายังไม่ทันแก่ก็ต้องสั่งสม ฝึกปรือ ให้ตนสามารถจะเป็นมิตรกับตัวเองให้ได้ อยู่กับตัวเองให้เป็น และยิ่งแก่ยิ่งต้องฝึกเอาไว้ อย่าดูแคลน ถึงแม้ตอนนี้จะมีเพื่อนฝูงมิตรสหายเยอะ แต่วันที่เราจะอยู่คนเดียวใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ หรือมาถึงแล้วก็ได้ แต่ถ้าเราอยู่กับตัวเองเป็น เราก็จะไม่มีคำว่าเหงา ไม่มีคำว่าเคว้งคว้าง มีความอบอุ่นใจอยู่เสมอ เพราะเราเป็นมิตรกับตัวเองได้แล้ว 

    25681007pm--เป็นมิตรกับความทุกข์

    Play Episode Listen Later Jan 20, 2026 30:02


    7 ต.ค. 68 - เป็นมิตรกับความทุกข์ 

    25681006pm--ความคิดไม่ใช่เรา

    Play Episode Listen Later Dec 29, 2025 28:11


    6 ต.ค. 68 - ความคิดไม่ใช่เรา 

    25681002pm--ทำเต็มที่ ปล่อยวางผล

    Play Episode Listen Later Dec 28, 2025 27:51


    2 ต.ค. 68 - ทำเต็มที่ ปล่อยวางผล : การรู้ซื่อ ๆ จะเกิดขึ้นได้ง่าย ถ้าไม่มีความคาดหวัง แต่ถ้ามีความคาดหวังมีความอยากแล้วก็รู้ซื่อๆ ได้ยาก เพราะจะมีการตัดสินว่า คิดแบบนี้ไม่ดี ฟุ้งไม่ดี สงบนี้ดี พอมีการตัดสินแล้ว ก็มีปฏิกิริยา อะไรที่ไม่ดีก็พยายามกดข่ม หรือไม่อย่างนั้นก็บังคับจิตให้ไม่คิด ไม่ปรุงอย่างนั้น แต่พอเจออะไรที่ดีก็ปล่อยใจลอย หลงเคลิ้ม ซึ่งก็กลายเป็นอุปสรรค เพราะว่าเมื่อวานนี้ปฏิบัติได้ดีมากเลย สงบ แต่วันนี้ไม่เห็นเป็นอย่างเมื่อวานเลย เกิดการเปรียบเทียบขึ้นมา ก็เลยไม่พอใจ หงุดหงิดขึ้นมา ทำไมวันนี้ไม่เป็นอย่างเมื่อวาน นี่แสดงว่าไม่อยู่กับปัจจุบันแล้ว ยังไปหลงใหลกับผลของเมื่อวาน เป็นเพราะเราไม่รู้ทัน ว่าใจไปอยู่กับอดีตไปแล้ว ไม่ได้อยู่กับปัจจุบัน อยู่กับปัจจุบันคือวางอดีต วางอนาคต ไม่มีการเอามาเปรียบเทียบ เมื่อเราทำโดยวางความอยากหรือความคาดหวังมากเท่าไร การปฏิบัติก็จะก้าวหน้าได้มากเท่านั้น พูดง่ายๆ คือว่าให้เราทำเหตุให้เต็มที่ แต่ปล่อยวางผล ถ้าประกอบเหตุเต็มที่แล้ว ผลย่อมทนอยู่ไม่ได้ ย่อมปรากฏเองในที่สุด 

    25681001pm--ทุกข์วันนี้เพื่อสุขวันหน้า

    Play Episode Listen Later Dec 27, 2025 30:01


    1 ต.ค. 68 - ทุกข์วันนี้เพื่อสุขวันหน้า : ทุกข์กายนี่เกิดขึ้นได้แม้ใจเราไม่ยินยอม แต่ทุกข์ใจ มันอยู่ที่ใจเราด้วย หลวงพ่อกงมาท่านจึงบอกว่า ถ้าอยากพ้นทุกข์ ก็ต้องเข้าหาทุกข์ ถ้ากลัวทุกข์ ก็ไม่มีวันพ้นทุกข์ สำหรับคนที่ชีวิตเขาสบาย เขาต้องเข้าหาทุกข์ แต่บางครั้งไม่ต้องเข้าหา ทุกข์มาหาเรา ก็ให้มองว่าทุกข์เป็นของดี เพราะฉะนั้นถ้าอยากจะพ้นทุกข์ ก็ต้องเข้าหาทุกข์ อย่างที่หลวงพ่อกงมาว่า ถ้ากลัวทุกข์ ก็ไม่พ้นทุกข์ ถามเราว่าเรากลัวทุกข์ไหม เราพยายามหนีทุกข์ไหม แล้วพอเราเจอทุกข์ เราบ่นโวยวายตีโพยตีพายไหม ทุกข์ในที่นี้หมายถึงสิ่งที่เราไม่ชอบ สิ่งที่เราไม่พอใจ เวลาเจอสิ่งเหล่านี้ ในแง่ดีคือ ก็ดีนะ ไม่ต้องเข้าหา ไม่ต้องไปหา มันมาหาเราเอง มาเพื่อให้เราได้เรียนรู้   ถ้าเราบ่นโวยวายตีโพยตีพาย เพราะคิดว่าฉันน่าจะสบายกว่านี้ เราก็จะเจอความลำบากในวันหน้า แต่ถ้าทุกข์ในวันนี้ ก็มีโอกาสที่จะสบายในวันหน้าได้ ไม่ใช่เพราะวันหน้าราบรื่น แต่เพราะเรามีวิชาที่จะรับมือกับความทุกข์ที่จะถาโถมมาในวันหน้าได้ 

