Soul Food Podcasts

Follow Soul Food Podcasts
Share on
Copy link to clipboard

Podcasts สำหรับการเติมกำลังให้กับจิตวิญญาณของเรา

Soul Food Ministries


    • Apr 19, 2026 LATEST EPISODE
    • daily NEW EPISODES
    • 6m AVG DURATION
    • 1,722 EPISODES


    Search for episodes from Soul Food Podcasts with a specific topic:

    Latest episodes from Soul Food Podcasts

    สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่20) สามัญสำนึก!

    Play Episode Listen Later Apr 19, 2026 4:34


    คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่20)สามัญสำนึก!“คนที่ดูหมิ่นเพื่อนบ้านของตนย่อมไม่มีสามัญสำนึก แต่คนที่มีความเข้าใจก็นิ่งเงียบ”‭‭ ~สุภาษิต‬ ‭11‬:‭12‬ ‭THSV11‬‬“A person who despises a neighbor has no sense, but a person who has understanding keeps quiet.”‭‭ ~Proverbs‬ ‭11‬:‭12‬ ‭GW‬‬ไม่น่าเชื่อว่า สิ่งที่ขาดหายไปมากที่สุดอย่างหนึ่งในปัจจุบันนี้ ก็คือ“Common Sense " หรือ “สามัญสำนึก”!“สามัญสำนึก”หมายถึง“ความสามารถในการตัดสินใจให้ถูกต้องโดยไม่ต้องมีใครมาบอกว่าต้องคิดยังไง!”ในยุคนี้ คนมี“ความฉลาด”มากขึ้น และ บางคนก็ร้อนรนมากขึ้น แต่ บ่อยครั้งกลับขาดสิ่งที่ควรมีทั่วไปเรียกว่า “ความเฉลียว”ซึ่งหมายถึง“ความมีไหวพริบ ความรู้สึกตัวฉุกคิด สติปัญญาที่รู้จักพิจารณา รู้เท่าทันเหตุการณ์ และความรอบคอบก่อนที่จะพูดหรือลงมือทำอะไร”“ความเฉลียว”เปรียบเสมือน“เกราะป้องกัน”หรือ "ฝักมีด“ที่หุ้ม "ความฉลาด" (คมมีด) เพื่อไม่ให้ย้อนกลับมาทำอันตรายตนเอง เป็นเหมือนการตระหนักรู้ (มีสติ) ที่ทำให้เราไม่ประมาท!ดังนั้น ให้เราเป็นคนมีปัญญา ที่มี“ความฉลาด”และไม่ขาด “ความเฉลียว” เหมือนคำกล่าวที่ว่า“คนที่มีปัญญา อาจรู้อะไรมากมายแต่คนที่มีสามัญสำนึก รู้ว่าอะไรที่ควรทำ”(The wise may know many things, but the sensible know what to do.)ในพระคัมภีร์สุภาษิต‬ ‭11‬:‭12‬นี้ เตือนสติเราให้มี”สามัญสำนึก“โดยกล่าวว่า​ “คนที่ดูหมิ่นเพื่อนบ้านของตนย่อมไม่มีสามัญสำนึก“ใช่ครับ เราไม่ควร “ดูหมิ่น” หรือ ดูถูก เหยียดหยาม หรือลดค่าคนอื่นเพราะว่าคนทุกคนมีคุณค่าในสายพระเนตรของพระเจ้าการดูถูกดูหมิ่นหรือลดทอนคุณค่าและศักดิ์ศรีของคนอื่น จึงไม่เพียงเป็นแค่ “นิสัยไม่ดี” แต่เป็นยังเป็นการขาด“สามัญสำนึก”ที่พระเจ้าทรงประทานมาให้เราใช้ด้วยคนมีสามัญสำนึก จะมีสติรู้ว่า การดูถูกคนอื่น จะไม่ทำให้ตัวเขาเองสูงขึ้นเลยแต่ตรงกันข้ามจะส่งผลกระทบในเชิงลบกลับมาสู่เขาดังนั้น ยิ่งเราดูถูกคนอื่น หรือ ดูหมิ่นความคิดเห็น และความเชื่อศรัทธาของคนอื่น(ไม่ว่าจะเจตนาดีสักเพียงใด) ก็ยิ่งสะท้อนให้เห็นว่าข้างในใจของเราขาดสิ่งสำคัญที่เรียกว่า “สามัญสำนึก” เราคือคนที่ไม่เข้าใจพระประสงค์ของพระเจ้า และไม่เข้าใจความจริงของชีวิต!​“แต่คนที่มีความเข้าใจก็นิ่งเงียบ”“ความเข้าใจ” ในที่นี้คือ1).มีปัญญา และ2).มีความสามารถการควบคุมตนเอง“การนิ่งเงียบ” ในที่นี้ ไม่ใช่เพราะอ่อนแอ แต่คือการ “เลือกไม่พูด” ถ้าคำพูดนั้นจะทำร้ายหรือสร้างความเสียหายแก่ผู้อื่นคนมี“สามัญสำนึก” หรือ คนมีปัญญา จะตระหนักว่า1).เราไม่จำเป็นต้องพูดทุกความคิดของเราออกมา2).เราไม่ตอบโต้ออกไปคือความเข้มแข็ง ไม่ใช่ความอ่อนแอพ่ายแพ้3).เราสำแเดงวุฒิภาวะออกมาได้ โดยผ่านทางความเงียบสรุป1.การดูถูกคนอื่น คือ การขาดสามัญสำนึก2.การยับยั้งคำพูด หรือเงียบ คือ เครื่องหมายของคนมีปัญญาพี่น้องที่รัก พระคัมภีร์สอนเราว่าบางครั้ง“ระดับวุฒิภาวะหรือสติปัญญาของคน ไม่ได้วัดจากสิ่งที่เขาพูดแต่วัดจากสิ่งที่เขา ‘เลือกไม่พูด!”…เห็นด้วยไหมครับ?………………………………ธงชัย ประดับชนานุรัตน์ 20เมษายน2026(ตอนที่20ปีที่6) #YoutubeCJCONNECT#คริสตจักรแห่งความรัก#Churchoflove #ShareTheLoveForward #ChurchOfJoy #คริสตจักรแห่งความสุข#NimitmaiChristianChurch #คริสตจักรนิมิตใหม่ #ฮักกัยประเทศไทย #อัลฟ่า #หนึ่งล้านความดี

