Luangpor Paisal Visalo's Podcast (หลวงพ่อไพศาล วิสาโล)

Follow Luangpor Paisal Visalo's Podcast (หลวงพ่อไพศาล วิสาโล)
Share on
Copy link to clipboard

เสียงบรรยายธรรมของหลวงพ่อไพศาล วิสาโล เจ้าอาวาสวัดป่าสุคะโต จ.ชัยภูมิ (จัดทำโดยลูกศิษย์)

watpasukato


    • Aug 2, 2026 LATEST EPISODE
    • weekdays NEW EPISODES
    • 29m AVG DURATION
    • 1,358 EPISODES


    Search for episodes from Luangpor Paisal Visalo's Podcast (หลวงพ่อไพศาล วิสาโล) with a specific topic:

    Latest episodes from Luangpor Paisal Visalo's Podcast (หลวงพ่อไพศาล วิสาโล)

    25690614pm--ฝึกใจให้ยอมรับความจริง

    Play Episode Listen Later Aug 2, 2026 31:28


    14 มิ.ย. 69 - ฝึกใจให้ยอมรับความจริง : ถ้าเกิดว่ายอมรับความทุกข์ทางใจ หรือยอมรับว่าการภาวนาของเรามันยังไม่มากพอ หรือยอมรับว่า เออ เรายังปฏิบัติไม่มากพอ มันก็ทำให้ความทุกข์ใจเบาบางลง หรือมิฉะนั้นก็ยอมรับว่า เออ มันเป็นเช่นนั้นเองแต่ว่าเป็นเพราะคาดหวังกับสิ่งที่ควรจะเป็น ก็คือว่าอุตส่าห์ภาวนามาหลายสิบปี มันน่าจะมาใช้มาช่วยให้ใจสงบได้ แม้กายจะป่วยก็ตาม อันนี้คือสิ่งที่ควรจะเป็น แต่ความเป็นจริงคือว่าเจริญสติก็แล้ว ทำสมาธิก็แล้ว ทำกรรมฐานก็แล้ว ใจมันก็ยังโวยวาย ตีโพยตีพาย ถ้ายอมรับสิ่งนี้ได้ ความทุกข์มันก็ลดลง แต่ว่าความทุกข์มันกลับเพิ่มขึ้นมาเพราะว่าไม่ยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้น ที่ไม่ยอมรับเพราะว่ามันสวนทางกับความคาดหวัง แล้วทำไมความจริงมันไม่เกิดขึ้นตามที่คาดหวัง อันนี้ก็มีเหตุปัจจัยมากมาย แล้วกับดักของผู้คนมากมายที่มีความเพียรพยายาม ก็คือความคาดหวังสิ่งที่ควรจะเป็น แต่ไม่ค่อยเรียนรู้ที่จะยอมรับความจริงที่ไม่ตรงกับความคาดหวัง

    25690605pm--ทำดีอย่าหวังผล

    Play Episode Listen Later Jul 28, 2026 30:04


    5 มิ.ย. 69 - ทำดีอย่าหวังผล : ปัญหาของนักปฏิบัติธรรมจำนวนมากคือ ทำแล้วไม่เกิดผลอย่างที่คาดหวัง หลายคนมักจะถามว่าทำแล้วไม่เห็นได้อะไรเลย อันนี้แสดงว่าเวลาทำ วางใจไม่ถูก ไปยึดติดถือมั่นกับผล พอไม่ได้ผลอย่างที่ต้องการก็หงุดหงิดไม่พอใจหรือท้อถอย เวลาทำก็ทำให้ดีที่สุด แต่อย่าไปยึดมั่นในผล ปล่อยวางผลได้ยิ่งดี อย่างที่ภาษิตจีนบอกว่า ความพยายามเป็นของมนุษย์ ความสำเร็จอยู่ที่ฟ้า อันนี้เป็นภาษิตที่ดีมาก ถ้าพูดแบบพุทธก็คือว่าทำความเพียรให้เต็มที่ ส่วนผลมันเป็นเรื่องของเหตุปัจจัย ตถตา อะไรดีก็ทำ แต่ถ้ามันไม่ประสบผลก็ไม่ทุกข์  อย่างหลวงพ่อเขียนท่านช่วยชาวบ้าน แต่ว่าไม่ประสบความสำเร็จ ท่านก็ไม่ท้อไม่ทุกข์ ใครมาถามว่างานที่หลวงพ่อทำ ช่วยชาวบ้านสำเร็จแค่ไหน ท่านบอกงานล้มเหลว แต่ตัวหลวงพ่อไม่ล้มเหลว หมายความว่าแม้งานจะไม่ประสบความสำเร็จ แต่ว่าใจไม่ได้ทุกข์อะไร ยังมีกำลังใจในการทำความดีเหมือนเดิม นี่เป็นการปฏิบัติธรรมที่สำคัญ ทำโดยไม่ยึดติดถือมั่นในผล หรือว่าทำโดยไม่สนใจผลว่ามันจะเป็นยังไง แต่ขอให้ทำด้วยจิตที่ปรารถนาดี และใช้สติปัญญาอย่างเต็มที่ เมื่อทำเต็มที่ด้วยวิริยะ ด้วยสติ ด้วยปัญญา แล้วผลจะเป็นยังไงก็เป็นเรื่องเหตุปัจจัย ที่ไม่อยู่ในอำนาจของเราจะควบคุมได้ บางอย่างก็ออกมาดีเกินคาด อย่างเรื่องของโจ แต่บางอย่างมันก็ไปคนละทิศคนละทาง หรือบางอย่างก็เกิดผลตรงข้าม มันก็เป็นเช่นนั้นเอง หรืออนัตตา คือไม่ได้อยู่ในอำนาจของเรา 

    25690604pm--เข้าถึงสุขเพราะเข้าใจทุกข์

    Play Episode Listen Later Jul 27, 2026 30:04


    4 มิ.ย. 69 - เข้าถึงสุขเพราะเข้าใจทุกข์ : สุขที่ผู้คนพูดถึงและก็หลงใหลเป็นสุขที่เกิดจากการเสพ เกิดจากการเร้าจิตกระตุ้นกาย ซึ่งล้วนแต่ไม่เที่ยงและไม่สมบูรณ์พร้อม หรือว่าร้อน แต่ถ้าสุขที่เกิดจากการลดการละ ที่เกิดจากการถอนความหลงไปได้ เป็นสุขที่ประเสริฐ แต่จะมาพบสุขแบบนี้ได้ ต้องเข้าใจเรื่องความทุกข์และเกี่ยวข้องกับความทุกข์ให้เป็น จนกระทั่งเข้าถึงสมุทัย และถอนสมุทัยออกไปจากใจได้   พูดง่ายๆ คือว่าที่พุทธศาสนาไม่ได้พูดถึงสุขแต่พูดถึงทุกข์ก่อน เพราะว่าทุกข์นั้นแหละจะเป็นประตูสู่ความสุข นิโรธซึ่งเป็นสุขอันประเสริฐ เป็นอริยสัจข้อที่ 3 ซึ่งจะเข้าถึงได้ก็ต้องผ่านอริยสัจข้อแรกก่อน คือทุกข์ ทุกข์เป็นสิ่งที่ควรรู้ นิโรธเป็นสิ่งที่ควรเข้าถึงหรือว่าทำให้แจ้ง  ที่จริงพุทธศาสนาพูดเรื่องความสุข แต่ว่าสุขคนละแบบ แตกต่างจากสุขที่คนเข้าใจ เป็นสุขที่ประเสริฐกว่า พุทธศาสนาจึงไม่ใช่เป็นพวกทุกข์นิยม เพราะว่าพูดถึงความสุขไว้เยอะ สุขอื่นยิ่งกว่าความสงบไม่มี นิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง แต่ว่าวิธีเข้าถึงเกิดจากการที่เข้าใจเรื่องทุกข์ เช่น เห็นว่าทุกข์เกิดจากความยึดติด การแบกถือของหนักเป็นความทุกข์ในโลก การสลัดของหนักทิ้งลงเสียเป็นความสุข จะสลัดทิ้งของหนักลงได้ต้องเข้าใจเรื่องทุกข์ให้ดี และเข้าใจว่าเป็นเพราะความหลงที่ไปแบก ทำให้จิตไปแบกของหนักเอาไว้  ที่คนหนุ่มสาวเขาตั้งคำถาม ทำไมพุทธศาสนาไม่พูดถึงสุข ทำไมพูดแต่ถึงทุกข์ ที่เขาตั้งคำถามก็ถูกแล้ว ถูกในแง่ที่ชวนให้เราคิดต่อว่าทำไมพุทธศาสนาจึงพูดถึงทุกข์มากกว่าสุข แต่ไม่ได้แปลว่าไม่ได้พูดถึงสุข แต่พูดทีหลัง เพราะเหตุผลอย่างที่ว่ามา เพราะฉะนั้นเวลาเราเจอเด็กรุ่นใหม่ถาม ก็อย่าไปโกรธเด็กว่าท้าทาย ถ้าเราเข้าใจและอธิบายให้ถูกต้อง เด็กเขาก็จะเข้าใจว่าทำไมพุทธศาสนาพูดถึงทุกข์มากกว่าสุข แต่ปัญหาคือผู้ใหญ่บางทีไม่รู้ ตอบไม่ได้ บางทีเด็กถามก็เลยโมโห ก็ทำให้พลาดโอกาสในการที่จะชี้แจงให้เด็กเข้าใจ 

    25690603pm--รู้ทันอัตตา

    Play Episode Listen Later Jul 26, 2026 29:21


    3 มิ.ย. 69 - รู้ทันอัตตา : ผู้ปฏิบัติธรรมนี่ต้องสามารถจะรู้ทันกิเลสอัตตาได้ มันก็ธรรมดาที่เราจะไม่พอใจคนที่มาบอกว่าเราลืมรูดซิป หรือว่าเราทำอะไรที่ไม่ถูกต้อง แต่ว่าถ้าเรารู้ทันเพราะมีสติ แทนที่เราจะว่าเขา เราก็ขอบคุณเขา เหมือนกับบางที่เราพูดอะไรผิดพลาดก็มีคนทวงติง แม้ว่าจะต่อหน้าธารกำนัล มันธรรมดามากที่จะรู้สึกเสียหน้า แล้วก็จะเกิดไม่พอใจคนที่ท้วงติง แต่นั่นเป็นปฏิกิริยาของคนที่ไม่มีสติ เป็นคนที่ไม่ได้ฝึกตน ถ้าฝึกตนแล้วก็จะไม่ทำอย่างนั้น แม้จะรู้สึกเสียหน้า จะรู้สึกโกรธ แต่ก็รู้ทันความโกรธ แล้วก็กลับมองว่าที่เขาพูดมานี่มันถูก เราต้องขอบคุณเขา อันนี้เป็นนิสัยของผู้ใฝ่ธรรม ที่ฝึกฝนตนจนไม่ปล่อยให้อัตตาหรือมานะครองใจหรือว่าเป็นใหญ่ ก็ไม่ใช่ง่าย เพราะว่าอัตตามีกำลังมาก แม้กระทั่งคนที่เป็นอัลไซเมอร์ คนที่ป่วย คนที่เป็นโรคจิต อะไรต่างๆ แย่หมดแล้ว แต่กำลังของอัตตานี่มันก็ยังไม่ได้ลดถอยลงไปเลย กลับรุนแรงมากขึ้น ฉะนั้นถ้าเราไม่ฝึกตนเอาไว้ เราก็สามารถจะสร้างปัญหาให้กับคนอื่นได้ เพราะว่าปล่อยให้อัตตาครองใจ เราก็ต้องฝึกเอาไว้ อันนี้เป็นวิสัยของผู้ใฝ่ธรรม

    25690602pm--งานขโมยความสุขจากเราไม่ได้

    Play Episode Listen Later Jul 25, 2026 29:35


    2 มิ.ย. 69 - งานขโมยความสุขจากเราไม่ได้ : การเจริญสติ ถ้าเรามองว่าเป็นการปฏิบัติธรรม มันก็เป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับการทำงาน โดยเฉพาะการทำงานทางโลก ถ้าเรามองว่าการปฏิบัติธรรมเป็นเรื่องของธรรมะ มันก็เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการใช้ชีวิตทางโลก  เดี๋ยวนี้เราทำงานใช้ชีวิตทางโลก เราไม่สนใจการฝึกจิต ไม่สนใจการเจริญสติ ก็เลยอยู่ในโลกอย่างรุ่มร้อน แม้กระทั่งวันหยุดก็ไม่มีความสุข เพราะว่าคอยแต่พะวงว่าจะมีงานเข้ามาไหม บางคนเลยไม่กล้าที่จะมีความสุขในวันหยุด เพราะเดี๋ยวกลัวว่าความสุขนั้นมันจะพังทลายเมื่อมีงานเข้ามาอันนี้ก็เรียกว่าไม่รู้จักปฏิบัติกับความสุขอย่างถูกต้อง ก็คือว่าเมื่อมีความสุขก็อย่าละเลย แต่ก็อย่าไปหมกมุ่นสยบมัวเมากับมัน เพราะไม่ว่าสุขอย่างไรก็ไม่เที่ยง 

    25690601pm--สุขเพราะเป็นมิตรกับตัวเอง

    Play Episode Listen Later Jul 24, 2026 31:03


    1 มิ.ย. 69 - สุขเพราะเป็นมิตรกับตัวเอง : ความสุขที่ประณีตกว่านั้นคือ ความสุขที่เกิดจากความสงบ ยิ่งสงบเท่าไหร่ก็ยิ่งพบสุขภายใน อย่างที่พระพุทธเจ้าตรัสว่า สุขอื่นยิ่งกว่าความสงบไม่มี สงบที่ว่านี้ไม่ใช่สงบจากเสียงดังนะ อันนั้นมันเป็นเรื่องหยาบ  สงบจากความคิด และ สงบจากกิเลส จะทำให้เข้าถึงความสุขที่ช่วยหล่อเลี้ยงใจให้ไม่ต้องไปดิ้นรนที่ไหน อยู่คนเดียวก็มีความสุข เหมือนที่พระพุทธเจ้าสามารถที่จะนั่งนิ่ง ๆ คนเดียวได้ 7 วัน หรือนานกว่านั้นก็ได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่พระเจ้าพิมพิสารทำไม่ได้แล้วก็ยอมแพ้  เวลาเราจะพิจารณาว่าเรามีความก้าวหน้าในการปฏิบัติแค่ไหน ก็ลองดูนะว่าเราสามารถจะอยู่นิ่ง ๆ คนเดียวในห้องได้ไหม ถ้าเราทำได้ ก็แสดงว่า เออ เราเป็นมิตรกับตัวเองได้แล้ว หรือว่าเรามีใจเป็นมิตร มีจิตเป็นเพื่อนได้ 