    25680930pm--ใช้ความสุขทำความดี

    Play Episode Listen Later Dec 26, 2025 28:33


    30 ก.ย. 68 - ใช้ความสุขทำความดี : คนเราก็เหมือนกัน แม้ไม่ใช่พระ ชีวิตทางธรรมของเราก็เจริญงอกงามได้ถ้าเรามีความสุขเป็นตัวหล่อเลี้ยง เพราะไม่เช่นนั้นก็ทำให้อยากจะไปหาสิ่งเสพ อยากจะไปหาเงิน อยากจะไปหาวัตถุมาปรนเปรอ ทำให้ความเป็นพระบกพร่อง ทำให้ความเป็นนักปฏิบัติธรรมหรือผู้ปฏิบัติธรรมมันย่อหย่อนหรือว่ามัวหมอง เรามีความสุขแล้ว เราไม่ได้นิ่งเฉย เราก็นำความสุขมาใช้ในการปฏิบัติธรรม ทำความเพียร ทางโลกใช้ความสุขทำกำไร แต่ว่าทางธรรมใช้ความสุขเพื่อทำความดี แล้วก็ฝึกจิตจนเข้าถึงความสุขที่ประณีต อย่างที่พระพุทธเจ้าตรัสว่า จิตที่ฝึกไว้ดีแล้วย่อมนำสุขมาให้ แต่จะฝึกจิตให้ดี ก็ต้องมีตัวมีความสุขเป็นตัวหล่อเลี้ยง จนกระทั่งได้พบความสุขที่ประณีตยิ่ง ๆ ขึ้นไป   ฉะนั้นถ้าเราอยากจะให้ชีวิตของเรา ชีวิตทางธรรม หรือชีวิตพรหมจรรย์ของเราเจริญยั่งยืน ก็ต้องทำให้ความสุขเกิดขึ้นในใจเรา ซึ่งไม่ใช่ความสุขจากสิ่งเสพ เป็นความสุขจากชีวิตที่เรียบง่าย เป็นความสุขจากการที่ได้เจริญสติ ทำสมาธิ แล้วความสุขนั้นจะเป็นตัวหล่อเลี้ยงขับเคลื่อนให้เราทำความดี ทำให้เข้าถึงความจริง จนกระทั่งพ้นจากความทุกข์ในที่สุด 

    25680928pm--เปลี่ยนจากรู้สึกมาเป็นรู้

    Play Episode Listen Later Dec 25, 2025 30:18


    28 ก.ย. 68 - เปลี่ยนจากรู้สึกมาเป็นรู้ : การพัฒนาตัวรู้ขึ้นมา ในแง่หนึ่งช่วยทำให้เราไม่ต้องผ่านความเจ็บปวดเสียก่อน ไม่ต้องรอให้เจ็บปวดเสียก่อนถึงค่อยมาขยับเข้าหาธรรม เรารู้ก่อนที่จะปวด เหมือนกับม้าตัวแรกที่รู้ก่อนที่จะเจออะไรอีกมากมาย และถ้ารู้ถึงจุดหนึ่ง เวลาเจอความเจ็บความปวดที่ไม่ปรารถนา ก็เอาอยู่ ความรู้ ถ้ารู้แบบรู้ตัว หรือรู้สัจธรรมความจริงได้มากพอ ปวดก็ปวดไปแต่ไม่มีผู้ปวด เห็นความปวดแต่ไม่มีผู้ปวด อันนี้เป็นสิ่งที่เราควรจะพัฒนาไปให้ได้ แต่ในระหว่างนั้น ถ้ายังพัฒนาไปไม่ถึง อย่างน้อยก็เห็นคุณค่าของความปวดความทุกข์ว่ามีประโยชน์ เพราะว่าเราส่วนใหญ่ก็เป็นม้าประเภทที่ 2, 3, และ 4 ที่ว่าต้องเจอความปวดเสียก่อน ถึงจะขยับ เหมือนกับตัวอย่างที่เล่าเรื่องที่เนปาล บังคลาเทศ ที่ทำให้ต้องเกิดความรู้สึกก่อนถึงจะตื่นตัวขึ้นมา มันก็มีประโยชน์ แต่ว่าก็อย่าไปหยุดตรงนั้น ต้องพัฒนาจากความรู้สึกปวด เป็นความรู้สึกเฉย ๆ เป็นความรู้ตัวขึ้นมา แล้วความรู้นี้เองที่จะไปรับมือความเจ็บความปวดได้ในวันข้างหน้า 

    25680927pm--เจออะไรก็ไม่ลืมตัว

    Play Episode Listen Later Dec 24, 2025 28:33


    27 ก.ย. 68 - เจออะไรก็ไม่ลืมตัว : ฝึกในชีวิตประจำวัน เวลาทำอะไร กินข้าว หรือว่าเวลาทำงาน ได้ยินได้ฟังเรื่องอะไรก่อนหน้านั้นที่ทำให้เกิดความไม่พอใจ เกิดความโกรธ เกิดความเสียใจ หรือเกิดความตื่นตระหนก ก็รู้จักวางลงบ้าง กลับมาอยู่กับสิ่งที่เรากำลังทำในเวลานั้น บางทีกำลังกินข้าวอยู่ นึกเป็นห่วงงาน ก็รู้จักวางงานลงบ้าง เพราะไม่เช่นนั้นใจนึกถึงงาน เลยลืมไปเลยว่ากำลังกินอะไร หรือบางทีนึกถึงงาน จนลืมลูก กำลังคุยกับลูก กำลังฟังลูก ลูกมีปัญหาชีวิต มีปัญหาในโรงเรียน แต่พ่อหรือแม่นี่ใจกลับหมกมุ่นครุ่นคิดกับงาน จนไม่ได้เปิดใจฟังลูก ไม่ได้รับรู้ถึงความรู้สึกของลูก ลูกก็รู้สึกว่าพ่อแม่ไม่ได้ฟังเขาเลย ก็กลายเป็นว่าการทำงานหน้าที่ของพ่อแม่ที่พึงมีต่อลูก เสียไปเพราะว่าไม่มีสติ   หลายคนถามว่าสติทำงานอย่างไร สติคืออะไร ก็ตอบง่าย ๆ สติคือ การระลึกรู้ ทำให้ไม่ลืมหน้าที่ที่ควรทำ หรือหน้าที่ที่กำลังทำอยู่ แล้วก็ไม่ลืมตน รวมทั้งไม่ลืมสัจธรรมความจริงที่จะต้องเกิดขึ้นกับชีวิตของตน ไม่ช้าก็เร็ว ไม่วันใดก็วันหนึ่ง