    พระธรรมนำชีวิต ตอน อย่าเลือกผิดนะ Ep.1604

    Play Episode Listen Later Apr 19, 2026 3:26


    พระธรรมนำชีวิตตอน อย่าเลือกผิดนะ Ep.1604บางครั้งชีวิตไม่ได้พังเพราะเราไม่รู้ แต่พังเพราะเราไม่เลือกฟัง เยโฮยาคิมคือตัวอย่างของคนที่ไม่ได้ขาดข้อมูล แต่เขาตัดสินใจผิด ทั้ง ๆ ที่รู้คำเตือนของพระเจ้าแล้ว'ในรัชกาลของเยโฮยาคิม เนบูคัดเนสซาร์ พระราชาแห่งบาบิโลนยกขึ้นมา และเยโฮยาคิมเป็นข้ารับใช้ของพระองค์ 3 ปี แล้วก็กลับกบฏต่อพระองค์ ' 2 พงศ์กษัตริย์ 24:1กบฏ หมายถึง ลุกขึ้นต่อต้านอำนาจที่ตนเคยยอมอยู่ใต้ นี่ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนใจ แต่มันคือการตั้งตัวเป็นศัตรู ในประวัติศาสตร์ช่วงประมาณปี 601 ก่อน ค.ศ. บาบิโลนปะทะกับอียิปต์ และทั้งสองฝ่ายเสียหายหนัก เยโฮยาคิมจึงมองว่านี่คือโอกาสทองที่จะหลุดพ้นจากอำนาจบาบิโลน ในสายตามนุษย์ดูเหมือนเป็นการตัดสินใจที่ฉลาด แต่ในสายพระเนตรของพระเจ้า นี่คือการไม่เชื่อฟัง เพราะพระเจ้าตรัสผ่านผู้เผยพระวจนะเยเรมีย์ ในเยเรมีย์ 27:12 ว่า จงยอมอยู่ใต้แอก หรืออยู่ในการควบคุมของกษัตริย์บาบิโลน แล้วจะมีชีวิต ในช่วงเวลาเดียวกันนี้มีอีกคนที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงนั่นคือ ดาเนียล เยโฮยาคิม อยู่ในวัง มีผู้เผยพระวจนะเตือน แต่เขาไม่เลือกฟัง ผลที่เกิดขึ้นคือ เขานำประเทศเข้าสู่เส้นทางของความพินาศ ส่วนดาเนียล ถูกจับไปเป็ยเชลย เขาเลือกที่จะเป็นคนของพระเจ้าในดินแดนของศัตรู ผลที่เกิดขึ้นกับดาเนียลและเพื่อนคือ พระเจ้าทรงอวยพรพวกเขาท่ามกลางอาณาจักรของศัตรู วันนี้ผมอยากถามตัสเองและพวกเราทุกคนว่า เมื่อเราจะเลือกอะไรสักอย่าง เราตัดสินใจจากอะไร พระวจนะของพระเจ้า หรือ สถานการณ์รอบตัว ความน่ากลัวของชีวิต คือไม่ใช่การทำผิดโดยไม่รู้ แต่คือการที่รู้ว่าพระเจ้าต้องการอะไร แต่เราก็ยังไปเลือกในสิ่งที่คิดว่าดีที่สุดสำหรับตัวเราเอง'มีทางหนึ่งซึ่งคนเราคิดว่าถูก แต่ปลายทางคือความมรณา ' สุภาษิต 14:12 สถานการณ์ไม่ได้เป็นตัวกำหนดอนาคตของเรา แต่สิ่งที่เราเลือกฟังต่างหาก คือสิ่งที่กำหนดทิศทางของชีวิต วันนี้พวกเราอยู่ในสถานการณ์ที่เลวร้ายเหมือนดาเนียล หรือมีพร้อมทุกอย่างเหมือนเยโฮยาคิม คำถามสำคัญสำหรับเราคือ วันนี้เรากำลังใช้สายตามนุษย์ประเมิน หรือยอมให้พระวจนะของพระเจ้าเป็นผู้นำทางชีวิตของเราครับวุฒิ วงศ์สรรเสริญ