    25690531pm--ประโยชน์ที่ควรได้จากพุทธศาสนา

    Play Episode Listen Later Jul 19, 2026 39:31


    31 พ.ค. 69 - ประโยชน์ที่ควรได้จากพุทธศาสนา : ธรรมมีประโยชน์อย่างไร ธรรมะมีประโยชน์ก็ตรงที่ทำให้เราได้เข้าใจสัจธรรมความจริงจนกระทั่งไม่ยึดติดถือมั่นในสิ่งที่มี มีเท่าไหร่ก็ไม่ได้ยึดมั่นว่ามันจะอยู่กับเราไปตลอด เข้าใจสัจธรรมความจริงว่า เมื่อเกิดมาแล้ว ก็ต้องมีแก่ มีเจ็บ มีความพลัดพรากสูญเสีย และมีความตาย เมื่อรู้เช่นนี้แล้ว ก็จะไม่ยึดติดถือมั่นในสิ่งที่มี และพร้อมที่จะปล่อยวางได้ อันนี้แหละคือหน้าที่ของธรรมะ หรือการเข้าใจสัจธรรมความจริง และฝึกใจจนกระทั่งเห็นความจริงที่ว่า แล้วนี่คือสาระสำคัญของวันวิสาขบูชา พระพุทธเจ้าประสูติแล้วก็ยังต้องปรินิพพาน แต่ว่าพระองค์ค้นพบทางออกจากทุกข์เพราะทรงตรัสรู้ รู้แจ้งในพระสัมมาสัมโพธิญาณ พวกเราซึ่งถือเป็นชาวพุทธ นับถือพระพุทธเจ้าเป็นพระบรมศาสดา ในวันเช่นนี้ ก็ขอให้เราระลึกถึงว่าพระพุทธเจ้าทรงค้นพบอะไร อะไรคือความจริงที่ทรงค้นพบ และให้เราถือเป็นหน้าที่ที่เราจะบำเพ็ญเพียรเพื่อเข้าถึงสัจธรรมความจริง

    25690530pm--อย่าคิดว่าเอาอยู่ถ้ายังไม่เจอเอง

    Play Episode Listen Later Jul 18, 2026 30:32


    30 พ.ค. 69 - อย่าคิดว่าเอาอยู่ถ้ายังไม่เจอเอง : อย่าไปคิดว่าสติที่มีอยู่มันจะเอาอยู่ เพราะว่าถ้ายังไม่เคยเจอของจริง ก็อาจจะยังไม่รู้ว่าอารมณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็น emotion หรือ mood นี่มันรุนแรงแค่ไหน  แต่ถ้าเราเจียมเนื้อเจียมตัว ไม่ประมาท พยายามฝึกอยู่เสมอ สติเพิ่มพูน อันนี้ก็ช่วยทำให้ เมื่อถึงเวลา มันก็จะพาเราไม่ให้ถลำจมไปในความทุกข์ได้ แม้ว่าจะเกิดเหตุร้ายกับร่างกาย กับทรัพย์สิน กับการงาน หรือกับคนรักของเรา แต่ว่าใจก็ไม่ได้ถูกฉุดให้ย่ำแย่ตามไปด้วย

    25690528pm--อย่าหลงใหลสุขวันนี้ จนละเลยสุขวันหน้า

    Play Episode Listen Later Jul 17, 2026 31:05


    28 พ.ค. 69 - อย่าหลงใหลสุขวันนี้ จนละเลยสุขวันหน้า : แต่เวลาคนเรามองอะไร เราใช้ความรู้สึกกันเสียเยอะ เราก็เลยรู้สึกว่าสุขในวันนี้นี่ต้องคว้าไว้ก่อน ถึงแม้มันจะทำให้ทุกข์ในวันหน้า อะไรเป็นทุกข์ในวันนี้ก็ขอให้เลี่ยงก่อน เพราะว่ามันน่ากลัวกว่าทุกข์ในวันหน้า  เราต้องรู้เท่าทันกิเลส แล้วก็เลือกที่จะยอมทุกข์ในวันนี้ ถ้าหากว่ามันจะทำให้สุขหรือสบายในวันหน้า อะไรก็ตามที่มันเป็นความสุขในวันนี้ ถ้ามันทำให้ทุกข์ในวันหน้าก็ควรจะเลี่ยง ใช้เหตุ ใช้ผล ใช้สติให้มาก ๆ ไม่งั้นเราก็จะพาชีวิตไปในทางตกต่ำย่ำแย่ได้

    25690527pm--ประโยชน์และข้อจำกัดของพุทธทาส

    Play Episode Listen Later Jul 16, 2026 31:45


    27 พ.ค. 69 - ประโยชน์และข้อจำกัดของพุทธทาส : ความทุกข์ ไม่ใช่ว่าจะแก้ทุกข์ได้ด้วยการที่รู้ข้อมูลเยอะ ข้อมูลยังเป็นความรู้ชั้นสอง จนกว่าจะนำมาปฏิบัติให้เกิดผล ฝึกฝนตนจนกิเลสเบาบาง อุปาทานความยึดมั่นถือมั่นลดน้อยถอยลง ความทุกข์ถึงจะบรรเทาเบาบางไปได้ ไม่ใช่แค่รู้ รู้หมดแล้วความทุกข์จะหมดไปด้วย ไม่ใช่รู้มันอยู่ในหัว แต่ถ้าไม่ปฏิบัติก็ยังมีความทุกข์อยู่  ธรรมะจึงไม่ใช่เป็นเรื่องของข้อมูลที่ AI จะป้อนให้ มันต้องเกิดจากการนำเอาความรู้มาปฏิบัติ เพราะฉะนั้นแม้จะมีพุทธทาส AI แต่ว่าการปฏิบัติธรรมก็ยังสำคัญอยู่ เหมือนกับมีแผนที่แล้วไม่ใช่ว่าจะถึงที่หมาย พระพุทธเจ้าก็ตรัสว่า ท่านเป็นเพียงผู้ชี้ทาง ส่วนเราเป็นคนเดิน AI อาจจะเป็นแค่ผู้ชี้ทางหรือให้สูตรอาหาร แต่คนเดินและคนทำอาหารก็คือเรา ถ้าไม่เดิน ถ้าไม่ทำอาหาร ไม่ปรุงอาหาร แล้วไม่กิน ไม่ป้อนเข้าปากก็ไม่หายหิว ไม่หายทุกข์ 

    25690522pm--ควรปฎิบัติอย่างไรต่อทุกข์และสุข

    Play Episode Listen Later Jul 15, 2026 29:28


    22 พ.ค. 69 - ควรปฎิบัติอย่างไรต่อทุกข์และสุข : มีความทุกข์ก็พยายามหาทางออกจากทุกข์ และก็ต้องสามารถใคร่ครวญจนเห็นว่า ความทุกข์ก้อนใหญ่เกิดจากใจที่วางไว้ผิด ใจที่เกิดความยึดความติด ตรงนี้แหละคือสมุทัย ไม่ว่าจะเป็นความอยาก หรือว่าความโกรธ ก็เป็นอยาก 2 แบบ อยากได้กับอยากผลักออกไป นี่คือตัวสมุทัยที่ต้องรู้จัก จัดการกับมัน ระหว่างที่ยังจัดการมันไม่ได้ มันยังมีอยู่ เวลาเจอความทุกข์ อย่างน้อยก็รักษาใจไม่ให้ทุกข์ เช่น ความเจ็บความป่วย ความสูญเสีย และถ้าให้ดีก็ต้องรู้จักหาประโยชน์จากมันให้ได้ หาประโยชน์จากความเจ็บป่วย หาประโยชน์จากความสูญเสีย หาประโยชน์ยังไง ก็มองว่าสอนธรรมให้กับเรา ซึ่งช่วยทำให้เราไม่เพลินยึด ไม่เพลินติด เพราะว่าความทุกข์ เมื่อสาวถึงที่สุด ก็เกิดจากความยึดติดถือมั่น ที่เรียกว่าอุปาทาน  อุปาทานในทรัพย์ ในสิ่งที่ให้ความสุขทางกาย เช่น กามสุข เรียกว่ากามุปาทาน ความยึดติดในอัตตาตัวตน หรืออัตตวาทุปาทาน ความยึดติดในความคิด คิดว่าถูก มั่นใจว่าถูก อันนี้ก็ทิฏฐุปาทาน ความยึดติดในวิธีการว่าวิธีนี้ดี วิธีนี้ประเสริฐ ก็เรียกว่าสีลัพพัตตุปาทาน อุปาทานพวกนี้คือเหตุแห่งทุกข์ที่แท้จริง ทางที่จะออกจากทุกข์ได้คือละวาง คลายความยึดติดถือมั่น อันนี้คือสิ่งที่เราสามารถจะเรียนรู้ได้จากทุกข์ เรียกว่าหาประโยชน์จากทุกข์ เพราะว่าทุกข์ไม่ใช่แค่ทำให้เกิดทุกขเวทนาอย่างเดียว มันสามารถจะเป็นปัจจัยให้เกิดปัญญาได้ด้วย  และถ้าทำได้ครบทั้ง 4 ประการ ก็เรียกว่าเป็นชาวพุทธ หรือผู้ใฝ่ธรรมที่เข้าใจคำสอนของพระพุทธเจ้า และช่วยทำให้ชีวิตเรามีความสงบเย็นเป็นปกติได้ แม้จะต้องเจอความผันผวนปรวนแปร เจอความแก่ ความเจ็บความป่วย ความพลัดพราก เจอคำต่อว่าด่าทอ เจอความไม่ถูกต้องของโลกภายนอก แต่ว่าในใจก็มีความสงบสันติได้ 

    25690521pm--ปฎิบัติให้ถึงแก่นธรรม

    Play Episode Listen Later Jul 14, 2026 30:17


    21 พ.ค. 69 - ปฎิบัติให้ถึงแก่นธรรม : ถ้าเกิดว่าเราเป็นชาวพุทธ เราก็ต้องพยายามเข้าถึงหัวใจของพุทธธรรมให้ได้ อย่าไปติดที่ความเป็นชาวพุทธ อย่างท่านโกเอ็นก้าท่านไม่ได้เรียกว่าตัวเองเป็นชาวพุทธเลย ท่านกลับมองว่าท่านเป็นผู้ใฝ่ธรรม แล้วมีใช้คำว่า ธัมมิโก หรือ ธรรมจารี เพราะท่านเห็นว่าความเป็นชาวพุทธจะกลายเป็นกรอบที่ทำให้เกิดการแบ่งแยกกัน และชาวพุทธจำนวนมากก็เป็นอย่างนั้น พอไปติดกับยี่ห้อแล้ว มันก็จะเกิดความรู้สึกแบ่งฝักแบ่งฝ่าย เวลาเจอคนที่นับถือศาสนาอื่นก็เกิดความรู้สึกว่าเป็นคนละพวกกัน ทั้งที่ก็เป็นมนุษย์เหมือนกัน และทั้ง ๆ ที่ก็อาจจะเข้าถึงธรรมเหมือนกันก็ได้  แต่พอเราไปติดที่รูปแบบ แล้วเราไม่สนใจที่จะเข้าถึงแก่นแท้ แก่นธรรม ความรู้สึกร่วมในฐานะที่เป็นมนุษย์ หรือว่าผู้ที่เข้าถึงศาสนธรรมก็เกิดขึ้นได้ยาก ก็เลยเกิดความรู้สึกเป็นฝักเป็นฝ่าย  เดี๋ยวนี้เราติดกัน ติดที่ยี่ห้อมาก ไม่ว่าจะเป็นศาสนา ภาษา สีผิว สถาบัน ฉะนั้นถ้าคนเราไม่สามารถเข้าถึงแก่นแท้หรือแก่นธรรมได้ การที่จะหลุดพ้นจากกรอบหรือยี่ห้อมันก็ยาก ก็ยังติดอยู่กับรูปแบบซึ่งก็ทำให้เกิดการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายกัน เกิดความแตกแยกระหว่างศาสนา แล้วก็ระหว่างเชื้อชาติ อย่างที่เป็นกันอยู่ทุกวันนี้ 

    25690520pm--สุขไม่น่ารัก ทุกข์ไม่ควรเกลียด

    Play Episode Listen Later Jul 13, 2026 31:29


    20 พ.ค. 69 - สุขไม่น่ารัก ทุกข์ไม่ควรเกลียด : มีคนพูดไว้ดีนะ บอกว่าความสุขเหมือนกับหญิงสาวที่เราชอบ เรานี่หมายถึงผู้ชายนะ เราชอบเขา แต่เขาไม่ชอบเรา เขาพยายามหนีเรา ยิ่งรักเท่าไหร่ ยิ่งชอบเขาเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งหนีห่างจากเรามากเท่านั้น ส่วนความทุกข์เหมือนกับคนที่เราไม่ชอบ แต่เขาชอบเรา ไม่ว่าเราพยายามหนีห่างอย่างไร เขาก็พยายามตามตื๊อเราอยู่นั่นแหละ ก็เป็นการเทียบที่ดีนะ  แต่ว่าสิ่งที่ควรทำคือ แม้สุขก็แค่รู้ ไม่รัก แล้วก็ไม่ถึงกับหลง ไม่ถึงกับติด แม้เจอทุกข์ก็ไม่เกลียด ก็แค่ยอมรับ รู้ซื่อๆ สุขก็รู้ ทุกข์ก็รู้ ไม่หลงใหลในสิ่งที่ทำให้มีความสุข หรือไม่หลงใหลยึดติดในสุขนั้น ส่วนทุกข์ก็ไม่ปฏิเสธไม่ผลักไส แม้จะไม่แสวงหา แต่ถ้ามันมาก็แค่ยอมรับ แล้วก็รู้ซื่อๆ ไม่เกลียด ไม่กลัว ไม่โกรธ ไม่ผลักไส เพราะยิ่งผลักไสก็ยิ่งทำให้มันมีอำนาจเหนือเรา  จะทำอย่างนี้ได้ต้องมีสติและปัญญา มีสติคือรู้ว่าพอเจอสุขแล้ว เริ่มจะติดเริ่มจะหลง ก็แค่ถอยออกมา วางระยะ แค่รู้ซื่อๆ เจอทุกข์ แม้ใจจะเกลียดไม่ชอบ แต่ก็เห็นความเกลียด ความรู้สึกลบ ก็ดูมันเฉยๆ ถ้ามันเกิดขึ้นก็ยอมรับมัน ไม่โวยวาย ไม่ตีโพยตีพาย ไม่ตีอกชกหัว  ถ้าให้ดีก็เห็นธรรมะจากสิ่งที่เกิดขึ้น เอามาใช้เป็นประโยชน์ อันนี้เราต้องมีสติ ถ้ามีปัญญาก็จะเห็นเลยว่า ไม่ว่ารักอะไร ในที่สุดถ้ามันหลงก็นำไปสู่ความยึดติด และเมื่อยึดติดแล้ว ก็เตรียมทุกข์ได้เลยเพราะไม่มีอะไรที่ยึดมั่นถือมั่นหรือหลงใหลยึดติดได้ ถ้ามีปัญญา จะเห็นว่าการที่ปฏิเสธผลักไสอะไรก็ตาม ก็คือการให้อำนาจกับสิ่งนั้นเหนือใจของเรา ทำให้ใจไม่เป็นอิสระ ถ้ามีปัญญา อย่างน้อยก็ยังมีสติที่จะรู้ซื่อๆ เมื่อมีสุขก็รู้ว่าสุข แต่ไม่หลง ไม่ติดในสุข เมื่อมีทุกข์ก็รู้ว่าทุกข์ แต่ว่าไม่ผลักไส ไม่ไล่ส่ง ก็ทำให้ใจเกิดความปกติ เกิดความสงบเย็นได้ 