    25680926pm--ชีวิตทีต้องตระเตรียม และต้องฝึกฝนตนอยู่เสมอ

    Play Episode Listen Later Dec 23, 2025 27:12


    26 ก.ย. 68 - ชีวิตทีต้องตระเตรียม และต้องฝึกฝนตนอยู่เสมอ : เวลามาวัดถ้าเราคาดหวังความสบาย หวังความสงบ นี่ถือว่าประมาทแล้ว ชาวพุทธเราต้องเป็นผู้ใฝ่ฝึกฝน ใฝ่พัฒนาตน แล้วยิ่งถือว่าความไม่ประมาทเป็นสิ่งสำคัญ ถือว่าการตระเตรียมการฝึกฝนเป็นเรื่องสำคัญ เราจะฝึกฝนจากอะไร เราก็ฝึกฝนจากของจริง สิ่งที่มากระทบใจ สิ่งที่มากระทบตา หู จมูก ลิ้น กาย อนิฏฐารมณ์ รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสที่ไม่น่าพอใจ แทนที่จะปล่อยใจให้เป็นทุกข์กับมัน ก็สามารถยกจิตให้เหนือความทุกข์ได้​ ถ้าเรามองแบบนี้ ไม่ว่าอะไรเกิดขึ้นกับชีวิตของเราในแต่ละวัน ๆ ก็ถือเป็นของดี เราได้มีโอกาสฝึกฝน เราได้มีโอกาสซักซ้อม จุดหมายสำคัญคือการรักษาใจให้สงบได้ไม่ว่ามีอะไรจะเกิดขึ้นกับเรา อันนี้เป็นสิ่งที่เราควรตั้งจุดมุ่งเอาไว้   เวลามาวัด เวลามาปฏิบัติธรรม หรือว่าเวลาใช้ชีวิต เจอความราบรื่น เจอความสบาย เจอความสงบ อันนี้ก็ดีแล้ว แต่ให้รู้ว่าทั้งหมดนี้เป็นของไม่เที่ยง ไม่ช้าก็เร็วก็ต้องเจอกับสิ่งที่เสียดแทงใจ สิ่งที่ทำความไม่สบายกายไม่สบายใจ อย่างที่เราสวดทุกวัน ประสบกับสิ่งไม่เป็นที่รัก พลัดพรากจากสิ่งเป็นที่รัก ถ้าเจอแล้วใจจะเป็นปกติได้อย่างไร ต้องคิดด้วย ซึ่งจะทำอย่างนั้นได้ ต้องฝึกต้องซ้อมจากของจริงก่อนที่จะไปเจอสิ่งที่หนักหนาสาหัส ถ้าเราแสวงหาแต่สิ่งที่สบายสิ่งที่ถูกใจ อันนี้แสดงว่าเรากำลังประมาทแล้ว เพราะว่าสิ่งเหล่านี้ทำให้เราตายใจ นิ่งนอนใจ แล้วก็ละเลยในการทำความเพียรได้ 

    25680924pm--อัศจรรย์พบได้ในปัจจุบัน

    Play Episode Listen Later Dec 22, 2025 28:42


    24 ก.ย. 68 - อัศจรรย์พบได้ในปัจจุบัน : เคยพาคนเดินรอบสระตอนเช้าๆ ระยะทางก็ไม่ยาวเท่าไหร่ ประมาณครึ่งชั่วโมงก็รอบสระแล้ว พอเดินเสร็จ ก็ถามเขาว่า ได้ยินเสียงจิ้งหรีดร้องไหม หลายคนบอกว่าไม่ได้ยิน เขาสงสัยว่ามีด้วยหรือ ที่จริงมี จิ้งหรีดร้องตามจุดต่างๆ รอบสระ แต่ทำไมเดินผ่านจุดนั้นไม่ได้ยิน เพราะใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ใจตอนนั้นลอย คิดโน่นคิดนี่ พอคิดโน่นคิดนี่ใจก็ไม่ว่าง ใจไม่ว่างก็เหมือนกับน้ำในแก้วที่เต็ม เติมน้ำใส่ลงไปก็ล้นออกหมด ใจที่ปิดรับเสียงนกร้อง เสียงจิ้งหรีด ก็เพราะว่ามันเต็มไปด้วยความคิด แล้วที่เต็มไปด้วยความคิดเพราะว่าตอนนั้นใจไม่ได้อยู่กับปัจจุบัน ใจอยู่กับอนาคตบ้าง อยู่กับอดีตบ้าง แต่ถ้าเกิดว่าเราเอาใจอยู่กับปัจจุบัน อยู่กับเนื้อกับตัว ไม่ใช่แค่รู้ใน คือรู้กายรู้ใจเท่านั้น ยังรู้นอกด้วย นกร้อง จิ้งหรีดร้องก็ได้ยิน แต่ว่าไม่ได้พะวง   บางคนส่งจิตออกนอก พอได้ยินเสียงนกร้อง นึกว่านกอะไรน่ะที่ร้อง นกกระเต็นหรือเปล่า คงอพยพกันมา หรือบางทีก็นึกถึงเหตุการณ์ในอดีตที่เคยได้ยินเสียงนกร้องขณะที่อยู่ในสวน เดินเล่นกับแฟนซึ่งตอนนี้เลิกกันเรียบร้อยแล้ว เกิดความอาลัยอาวรณ์ เพราะเสียงนกร้องเตือนให้ระลึกถึงความหลังวันวานอันหวานชื่น ก็ยาวไปเลย อันนั้นก็ไม่ใช่ เพราะถ้าหากว่าอยู่กับปัจจุบัน มีสติ มีความรู้สึกตัว ได้ยินเสียงนกร้อง แต่ไม่ปรุงแต่ง ไม่ไหลไปอดีต ไม่ลอยไปอนาคต ไม่จมอยู่ในอารมณ์ แล้วพอใจเปิดรับ พร้อมจะเปิดรับสิ่งต่างๆ ก็จะเห็นสิ่งสวยงามได้ 