    “สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่19) ฉันจึงมาหาความหมาย!

    Play Episode Listen Later Apr 19, 2026 5:24


    คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่19)ฉันจึงมาหาความหมาย!“และยิ่งกว่านั้นอีก บุตรชายของข้าพเจ้าเอ๋ย จงรับคำตักเตือนเถิด ซึ่งจะทำหนังสือมากก็ไม่มีสิ้นสุด และเรียนมากก็เหนื่อยเนื้อหนัง”‭‭ ~ปัญญาจารย์‬ ‭12‬:‭12‬ ‭THSV11‬‬“Be warned, my son, of anything in addition to them. Of making many books there is no end, and much study wearies the body.”‭‭ ~Ecclesiastes‬ ‭12‬:‭12‬ ‭NIV‬‬ในสมัยที่ผมจะเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัย มีบทกวีบทหนึ่งโด่งดังมาก เขียนว่า# “ฉันเยาว์ ฉันเขลา ฉันทึ่ง ฉันจึง มาหา ความหมายฉันหวัง เก็บอะไรไปมากมาย สุดท้ายให้กระดาษ ฉันแผ่นเดียว”-วิทยากร เชียงกูล-แต่เมื่อผมเข้าไปศึกษาในมหาวิทยาลัยจริงๆ ก็พบว่า มี~หลายอย่างที่เรียน ~หลายสิ่งที่พบ(ธรรมเนียมประเพณี) หรือ~หลายกิจกรรมที่ทำกลับไม่ได้ให้ความหมายอะไรต่อชีวิตมากเท่าไรนักสำหรับคนที่เข้ามหาวิทยาลัยนั้น ~บางคนเริ่มค้นพบความหมายสำหรับตนเองและกล้าว่ายทวนน้ำ และกล้าคิดออกนอกกรอบ แต่~บางคนกลับสาละวนหลงไปกับสิ่งที่เจอะเจอ(บางคนเจอแฟน บางคนเจอลัทธิความเชื่อทางการเมืองหรือ ศาสนา)กลายเป็นคนที่ไหลไปตามน้ำ ไม่คิดไม่ทำสิ่งใดที่ไม่คุ้นชิน และไม่กล้าถาม ไม่กล้าคิดอะไรออกนอกกรอบที่ถูกขีดไว้เป็นเหมือนกับที่ ฟินเลย์ ปีเตอร์ ดูนเน่ (Finley Peter Dunne) (1867-1936) นักหนังสือพิมพ์ นักเขียน ชาวอเมริกัน ที่เคยกล่าวว่า... “คุณสามารถนำคนไปที่มหาวิทยาลัยได้ แต่คุณไม่อาจทำให้เขาคิดได้!”(You can lead a man up to the university but ye can't make him think.)สิ่งหนึ่ง ที่กลายมาเป็นปัญหาและความขัดแย้งในภายหลังก็คือ การที่แต่ละคนต่างพอเรียนรู้นิดรู้หน่อย ก็คิดว่า ตัวเขาคิดถูกและคนอื่นคิดผิดโดยต่างก็มีเหตุผลสนับสนุน ความคิดและความเชื่อของตนเองและไม่ยอมให้แก่กันและกันเป็นเหมือนที่ Jean Renoir (จีน เรนัวร์,1894-1979) นักกำกับภาพยนตร์ฝรั่งเศสชื่อดัง กล่าวว่า…“ในโลกนี้มีสิ่งที่สามานย์อยู่อย่างหนึ่ง และนั่นก็คือการที่คนแต่ละคนต่างมีเหตุผลของตนเอง!”