    25690519pm--สติที่ควรมี

    Play Episode Listen Later Jul 12, 2026 32:07


    19 พ.ค. 69 - สติที่ควรมี : ใหม่ๆ ก็มีสติอยู่กับกายที่กำลังทำนั่นทำนี่ เรียกว่ารู้กาย แต่ต่อไปพอรู้กายบ่อยๆ เวลาใจเผลอคิดนึก มันก็จะรู้เห็นทันใจที่คิดนึก พอรู้ทันแล้ว ใจที่เคยหลงไปกับความคิดก็กลับมาอยู่กับกาย อยู่กับสิ่งที่ทำ ก็เกิดความรู้เนื้อรู้ตัวขึ้น นี่เรียกว่าเกิดการกลับมา จิตมันไปอยู่แล้ว มันชอบเที่ยว แต่ถ้ามีสติดีก็จะกลับมา กลับมาบ่อยๆ ตอนจะกลับก็รู้ทันความคิด เรียกว่าดูกายเห็นจิต ดูกายก็เห็นจิต แต่ดู ไม่ใช่จ้อง แต่ว่าเอาใจมาอยู่กับกาย มารับรู้ดูกายที่เคลื่อนไหว แต่ถ้ามันเผลอคิดไป ก็เห็นความคิด เห็นอาการของจิต แต่ก็ไม่จมกับอาการ ก็กลับมา  ระหว่างที่เห็นความคิดเห็นอารมณ์ เห็นไปๆ มันก็จะเริ่มเห็นธรรมชาติของความคิดและอารมณ์ คือไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และที่สำคัญคือไม่ใช่เรา อันนี้เรียกว่าเห็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา เห็นธรรมจากการที่สังเกต ความคิดและอารมณ์ที่เกิดขึ้น ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ซ้ำแล้วซ้ำเล่า อันนี้เขาเรียกว่า ดูกายเห็นจิต ดูคิดเห็นธรรม แต่ความหมายมันต้องอธิบาย เพราะไม่อย่างนั้นจะไปเข้าใจว่า ไปจ้องดูกายเดี๋ยวก็จะเห็นจิต อันนั้นไม่ใช่ แต่ถ้ามีสติรู้กาย พอมีความคิดเกิดขึ้น หรือมีอาการของจิตปรากฏ เช่น การกระเพื่อมไหว ก็จะรู้ รู้แล้วกลับมา กลับมาที่กาย  การที่รู้บ่อยๆ รู้จิต รู้อารมณ์บ่อยๆ ก็ทำให้เห็นสัจธรรม อันนี้เขาก็เลยสรุปว่า ดูคิดเห็นธรรม แต่ไม่ใช่ไปจ้องเอา มันเห็นเอง เห็นเพราะเห็นบ่อยๆ ธรรมคืออนิจจัง ทุกขัง อนัตตานั่นแหละ ถ้าเราเข้าใจงานหรือหน้าที่ของสัมมาสติ เราก็จะรู้ว่าทำไมต้องฝึกบ่อยๆ ต้องทำซ้ำๆ แล้วเรารู้ว่าทำไปเพื่ออะไร การทำก็จะถูกต้อง ก่อให้เกิดผลที่ต้องการได้ 

    25690517pm--ปรับตัวเข้าหาธรรม

    Play Episode Listen Later Jul 7, 2026 33:23


    17 พ.ค. 69 - ปรับตัวเข้าหาธรรม : เวลาเรามีชีวิตที่สะดวกสบาย ก็เตือนใจไว้ว่ามันเป็นความสะดวกสบายชั่วคราว มันไม่ใช่เป็นสาระที่แท้ของชีวิต พยายามกลับมาอยู่พอใจกับชีวิตที่เรียบง่าย ไม่เอาความสุขไปผูกติดอยู่กับการเสพ แต่เอาความสุขไปผูกติดอยู่กับความสงบเย็นในใจ ถ้าใจเราพบความสงบมันก็มีความสุข การที่จะไปพึ่งพาความสุขจากสิ่งเสพมันก็จะน้อยลง และที่ชีวิตพระมันเป็นชีวิตที่ไม่สะดวกสบายมาก ก็เพราะต้องการที่จะน้อมนำผู้คนให้มาแสวงหาความสุขจากสมาธิภาวนา เพราะถ้ายังติดอยู่กับความสุขจากสิ่งเสพ มันก็ไม่อยากจะไปหาความสุขจากสมาธิภาวนา แต่พอไม่มีความสุขจากสิ่งเสพ มันก็ทำให้ต้องดิ้นรนหาความสุขจากสมาธิภาวนา แล้วนั่นแหละคือประโยชน์ที่จะได้รับจากการมาบวชพระ หรือการมาอยู่วัด ถ้าไม่สามารถเข้าถึงความสุขจากสมาธิภาวนา หรือความสุขจากจิตใจได้ มันก็ต้องโหยหาความสุขจากสิ่งเสพอยู่เรื่อยไป แล้วก็โหยหาความสะดวกสบายอย่างที่คุ้นเคยจากชีวิตทางโลก ก็ต้องฝึกเอาไว้ ปรับตัวให้เข้าหาธรรมเรียกว่าธัมมานุวัตร เพราะว่าตอนนี้วัดเราก็โลกานุวัตรมาพอสมควรแล้ว คนที่จะมาอยู่วัดจะได้ประโยชน์ก็ต้องปรับตัวให้เข้าหาธรรม 

    25690516pm--ใจสงบได้เพราะรู้จักเมิน

    Play Episode Listen Later Jul 6, 2026 31:24


    16 พ.ค. 69 - ใจสงบได้เพราะรู้จักเมิน : บางทีเราไม่รู้ คนที่เราคุยด้วยอาจจะเป็นการคุยครั้งสุดท้ายหรือเปล่า อาจารย์โกวิทท่านเล่าว่าสมัยที่เป็นพระไปพม่า ก็มีพระพม่ามาต้อนรับ ตอนนั้นอาจารย์โกวิทเป็นพระ แล้วที่เจอเจดีย์ชเวดากอง แล้วพระพม่าต้อนรับดีมาก ตอนที่จะเลิกจากกัน พระพม่าก็บอกว่า ขอถ่ายรูปหน่อย อาจารย์โกวิทไม่ชอบพวกถ่ายรูปพวกนี้ ทีแรกก็ปฏิเสธ แต่ตอนหลังก็สะดุดใจที่พระพม่าบอกว่า “เราอาจจะไม่มีโอกาสได้เจอกันอีกเลย ยังไงก็ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกก็แล้วกัน” อาจารย์โกวิทก็ได้คิด เออ เราจะเอาแต่ความต้องการของตัวเองอย่างเดียวไม่ได้ ใส่ใจกับความต้องการของอีกฝ่ายหนึ่งด้วย ก็เลยให้ถ่ายรูป พระพม่านั้นก็ดีใจมาก  กลับมาเมืองไทยได้ไม่นาน ก็ได้ข่าวพระพม่ามรณภาพแล้ว อาจารย์โกวิทบอกว่า โอ้โห ตัดสินใจถูกแล้วที่เราไม่เอาความต้องการของตัวเองเป็นใหญ่ เพราะว่าเราไม่รู้หรอกคนที่เราคุยด้วยหรือพบปะกันครั้งนี้อาจจะเป็นครั้งสุดท้าย หลังจากนั้นก็ไม่มีโอกาส การใส่ใจกับปัจจุบันสำคัญมาก ใส่ใจกับสิ่งที่กำลังทำในปัจจุบัน ใส่ใจกับคนที่กำลังอยู่ต่อหน้า อันนี้คือสิ่งที่สติช่วยเราได้ อะไรที่ไม่สำคัญก็เมินมันซะ อย่ามาใส่ใจจนรกหัว หรือเสียอารมณ์ ถ้าหากว่าเราไม่รู้จักเมิน เราอาจจะเสียเวลา เสียอารมณ์ไปกับหลายสิ่งหลายอย่าง และบางทีเราก็จะทำในสิ่งที่ต้องเสียใจในภายหลังก็ได้

    25690515pm--รู้ทันจนจับทางกิเลสได้

    Play Episode Listen Later Jul 5, 2026 31:34


    15 พ.ค. 69 - รู้ทันจนจับทางกิเลสได้ : กิเลสจะมาหลอกล่อเราร้อยแปด อย่างน้อยๆ ก็หลอกล่อให้เราคิดปรุงแต่งสารพัด หาเรื่องคิดหาเรื่องปรุง เพราะว่าเป็นอาหารของกิเลส เป็นอาหารของจิต เราก็พลาดท่าโดนมันหลอก หลงปรุงไปกับมัน แต่พอเราปฏิบัติได้ถึงจุดหนึ่ง เราก็รู้แล้ว หลังจากถูกหลอกเป็นอาจิณ หรือครั้งแล้วครั้งเล่า เราก็เริ่มจับทางได้ว่ามันจะมาทางนี้  แต่พอเราจับทางนี้ได้ มันก็จะมาทางใหม่ มาอุบายแบบใหม่ เราก็พลาดอีก แต่ก็ไม่เป็นไร ถ้าหากว่าเรารู้จักสรุปบทเรียน และต่อไปก็จะรู้ว่าไม่ใช่ทุกความคิดที่จะเชื่อได้ เพราะบางทีมันก็เป็นเหตุผลหรือข้ออ้างของกิเลส เราจบปริญญาตรี กิเลสก็จบปริญญาตรี เราจบปริญญาเอก กิเลสก็จบปริญญาเอก เราจบประโยค 9 กิเลสก็จบประโยค 9 เรารู้ธรรม กิเลสก็รู้ธรรม แล้วมันก็เอาธรรมที่รู้มาหลอกล่อเรา  อันนี้เราก็ต้องรู้เท่าทันด้วย บางทีก็หาเรื่องคิด หาเรื่องพิจารณาธรรม พิจารณาเรื่องปฏิจจสมุปบาท ทั้งที่ไม่ใช่เวลา แต่ก็อยากจะหาเรื่องคิด คิดหน่อยน่า อยากจะรู้ว่าตัณหาทำให้เกิดอุปาทานได้อย่างไร อุปาทานก่อให้เกิดภพได้อย่างไร ภพก่อให้เกิดชาติได้อย่างไร ภพชาติคืออะไร ก็หาเรื่องคิด หลังจากที่เรารู้ทันอุบายอย่างอื่นแล้ว ทีแรกก็จะหาเรื่องคิดวางแผนไปเที่ยว พอเรารู้ทัน มันก็หาเรื่องคิดเรื่องใหม่ ที่มักจะได้ผลคือเรื่องธรรมะ เอาธรรมะมาคิด ทั้งที่ไม่ใช่เวลา ก็ต้องรู้จักวางมันลง หรือว่ารู้เท่าทันมัน อันนี้คือแบบฝึกหัด บททดสอบระหว่างการปฏิบัติ ซึ่งมันจะให้บทเรียนแก่เราได้มากทีเดียว 

    25690508pm--ขยันเรียนรู้จากทุกข์

    Play Episode Listen Later Jul 4, 2026 31:06


    8 พ.ค. 69 - ขยันเรียนรู้จากทุกข์ : คนเราสามารถจะเรียนรู้อะไรได้มากมายจากความทุกข์ เวลาเรานึกถึงคำว่า ได้ ถ้าเรานึกถึงการได้เงินได้ทอง ได้โชคได้ลาภ ได้ความสุขสบาย เราจะผิดหวังได้ง่าย เพราะว่าบางครั้งนอกจากไม่ได้แล้วยังเสียอีก แต่ถ้าเราเป็นผู้ใฝ่รู้ ใฝ่เรียนรู้ ไม่ว่าอะไรเกิดขึ้นก็ได้เรียนรู้ ได้เรียนรู้ได้ฝึก  และเราอย่าไปรอให้ได้เรียนรู้ในยามที่เจ็บป่วยอย่างหนัก หรือสูญเสียมาก ควรจะฝึกการเรียนรู้เวลาเจออะไรที่ไม่ถูกใจ รถติด เพื่อนผิดนัด เจอคำต่อว่าด่าทอ เจอเสียงดัง เจอคนไม่น่ารัก พวกนี้ถ้าเราเป็นผู้ใฝ่รู้ เราได้เรียนรู้เยอะเลย รวมทั้งได้ฝึกใจด้วย เวลามาปฏิบัติธรรม ไม่มีคำว่าไม่ได้ แต่หลายคนมาบอก ปฏิบัติธรรมแล้วไม่ได้อะไรเลย อันนั้นเพราะเขามองว่าได้ หมายถึงได้ความสงบ ได้สิ่งที่เป็นอิฏฐารมณ์ เช่น อำนาจจิต ญาณพิเศษ แต่ถ้าเขามองว่าได้นี่คือได้เรียนรู้ มันได้เยอะเลย เดินหนึ่งชั่วโมงก็ได้เรียนรู้ แม้ว่าใจจะฟุ้งตลอด แต่ก็ได้เห็นความฟุ้ง  คนเราถ้าหากว่าเป็นผู้ใฝ่รู้ จะไม่ใช่คนที่ทุกข์ง่าย เพราะว่าอนิฏฐารมณ์ รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส ที่ไม่น่าพอใจ ก็ล้วนแต่ให้อะไรกับเรามากมายคือ ให้บทเรียน ทำให้เราได้เรียนรู้ หรือได้ฝึกจิตฝึกใจ แต่จะทำอย่างนี้ได้ต้องฝึกอยู่เสมอ เพราะไม่งั้น เวลาเจอแต่สิ่งที่สะดวกสบาย เจอความสมหวังมักจะทำให้เราประมาท 

    25690507pm--อานุภาพของการสังเกต

    Play Episode Listen Later Jul 3, 2026 29:24


    7 พ.ค. 69 - อานุภาพของการสังเกต : แต่ถ้าเห็นความจริงของกายและใจ ไม่ใช่แค่เกิดความสงบ แต่ว่าเกิดความสว่าง สว่างเพราะเห็นความจริงของกายและใจ ไม่ไปยึดมั่นถือมั่น ไม่ไปหลงกับมัน มันก็ทำให้ความทุกข์ลดลง ดังนั้น การสังเกตุมีพลัง สังเกตุ แต่ไม่ต้องรอให้กายนิ่ง กายเคลื่อนไหว แต่ว่าใจตั้งอยู่บนฐานรู้ หรือมีกายเป็นฐาน เฝ้าดูความเป็นไปต่าง ๆ โดยที่ไม่เข้าไปทำอะไรกับสิ่งที่เห็น ไม่ว่าจะเป็นความคิดและอารมณ์ ดูเฉย ๆ จะเรียกว่าดูแบบนิ่ง ๆ ก็ได้ มันก็จะเห็นความลับของกายและใจ เห็นกระทั่งว่ามันไม่มีเรา ไม่มีตัวเรา อันนี้เป็นความจริงที่ประเสริฐมาก เป็นอริยสัจอย่างหนึ่งเลย ที่ช่วยทำให้หลุดจากทุกข์ได้  เห็นความจริงที่เกิดจากการสังเกตุ ไม่ใช่ด้วยกายที่นิ่ง แต่ด้วยจิตที่ตั้งมั่นอยู่บนฐานรู้ จะเรียกว่าเป็นจิตที่นิ่งก็ได้ แต่อย่าไปเข้าใจว่ามันไม่คิดอะไร มันก็มีความคิด แต่ความคิดไม่ใช่จิต แต่ว่าจิตดูแล้วก็เห็นความคิดนั้น แล้วก็เห็นธรรมชาติของมัน อารมณ์ความรู้สึกด้วย เวทนาด้วย ความรู้สึกปวดเมื่อยด้วย เห็นแล้ว มันก็เผยแสดงสัจธรรม ทำให้เกิดปัญญา ปัญญาคือเหตุที่ทำให้สว่าง เป็นความสว่างที่ช่วยให้ออกจากทุกข์ได้ เพราะฉะนั้นให้เราหมั่นสังเกตุ หมั่นดู แต่ไม่ใช่ไปจ้องดู การสังเกตุนี่แหละ ที่จะช่วยทำให้เราได้พบอะไรที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อน 