    25680923pm--อย่าเผลอให้ความคิดทำร้ายใจเรา

    Play Episode Listen Later Dec 21, 2025 29:48


    23 ก.ย. 68 - อย่าเผลอให้ความคิดทำร้ายใจเรา : ถ้าเราศึกษากาลามสูตร จะพบว่าท่านสอนให้ไม่เชื่อความคิด แม้บางอย่างจะดูแล้วมีเหตุมีผล อย่าเชื่อเพียงเพราะมันสมเหตุสมผล อย่าเชื่อเพียงเพราะการอนุมาน อนุมานก็เป็นเรื่องของความคิด อย่าเชื่อเพราะสอดคล้องกับตรรกะ ถึงแม้ว่าถูกต้องตามตรรกะ หรือมีเหตุมีผล ก็อย่าเพิ่งไปเชื่อ เพราะว่าความจริงอาจจะไม่เป็นอย่างนั้น เพราะฉะนั้นถ้าเราไม่ผลีผลามด่วนสรุป หลงเชื่อตามความคิด หรือหลงเชื่ออะไรก็ตามที่มันสอดคล้องกับความคิดของเรา เราก็ถูกหลอกได้ยาก ซึ่งบางครั้งมันก็ทำให้เราเป็นทุกข์ เสียเงินเสียทอง หรือบางทีก็หน้าแตกก็มี การมีสติ ช่วยให้เรารู้จักทักท้วงความคิด และรู้จักเลือกใช้ความคิดที่มีประโยชน์ เป็นกุศล แล้วก็ช่วยทำให้เราสามารถจะเป็นนายความคิดได้ ไม่ใช่ว่าปล่อยให้ความคิดมาเป็นนายเรา จนพาชีวิตจิตใจของเราเข้ารกเข้าพง 

    25680922pm--ในเสียมีได้

    Play Episode Listen Later Dec 20, 2025 29:10


    22 ก.ย. 68 - ในเสียมีได้ : ถ้าเกิดถูกปล้นจนไม่เหลืออะไรเลย ก็ยังเรียกว่าเท่าทุนได้ ที่จริงยังได้กำไร เพราะว่าในหัวเราก็ยังมีความคิด มีสติปัญญา มีความรู้ ซึ่งเมื่อเทียบกับตอนที่เราเกิดมา เราไม่มีอะไรในหัวเลย อย่าว่าแต่ไม่มีเสื้อผ้าเลย แม้กระทั่งความรู้ ประสบการณ์ รวมทั้งเครือข่ายผู้คนที่รู้จัก ไม่มีเลย แต่ว่าพอเราโตขึ้น แม้เราจะไม่เหลืออะไรเลย อย่างน้อยเราก็มีความรู้ มีสติปัญญาอยู่ในหัว มีเครือข่ายความสัมพันธ์คนรู้จัก ถูกไฟไหม้จนทรัพย์สมบัติไม่เหลือ ก็ยังสามารถฟื้นตัวได้ อาศัยเครือข่ายญาติพี่น้อง เครือข่ายเพื่อนฝูง ทำมาหากิน ก็สามารถจะตั้งเนื้อตั้งตัวได้ ฉะนั้นเรามองแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เมื่อเราสูญเสียไปมากมาย อย่างน้อยเราก็เท่าทุน แต่ถ้าเราฉลาดอีกหน่อย เราก็พบว่าเราได้ ได้เรียนรู้ ได้สติปัญญา ได้เรียนรู้สัจธรรม   ถ้ามีปัญญา มันมีแต่ได้ไม่มีเสีย หรือถึงไม่ได้ ยังมองไม่เห็นว่าได้อะไร อย่างน้อยก็เท่าทุน ให้เราคิดแบบนี้บ้าง เพราะว่าชีวิตเราต้องเจอกับความสูญเสีย ไม่ใช่ว่าได้อย่างเดียวแล้วก็เสียด้วย ถ้าเรามองเห็นว่าที่เสียไป แต่เราก็ได้อะไรหลายอย่างกลับมา หรือถึงมองไม่เห็นว่าได้อะไร อย่างน้อยก็เท่าทุนเพราะว่าก่อนหน้านั้นเราไม่มีอะไรเลยเหมือนกัน 