(In this world there is one terrible thing, and that is that everyone has his reasons.)ใช่ครับ น่าปวดหัวมาก เมื่อคุณอยู่ท่ามกลางกลุ่มคนที่ต่างก็คิดว่า ความคิดของตัวเขาเองเท่านั้นที่ถูกต้อง!ในเวลานี้ แม้เวลาจะผ่านมามากกว่า50ปีแล้ว แต่ ทุกอย่างก็คล้ายเดิมคือคนจำนวนมากไม่พบความหมายชีวิตทั้งก่อนและในตอนเข้ามหาวิทยาลัยและที่น่าเศร้ายิ่งขึ้นไปอีก ก็คือ หลายคนแม้จบการศึกษามาแล้ว ก็ยังไม่พบความหมายอยู่เหมือนเคยแต่กลับยึดติดกับความคิดของตนเองโดยไม่ยอมเปลี่ยนแปลงและพร้อมชนทุกคนที่คิดต่าง!พระธรรม ปัญญาจารย์ ตอนนี้ กำลังเตือนสติเราว่าอย่าให้เราเอาแต่เรียนเพื่อรู้มาก แต่ให้เรารับฟังคำเตือนเพื่อจะดำเนินชีวิตอย่าง~มีปัญญา ~มีความหมาย และ~มีประโยชน์ด้วยเพราะหากเราไม่มีความรู้ หรือ มีความรู้แต่ไม่รับการเตือนสติ เราก็อาจพาชีวิตให้หลงทางหรือหลงผิดไปได้แม้แต่ในปัจจุบันนี้ บางคนทั้งๆที่เรียนรู้พระคัมภีร์มาก แต่ก็ยังคงไม่เข้าใจความหมายของพระคัมภีร์ตอนที่อ่าน ที่เรียน หรือ แม้แต่ที่ตนเองสอนเหมือนกับที่พระเยซูคริสต์ทรงเตือนสตินักวิชาการศาสนาในสมัยของพระองค์ว่า“ท่านจงไปเรียนความหมายของคัมภีร์ข้อนี้ ที่ว่า ‘เราประสงค์ความเมตตา ไม่ประสงค์เครื่องสัตวบูชา' ด้วยว่าเราไม่ได้มาเพื่อเรียกคนชอบธรรม แต่มาเรียกคนบาป””‭‭ ~มัทธิว‬ ‭9‬:‭13‬ ‭THSV11‬‬ดังนั้น พี่น้องที่รัก ขอให้วันนี้ ไม่ว่าเราจะเรียนอะไร ก็​ขอให้เราแสวงหาความหมายของสิ่งที่เรียนรู้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความจริงของพระะเจ้า2.ขอให้เราพบและเข้าถึงความหมายของสิ่งที่เราเรียนนั้นตรงตามพระเจตนารมณ์ของพระเจ้าและ3.ขอให้เราลงมือทำและร่วมมือกันทำตามสิ่งที่เรียนรู้นัันด้วยสติปัญญาจากพระเจ้า 1).เพื่อจะไม่ให้สิ่งที่เราเรียนรู้มามากมาย ต้องเสียของหรือเหนื่อยไปเปล่าๆ2).เพื่อว่าสิ่งที่เราทำนััน จะเป็นคุณและเป็นพรแก่ทุกคนที่เราได้พบปะในสังคมของเรา…จะดีไหมครับ?………………………………ธงชัย ประดับชนานุรัตน์ 19เมษายน2026(ตอนที่19ปีที่6) #YoutubeCJCONNECT#คริสตจักรแห่งความรัก#Churchoflove #ShareTheLoveForward #ChurchOfJoy #คริสตจักรแห่งความสุข#NimitmaiChristianChurch #คริสตจักรนิมิตใหม่ #ฮักกัยประเทศไทย #อัลฟ่า #หนึ่งล้านความดี