    25690506pm--ชีวิตสงบเย็นได้เมื่อรู้จักเมิน

    Play Episode Listen Later Jul 2, 2026 29:26


    6 พ.ค. 69 - ชีวิตสงบเย็นได้เมื่อรู้จักเมิน : ศิลปะที่สำคัญของชีวิตอย่างหนึ่งคือการรู้จักเมิน รู้ว่าอะไรควรเมิน อะไรควรใส่ใจ บางคนรู้ แต่ทำไม่ได้เพราะว่าสติมันอ่อน แต่ถ้าเราไม่เพียงแต่รู้ว่าอะไรควรใส่ใจและไม่ควรใส่ใจ เรามีสติด้วย สติจะช่วยทำให้สิ่งที่ไม่ควรใส่ใจไม่เก็บเอามาคิด และช่วยทำให้ใจจดจ่ออยู่กับสิ่งที่ควรใส่ใจ หรือควรให้ความสำคัญ ถ้าเราไม่มีสติ การที่จะใส่ใจสิ่งที่ควรทำก็กลับทำไม่ได้ อะไรที่ควรเมินก็กลับใส่ใจ แล้วเห็นเป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โต เก็บเอามาสุมไว้ในใจ กลายเป็นเกิดความทุกข์เกิดความเครียดขึ้นมา อยากให้ใจโปร่งเบาก็ต้องรู้จักมีสติ เพื่อที่เราจะได้เมินสิ่งต่างๆ ที่ไม่ควรให้ค่าหรือความสำคัญกับมัน

    25690505pm--ทุกข์เพราะหลงเชื่อความคิด

    Play Episode Listen Later Jul 1, 2026 30:32


    5 พ.ค. 69 - ทุกข์เพราะหลงเชื่อความคิด : จริงๆ แล้วคนเราไม่ได้ทุกข์เพราะความคิด แต่ทุกข์เพราะไปหลงเชื่อความคิด ความคิดถึงเรื่องราวในอดีต ถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตนี่เป็นธรรมดาที่เกิดกับเราได้ เช่นเดียวกับการเปรียบเทียบ ความคาดหวัง มันเป็นธรรมดาของปุถุชน ความคิดเหล่านี้มันทำอะไรเราไม่ได้ มันทำให้ทุกข์ไม่ได้ ถ้าเกิดว่าเรารู้เท่าทัน ไม่หลงเชื่อมัน มันคิดก็คิดไป แต่ไม่เชื่อมัน บางทีก็ทักท้วงมัน เช่น มีความกลัว กลัวเพราะปรุงแต่งว่ามีคนอยู่ข้างนอก เดินรอบกุฏิ หรือมีตุ๊กแก มีงูอยู่ มันปรุงแต่ง แต่ไม่เชื่อมัน ทักท้วงมัน แม้กระทั่งมีความกลัวก็เห็นความกลัว  เพราะฉะนั้นจะพูดว่าทุกข์เพราะความคิดก็คงไม่ถูก ความคิดเกิดขึ้นแต่ไม่ทุกข์ก็ได้ ถ้าเห็นมัน รู้เท่าทันมัน ไม่หลงเชื่อความคิดเหล่านั้น สติช่วยเราตรงนี้แหละ ช่วยทำให้เราเห็นความคิด ไม่หลงเชื่อความคิด รู้จักทักท้วงความคิด เพราะเห็นว่าความคิดไม่ใช่เรา แต่ก่อนมีความคิดเกิดขึ้นก็ฉันคิด กูคิด แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว ความคิดไม่ใช่เรา ไม่ใช่ของเรา ความกลัวก็ไม่ใช่เรา ไม่ใช่ของเรา มีความปวดก็ไม่ใช่กูปวด แค่ความปวดเกิดขึ้นกับกาย แม้มีความคิดใดเกิดขึ้น ก็ไม่สามารถจะมีอิทธิพลบีบคั้นใจให้เป็นทุกข์ได้ เพราะว่ามีสติเห็นมัน ไม่หลงเชื่อมัน นี่แหละคือสิ่งที่จะช่วยทำให้ความทุกข์เกิดขึ้นกับใจของเราน้อยลง แม้ยังมีความคิด แต่ไม่หลงเชื่อความคิดเหล่านั้น 

    25690504pm--ขยันรู้และรู้ไม่เลือก

    Play Episode Listen Later Jun 23, 2026 31:41


    4 พ.ค. 69 - ขยันรู้และรู้ไม่เลือก : ถ้าเราฝึกสติ เราต้องรู้แบบไม่เลือกที่รักมักที่ชัง รู้ไปหมด หลวงพ่อคำเขียนท่านใช้คำว่ารู้แบบตะพึดตะพือเลย หงุดหงิดก็รู้ เสียใจก็รู้ ท้อแท้ก็รู้ ผิดหวังก็รู้ และมันก็จะกลายเป็นของดีไป เพราะต่อไปก็จะเห็นสัจธรรม หรือรู้ความจริงเกี่ยวกับอารมณ์เหล่านี้ ก็จะกลายเป็นวิปัสสนา ต่อไปก็จะรู้ถึงขั้นว่า มันไม่มีอะไรที่เป็นเราของเราเลย ทุกอย่างเป็นอนัตตาไปหมด รูปก็ไม่ใช่เรา จิตก็ไม่ใช่เรา อันนี้เพราะว่าเริ่มต้นจากการที่ใฝ่รู้ หรือว่ารู้แบบไม่เลือกที่รักมักที่ชัง รู้ซื่อ ๆ ให้เราปฏิบัติไปเรื่อย ๆ อย่าให้ความอยาก และความคาดหวังมาครอบงำใจของเรา แม้จะมี ก็ให้รู้ทัน 

    25690503pm--รู้ทันเหตุผลของกิเลส

    Play Episode Listen Later Jun 22, 2026 28:16


    3 พ.ค. 69 - รู้ทันเหตุผลของกิเลส : การที่คนเราจะทำดี เสียสละเพื่อส่วนรวมหรือไม่ หรือว่าจะหาประโยชน์ส่วนตัว สิ่งสำคัญคือการที่เรารู้ทันเหตุผลข้ออ้างของกิเลสที่จะทำความดี ก็จะมีเหตุผลข้ออ้างของกิเลสให้งดทำ หรือให้ผลัดผ่อนไปก่อน เวลาจะทำชั่วก็จะมีเหตุผลข้ออ้างของกิเลสที่ส่งเสริมให้กระเหี้ยนกระหือรือหรือว่ากระตือรือร้นที่จะทำ ถ้าเราไม่มีสติรู้ทัน อุบายกิเลส เราก็กลายเป็นเครื่องมือของกิเลส โดนมันชักนำไป การเจริญสติ นอกจากช่วยทำให้เรามีความสุขได้ง่ายขึ้นแล้ว ยังช่วยทำให้เราไม่ตกเป็นเหยื่อของกิเลส ซึ่งมีข้ออ้างสารพัด อย่างที่มีคนพูดว่า กิเลสหรือมารผีห่าซาตานก็มีเหตุผลของมัน   ยุคนี้เป็นยุคที่เราบอกว่าเราทำอะไรอย่างมีเหตุผล พูดอย่างนี้ยังไม่พอ ต้องดูว่าเป็นเหตุผลของอะไรด้วย ต้องแยกแยะให้ถูก เพราะกิเลสก็มีเหตุผลของมันเหมือนกัน แล้วก็สวยหรูด้วย ฉะนั้นถ้าเราไม่เท่าทันมัน มันก็พาเราเข้ารกเข้าพง 

    25690501pm--เห็นทุกข์จึงพ้นทุกข์

    Play Episode Listen Later Jun 21, 2026 31:42


    1 พ.ค. 69 - เห็นทุกข์จึงพ้นทุกข์ : ถ้าอยากออกจากทุกข์ก็ต้องเข้าหาทุกข์ ถ้ากลัวทุกข์ก็ไม่มีวันพ้นทุกข์ ท่านพูดถึงขนาดนี้เลย ถ้ากลัวทุกข์ก็ไม่มีวันพ้นทุกข์ เพราะฉะนั้นความทุกข์ไม่ใช่เป็นสิ่งที่ควรเลี่ยงด้วยซ้ำ กลายเป็นสิ่งที่ควรเข้าหา เข้าหาเพื่อที่จะทำให้เกิดปัญญา ให้เห็น ให้ความหลงมันสลายไปดับไป ไม่งั้นคนเราก็จะมีความหลงว่าชีวิตนี้มันสุข หรือว่าโลกนี้มันสุข แต่ที่จริงแล้วทุกอย่างมันทุกข์ทั้งนั้นแหละ อย่างที่เราสวดอยู่ประจำ บทติลักขณาทิคาถา เมื่อใดบุคคลเห็นด้วยปัญญาว่าสังขารทั้งปวงเป็นทุกข์ เมื่อนั้นย่อมเหนื่อยหน่ายในสิ่งที่เป็นทุกข์ที่ตนหลง นั่นแหละเป็นทางแห่งพระนิพพาน อันเป็นธรรมหมดจด เห็นทุกข์เมื่อไหร่ หรือเห็นว่าทุกอย่างมันทุกข์ไปหมด มันก็ไม่มีความคิดที่จะไปยึดติด หรือว่าหลงใหลเพลิดเพลิน มันเป็นแรงผลักดันที่ทำให้ออกจากทุกข์   ด้วยเหตุนี้แหละ หลายท่านได้บรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ก็ตอนจะตาย ตอนที่มีความทุกข์มาก อย่างพระติสสะป่วยด้วยโรคร้าย ไม่ใช่โรคที่ทำให้เกิดทุกขเวทนาเท่านั้น แต่ยังทำให้เป็นที่รังเกียจของผู้คน เพราะว่าตัวมีแผลพุพอง น้ำเหลืองไหล ส่งกลิ่นเหม็น จนต้องนอนจมอยู่กับอุจจาระปัสสาวะ เพราะว่าเพื่อนพระดูแลไม่ไหว   สุดท้ายพระพุทธเจ้าต้องเสด็จมาเพื่อที่จะมาดูแล ก็ไม่ได้ดูแลอะไรมาก แค่เช็ดเนื้อเช็ดตัว ให้รู้สึกสบายเนื้อสบายตัว เอาจีวรไปซักไปต้ม ซักอย่างเดียวไม่พอ ต้องไปต้มไปผึ่ง ก็สบายเนื้อสบายตัวอยู่หน่อย แต่ว่าทุกขเวทนามันกำเริบแรงขึ้นเรื่อยๆ ตอนที่ใกล้จะตาย พระพุทธเจ้าก็สอนธรรมให้เห็นเลยว่า สังขารคือร่างกาย มันเป็นโทษ มันไม่เที่ยง เมื่อวิญญาณออกจากร่าง แล้วผู้คนละทิ้งแล้ว ร่างนี้ก็จะนอนทับแผ่นดิน ไร้ประโยชน์ ต้นไม้ยังมีประโยชน์บ้าง แต่ว่าร่างกายของคนเราเมื่อวิญาณออกจากร่าง มันก็ไร้ประโยชน์เลย   พระติสสะพิจารณาตามก็เห็นเลย ว่าสังขารนี้เป็นโทษมาก เป็นทุกข์ไม่น่ายึดถือ แต่ก่อนเคยหลงร่างกายนี้ เคยหวงแหนร่างกายนี้ เพราะเห็นว่ามันงาม เห็นว่ามันเป็นที่มาแห่งความสุข แต่พอเห็นว่ามันเป็นรังแห่งความทุกข์แล้ว ก็ไม่มีอะไรที่ดีเลยอะไรสักอย่าง ปรากฏว่าจิตท่านถอนมาจากความยึดติดถือมั่นในร่างกาย บังเอิญก็พอดีกับช่วงนั้นทุกขเวทนาแรงกล้ามาก ก็เห็นเลย สังขารเป็นทุกข์มากเหลือเกิน มันไม่น่ายึดถือเลย จิตถอนออกมาจากความยึดในร่างกายนี้ ปรากฏว่าทันทีที่ท่านสิ้นลม ท่านได้เป็นพระอรหันต์เลย เรียกว่าสมสีสี คือหมดกิเลสพร้อมๆ กับหมดลม   อันนี้เพราะอะไร เพราะว่าเจอความทุกข์ ถ้าไม่เจอความทุกข์ก็คงจะยังเพลิดเพลินหลงใหล แล้วก็ยึดติดในร่างกายนี้ อย่างที่พระพุทธเจ้าตรัสว่า เมื่อใดบุคคลเห็นด้วยปัญญาว่าสังขารทั้งปวงเป็นทุกข์ เมื่อนั้นย่อมเหนื่อยหน่ายในสิ่งที่เป็นทุกข์ที่ตนหลง นั่นแหละเป็นทางแห่งพระนิพพานอันเป็นธรรมหมดจด เห็นสังขารเป็นทุกข์ หรือเห็นทุกอย่างเป็นทุกข์มากเท่าไหร่ หนทางการพ้นทุกข์ก็เปิดขึ้น 