    25680920pm--ออกจากทุกข์เพราะวางใจถูก

    Play Episode Listen Later Dec 19, 2025 28:33


    20 ก.ย. 68 - ออกจากทุกข์เพราะวางใจถูก : ถ้าดีกว่านั้นก็คือมีปัญญา เห็น เข้าใจ ความจริงของชีวิต เข้าใจสัจธรรม เข้าใจว่า สังขารเป็นทุกข์ ไม่น่ายึดถือ ยึดถือเมื่อไหร่ก็เป็นทุกข์เมื่อนั้น หรือเห็นไปถึงขั้นว่า ไม่มีเรา ที่ทุกข์นี่ไม่ใช่เรา เป็นกายที่ทุกข์ ไม่มีเราทุกข์ ไม่มีเราป่วย ใครเขาด่า แม้เสียงด่ากระทบหู ก็ไม่ทุกข์ เพราะไม่มีตัวกูไปรับ เพราะว่าไม่มีความยึดติดถือมั่นในตัวกู ไม่มีตัวกูที่จะทุกข์เพราะคำด่า แบบนี้เรียกว่า ต้องเห็นสัจธรรม แต่จะทำกันได้ ต้องมีปัญญา ซึ่งคนส่วนใหญ่ก็ทำอย่างนั้นไม่ได้ แต่ตัวอย่างที่พูดมา ทำได้ ปุถุชนคนทั่วไป ขอเพียงแค่มีสติ แล้วรู้จักคิด เรียกว่าคิดนอกกรอบก็ได้ หรือว่าคิดออกจากความเคยชิน เพราะถ้าอยู่กับความเคยชิน ก็ไปกังวลอยู่กับอนาคต ไม่สามารถจะพาจิตกลับมาอยู่กับปัจจุบัน และเห็นสิ่งดี ๆ ที่มีอยู่ได้ หรือไม่เช่นนั้นก็คิดตัดพ้อชะตากรรม ว่าทำไมแม่ต้องมาดูแลลูก ทำไมลูกไม่เป็นฝ่ายดูแลแม่ อันนี้เป็นการมองตามกระแส   แต่พอมองหลุดออกจากกระแส หลุดจากกรอบ ก็รู้สึกว่า โชคดีที่เราป่วย แทนที่จะเป็นแม่ป่วย ลูกป่วยดีแล้ว จะเป็นแบบนี้ได้ต้องมองออกมานอกกรอบ แล้วจะออกมานอกกรอบอย่างนี้ได้ต้องอาศัยสติช่วย ไม่อย่างนั้นก็จะจมอยู่กับกระแสความคิด หรือความเคยชินเดิม ๆ ซึ่งก็มีแต่ซ้ำเติมเพิ่มทุกข์มากขึ้น 

    25680919pm--รู้กายรู้ใจได้ทุกที่

    Play Episode Listen Later Dec 18, 2025 28:08


    19 ก.ย. 68 - รู้กายรู้ใจได้ทุกที่ : รู้กายเคลื่อนไหวเมื่อทำกิจ เห็นใจคิดนึกเมื่อเจอผัสสะ หรือเมื่อเจอนั่นเจอนี่ คนเราทั้งวันก็ทำแค่ 2 อย่าง ถ้าไม่ทำนั่นทำนี่ ก็เจอนั่นเจอนี่ แต่ถ้าหากว่าเราจับหลักได้ว่า ไม่ว่าทำอะไรก็รู้กายเคลื่อนไหว หรือเจออะไรก็ตาม เช่น มีการกระทบ แล้วเกิดความคิด อารมณ์ขึ้นมา ก็รู้ทันความคิดและอารมณ์นั้น รู้กายเคลื่อนไหวเมื่อทำกิจ รู้ใจคิดนึกเมื่อเจอผัสสะ ถ้าทำได้ 2 อย่างนี้ ก็เรียกว่าปฏิบัติได้ทั้งวันแล้ว เพราะว่ามีแต่ทำกับเจอ เท่านั้นแหละตลอดเวลาที่เราตื่นมา การปฏิบัติหากว่า เราก่อรูปสร้างนิสัยขึ้นมาจากการที่มาปฏิบัติที่นี่ได้จะเป็นทุนสำหรับการนำไปทำต่อที่บ้าน ที่ทำงาน หรือถึงแม้จะไม่ได้อะไรอย่างที่หวังที่นี่ แต่ว่าถ้าไปทำต่อ สิ่งที่คาดหวังเอาไว้ย่อมประสบพบเห็นแน่ เพราะว่าเป็นสิ่งที่ต้องใช้เวลา แต่เวลาจะไม่มีความหมาย จะช้าหรือเร็วก็แล้วแต่ ไม่สำคัญเท่ากับว่าได้ทำต่อเนื่อง ไม่ปล่อยเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์ 

    25680918pm--ปัญหาอยู่ตรงไหน ธรรมอยู่ตรงนั้น

    Play Episode Listen Later Dec 17, 2025 29:40


    18 ก.ย. 68 - ปัญหาอยู่ตรงไหน ธรรมอยู่ตรงนั้น : เวลามีปัญหาในการปฏิบัติธรรม ลองมองดูให้ดี อย่าเพิ่งหงุดหงิด อย่าเพิ่งโวยวาย เราก็จะเห็นธรรมที่เกิดขึ้น​ แต่เราจะเห็นได้ชัด ถ้าเรามีสติ เพราะสติทำให้เห็นธรรม ไม่ใช่เข้าไปเป็นผู้ทุกข์ หรือพูดอีกอย่างหนึ่งคือ เห็นทุกข์ แต่ไม่เป็นผู้ทุกข์ เห็นความเศร้า เห็นความโศก เห็นความโกรธ แต่ไม่เป็นผู้เศร้า ไม่เป็นผู้โกรธ ไม่เป็นผู้โศก แม้กระทั่งเห็นความปวด แต่ไม่เข้าไปเป็นผู้ปวด พอเราเห็นความโกรธ เห็นความโศก เห็นความเศร้า เราก็จะเห็นธรรมชาติของมันว่า เป็นไปตามกฎไตรลักษณ์ และต่อไปก็จะเห็นตัวการที่อยู่เบื้องหลัง ความโกรธ ความโศก ความเศร้า เรียกว่าอุปาทาน อุปาทานคือ ความยึดมั่นถือมั่น ยึดมั่นถือมั่นว่าเป็นกู เป็นของกู ยึดมั่นในตัวกู ของกู หรือความสำคัญมั่นหมายว่านี่กูนะ ที่มีอยู่ รวม ๆ มี 3 ตัว ก็คือ ตัวกู ของกู แล้วก็นี่กูนะ แต่แค่ 2 ตัว ถ้ารู้ทันก็พอเพียงแล้ว ตัวกู ของกู หรือที่เรียกว่าอหังการ มมังการ   ต้องมีสติถึงจะเห็น เห็นทะลุความโกรธ เห็นทะลุความโศก เห็นทะลุความเศร้า ว่ามีตัวการชักใยอยู่เบื้องหลัง ซึ่งบางทีเราก็เรียกว่ากิเลส หรือจะเรียกว่าความหลงก็ได้ หลงคือไม่เข้าใจความจริง ไม่เข้าใจว่ามันไม่เที่ยง ไม่เข้าใจว่ามันเป็นทุกข์ ไม่เข้าใจว่ามันไม่ใช่ตัวตน ก็คือไปหลงยึดว่ามันเที่ยง หลงยึดว่ามันเป็นสุข หลงยึดว่ามันเป็นเรา ของเรา 