    พระธรรมนำชีวิต ตอน คุณอยู่ใต้อำนาจของใคร Ep.1603

    Play Episode Listen Later Apr 18, 2026 4:34


    พระธรรมนำชีวิตตอน คุณอยู่ใต้อำนาจของใคร Ep.1603ความจริงที่น่ากลัวอย่างหนึ่งของชีวิตมนุษย์ คือถ้าเราไม่อยู่ภายใต้สิทธิอำนาจของพระเจ้า เราก็จะตกอยู่ภายใต้อำนาจของสิ่งอื่นเสมอ เมื่อวานนี้เราเห็นเยโฮอาหาสถูกฟาโรห์เนโคปลดออกจากตำแหน่งหลังจากประชาชนตั้งเขาขึ้นปกครองได้เพียงแค่ 3 เดือน วันนี้เรามาดูพี่ชายของเขาเอลียาคิม ขึ้นปกครองแทนโดยการแต่งตั้งจากฟาโรห์ นักอธิบายพระคัมภีร์เรียกเขาว่า เป็นกษัตริย์หุ่นเชิด เป็นภาพสะท้อนที่เจ็บปวดของผู้นำที่อยู่ใต้อำนาจของโลก'และฟาโรห์เนโคทรงตั้งเอลียาคิมพระราชโอรสของโยสิยาห์เป็นพระราชาแทนโยสิยาห์พระราชบิดา และทรงเปลี่ยนชื่อให้เป็นเยโฮยาคิม แต่ได้ทรงพาเยโฮอาหาสไปเสีย และท่านมาถึงอียิปต์และสิ้นชีวิตที่นั่น ' 2 พงศ์กษัตริย์ 23:34ฟาโรห์เปลี่ยนชื่อเอลียาคิมที่แปลว่า พระเจ้าทรงยกขึ้น เป็นเยโฮยาคิม ซึ่งแปลว่า พระยาห์เวห์ทรงยกขึ้น นี่ไม่ได้หมายความว่าฟาโรห์เชื่อในพระยาห์เวห์ แต่เป็นการใช้อำนาจของมนุษย์เปลี่ยนชื่อที่เกี่ยวข้องกับพระเจ้า สิ่งที่น่าคิดคือ แม้ชื่อจะบอกว่าพระเจ้าทรงตั้งหรือยกขึ้น แต่ความจริงคือโลกเป็นคนตั้ง เขามีชื่อฝ่ายวิญญาณก็จริง แต่ชีวิตจริงของเขาอยู่ภายใต้อำนาจของโลก ในตอนที่น้องชายของเขาถูกจับ สิ่งที่ฟาโรห์สั่งคือยูดาห์ต้องจ่ายเครื่องบรรณาการเป็นเงิน 100 ตะลันต์ และทองคำ 1 ตะลันต์ 'เยโฮยาคิมทรงมอบเงินและทองคำแก่ฟาโรห์ แต่พระองค์ทรงเก็บภาษีจากประชาชนของแผ่นดิน เพื่อมอบเงินตามบัญชาของฟาโรห์ พระองค์ทรงเร่งรัดเอาเงินและทองคำจากทุกคน ตามการประเมินเพื่อมอบแก่ฟาโรห์เนโค ' 2 พงศ์กษัตริย์ 23:35เยโฮยาคิมไม่ได้รับภาระนี้ด้วยตัวเอง แต่เขาผลักภาระไปที่ประชาชน เขากดขี่เก็บภาษีจากประชาชนเพื่อนำไปมอบให้ฟาโรห์ นี่เป็น 11 ปีที่ประชาชนอยู่ในความยากลำบาก ถ้าพวกเราไปดูในหนังสือของผู้เผยพระวจนะเยเรมีย์ 22:13-19 เราจะเห็นว่า นอกจากเยโฮยาคิมเรียกเก็บภาษีจากประชาชนแล้ว เขายังเกณฑ์คนมาสร้างพระราชวังด้วยไม้สนสีดาร์โดยไม่จ่ายค่าแรงให้เลย ผู้นำที่อยู่ภายใต้อำนาจของโลกจะใช้ผู้คนเพื่อปกป้องรักษาผลประโยชน์ของตัวเอง ในตอนสุดท้ายของบทได้สรุปชีวิตของเขาว่า'และพระองค์ทรงทำสิ่งชั่วร้ายในสายพระเนตรของพระยาห์เวห์ ตามทุกอย่างซึ่งบรรพบุรุษของพระองค์ได้ทรงกระทำ' 2 พงศ์กษัตริย์ 23:37พ่อของเขาดีมากดำเนินตามทางของพระเจ้าทุกประการ แต่ลูกชายทั้งสองไม่ได้ดำเนินในทางของพระเจ้าและทำในสิ่งชั่วร้ายในสายพระเนตรของพระองค์ด้วย นี่คือคำเตือนสำหรับพวกเราทุกคน ถ้าเราไม่อยู่ใต้สิทธิอำนาจของพระเจ้า เราจะตกอยู่ภายใต้อำนาจของบางสิ่งแน่นอน อาจเป็นความกลัว แรงกดดันของสังคม หรือความสำเร็จที่เรายึดไว้ และเมื่อเราอยู่ใต้อำนาจของสิ่งเหล่านั้น เราจะเริ่มใช้คนอื่นเพื่อปกป้องหรือรักษาผลประโยชน์ให้ตัวเอง'พวกท่านไม่รู้หรือว่าถ้าท่านยอมตัวรับใช้เชื่อฟังใคร ท่านก็เป็นทาสของผู้ที่ท่านเชื่อฟังนั้น คือเป็นทาสของบาปซึ่งนำไปสู่ความตาย หรือเป็นทาสของการเชื่อฟังซึ่งนำไปสู่ความชอบธรรม? ' โรม 6:16ให้เราอธิษฐานขอพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงสำรวจจิตใจของเราว่า วันนี้เรายอมรับใช้และอยู่ภายใต้สิทธิอำนาจของพระเจ้าจริงๆ หรือไม่? ถ้าไม่ ขอให้เรากลับใจและเลือกที่จะอยู่ใต้พระเจ้าแต่เพียงผู้เดียว เพราะหากเราไม่ยอมจำนนต่อพระเจ้า โลกและค่านิยมของโลกจะเข้ามาปกครองชีวิตของเราแทน ขอพระเจ้าทรงเมตตาและนำชีวิตของเราทุกคนครับวุฒิ วงศ์สรรเสริญ

    สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่18) ลิ้นมหาประลัย

    Play Episode Listen Later Apr 18, 2026 5:02


    คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่18)ลิ้นมหาประลัย!“ลิ้นก็เช่นเดียวกัน เป็นอวัยวะเล็กๆ แต่คุยอวดในเรื่องใหญ่โต คิดดูซิ ไฟเพียงนิดเดียวแต่สามารถทำให้ป่าใหญ่ลุกไหม้ได้‭‭ -ยากอบ‬ ‭3‬:‭5‬ THSV11‬‬“Likewise, the tongue is a small part of the body, but it makes great boasts. Consider what a great forest is set on fire by a small spark.”-‭‭James‬ ‭3‬:‭5‬ NIV‬‬ในพระคัมภีร์ตอนนี้ (ยากอบ 3:5–6)เป็นคำสอนที่ “แรงและลึกที่สุด”ตอนหนึ่งในเรื่องของการพูดจาเพราะไม่ได้พูดแค่เรื่อง“มารยาทในการพูด” แต่ยังพูดถึง“พลังทำลายล้างอันมหาศาลของลิ้น ”ด้วยท่านยากอบได้อธิบายไว้อย่างเห็นภาพพจน์ดังนี้ ​ “ลิ้นเป็นอวัยวะเล็กๆแต่ชอบคุยอวดเรื่องใหญ่โต”“ลิ้นก็เช่นเดียวกัน เป็นอวัยวะเล็กๆ แต่คุยอวดในเรื่องใหญ่โต”~ ยากอบ‬ ‭3‬:‭5‬ก=ลิ้นเล็กมากเมื่อเทียบกับร่างกายแต่กลับ “มีอิทธิพลยิ่งใหญ่เกินพรรณนา”นั่นคือ คำพูดเล็กๆอาจส่งผลกระทบและผลลัพธ์อันใหญ่โตคำพูดคำเดียวสามารถทำให้คนบางคนหรือหลายคนหมดกำลังใจได้ในพริบตาหรือสามารถเปลี่ยนชีวิตคนของใครบางคนได้ตลอดกาล​“ลิ้นเป็นดุจไฟเพียงนิดเดียว แต่เผาป่าใหญ่ได้”“คิดดูซิ ไฟเพียงนิดเดียวแต่สามารถทำให้ป่าใหญ่ลุกไหม้ได้และลิ้นนั้นเป็นไฟ“~ ยากอบ‬ ‭3‬:‭5‬ข~6ก=ภาพเปรียบเทียบให้เห็นว่าไฟเล็กๆ สามารถลุกลาม กระจายไปจนควบคุมไม่ได้คำพูดก็เหมือนเดียวกับไฟนั้น นั่นคือถึงแม้จะดู “เล็กน้อย”(เช่น การนินทา การเสียดสี คำประชด คำโกหก คำบิดเบือน)แต่ก็ล้วนสามารถลุกลามกลายเป็นความแตกแยก ความเกลียดชังคลั่งแค้น จนนำไปสู่การทำลายความสัมพันธ์ และการเข่นฆ่ากันอย่างโหดเหี้ยม​“ลิ้นเป็นโลกแห่งความชั่วร้ายที่ตั้งอยู่ท่ามกลางอวัยวะต่างๆ“”ลิ้นเป็นโลกชั่วร้ายที่ตั้งอยู่ท่ามกลางอวัยวะต่างๆ ของเรา“‭‭ ~ยากอบ‬ ‭3‬:‭6‬ข=คำแรงมากที่บอกว่า“ลิ้น” เป็นดุจศูนย์รวมของความบาปหลากหลาย เช่น การโกหก การนินทา