    25690430pm--เห็นทุกข์ ไม่เป็นทุกข์

    Play Episode Listen Later Jun 9, 2026 30:26


    30 เม.ย. 69 - เห็นทุกข์ ไม่เป็นทุกข์ : เราต้องรู้จักฉลาดในการฉวยโอกาส ถ้าเราฉวยโอกาสเรียนรู้ที่จะอยู่กับสิ่งต่างๆ ที่ไม่ถูกใจ เริ่มจากสิ่งที่อยู่ภายนอกหรืออารมณ์ภายนอก เช่น รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส เหตุการณ์ต่างๆ ผู้คน ต่อไปเราก็จะมีความเชี่ยวชาญในการอยู่กับสิ่งที่ไม่ถูกใจที่เกิดขึ้นที่ใจ กิเลสก็ดี ความคิด อารมณ์อกุศลก็ดี หรือแม้กระทั่งทุกขเวทนา ซึ่งไม่ว่าเราจะหนีอย่างไรก็หนีไม่พ้น แม้จะมีตัวช่วยเยอะ เช่น ยาระงับปวด แต่ก็มีขีดจำกัด แต่ถ้าเราเรียนรู้วิชากรรมฐานอย่างที่หลวงพ่อชาว่า จงอยู่กับมันอย่างมีสติเหมือนน้ำกับใบบัว น้ำซึมเข้าใบบัวไม่ได้ เวทนาก็เหมือนกัน มันสามารถจะเป็นน้ำ แต่ว่าซึมเข้าใบบัวไม่ได้ คือไม่สามารถจะไปบีบคั้นใจได้ เพราะว่ามีสติเป็นเครื่องรักษา   แม้จะยากแต่ทำได้ อาจจะทำไม่ถึงขั้นคุณยายคนนั้นที่บอกว่ากระดูกที่หัก อาการที่เกิดเป็นสักแต่ว่าเวทนา เราก็อย่าไปยุ่งกับมัน สามารถจะให้จัดกระดูกเข้าที่ได้โดยที่ไม่ต้องใช้ยาชา แต่อย่างน้อยสิ่งที่นักปฏิบัติธรรมคนนั้นเรียนรู้ที่จะปฏิบัติกับอาจารย์มด จนกระทั่งมดกัดเจ็บ แสบ ปวด จี๊ด ๆ ก็จริง แต่ก็อยู่กับมันได้ด้วยใจที่ไม่ทุกข์ แถมใจกลับสงบเย็นด้วยซ้ำ อันนี้เป็นเรื่องที่เราควรจะฝึก จึงบอกว่า นักปฏิบัติธรรมต้องเป็นนักฉวยโอกาส และถ้าฝึกบ่อย ๆ เจอทุกข์ ก็จะเห็นทุกข์ แต่ไม่เป็นทุกข์

    25690429pm--นักฉวยโอกาสที่เราควรเป็น

    Play Episode Listen Later Jun 8, 2026 31:03


    29 เม.ย. 69 - นักฉวยโอกาสที่เราควรเป็น : ช่วงเวลาที่เราจะต้องคิดถึงการใช้ชีวิตให้มีความสุขที่สุด เพราะเวลาเราเหลือน้อยแล้ว ผู้ชายคนนี้แกคิดได้ดี ในเมื่อผมจะต้องตายอีกไม่นาน เวลาผมเหลือน้อยแล้ว ผมต้องใช้ชีวิตที่เหลือให้มีความสุขที่สุด และความสุขของแกไม่ใช่การกิน ดื่ม เที่ยว เล่น เพราะแกทำอย่างนั้นไม่ได้แล้ว แต่ความสุขแกเกิดจากการที่แกมองให้เป็นบวก รู้จักหาความสุขจากทุกอย่าง แล้วเป็นนักฉวยโอกาส แม้ว่าปวดทุกขเวทนา แต่ก็มีเรื่องเอามาคุยให้สนุกสนานได้ ถ้าเราเป็นนักฉวยโอกาสแบบนี้ แม้ในยามที่เราป่วยหนักในระยะสุดท้าย เราก็ยังมีความสุขได้ แต่ถ้าให้ดี ถ้าเราฝึกสติฝึกสมาธิเอาไว้ สติจะช่วยทำให้เรารับมือกับความปวดได้ อยู่ร่วมความปวดได้ แม้จะไม่มียาระงับปวด หรือยาระงับปวดระงับได้ไม่ตลอด ถึงเวลาปวดขึ้นมา ใจก็อยู่กับความปวดได้โดยไม่ทุกข์ ซึ่งนี่ล่ะคือจุดมุ่งหมายของการศึกษา คือการอยู่ร่วมกับสิ่งที่ไม่ถูกใจได้ด้วยใจที่ไม่ทุกข์ หรือด้วยความปกติสุข   สิ่งที่ไม่ถูกใจเราไม่ใช่มีแค่นอกตัวเรา บางทีก็มีอยู่ในกายของเรา อยู่ในใจของเรา แต่เราก็อยู่กับมันโดยที่มันทำอะไรเราไม่ได้ ต่างคนต่างอยู่ เพราะมีสติ ซึ่งเราจะมีสติแบบนี้ได้เราต้องเป็นนักฉวยโอกาส ฉวยโอกาสจากทุกอย่าง ทุกเหตุการณ์จนเป็นนิสัย ถึงเวลาที่เราป่วย อยู่ในระยะท้าย เราก็ยังรู้จักใช้เวลาที่เหลืออยู่ให้มีความสุข ไม่โวยวาย ไม่ตีโพยตีพาย 

    25690428pm--พบความสงบได้ในทุกหนแห่ง

    Play Episode Listen Later Jun 7, 2026 32:39


    28 เม.ย. 69 - พบความสงบได้ในทุกหนแห่ง : การปฏิบัติธรรมก็เพื่อให้เราได้คืนสู่สามัญ ไม่ใช่เพื่อหลบหรือหนีไปสู่สภาวะที่พิเศษแตกต่างจากสิ่งอื่น แม้กระทั่งภาวะที่จิตไม่คิดอะไรเลย อันนั้นก็ยังไม่ดีเท่าไหร่ เพราะว่าบางคราวจิตมันก็มีการปรุงแต่งเพราะปุถุชน แต่ว่าการปรุงแต่งเป็นอารมณ์อกุศลเหล่านั้นก็ทำอะไรจิตใจไม่ได้ แม้กระทั่งทุกขเวทนาทางกายก็อาจจะทำให้เกิดความหงุดหงิด แต่ก็เห็นมัน อนุญาตให้มันเกิดขึ้นได้ พออนุญาตให้มันเกิดขึ้นได้ ยอมรับมันได้ มันก็หมดพิษสง เหมือนกับบางคนที่โกรธ หรือว่ารู้สึกซังกะตาย ทีแรกก็ทนไม่ไหว แต่พอเรียนรู้ที่จะยอมรับมัน เธอโกรธก็ได้นะ พอบอกกับตัวเองว่า เธอโกรธก็ได้นะ ไอ้ความโกรธก็ทำอะไรเธอไม่ได้แล้ว หรือพอรู้สึกว่าจะต้องอยู่กับความซังกะตายเป็น ๆ หาย ๆ ตลอดชีวิต พอยอมรับมันได้ แม้ความซังกะตายยังอยู่ แต่ว่าจิตใจนี้ก็กลับโปร่ง โล่ง เบา สบาย   อันนี้ก็เป็นเรื่องแปลก อารมณ์มันยังอยู่แต่ว่าใจไม่ทุกข์แล้ว เพราะว่าเรียนรู้ที่จะยอมรับมัน หรือเรียนรู้ที่จะอยู่กับมันแบบรู้ซื่อ ๆ ต่างคนต่างอยู่ อย่างที่หลวงพ่อชาบอกว่า เราไม่ได้หนีกิเลส ไม่ได้ให้กิเลสหนีเรา แต่จะอยู่กับมันอย่างมีสติ เหมือนกับน้ำกับใบบัว น้ำซึมเข้าใบบัวไม่ได้ กิเลสหรือความทุกข์ก็ซึมเข้าสู่ใจไม่ได้ เพราะเรามีสติเป็นเครื่องรักษา 

    25690427pm--สอนด้วยการทำให้ดู

    Play Episode Listen Later Jun 6, 2026 31:15


    27 เม.ย. 69 - สอนด้วยการทำให้ดู : คุณธรรมข้ออื่นก็เหมือนกัน จะสอนใครได้ก็ต้องทำด้วยตัวเองก่อน มีเรื่องเล่าว่าเคยมีแม่ของเด็กคนหนึ่งมาหาคานธี บอกว่า ท่านคานธีช่วยสอนลูกหน่อยว่าน้ำตาลไม่ดียังไงบ้าง สมัยก่อนน้ำตาลเป็นของแพงในอินเดีย แล้วก็เด็กก็ติดน้ำตาลมาก จนกระทั่งเกิดโทษขึ้นมา แม่สอน แม่ห้าม ลูกก็ไม่ฟัง แต่ลูกก็นับถือท่านคานธี แม่ก็เลยมาขอให้ท่านคานธีช่วยบอกลูกหน่อย สอนลูกหน่อยว่าน้ำตาลไม่ดียังไง คานธีบอก “ขอเวลาผมสักอาทิตย์หนึ่งได้ไหม” แม่ก็ถามว่าทำไม ท่านคานธีนี่ตอบได้ทุกอย่าง แนะนำคนได้ทุกเรื่อง จะแนะนำคนให้กินมังสวิรัติก็ทำได้ จะแนะนำให้คนหันมาใช้ผ้าคาดี (Khadi) ผ้าที่ทอด้วยมือก็สามารถแนะนำได้ จะชักชวนให้คนร่วมต่อสู้เพื่อเอกราชของอินเดียก็ทำได้ ทำไมเรื่องแค่นี้ต้องรอถึง 7 วัน คานธีบอก “เอาน่า อีก 7 วันค่อยมา พาลูกมาด้วย แล้วเดี๋ยวผมจะแนะนำลูกนะว่าทำไมถึงควรเลิกน้ำตาล หรือกินน้ำตาลน้อย ๆ แล้วจะทำได้อย่างไร”   ครบ 7 วัน แม่ก็พาลูกมา ท่านคานธีก็แนะนำเลยว่า ก็จะบอกเลยนะว่าแนะนำ บอกว่าน้ำตาลไม่ดียังไงบ้าง และแนะนำวิธีที่จะเลิกน้ำตาล หรือกินน้ำตาลแต่นิด ๆ หน่อย ๆ ก็แนะนำได้อย่างชัดเจน พอแนะนำเสร็จ แม่ก็ถามท่านคานธีว่า “ทำไมถึงรอตั้ง 7 วัน” ท่านคานธีก็บอกว่า “ก็ตอนนั้นอาทิตย์ที่แล้วผมยังติดน้ำตาลอยู่ ผมต้องเลิกน้ำตาลด้วยตัวเอง แล้ว 7 วันผมก็ได้เรียนรู้ว่าจะเลิกน้ำตาลได้อย่างไร แล้วพอเลิกน้ำตาลได้ ผมก็สามารถที่จะสอนลูกของคุณได้นะว่าทำไมจึงควรเลิกน้ำตาล แล้วจะเลิกน้ำตาลได้อย่างไร”   ขนาดเรื่องเล็ก ๆ คานธีท่านก็จะไม่สอนใคร ถ้าหากว่ายังทำไม่ได้ จะสอนให้เด็กเลิกน้ำตาล ตัวเองก็ต้องทำให้ได้ก่อน ไม่ใช่ว่าตัวเองยังติดน้ำตาลอยู่เลย สอนให้เด็กเลิกน้ำตาลอันนี้มันก็ไม่มีน้ำหนักเท่าไหร่ อันนี้ก็เป็นอุทาหรณ์สำหรับคนที่เป็นพ่อแม่หรือผู้ใหญ่ เวลาจะอยากจะให้ลูก หรือว่าคนรุ่นใหม่เขาสนใจธรรมะ สนใจสติ ก็ต้องน้อมนำสติมาไว้ในใจของตัวให้ได้เสียก่อน แล้วก็แสดงให้เห็นเป็นแบบอย่าง ไม่งั้นมันก็สิ่งที่พูดไป มันก็ไร้ค่า ไม่มีน้ำหนัก 

    25690426pm--ทำอะไร เจออะไร ก็ให้มีสติ

    Play Episode Listen Later Jun 5, 2026 31:14


    26 เม.ย. 69 - ทำอะไร เจออะไร ก็ให้มีสติ : ถ้าเราอยากให้คนอื่นเขาเห็นคุณค่าของธรรมะ ก็ต้องแสดงให้เห็นว่า ธรรมะเปลี่ยนเราอย่างไรบ้าง ถ้าเราแสดงให้คนเห็นว่า ธรรมะทำให้เราดีขึ้น สงบเย็น ใจกว้าง มีเมตตา เข้าอกเข้าใจผู้อื่น มีสติ มีความรู้สึกตัว คนที่เห็นเขาก็เกิดความสนใจ อย่างน้อยเกิดศรัทธาในตัวผู้นั้น แล้วก็อาจจะซึมซับรับเอาคุณธรรมของคนนั้น เข้าไปไว้กับตัว ไว้กับใจ ซึ่งต่างจากการพูด พูดธรรมะให้ดีอย่างไร แต่ว่าการปฏิบัติตัวนี่คนละเรื่องกันเลย คนก็ไม่ค่อยมีศรัทธา บางทีก็สงสัยว่า ทำไมธรรมะไม่ได้เปลี่ยนให้เขาเป็นคนที่สงบเย็นเลย ฟังธรรมก็เยอะ ปฏิบัติธรรมก็มาก เข้าคอร์สก็บ่อย แต่ทำไมยังเจ้าอารมณ์หงุดหงิดหัวเสีย ลูกเห็นลูกก็ไม่ได้เกิดศรัทธา   พ่อแม่จะโน้มน้าวให้ลูกเห็นคุณค่าของธรรมะอย่างไร ลูกก็ไม่คล้อยตาม เพราะว่าสิ่งที่ได้ยินกับสิ่งที่เห็นนี่ไม่ถูกต้อง มันสวนทางกัน ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นการปฏิบัติธรรม หรือว่าจะเป็นการสอนธรรม สิ่งสำคัญอยู่ที่การรู้จักดูจิตดูใจของตัว รู้จัก ดึงสติกลับมา ให้มีความรู้เนื้อรู้ตัว แล้วธรรมะข้ออื่น ๆ ก็จะออกมาเอง 

    25690417pm--ตัวช่วยวัดความก้าวหน้าในการปฎิบัติธร

    Play Episode Listen Later Jun 4, 2026 29:34


    17 เม.ย. 69 - ตัวช่วยวัดความก้าวหน้าในการปฎิบัติธร : อย่างที่หลวงพ่อคำเขียนบอกว่า เวลาหงุดหงิดว่าไม่ถึงเป้าหมายสักที ก็ให้นึกในใจว่ามันถึงต่อเมื่อมันถึง ถ้ามันไม่ถึงก็ไม่ถึงเท่านั้นเอง หรือไม่ก็นึกไปว่าจุดหมายอยู่ที่ปลายเท้า เวลาเดินธรรมยาตรา เราก็บอกกันว่า จุดหมายอยู่ที่ปลายเท้า จุดหมายไม่อยู่ที่ข้างหน้า พอลดความคาดหวังลงว่าต้องถึงที่หมายเร็วๆ มันจะถึงเมื่อไหร่ก็ไม่ทุกข์ อันนี้แหละคือเป็นสิ่งที่เป็นเครื่องชี้วัดความก้าวหน้าในการปฏิบัติ ก็คือว่าเราฝึกทำจิตได้มากน้อยแค่ไหน เพราะถ้าเราฝึกทำจิตเป็น ความทุกข์เพราะพลัดพรากจากสิ่งที่เป็นที่พอใจก็จะน้อยลง ความทุกข์เพราะประสบกับสิ่งที่ไม่รักไม่พอใจก็จะน้อยลง ความทุกข์เพราะว่าปรารถนาสิ่งใดไม่ได้สิ่งนั้นนั่นก็จะน้อยลง   ดังนั้นถ้าเราพิจารณาข้อความเหล่านี้ จากบทสวดมนต์ไม่ว่าทำวัตรเช้าหรือเย็น ใคร่ครวญดีๆ มีประโยชน์ แล้วถ้าเรานำไปปฏิบัติเป็นแนวทาง อย่าง 3 ข้อความนี้ นอกจากจะเป็นตัวชี้เป้าให้เรารู้ว่าทุกข์เพราะเรื่องอะไรแล้ว ยังเป็นตัวบ่งชี้ความก้าวหน้าของการปฏิบัติด้วย   ถ้าปฏิบัติทั้งปี ปฏิบัติทั้งชีวิต แต่ว่าเจอสิ่งที่ไม่รักไม่พอใจก็ยังทุกข์ พลัดพรากจากสิ่งที่เราที่พอใจก็ยังทุกข์ หรือยังทุกข์เพราะมีความปรารถนาสิ่งใดแล้วไม่ได้สิ่งนั้น อันนี้ก็แสดงว่ายังไม่ก้าวหน้าในการปฏิบัติเท่าไหร่ ก็ไม่เป็นไร ก็ฝึกให้ก้าวหน้ามากขึ้น 