    25680917pm--รู้กายเมื่อไหร่ ก็รู้ตัวเมื่อนั้น

    Play Episode Listen Later Dec 16, 2025 28:28


    17 ก.ย. 68 - รู้กายเมื่อไหร่ ก็รู้ตัวเมื่อนั้น : ใจเรามีความสามารถในการเชื่อมโยงสองสิ่งเข้าด้วยกัน เช่น เชื่อมโยงระหว่างกลิ่นกับรสของอาหาร หรือบางทีเสียงอย่างหมา ถ้าได้กินอาหารทุกครั้งที่มีเสียงกระดิ่ง พอมีเสียงกระดิ่งดัง มันก็จะน้ำลายไหล ทั้งที่ไม่มีอาหารมารออยู่ข้างหน้า เพราะพอได้ยินเสียงกระดิ่ง มันก็นึกถึงอาหารขึ้นมา ก็เลยน้ำลายไหล เพราะว่าอาหารทำให้มันนึกถึงรสชาติที่อร่อย จิตเราก็เหมือนกัน พอเราปฏิบัติบ่อย ๆ จะเกิดความเชื่อมโยงระหว่างการเคลื่อนไหวทางกาย หรือความรู้สึกทางกาย เข้ากับความรู้สึกตัว พอรู้สึกว่ากายเคลื่อนไหวเมื่อไหร่ จะรู้สึกตัวเมื่อนั้นเลย นี่เป็นตัวช่วยทำให้เราสามารถจะมีความรู้สึกตัวในชีวิตประจำวันได้หากเราได้ปฏิบัติเยอะ ๆ ทั้งในรูปแบบและในชีวิตประจำวัน อันนี้เป็นอานิสงส์ที่ต่อไปเราก็จะเห็นชัดขึ้นเรื่อยๆ 

    25680916pm--พบมิตรที่ใจ

    Play Episode Listen Later Dec 15, 2025 29:24


    16 ก.ย. 68 - พบมิตรที่ใจ : ความสามารถในการยอมรับสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้น เป็นคุณสมบัติหรือทักษะที่ประเสริฐมาก ที่จะช่วยลดความทุกข์ของเราได้เยอะ แล้วเราจะพบว่าความทุกข์ของเรา โดยเฉพาะความทุกข์ใจ ล้วนแล้วแต่เป็นอาการที่ยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้ เสียงไม่ได้ทำให้เราทุกข์ แต่ใจที่ปฏิเสธผลักไสต่อเสียงนั้นทำให้เราทุกข์ เช่นเดียวกัน ความฟุ้งไม่ได้ทำให้เราทุกข์ แต่ใจที่ปฏิเสธผลักไสไม่ยอมรับ ทำให้เราทุกข์ ถ้าเราเรียนรู้ รู้แบบรู้ซื่อ ๆ รู้ด้วยใจที่เป็นกลาง เราจะได้เรียนรู้จากความฟุ้ง แทนที่จะมีความทุกข์เกิดขึ้น นี่คือทักษะที่สำคัญ แม้เราจะไม่ได้ความสงบอย่างที่คาดหวัง แต่เราจะได้ของดีอย่างที่เราคิดไม่ถึง 

    25680915pm--รู้ตัวได้ไว ใจก็หายทุกข์

    Play Episode Listen Later Dec 14, 2025 28:53


    15 ก.ย. 68 - รู้ตัวได้ไว ใจก็หายทุกข์ : ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการใช้ชีวิต การทำการงาน สัมมาสติมีประโยชน์มาก มีประโยชน์ถึงขั้นที่จะพาเราพ้นทุกข์ได้ เพราะช่วยทำให้เกิดปัญญา รู้แจ้งเห็นจริงในสิ่งที่เรียกว่าโลกุตรธรรม และสามารถที่จะทำให้จิต ยกจิตอยู่เหนือความยึดติดถือมั่น ซึ่งเป็นธรรมดาโลกได้ ก็ให้เราเข้าใจว่า สติที่เรากำลังฝึกนี้คืออะไร และจะเกิดขึ้นได้อย่างไร ถ้าเราปฏิบัติถูก เราก็จะไม่วิตกกังวลกับความคิดที่เกิดขึ้นเยอะ เพราะหน้าที่ของเราก็แค่ดูมันเฉย ๆ ไม่ใช่ไปบังคับให้มันมีน้อยลง จะมีมากหรือน้อยไม่สำคัญ อยู่ที่ว่ารู้ทันหรือเห็นมันแบบรู้ซื่อ ๆ หรือเปล่า อันนี้คือสิ่งสำคัญที่จะช่วยทำให้สัมมาสติของเราเจริญก้าวหน้า 