การด่าว่า การหลอกลวง การยุยง และสามารถเป็นเครื่องมือของความชั่วในท่ามกลางอวัยวะต่างๆของเรา​“ลิ้นเป็นสิ่งที่ทำให้ทั้งกายเป็นมลทิน”“มันทำให้ทั้งกายเป็นมลทิน”‭‭ ~ยากอบ‬ ‭3‬:‭6‬ค=คำพูดไม่ได้เป็นแค่ “เสียงที่ออกจากปาก” แต่มันมีพลัง “ทำลายทั้งชีวิต”ได้คนที่พูดหยาบ ทำให้ บุคลิกเสียหายคนที่นินทาว่าร้าย ทำให้ความสัมพันธ์พินาศคนที่โกหก ทำให้ความน่าเชื่อถือพังทลายลงและคำพูดสามารถทำให้ชีวิตทั้งชีวิตของเรา “สกปรก” เป็นมลทินต่อพระพักตร์พระเจ้า!​“ลิ้นเป็นตัวเผาผลาญวงจรของชีวิต”“และเผาผลาญวงจรของชีวิต”~ ยากอบ‬ ‭3‬:‭6‬ง= คำพูดสามารถ “เผาทำลายทั้งเส้นทางหรือ ทั้งวงจรของชีวิต” อาทิ ทำลายครอบครัว ทำลายอนาคต ทำลายชื่อเสียง และทำลายการรับใช้พระเจ้าบางครั้งคำพูดไม่กี่คำ ส่งผลกระทบยับเยินอย่างยาวนานทั้งชีวิต​ “ลิ้นเป็นอวัยวะที่ตัวมันเองก็ถูกเผาผลาญโดยไฟนรก”“และตัวมันเองก็ถูกเผาผลาญโดยไฟนรก”~ ยากอบ‬ ‭3‬:‭6‬จ=ลิ้นที่ชั่วไม่ได้มาจากพระเจ้าแต่ได้รับอิทธิพลจาก “ความชั่วร้าย” ทั้งของโลกและของมารและมันจะนำคนที่พูดเช่นนั้นไปสู่การพิพากษาอันเจ็บปวดสรุป“ลิ้นของเรา ไม่ได้มีไว้แค่ใช้พูดแต่ลิ้นนั้น ยังกำหนดทิศทางชีวิตของเราด้วย!“อาจารย์ ยากอบกำลังสอนเราว่า​ลิ้นแม้จะเล็ก แต่ก็ทรงพลังมาก​คำพูดเปรียบเหมือนไฟ ที่ลุกลามไปได้ไกล​ลิ้นสามารถเป็นเครื่องมือของความชั่วร้ายได้อย่างน่าตกใจ4.คำพูดทำลายล้างได้ทั้งชีวิต ของเราและของคนอื่นๆดังนั้นอย่าให้ลิ้นของเรา เป็นลิ้นมหาประลัย แต่ขอให้เราควบคุมลิ้นและคำพูดของเราด้วยอำนาจที่มาจากพระวิญญาณบริสุทธิ์เพื่อไม่ให้ลิ้นของเราถูกนำใช้ทำในสิ่งที่ไม่ดีแต่ให้ใช้เพื่อเสริมสร้างคนอื่นๆ ที่เรารักและห่วงใยให้เขาเจริญบริบูรณ์ขึ้นในความเชื่อ ความหวังและความรัก…จะดีไหม?………………………………ธงชัย ประดับชนานุรัตน์ 18เมษายน2026(ตอนที่18ปีที่6) #YoutubeCJCONNECT#คริสตจักรแห่งความรัก#Churchoflove #ShareTheLoveForward #ChurchOfJoy #คริสตจักรแห่งความสุข#NimitmaiChristianChurch #คริสตจักรนิมิตใหม่ #ฮักกัยประเทศไทย #อัลฟ่า #หนึ่งล้านความดี