    25690416pm--ควรวางใจอย่างไรเมื่อทำความดี

    Play Episode Listen Later Jun 3, 2026 30:48


    16 เม.ย. 69 - ควรวางใจอย่างไรเมื่อทำความดี : เวลาเราทำความดี ให้เรามั่นคงในการทำความดี อยู่กับปัจจุบัน ทำความดีให้ดีที่สุด ส่วนผลจะเป็นอย่างไร รวมทั้งผลแห่งความดี แม้เกิดขึ้นแล้วก็อย่าไปหวั่นไหว อย่าไปหลงใหลเพลิดเพลินยึดติด หรืออย่าไปทุกข์ร้อน ถ้าเกิดเป็นคำต่อว่าด่าทอ หรือความไม่เข้าใจของผู้คน ให้ทำดีต่อไป เพราะถ้าเราเอาใจไปผูกติดอยู่กับผล เราก็อาจจะท้อในการทำความดี แต่ถ้าเราทำปัจจุบันให้ดีที่สุด ผลจะเป็นอย่างไรก็เป็นเรื่องเหตุปัจจัย เราก็จะได้รับอานิสงส์แห่งความดีนั้น แล้วความดีในที่สุดก็จะก่อให้เกิดความเจริญงอกงามในจิตใจของเรา อย่างน้อยก็ไม่ทำให้เราทุกข์ เพราะไปมัวยึดติดกับผลของความดีที่ไม่ได้เป็นไปดังใจ

    25690414pm--สงบได้เพราะใจมีสติช่วยรักษา

    Play Episode Listen Later Jun 2, 2026 31:06


    14 เม.ย. 69 - สงบได้เพราะใจมีสติช่วยรักษา : จะให้ไม่ให้มีอารมณ์เกิดขึ้นในใจ มันก็ยากสำหรับปุถุชน แต่ถึงแม้เกิดขึ้นมันก็ทำอะไรจิตใจไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นความเศร้า ความโกรธ ความหงุดหงิด เพราะว่าใจเรามีสติเป็นเครื่องรักษา เมืองก็ยังปลอดภัยแม้ว่าจะมีศัตรูคอยจะเข้าไปรุกราน ก่อความรุนแรง เผาเมือง แต่มันเข้าไปในเมืองไม่ได้เพราะว่ามีทหารยามเฝ้าเมืองเอาไว้อย่างดี จะให้เมืองไม่ให้ปลอดภัยเพราะว่าไม่มีโจร ไม่มีผู้ร้าย โจรผู้ร้ายก็ยังมีอยู่ แต่ว่ามันเข้าไปก่อกวนทำวินาศกรรมในเมืองไม่ได้ เพราะว่ามียามที่ทรงประสิทธิภาพ ฉลาด ป้องกันไม่ให้พวกนี้เข้าเมืองได้ จิตใจเราก็เหมือนกัน ถ้าจิตใจเรามีสติ แม้อารมณ์อกุศลต่าง ๆ เกิดขึ้น มันก็เข้ามาทำร้ายใจไม่ได้ เพราะฉะนั้นความสงบก็เกิดขึ้นได้ แม้ว่าจะอยู่ท่ามกลางผู้คน แม้ว่ายังมีเสียงดังกระทบหู เจอการกระทำคำพูดที่ไม่ถูกใจ แต่ก็ทำอะไรใจเราไม่ได้

    25690413pm--ดับไฟในใจด้วยความรู้สึกตัว

    Play Episode Listen Later Jun 1, 2026 30:10


    13 เม.ย. 69 - ดับไฟในใจด้วยความรู้สึกตัว : อารมณ์ถ้ามันเพิ่งเกิดขึ้น เราก็ดับง่าย เช่น ความโกรธ แทนที่เราจะปล่อยให้มันลุกลามไปเป็นความโกรธ ตอนที่มันเริ่มเป็นความหงุดหงิด เป็นความไม่พอใจ เราก็ด่วนมารู้ทันมันซะก่อน ถ้ารู้ทันมัน ตั้งแต่มันยังเพิ่งหงุดหงิดหรือมีความไม่พอใจ อันนี้ดับง่าย แต่ถ้าปล่อยให้ความหงุดหงิดมันลุกลามไปเป็นความโกรธ กลายเป็นความคับแค้นใจ ตรงนี้ดับยากแล้ว บางทีใช้เวลาเป็นอาทิตย์เลยนะกว่าจะดับ แต่ถ้ามันเป็นแค่ประกายความโกรธคือความหงุดหงิด ดับง่าย ไฟป่าก็เหมือนกัน ไฟป่าถ้าเรารู้เร็ว มันดับง่าย อย่างวันนี้เรารู้เร็วหน่อยก็ไปช่วยกันดับ ถ้าปล่อยไปผ่านไปสัก 3-4 ชั่วโมง มันจะดับยากแล้ว เพราะว่ามันไหม้ไปทั่ว รวมทั้งไหม้ต้นไม้แห้งโค่นล้มลงมากลายเป็นไฟสุมขอน แล้วก็ทำให้ไฟลามไปไกล ไฟที่เกิดจากต้นไม้ที่โค่นลงมานี่น่ากลัวมาก เพราะว่ามันสามารถจะลามไปยังต้นไม้และพื้นที่ข้างเคียง กินเนื้อที่กว้างมาก แต่ที่มันโค่นมาได้เพราะว่าเราให้เวลามัน   แต่ถ้าเรารีบไปจัดการมันเสียแต่เนิ่น ๆ มันก็จะสงบได้เร็ว อารมณ์ของคนเราก็เหมือนกัน อย่าปล่อยให้มันลาม โดยเฉพาะถ้าสติยังอ่อน มีสติรู้ทันเร็วเท่าไหร่ มันก็ดับง่ายเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นความโกรธ ความเศร้า ความเครียด ความอิจฉา ความวิตกกังวล 

    25690412pm--กลับมารู้สึกตัว

    Play Episode Listen Later May 31, 2026 30:44


    12 เม.ย. 69 - กลับมารู้สึกตัว : เราลืมสิ่งที่กำลังทำในปัจจุบัน หรือลืมปัจจุบันขณะ เพราะว่าใจไม่มีสติ ใจลอย แล้วเมื่อรับรู้แล้วด้วยความตั้งใจ รับรู้สิ่งที่เป็นอารมณ์ปัจจุบันแล้ว เป็นการรับรู้โดยไม่ตัดสิน อันนี้แหละที่ท่านเรียกว่า รู้ซื่อ ๆ รู้เฉย ๆ หลวงพ่อคำเขียนบางทีก็พูดว่า รู้ดีก็ช่าง รู้ชั่วก็ช่าง คือแค่รู้เฉย ๆ ไม่มีการให้ค่าว่าดีหรือร้าย ชอบหรือชัง เวลาเราใช้สติรับรู้อะไรก็ตาม หรือใช้สติทำอะไรก็ตาม มันจะมีลักษณะอยู่ 3 ประการ อันนี้สำหรับคนที่สนใจว่า เออ สติอย่างไหนจึงเรียกว่ามีสติ อย่างไรเรียกว่าทำงานอย่างมีสติ เราก็เอา 3 ข้อนี้มาจับว่า สิ่งที่เรากำลังทำ สิ่งที่เรากำลังรับรู้ มันเป็นการรับรู้หรือทำด้วยสติไหม ก็คือ 1 ก็คือรับรู้สิ่งที่เป็นปัจจุบัน และ 2 เป็นความตั้งใจในการรับรู้นี้ ไม่ใช่เผลอ แล้วเมื่อรับรู้แล้ววางใจเป็นกลางต่อสิ่งนั้น   ได้ยินเสียงโทรศัพท์แทรกมา ก็ใจก็ไม่บ่น ไม่โวยวาย ได้ยินเสียงคนคุยอยู่ข้างหลังขณะที่เรากำลังฟังคำบรรยาย ใจก็รับรู้ แล้วก็วาง กลับมาสนใจกับสิ่งที่เป็นปัจจุบันขณะ หรือสิ่งที่กำลังทำในปัจจุบันก็คือการฟัง ไม่ไปจดจ่ออยู่กับเสียงที่มันแทรกเข้ามา แล้วก็ไม่ไปให้ค่ากับมัน ก็คือ ชอบหรือชัง บวกหรือลบ   ถ้าเราไปให้ค่ากับมัน โดยเฉพาะชัง ก็จะไปติดยึดอยู่กับสิ่งที่ได้ยินหรือสิ่งที่รับรู้ ก็เรียกว่าลืมสิ่งที่เป็นปัจจุบันไป อันนั้นก็เรียกว่าใจไม่อยู่กับปัจจุบันแล้ว แต่ก็ธรรมดา สิ่งที่เราควรทำคือ กลับมา กลับมาอยู่กับปัจจุบัน กลับมารู้สึกตัว   ฉะนั้นถ้าเราฝึกแบบนี้ ใจเราก็จะมีบ้านอยู่ การกลับบ้านจะไม่ใช่เป็นแค่พาตัวกลับบ้าน แต่เรายังสามารถพาใจกลับบ้าน อยู่กับความรู้สึกตัว กลับมาอยู่กับปัจจุบัน

    25690411pm--ธรรมใดก็ไร้ค่า ถ้ายังหลง

    Play Episode Listen Later May 30, 2026 28:20


    11 เม.ย. 69 - ธรรมใดก็ไร้ค่า ถ้ายังหลง : การรู้ธรรมะเยอะ ๆ การฟังธรรมะเยอะ ๆ นี่มันไม่พอ มันต้องปฏิบัติ โดยเฉพาะปฏิบัติให้มีสติ สติทั้งที่เป็นการระลึกได้ถึงข้อธรรมคำสอน ระลึกได้ว่าอะไรควร อะไรไม่ควร ระลึกได้ถึงผิดชอบชั่วดี แต่ว่าไม่พอ มันต้องช่วยทำให้มีความรู้ตัว แล้วตรงนี้เองที่ต้องอาศัยสัมมาสติ ซึ่งถ้าเรามีสติที่ว่า ธรรมใด ๆ ที่เรารู้มาก็จะมีค่าขึ้นมาทันที เพราะว่าเมื่อรู้แล้วเราก็ทำ แต่ที่เราทำไม่ได้หรือไม่ได้ทำ ก็เพราะความหลง ฉะนั้น พูดอีกอย่างคือ ธรรมใดก็ไร้ค่า ถ้ายังหลง ความรู้ทางธรรมของเราจะมีค่าก็ต่อเมื่อมีสติช่วยให้ไม่หลง แล้วสตินั้นเองจะช่วยทำให้เกิดการกระทำถ้ามันเป็นความดี หรือการไม่กระทำถ้ามันเป็นความชั่ว หรือเป็นสิ่งที่เป็นโทษ 

    25690410pm--สุขคือทุกข์ ที่ยังไม่ปรากฎ

    Play Episode Listen Later May 29, 2026 29:26


    10 เม.ย. 69 - สุขคือทุกข์ ที่ยังไม่ปรากฎ : หลายปีก่อนเศรษฐกิจดี ธุรกิจก็เจริญ ทำอะไรก็สะดวก ค้าขายก็คล่อง ถ้าเราดีใจหรือเพลินไปกับมัน ถึงเวลาที่เศรษฐกิจตก ข้าวของราคาแพง อย่างทุกวันนี้ เราก็จะทุกข์มากเลย แต่ถ้าเรารู้ว่าความเจริญโชติช่วงชัชวาลทางเศรษฐกิจ ก็คือความเสื่อมที่ยังไม่แสดงตัวออกมา เราก็ไม่หลงใหลเพลิดเพลินยินดีกับมัน เราก็พร้อมที่จะเผชิญ เมื่อความเสื่อม ความผันผวนปรวนแปรเกิดขึ้น แต่ถ้าหากว่าเวลามีความสุข มีสุขภาพดี มีความสำเร็จ มีความสมหวัง เราดีใจ เราเพลิดเพลินหลงใหลไปกับมัน นั่นแสดงว่าเราประมาท ที่เราประมาทเพราะเราไม่รู้ความจริงว่า จริงๆ แล้วความสุขก็คือความทุกข์ที่ยังไม่ปรากฏ   แต่ในเวลาเดียวกัน ความทุกข์เวลาเกิดขึ้นกับเรา เราก็ไม่โวยวายตีโพยตีพาย หรือจมอยู่ในความทุกข์ เพราะเราก็รู้ว่าความทุกข์ก็ไม่เที่ยงเหมือนกัน พูดอีกอย่างก็คือว่า ความทุกข์ก็คือความสุขที่ยังไม่ปรากฏก็ได้ ในความสุขก็มีความทุกข์ ในความทุกข์ก็มีความสุข   พระพุทธเจ้าจึงตรัสว่า ผู้มีปัญญา แม้ประสบทุกข์ก็ยังหาสุขพบ ถ้าเรารู้แบบนี้ เราก็ไม่เสียใจมาก เวลาเจอสุขเราก็ไม่ดีใจ ดีใจก็ดีใจแค่วันเดียว ไม่ดีใจนาน เวลาเจอความทุกข์เราก็อาจจะเสียใจ แต่ก็อย่าเสียใจนาน เสียใจแค่วันเดียวก็พอ เพราะว่าความทุกข์ก็แปรเปลี่ยน ก็ไม่เที่ยงเหมือนกัน   เพราะฉะนั้นเราก็ไม่จมดิ่งอยู่กับความทุกข์ เวลาเกิดขึ้น จะเสียใจก็เสียใจแค่วันเดียว อย่าไปเสียใจนาน เพราะไม่นานก็แปรเปลี่ยนไป แต่จะทำอย่างนี้ได้ก็ต่อเมื่อเวลาเจอความสุข หรือความสำเร็จ เราก็ไม่หลงใหลได้ปลื้ม ถ้าจะดีใจก็ดีใจแค่วันเดียว อย่าดีใจนาน แล้วก็เตรียมพร้อมที่จะเผชิญกับความทุกข์ เผชิญกับความล้มเหลวที่จะเกิดขึ้นตามมา   ชีวิตก็เป็นอย่างนี้แหละ ถ้าเราเข้าใจ แม้จะสุขหรือทุกข์ เราก็ไม่แปรเปลี่ยน เจอสุขก็ไม่หลงหรือลืมตัว เจอทุกข์ก็ไม่จมดิ่งไปกับมัน ก็สามารถที่จะรักษาใจให้เป็นปกติได้ ไม่ว่าขึ้นหรือลง ได้หรือเสีย สำเร็จหรือล้มเหลว 