    25680914pm--ฝึกใจให้แค่รู้

    Play Episode Listen Later Dec 13, 2025 28:39


    14 ก.ย. 68 - ฝึกใจให้แค่รู้ : ความรู้สึกตัวก็เหมือนกัน ก็อยู่กับเรา แต่เราอาจจะไม่ค่อยสังเกต แต่จะตระหนักรู้หรือสังเกตชัด ก็ต่อเมื่อมีความหลง แล้วกลับมารู้ตัว ที่จริงแล้วความหลงก็เป็นตัวฝึกสติ ให้รู้ทันได้เร็วได้ไว​ เพราะฉะนั้น สิ่งที่จะต้องทำความเข้าใจก็คือว่า การฝึกตนหรือการปฏิบัติธรรม ตอนนี้ไม่ใช่เรื่องของการให้ ใจดีมีเมตตา หรือการกดข่ม การหักห้ามใจ เราทำอย่างนั้นมาเยอะแล้ว เราลองมาฝึกการเห็นการรู้ แต่ก่อนที่จะไปรู้ความคิด รู้อารมณ์ ต้องมารู้กายก่อน รู้กายไม่ใช่เห็นว่ามือกำลังขยับ เท้ากำลังเขยื้อน ไม่ใช่ใช้ตาเนื้อ แต่ใช้ตาใน ก็คือสติ เราจะสังเกตว่า บ่อยครั้งเราเดินเราไม่ค่อยรู้กาย เพราะตอนนั้นใจลอย ยกมือสร้างจังหวะแต่ไม่ค่อยรู้สึกว่ามือยก เพราะว่าใจลอย ใจไปรับรู้เรื่องราวที่เป็นอดีต หรือกำลังครุ่นคิดกับอนาคต ก็เลยไม่รับรู้กาย   เดินก็มีแต่กายที่เดิน แต่ว่าไม่รู้สึกว่ากายเดิน จนกว่าจิตจะกลับมารู้เนื้อรู้ตัว หรือกลับมาอยู่กับเนื้อกับตัว พอจิตกลับมาอยู่กับเนื้อกับตัว ก็รู้เนื้อรู้ตัว รู้ว่ามือเคลื่อนไหว เท้าเขยื้อนขยับ ฉะนั้นให้เรามีสติรู้กายไปก่อน ต่อไปก็จะรู้ใจ รู้ทันความคิด รู้ทันอารมณ์ ทั้งหมดนี้ต้องอาศัยการที่เรายอมให้อะไรต่างๆ เกิดขึ้นกับกายและใจโดยที่ไม่ผลักไส ไม่ไปควบคุม เราควบคุมใจมามากแล้ว เราลองมาดูใจและเห็นมันอย่างที่มันเป็น โดยที่ไม่ไปแทรกแซง 

    25680913pm--จิตพัฒนาเพราะรู้จักหาตัวช่วย

    Play Episode Listen Later Dec 12, 2025 28:22


    13 ก.ย. 68 - จิตพัฒนาเพราะรู้จักหาตัวช่วย : รู้จักหาประโยชน์จากคำต่อว่า ก็เอาคำต่อว่าเป็นตัวช่วย ช่วยเราได้หลายอย่าง มาช่วยฝึกขันติของเราก็ได้ มาช่วยให้เราเห็นความโกรธที่เกิดขึ้นก็ได้ เพราะคนส่วนใหญ่เป็นปุถุชนพอเจอคำต่อว่าก็เกิดความโกรธ แต่ความโกรธเป็นแบบฝึกหัด เป็นโจทย์ให้กับนักปฏิบัติว่าเราจะรับมือได้อย่างไร แล้วที่จริงความโกรธก็สอนให้เราเห็น อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ได้ด้วย สอนให้เห็นไตรลักษณ์ได้ไม่น้อยไปกว่าความดีใจ ความยินดี หรือความสุข เพราะฉะนั้นนักปฏิบัติต้องรู้จักหาตัวช่วย อย่าไปรอตัวช่วยเวลาอยู่วัด เวลามาเข้าคอร์ส ออกไปข้างนอกก็มีตัวช่วยมีเยอะแยะ แม้กระทั่งคนในบ้านที่เคยทำให้เราหงุดหงิดหัวเสีย จนกระทั่งต้องหนีมาอยู่วัด แต่พอเราเข้าใจธรรมะระดับหนึ่ง มีสติเริ่มจะแก่กล้าขึ้น เราก็กลับไปเพื่อที่จะรับมือกับสิ่งที่กระทบต่าง ๆ โดยรู้จักหาตัวช่วยมาให้กับการเจริญสติเพื่อรู้ทัน พออินทรีย์แก่กล้า สิ่งกระทบนั้นจะเป็นตัวช่วยชั้นดี ช่วยขัดเกลากิเลส ช่วยลดละความยึดติดถือมั่น ทำให้เห็นอุปาทาน   เพราะทุกครั้งที่เราโกรธ เป็นเพราะความยึดติดถือมั่นเรียกว่าอุปาทาน อาจจะเป็นยึดติดถือมั่นในทรัพย์สมบัติเรียกว่ากามุปาทาน ยึดติดถือมั่นในความคิดความเห็นของเราว่าความคิดของเราถูกเรียกว่าทิฏฐุปาทาน หรือยึดติดถือมั่นในตัวกูคืออัตตวาทุปาทาน หรือยึดติดถือมั่นในวิธีการว่าต้องแบบนี้ ๆ ยึดติดในรูปแบบ ต้องยกมือแบบนี้เรียกว่าสีลัพพตุปาทาน   พวกนี้เวลาตราบใดที่ยังฝังอยู่ในใจ ก็พร้อมจะกระตุ้นทำให้เกิดความโกรธ ทำให้เกิดความไม่พอใจ แล้วถ้าเรารู้จักพิจารณาความโกรธ ความไม่พอใจ แม้กระทั่งความทุกข์ เราจะเห็นอุปาทานที่คอยชักใยซ่อนอยู่เบื้องหลัง สุดท้ายเราก็จะเห็นผู้ร้าย ผู้ร้ายตัวจริง แท้จริงคือตัวชักใยให้เกิดความทุกข์ 