    25690409pm--รากเหง้าแห่งความโกรธ อยู่ที่ใจเรา

    Play Episode Listen Later May 28, 2026 31:57


    9 เม.ย. 69 - รากเหง้าแห่งความโกรธ อยู่ที่ใจเรา : ในขณะที่เรียกร้องความถูกต้องจากคนอื่น แต่ว่าไม่ได้ดูแลใจของตัวเองให้ถูกต้อง มันก็ไม่ใช่เป็นวิสัยของนักปฏิบัติ ไม่ใช่เฉพาะของพระเท่านั้น นักปฏิบัติ ในขณะที่เราเห็นความไม่ถูกต้องต่อหน้า เราก็ต้องกลับมาดูแลใจให้ถูกต้องด้วย เพราะไม่งั้นเราจะทำสิ่งที่ไม่ถูกต้องยิ่งกว่า นี่ก็เป็นเรื่องของการดูใจของตัว ไม่ว่ามีอะไรมากระทบ ไม่ว่าเจออะไรที่ทำให้เกิดความไม่พอใจ อย่างแรกที่ต้องทำคือ มารู้เท่าทันอารมณ์ความรู้สึกนั้น อย่าปล่อยให้มันเป็นเรื่องของสัญชาตญาณ เรื่องของนิสัย หรือเป็นเรื่องของสมอง   เราเป็นผู้ที่มีโอกาสได้ฝึกสติ ก็ต้องรู้จักดูใจของตัว โดยเฉพาะถ้าเป็นผู้ใฝ่ธรรม ไม่งั้นความโกรธก็จะเผาลนใจ แล้วก็จะโกรธคนอื่นไปทั่ว โดยที่ไม่ตระหนักว่าที่จริงแล้วความโกรธ รากเหง้ามันอยู่ที่ใจเรา อยู่ที่ความคาดหวัง อยู่ที่ความยึดมั่น อยู่ที่การปรุงแต่ง

    25690407pm--ใฝ่ธรรมแล้ว ต้องทำให้ถูก

    Play Episode Listen Later May 27, 2026 31:16


    7 เม.ย. 69 - ใฝ่ธรรมแล้ว ต้องทำให้ถูก : ก่อนที่เราจะปฏิบัติธรรมข้ออะไร ก็ต้องเข้าใจว่าจุดมุ่งหมายคือเพื่ออะไร สันโดษก็เหมือนกัน สันโดษจุดมุ่งหมายคือเพื่อให้เรามีเวลาว่างมากขึ้น เดิมเราหมดเวลาและพลังงานไปกับการหาเงินหาทองและการเสพการบริโภค แต่ตอนหลัง สันโดษคือ เราอยู่ง่าย เราไม่ไปเสียเวลาการหาเงินหาทองมากนัก เพราะว่าเราไม่ใช้เวลาไปกับการกิน การดื่ม การเที่ยว เราอยู่อย่างประหยัด อยู่อย่างเรียบง่าย บางคนไปเข้าใจว่าพอเสพน้อย ทำงานน้อย แล้วก็มีเวลาว่างเยอะ ก็เลยนั่งเล่นนอนเล่น อันนั้นไม่ใช่จุดมุ่งหมายของสันโดษ จุดมุ่งหมายของสันโดษคือ สงวนพลังงานและเวลา เพื่อที่เราจะได้เอาไปทำสิ่งดีงามมากกว่าการหาเงินหาทองหรือการเสพสุข เช่น ภาวนา ทำกรรมฐาน หรือเอาเงินไปช่วยเหลือส่วนรวม ได้เงินมาเยอะเพราะว่าใช้น้อย ก็เอาเงินนั้นไปช่วยเหลือส่วนรวม ไปบำรุงวัด ไปบำรุงโรงพยาบาล เป็นต้น อันนี้คือจุดมุ่งหมายของสันโดษ 

    25690406pm--ไม่ว่าเจออะไร ก็ยังทำใจได้เสมอ

    Play Episode Listen Later May 26, 2026 28:04


    6 เม.ย. 69 - ไม่ว่าเจออะไร ก็ยังทำใจได้เสมอ : เวลาเจอสถานการณ์ใดก็ตาม แม้จะไม่อยู่ในวิสัยที่จะทำอะไรได้ หรือว่าพยายามทำแล้ว แต่ว่าก็ไม่มีอะไรดีขึ้น มันก็ไม่ได้แปลว่าเราไม่สามารถจะทำอะไรได้เลย มีอย่างหนึ่งที่เราทำได้ก็คือ ยอมรับความรู้สึกที่เกิดขึ้น หรืออย่างที่สองคือ ยอมรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อย่างที่เขาใช้คำว่า ซื่อสัตย์ หรือซื่อตรงต่อความรู้สึกของตัวเอง แล้วทำใจเปิดกว้างต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอันนี้คือสิ่งที่เราทำได้ ไม่ว่าจะตกอยู่ในสถานการณ์ใดก็ตาม ทางออกมีเสมอ แต่มันเป็นทางออกที่อยู่ข้างใน 

    25690405pm--สูตรสำคัญของชีวิต

    Play Episode Listen Later May 25, 2026 34:06


    5 เม.ย. 69 - สูตรสำคัญของชีวิต : แม้พระพุทธเจ้าจะสอนกาลามสูตรมานานแล้ว 2500 กว่าปี แต่ว่ายังสำคัญสำหรับชีวิตของเรา โดยเฉพาะในยุคที่เรียกว่ายุคข้อมูลข่าวสาร ยุคโซเชียลมีเดีย ยุค AI ยิ่งต้องใช้หลักกาลามสูตรมาก ๆ อย่าเชื่อง่าย แต่ไม่ใช่ไม่เชื่อเลย แต่ว่าก่อนจะเชื่อต้องใช้เหตุใช้ผลใคร่ครวญ ความจริงบางอย่าง เราไม่มีทางที่จะเห็นด้วยตา แต่เราก็พิจารณาเอา เท่าที่จะเป็นไปได้ แต่อย่าเพิ่งรีบเชื่อ เพียงเพราะฟังตามกันมา เพียงเพราะถือสืบ ๆ กันมา เพียงเพราะเสียงเล่าลือ เพียงเพราะการอนุมาน เพราะตรรกะ เพราะอ้างคัมภีร์หรือตำรา หรือแม้กระทั่ง เพราะผู้พูดเป็นครูของเราหลวงพ่อพูดก็อย่าเพิ่งเชื่อ ไปพิจารณาดู ครูก็อาจจะผิดได้ เพราะฉะนั้นก็ขอให้ท่องจำเอาไว้ 

    25690404pm--รักษาตนอย่างไร ไม่ให้ผิดพลาด

    Play Episode Listen Later May 24, 2026 30:41


    4 เม.ย. 69 - รักษาตนอย่างไร ไม่ให้ผิดพลาด : คนเรา ถ้าไม่มีสติแล้วก็ทำอะไรไม่ได้หรอก จะทำดี จะรักษาใจให้เบิกบาน ก็เพราะมีสติเป็นเครื่องกำกับ เพราะฉะนั้น หัวใจที่สำคัญของพุทธศาสนา ในความเห็นของเกล้ากระผมคือสติ ที่เหลือนอกนั้นก็เป็นกระพี้ อันนี้ก็น่าสนใจ ที่ครูบาอาจารย์แม้ท่านเป็นอาจารย์กรรมฐาน เป็นพระป่า แต่ท่านกลับเห็นว่าสติสำคัญที่สุด ดังนั้น ถ้าเราเอาสติมาใช้กับการทำงาน ในการบริโภค ในการรับรู้สิ่งต่าง ๆ ก็เท่ากับว่าเราบำเพ็ญ อปัณณกปฏิปทาได้อย่างถึงพร้อม และช่วยทำให้เรารักษาศีล รักษาจิตให้ปกติได้ 

    25690403pm--ฝึกใจให้เห็น อย่าเข้าไปเป็น

    Play Episode Listen Later May 23, 2026 30:58


    3 เม.ย. 69 - ฝึกใจให้เห็น อย่าเข้าไปเป็น : ความทุกข์แม้มันเกิดขึ้น แต่เห็นมันนี่ดี หลวงพ่อคำเขียนก็พูดเลยก่อนที่ท่านจะมรณภาพ ท่านไม่ได้พูดท่านเขียน เห็นทุกข์ก็พ้นทุกข์ ถ้าอยากพ้นทุกข์ก็ต้องเห็นทุกข์ ทีแรกเห็นด้วยสติก่อน มีความทุกข์เกิดขึ้นก็เห็นมัน ต่อไปเห็นด้วยปัญญาว่า ทุกอย่างเป็นทุกข์ทั้งนั้นเลย พอเห็นว่าทุกอย่างเป็นทุกข์หรือเป็นตัวทุกข์ จิตก็ไม่ยึดมั่นถือมั่น พอไม่ยึดมั่นถือมั่นก็พ้นทุกข์เลย เป็นอิสระจากความทุกข์ เรามาถ้าตั้งใจมาปฏิบัติธรรม ก็ขอให้ฝึกให้เห็น ถ้าฝึกแล้วไม่เห็นก็แสดงว่ายังไปไม่ถูกทาง ก็ต้องเห็นกายเคลื่อนไหว เห็นใจคิดนึก จากเห็นด้วยสติก็พัฒนามาสู่การเห็นด้วยปัญญา นั่นแหละถึงจะช่วยทำให้ออกจากทุกข์ได้ หรือว่าทุกข์เบาบางลง 

    25690402pm--เราทุกคนคือนักโทษ

    Play Episode Listen Later May 22, 2026 27:57


    2 เม.ย. 69 - เราทุกคนคือนักโทษ : การเตรียมตัวก่อนตาย มันไม่ใช่ว่าจะต้องรอให้รู้ว่าจะตายเมื่อไหร่ พวกเราส่วนใหญ่ในที่นี้ก็ไม่รู้ว่าจะตายเมื่อไหร่ อาจจะยังอีกไกลหลายสิบปีก็ได้ แต่ก็ไม่ได้แปลว่าไม่ควรเตรียมตัว ควรเตรียมตัวไว้ เพราะยังไงเราก็ต้องตายกันทุกคน แล้วเผลอๆ อาจจะตายวันพรุ่งนี้ หรือมะรืนนี้ก็ได้ เพราะความตายมันไม่มีใครที่จะรู้ล่วงหน้าหรือคาดการล่วงหน้าได้ อย่างที่พระพุทธเจ้าตรัสว่า มันมีสิ่งที่บอกล่วงหน้าหรือคาดการณ์ล่วงหน้าไม่ได้ 5 อย่าง ภาษาบาลีเรียกว่าอนิมิตตัง มี 5 ประการคือ 1. ไม่รู้ว่าจะตายเมื่อไหร่ 2. ไม่รู้จะตายเวลาใด 3. ไม่รู้ว่าจะตายที่ไหน 4. ไม่รู้จะตายเพราะเหตุใด 5. ตายแล้วไปไหนก็ไม่รู้   แค่สี่ข้อแรกมันก็น่าคิดแล้ว เพราะว่าแม้จะยังเป็นหนุ่มเป็นสาวเป็นเด็ก หรือแม้จะสุขภาพดี ก็ไม่ใช่ว่าความตายจะไม่มาถึงตัว   จริงๆ แล้วทุกคน พวกเราแม้จะไม่ใช่นักโทษประหารที่ต้องถูกจองจำในบางขวาง แต่ว่าโดยสภาพความเป็นจริงแล้วเราทุกคนก็ไม่ต่างจากนักโทษประหารคือ เราไม่รู้ว่าจะตายเมื่อไหร่ แต่สักวันหนึ่งเราก็ต้องถูกประหารแน่นอน เพราะว่าความตายเป็นสิ่งที่ไม่มีใครหนีพ้น   ครูบาอาจารย์บางท่านก็บอก พวกเธอเป็นนักโทษประหารกันทั้งนั้นแหละ ถึงแม้จะไม่ได้ถูกจองจำหรือถูกขังในเรือนจำ แต่ว่าไม่ช้าก็เร็วต้องถูกประหารชีวิต อาจจะไม่ใช่ถูกยิงเป้าถูกแขวนคอ แต่อาจจะเจ็บป่วยตาย หรือประสบอุบัติเหตุตาย อันนี้ก็เรียกว่าสัจธรรมมันพาให้เราทุกคนมาลงเอยที่การถูกประหารชีวิตกันทั้งนั้น   ฉะนั้นก็ระลึกเอาไว้อยู่เสมอว่า ในเมื่อเราทุกคนต้องตาย มีชีวิตไม่ต่างจากนักโทษประหาร ต้องหมั่นสร้างสมคุณงามความดีเอาไว้ แล้วก็หมั่นศึกษาปฏิบัติธรรม รักษาจิตรักษาใจให้ดี ไม่ใช่แค่เพื่อให้มีสติไม่วู่วาม หรือว่าบันดาลโทสะจนกระทั่งติดคุกติดตาราง แล้วก็โดนโทษประหารชีวิต แต่รวมถึงว่ามีสติเวลาจะต้องตาย ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม ตึกถล่ม ไฟไหม้ รถชน แต่ก็ครองสติเอาไว้ได้ ถามว่าจะฝึกสติกันตอนไหน ก็ตอนนี้แหละ ไม่ใช่อ้างว่ายังไม่ว่าง ไม่มีเวลา อันนั้นเรียกว่าประมาทอย่างยิ่ง 

    25690401pm--ฝึกใจให้มีความสุข

    Play Episode Listen Later May 21, 2026 32:45


    1 เม.ย. 69 - ฝึกใจให้มีความสุข : คนเรานี่ถ้าหากว่าฝึกใจให้รู้จักมองเห็นสิ่งที่ดี ไวต่อความสุข แม้ว่าจะประสบเหตุเภทภัยอะไรก็ ยังมีความสุขได้ และที่สำคัญคือว่า เมื่อเจอความทุกข์แล้ว เรามองเห็นว่าเป็นธรรมดา ธรรมะช่วยได้ ทำให้เรามองเห็นว่าความสูญเสีย ความเจ็บป่วย ความพลัดพราก มันเป็นธรรมดาของชีวิต มันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ถ้าเราไม่ยึดติดถือมั่นในสิ่งที่มี สิ่งที่เป็น เมื่อสูญเสียสิ่งที่มี สิ่งที่เป็นไป มันก็ไม่ทุกข์อะไร อันนี้เป็นธรรมะที่เราสามารถฝึกใจให้เห็น แม้ว่ามันจะจดจ่อ เวลามีความทุกข์ มันก็จะไม่จมไปกับความทุกข์ เพราะมีปัญญาเห็นว่าเป็นเรื่องธรรมดา และยิ่งถ้าหากว่ามีสติ รู้จักมองว่า เราก็ยังมีสิ่งดี ๆ อีกเยอะ เราสูญเสีย 1 แต่เรายังมีตั้ง 2 มีตั้ง 3 ตั้ง 4 เรายังมีสิ่งดี ๆ อีกมาก และสิ่งที่เสียไปมันก็สอนธรรมให้กับเรา สอนความจริงให้กับเรา เสียทรัพย์แต่ได้ปัญญา ได้เห็นสัจธรรมความจริง ก็กลายเป็นดีไป   เพราะฉะนั้น แม้ว่าสมองเราจะถูกออกแบบมาไม่ให้เรามีความสุข แต่ใจเราฝึกได้ ให้สามารถที่จะเป็นอิสระจากความทุกข์แล้วเข้าถึงความสุข ท่ามกลางความผันผวนแปรปรวนของโลกได้ ใจสิ่งที่มี สิ่งที่ดี ตามองเห็น หูได้ยิน จมูกได้กลิ่น ลิ้นได้รส ยังเหมือนคนปกติ เดินเหินไปไหนก็ได้ 