    25680912pm--สติจำเป็นต่อชีวิตอย่างไร

    Play Episode Listen Later Dec 11, 2025 32:23


    12 ก.ย. 68 - สติจำเป็นต่อชีวิตอย่างไร : การที่ใจเราจะหลงไปบ้าง หรือหลงไปบ่อยๆ เพราะเราไม่มีการบังคับจิตไม่ให้อยู่กับที่ แต่เราปล่อยให้มันไป ไปทีไรมันก็หลงทุกที หลงเข้าไปในความคิด หลงเข้าไปในอารมณ์ หลงเข้าไปในอดีต หลงเข้าไปในอนาคต แต่พอเราฝึกสติ เราก็ฝึกวิธีที่จะให้จิตกลับมา กลับมาอยู่กับเนื้อกับตัว ก็รู้สึกตัว กลับมารู้สึกตัวบ่อยๆ สติเราก็จะไวขึ้น ต่อไปเวลามีอะไรมากระทบทางตา ทางหู ทางจมูก ทางลิ้น ทางกาย หรือแม้แต่ทางใจ เกิดอาการสั่นไหวใจกระเพื่อม เกิดอารมณ์ตามมา เช่น ความโศกความเศร้า ความโกรธ เราก็จะรู้ทัน เห็นมันได้เร็ว แล้วเราจะรู้วิธีว่า ทำยังไงถึงจะเห็นโดยไม่เข้าไปเป็น   เมื่อเรารู้วิธีที่จะเห็นโดยไม่เข้าไปเป็น เราก็จะพบว่าความสงบเกิดขึ้นได้แม้ไม่บังคับจิต ความสงบเกิดขึ้นกับใจได้แม้เปิดตาเห็นรูป หูได้ยินเสียง เป็นความสงบที่เกิดจากการรู้ ไม่ใช่ความสงบที่ตัดการรับรู้ หรือการปิดตา หรือการปิดโทรศัพท์มือถือ หรือว่าปิดประตูหน้าต่าง ตัดการรับรู้โลกภายนอก ซึ่งทำให้เราสงบได้ชั่วคราว   ความสงบที่สำคัญก็คือ สงบแม้จะรับรู้ รับรู้คือรับรู้ทางตา รับรู้ทางหู หรือแม้กระทั่งใจเกิดเผลอคิดนึกอะไรไป หรือเมื่อเกิดอารมณ์ขึ้นมาจากการกระทบ ไม่ว่าจะเพราะมีสิ่งล่อเร้าเย้ายวนให้เกิดความยินดี หรือยั่วยุให้เกิดความโกรธ อารมณ์เหล่านี้ก็ทำให้ใจหวั่นไหวกระเพื่อมไม่ได้เลย   เป็นความสงบเพราะรู้ รู้เพราะว่ามีสติ รู้ทันความคิด รู้ทันอารมณ์ เห็นโดยไม่เข้าไปเป็น เป็นความสงบที่เกิดจากความรู้สึกตัว เพราะเราจะรู้สึกตัวได้ เราต้องวาง ต้องวางอดีต วางอนาคต แล้วพอเรารู้สึกตัวได้ การวางก็จะเกิดขึ้นได้ง่าย และไม่ว่าเราจะวางก่อนรู้สึกตัว หรือวางหลังจากรู้สึกตัว สิ่งที่เกิดขึ้นคือความโปร่งความเบา ซึ่งเราก็เรียกอีกอย่างว่าความสงบ 

    25680911pm--ยอมรับความจริงได้ ใจคลายทุกข์

    Play Episode Listen Later Dec 10, 2025 27:44


    11 ก.ย. 68 - ยอมรับความจริงได้ ใจคลายทุกข์ : บางครั้งความคาดหวังก็ทำร้ายเรา สิ่งที่ทำให้คนเรายอมรับความทุกข์ที่เกิดขึ้นไม่ได้ ก็เพราะเรามีความคาดหวังที่ตรงข้าม คาดหวังว่าจะอายุยืน คาดหวังจะไม่เจ็บไม่ป่วย พอความจริงสวนทางกับความคาดหวัง ทุกข์เลย และทำให้ยอมรับความจริงไม่ได้ หลายคนไม่ค่อยตระหนัก ความคาดหวังสามารถทำร้ายเราได้ แม้ความคาดหวังจะไม่ได้เกินเลยไปสักเท่าไหร่ แต่ถ้ามันสวนทางกับความจริงแล้ว ก็สามารถทำร้ายเรา แต่คนไม่ค่อยตระหนัก อย่างที่เราสวดทุกเช้ามีประโยคหนึ่ง ปรารถนาสิ่งใดไม่ได้สิ่งนั้น นั่นก็เป็นทุกข์ ไม่ได้นี่ไม่เป็นไร แต่ที่ทำให้ทุกข์เพราะว่าปรารถนาแล้วไม่ได้ การที่เราไม่ได้ ไม่ทำให้เราทุกข์ แต่ตัวที่ทำให้ทุกข์ คือความปรารถนาหรือความคาดหวัง 

    Claim Luangpor Paisal Visalo's Podcast (หลวงพ่อไพศาล วิสาโล)

    In order to claim this podcast we'll send an email to with a verification link. Simply click the link and you will be able to edit tags, request a refresh, and other features to take control of your podcast page!

    Claim Cancel