    25690331pm--อย่างหลงติดหัวโขน

    Play Episode Listen Later May 20, 2026 29:38


    31 มี.ค. 69 - อย่างหลงติดหัวโขน : สมมติที่มันมาพร้อมกับตำแหน่งฐานะ หรือเพศ ก็ยังเป็นเรื่องที่เห็นได้ง่าย แต่สมมติที่มันเกิดจากความยึดติดถือมั่นว่า สัตว์ตัวตนบุคคลเราเขา อันนี้เข้าใจยาก แต่ถ้าเพียงแต่เรารู้เท่าทันสมมติที่มันเป็นหัวโขน ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งชื่อเสียง ฐานะ แล้วเราไม่หลงติดในมัน รู้ว่ามันเป็นแค่สมมติ เป็นแค่มายา เราก็สามารถจะเป็นอิสระจากมันได้ ถึงแม้ว่ายังหลงยึดติดในสัตว์ตัวตนบุคคลเราเขาก็ตาม ยังมีเรา-มีเขา แต่อย่างน้อยก็สามารถจะก้าวพ้นขีดจำกัด หรืออิทธิพลของสมมุติไปได้ ถ้าหากเข้าถึงธรรมะจริงๆ มันก็จะเข้าถึงภาวะที่หลวงพ่อคำเขียนบอกว่าไม่เป็นอะไรกับอะไร อันนี้ก็เรียกว่าเป็นอิสระจากสมมติอย่างสิ้นเชิง แต่ว่าถ้ายังไม่มีปัญญาเห็นถึงขนาดนั้น อย่างน้อยก็ไม่หลงเพลินในหัวโขน รู้เท่าทันอำนาจของหัวโขนในความเข้าใจของชาวโลก แล้วพอหัวโขนมันแปรเปลี่ยนไป ก็จะได้ไม่ทุกข์กับความผันผวน กับความเปลี่ยนแปลงนั้น 

    25690330pm--ทางออกพบได้ที่ใจ

    Play Episode Listen Later May 19, 2026 31:54


    30 มี.ค. 69 - ทางออกพบได้ที่ใจ : ถ้าเราทำความเพียรแล้วลดความคาดหวังลง ไม่ว่าจะเป็นความคาดหวังในคำชื่นชมสรรเสริญ การได้รับความสำคัญหรือความสำเร็จ เราเพียรเท่าไหร่ แม้จะไม่สำเร็จเราก็ไม่ทุกข์ ก็ยังทำ ยังตั้งหน้าตั้งตาทำความเพียรต่อไป เหมือนกับเวลาเราปฏิบัติธรรม เราทำความเพียรปฏิบัติทั้งวัน แม้ว่าจะยังดูเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ความสงบก็ยังไม่เกิด ปัญญาก็ยังไม่ปรากฏ แต่เราก็ไม่ทุกข์ เพราะว่าความเพียรของเราไม่ได้ผูกติดอยู่กับความสำเร็จหรือความคาดหวัง   วิธีที่จะลดความทุกข์จึงไม่ใช่แค่การพยายามให้ได้มาอย่างที่ต้องการ แต่อยู่ที่การลดความต้องการลง ลดความคาดหวังลง ตรงนี้ก็เป็นสิ่งที่ถ้าเราศึกษา หมั่นมองดูใจ เราจะพบว่าทางออกจากทุกข์ ทางออกจากปัญหา จริง ๆ แล้วอยู่ที่ใจเรา ไม่ใช่อยู่ที่ว่าต้องให้ได้อย่างที่อยาก   เจอแดดร้อน ๆ แม้ทุกข์กายแต่ใจไม่ทุกข์ก็ได้ อันนี้ก็คำตอบเดียวกัน คือทางออกจากทุกข์อยู่ที่ใจเรา แม้ว่ายังต้องเจอทุกข์ แต่ก็แค่ทุกข์กายแต่ใจไม่ทุกข์ แม้จะไม่ได้แต่ก็ไม่ทุกข์ เพราะไม่ได้หวัง ฉะนั้นถ้าเราหันมาสังเกตใจของเราจากการที่ได้เจอกับความทุกข์ ความยากลำบาก สุดท้ายเราก็จะพบว่าทางออกมีอยู่เสมอ อย่างน้อยกทางออกก็คือที่ใจ 

    25690323pm--เตือนใจให้ใช้หัว

    Play Episode Listen Later May 18, 2026 31:41


    23 มี.ค. 69 - เตือนใจให้ใช้หัว : ตัวเราเองแต่ละคนก็เหมือนกัน บางทีแม้เราจะรู้ผิดรู้ถูก สนใจธรรมะ ฟังธรรมมาเยอะ แต่ว่าบางทีถ้าปล่อยให้อารมณ์ลุกลาม ไม่ว่าจะเป็นความโกรธจนเกิดการบันดาลโทสะ หรือเกิดโลภะ ราคะ เกิดอารมณ์ชั่ววูบ แม้กระทั่งการกิน การกินที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ หลายคนก็รู้ว่ากินน้ำตาลมาก ๆ ไม่ดี กินของหวานไม่ดี กินไขมัน กินพวกที่มีไขมันเยอะไม่ดี แต่ก็ห้ามใจไม่ได้ เพราะคนเราการกระทำคนเราไม่ได้ใช้หัวอย่างเดียว ใช้อารมณ์ ใช้ใจ ความอยาก ก็ทำให้ลืมตัวก็เผลอกินเผลอเสพสิ่งที่รู้ว่าเป็นโทษต่อร่างกาย แต่ตอนนั้นไม่ได้ใช้ความรู้ ใช้ความรู้สึก แต่ถ้าคนเรารู้จักเตือนตนด้วยตนเอง คือมีสติ ก็ช่วยทำให้เราไม่เผลอทำสิ่งที่เป็นโทษต่อผู้อื่น หรือทำร้ายตัวเองได้ การมีสติสำหรับยุคนี้สำคัญมาก เพราะว่าเราก็ไม่รู้ว่าจะมีอะไรมากระตุ้นให้เราเกิดความโกรธ ทำให้เราเกิดความโลภจนลืมตัวหรือเปล่า อย่างที่ว่าสมัยก่อนยังมีคนช่วยตักช่วยเตือน มีเพื่อน มีหมู่มิตร แต่เดี๋ยวนี้ไม่มีแล้ว ก็ต้องรู้จักเตือนตัวเอง แล้วเราจะเตือนตัวเองได้ต้องมีสติ ขนาดมีสติแล้วยังไม่พอ   บางทีแม้ว่ารู้ว่าโกรธไม่ดีแต่ก็ยังโกรธอยู่ รู้ว่ากินของหวานไม่ดีแต่ก็ยังกินอยู่ บางทีสติไม่มีอำนาจเพียงพอ แต่ถ้าเราเตือนตัวเองบ่อย ๆ เตือนตัวเองบ่อย ๆ ก็จะช่วยชะลอได้ในที่สุด ใหม่ ๆ เวลาโกรธแล้ว เผลอหลุดปากด่าไป มารู้ตัวก็ว่าไปเรียบร้อยแล้ว แล้วคนที่ถูกว่าบางทีก็เป็นพ่อแม่ เป็นลูก แต่ถ้าเราไม่ท้อไม่ถอย ทำไปเรื่อย ๆ ต่อไปก็จะเตือนตัวเองได้เร็วขึ้น จนกระทั่งตอนหลังมีความโกรธก็รู้ว่าโกรธ แล้วไม่ปล่อยให้ความโกรธครอบงำ ต่อไปก็จะรู้ทันมากขึ้น จนกระทั่งไม่ทันจะโกรธเลย แค่หงุดหงิด แค่ไม่พอใจ ก็หยุดแค่นั้น เพราะมีสติมาเตือน ยุคนี้ถ้าเราไม่มีสติ ก็ง่ายที่เราจะพลั้ง ง่ายมากที่เราจะเผลอ ง่ายมากที่เราจะทำในสิ่งที่ต้องเสียใจในภายหลังได้ 

    25690322pm--ปลอดภัยเพราะใจมีบ้าน

    Play Episode Listen Later May 17, 2026 29:09


    22 มี.ค. 69 - ปลอดภัยเพราะใจมีบ้าน : บ้านที่ก่อด้วยอิฐสร้างด้วยปูนป้องกันอะไรไม่ได้เลย ได้แต่ป้องกันสัตว์ร้าย มิจฉาชีพ ผู้ร้าย อาจจะป้องกันน้ำท่วม แผ่นดินไหวได้บ้าง แต่ว่าความสูญเสียคนรัก ของรัก และการประสบกับสิ่งที่ไม่รักไม่พอใจป้องกันไม่ได้ แต่บ้านในใจป้องกันได้ สติก็ดี สัมปชัญญะความรู้ตัวก็ดี ปัญญาก็ดี ช่วยป้องกันได้ และถ้าเรามีบ้านชนิดนี้ อยู่ที่ไหนก็อบอุ่น อยู่ที่ไหนก็ปลอดโปร่งเป็นอิสระ แม้ว่าจะอยู่ห่างจากบ้านที่คุ้นเคย ที่เป็นอาคารสถานที่ แต่ว่าความเหงาก็มาครอบงำจิตใจไม่ได้ ต้องใส่ใจในการหาบ้านอย่างนี้ให้กับใจของเรา เพราะถึงวันที่เราเจ็บเราป่วย ถึงวันที่เราต้องเจอกับความพลัดพรากสูญเสีย ถึงวันที่เราอาจจะต้องตกอยู่ในสภาพที่ร่างกายกลับกลายเป็นคุกขังเราไว้ จะก็ขังได้แต่กาย แต่ว่าขังใจไม่ได้ เพราะใจมีอิสระ เพราะใจมีบ้าน ที่ให้ความอบอุ่นข้างในแก่เรา 

    25690321pm--ทำจิตคู่กับทำกิจ

    Play Episode Listen Later May 16, 2026 28:54


    21 มี.ค. 69 - ทำจิตคู่กับทำกิจ

    25690319pm--สิ้นสุดการทะเลาะในตัวเอง

    Play Episode Listen Later May 15, 2026 30:08


    19 มี.ค. 69 - สิ้นสุดการทะเลาะในตัวเอง : การสิ้นสุดของการทะเลาะในตัวเอง ดังนั้นมันจะมีความสงบ เป็นความสงบที่ไม่ใช่ว่าไม่มีกิเลส มันก็ยังมี หรือกิเลสก็ยังมีโอกาสที่จะเกิด แต่ว่าไม่มีเหตุปัจจัยที่จะเกิดได้ เพราะว่าความหลง ซึ่งเป็นบ่อเกิดหรือเป็นเชื้อของความโกรธ ความเครียด ความเศร้า มันไม่มี ก็เหมือนกับไฟ ไฟลุกเป็นเปลวได้เพราะมีเชื้อ แล้วก็มีออกซิเจน แต่เมื่อไรก็ตามที่เชื้อหมด เมื่อไรก็ตามที่ไม่มีออกซิเจน ไฟก็ดับ กิเลสและความโกรธ ความเศร้า ความเกลียด ความเครียด อารมณ์อกุศลพวกนี้ รวมทั้งความฟุ้งด้วย มันเกิดขึ้นได้เพราะความหลง หลงเมื่อไรก็เหมือนกับกิเลสได้เชื้อไฟ   แต่พอรู้สึกตัวขึ้นมาเมื่อไร ออกซิเจนหมด เชื้อหาย ไฟก็ดับ มันไม่ใช่ภาวะที่ต้องไปโรมรันพันตูกัน ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นในใจของคนที่ใฝ่ดี ใฝ่ธรรม แต่ว่าการที่จะรับมือกับกิเลส ความคิด และอารมณ์ที่ทำให้ใจว้าวุ่น ฟุ้งซ่าน มีวิธีที่ดีกว่านั้น คือเห็นมัน

    25690318pm--สงบได้เพราะรู้ใจ

    Play Episode Listen Later May 14, 2026 28:43


    18 มี.ค. 69 - สงบได้เพราะรู้ใจ : คำว่ารู้นี่สำคัญ สงบกับรู้ไม่ได้ขัดแย้งกัน เพียงแต่ว่ารู้ในที่นี้คือรู้อาการของใจ รู้จิต รู้เวทนา ไม่ใช่รู้ข้างนอก รู้ข้างนอกอาจจะทำให้ใจไม่สงบได้ แต่ถึงจะรู้ข้างนอก ถ้าหากว่ารู้ข้างในไปด้วย เวลาตาเห็นรูป ก็มีสติเห็นใจที่กระเพื่อมขึ้นกระเพื่อมลง เวลาหูกระทบกับเสียง ก็มีสติเห็นใจยินดียินร้าย ถ้าทำอย่างนี้ได้ ความสงบก็เกิดขึ้นได้ และความสงบแบบนี้สำคัญมาก เพราะว่าไม่ได้หมายถึงการตัดการรับรู้ เรายังรับรู้โลกภายนอกได้ แต่ว่าเราไม่ได้แค่รู้นอก เรารู้ในด้วย รู้ทันความคิดและอารมณ์ที่เกิดขึ้น รู้อาการของใจที่ไปต่อสู้ผลักไส รู้สึกลบกับภาพที่เห็นหรือเสียงที่ได้ยิน รู้ทันความอยาก ความคาดหวังที่เกิดขึ้น แล้วก็ไม่ปล่อยให้มันครองใจ   ความเพียรยังทำอยู่ แต่ว่าแยกเอาความอยากหรือความคาดหวังออกไป ของอย่างนี้ไม่จำเป็นต้องมาคู่กันก็ได้ แต่ส่วนใหญ่ก็จะมาคู่กัน ถ้ายิ่งมีความเพียรเท่าไร ก็ยิ่งมีความอยาก มีความคาดหวังมากเท่านั้น แต่ถ้าเราเพียรโดยที่ปลดความอยาก ความคาดหวัง หรือถึงจะมีก็รู้ทันมัน ถ้าเรารู้เรื่องโลกภายนอก แล้วรู้อาการของใจ ความสงบก็เกิดขึ้นในใจเราได้ ไม่จำเป็นต้องปิดหูปิดตาอย่างลิงสองตัวนั้นก็ได้ ตาก็ยังเห็นรูป หูยังได้ยินเสียง แต่มีสติเห็นใจ เห็นอารมณ์ เท่านี้ก็ทำให้เกิดความสงบในใจขึ้นมาได้ 

    Claim Luangpor Paisal Visalo's Podcast (หลวงพ่อไพศาล วิสาโล)

    In order to claim this podcast we'll send an email to with a verification link. Simply click the link and you will be able to edit tags, request a refresh, and other features to take control of your podcast page!

    Claim Cancel