    พระธรรมนำชีวิต ตอน ด้วยตัวเอง Ep.1602

    Play Episode Listen Later Apr 17, 2026 3:34


    พระธรรมนำชีวิตตอน ด้วยตัวเอง Ep.1602สืบเนื่องจาก 2 พงศ์กษัตริย์ 23:30 โยสิยาห์เสียชีวิตในสนามรบ และประชาชนก็นำศพของเขากลับมา จากนั้นประชาชนในแผ่นดินได้ตั้งลูกชายชื่อ เยโฮอาหาสขึ้นปกครอง นักอธิบายพระคัมภีร์ให้ความเห็นว่า เยโฮอาหาสน่าจะเป็นลูกชายคนเล็ก และกลุ่มประชาชนที่ตั้งเขาขึ้นนั้น เป็นกลุ่มคนที่มีอิทธิพลในสังคม ซึ่งอาจเลือกเขาเพราะท่าทีทางการเมืองที่ต่อต้านอียิปต์เหมือนโยสิยาห์ ข้อ31 ได้บอกว่า เยโฮอาหาสขึ้นปกครองตอนอายุ 23 ปี และเขาปกครองอยู่แค่เพียง 3 เดือนเท่านั้น สิ่งที่เยโฮอาหาสได้ทำนั้นช่างแตกต่างจากพ่อของเขาอย่างสิ้นเชิง'พระองค์ทรงทำสิ่งชั่วร้ายในสายพระเนตรของพระยาห์เวห์ ตามทุกอย่างซึ่งบรรพบุรุษของพระองค์ได้ทรงกระทำ ' 2 พงศ์กษัตริย์ 23:32โยสิยาห์ทำสิ่งที่พระเจ้าชอบ แต่ลูกชายของเขาไม่ทำตามเขาเลย นี่กำลังบอกว่า ความเชื่อและพฤติกรรมนั้นไม่ใช่สิ่งที่สามารถส่งต้อได้ด้วยพันธุกรรม หรือส่งต่อผ่าน DNA ได้ แม้ว่าจะมีสภาพแวดล้อมที่ดีแค่ไหน แต่ถ้าหัวใจไม่เปลี่ยนจริง ๆ การฟื้นฟูนั้นก็จะไม่ยั่งยืน ในที่สุดฟาโรห์เนโคก็จับเยโฮอาหาสไปและปลดเขาออกจากตำแหน่ง พร้อมตั้งพี่ชายของเขา คือ เยโฮยาคิมขึ้นปกครองแทน ผมอยากให้เรามาย้อนดูตัวเองในวันนี้ เราอาจเติบโตในครอบครัวคริสเตียน ในคริสตจักรที่ดี รู้เรื่องพระเจ้า คุ้นเคยกับพระคัมภีร์ แต่คำถามคือ ใจของเรามีพระเจ้าอยู่จริง ๆ ไหม เรื่องราวในวันนี้กำลังบอกเราว่า สิ่งแวดล้อมที่ดีไม่สามารถเปลี่ยนหัวใจใครได้'เราเป็นเถาองุ่น พวกท่านเป็นแขนง คนที่ติดสนิทอยู่กับเราและเราติดสนิทอยู่กับเขา คนนั้นจะเกิดผลมาก เพราะว่าถ้าแยกจากเราแล้วพวกท่านจะทำสิ่งใดไม่ได้เลย ' ยอห์น 15:5เราอาจมีครอบครัวที่เชื่อพระเจ้า อาจอยู่ในคริสตจักร เรายังรับใช้พระเจ้าอยู่ แต่คำถามคือ เราติดสนิทอยู่ในพระเยซูไหม เพราะในท้ายที่สุด พระเจ้าจะไม่ดูว่าเรามาจากครอบครัวแบบไหน หรือคริสตจักรไหน แต่พระองค์ดูว่า เราใช้ชีวิตติดสนิทอยู่ในพระองค์จริงหรือเปล่า สิ่งนี้จะเห็นได้จากผล คือชีวิตที่เปลี่ยนแปลง และมีลักษณะเหมือนพระเยซูมากขึ้น ขอพระเจ้านำให้ชีวิตของเรา ไม่ใช่แค่รู้เรื่องพระเจ้าแต่เราจะรู้จักและมีประสบการณ์กับพระเจ้าจริง ๆ และเราจะเลือกที่ติดสนิทอยู่ในพระเยซูทุกวัน เพราะถ้าแยกจากพระองค์แล้ว เราจะทำสิ่งใดไม่ได้เลยวุฒิ วงศ์สรเสริญ

    สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่17) อย่าบ่น อย่าทุ่มเถียง & อย่าหว่านความแตกร้าว!

    Play Episode Listen Later Apr 17, 2026 5:04


    คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่17)อย่าบ่น อย่าทุ่มเถียง & อย่าหว่านความแตกร้าว!“จงทำทุกสิ่งโดยปราศจากการบ่นและการทุ่มเถียงกัน”‭‭ ~ฟีลิปปี‬ ‭2‬:‭14‬ ‭THSV11‬‬“Do everything without grumbling or arguing,”‭‭ ~Philippians‬ ‭2‬:‭14‬ ‭NIV‬‬เราไม่ควร บ่น ว่าร้าย ทุ่มเถียงและตัดสินผู้อื่นสิ่งเหล่านี้ ล้วนเป็นบาปที่เกิดง่าย และ สนุกปาก แต่มักทำลายทั้ง​ความสัมพันธ์ และ​ชีวิตของผู้อื่น(และตัวเอง)พระเจ้าเตือนเราในเรื่องนี้ว่าอย่างไร?​ห้ามบ่นว่ากันและกัน“พี่น้องทั้งหลาย อย่าบ่นว่ากันและกัน เพื่อจะได้ไม่ต้องถูกพิพากษา นี่แน่ะ องค์พระผู้พิพากษาทรงยืนอยู่ที่หน้าประตูแล้ว”‭‭ ~ยากอบ‬ ‭5‬:‭9‬ ‭THSV11‬‬​ห้ามทำสิ่งใดไม่ดีเช่นการทุ่มเถียงกันควบคู่กับการบ่น“จงทำทุกสิ่งโดยปราศจากการบ่นและการทุ่มเถียงกัน“~ฟีลิปปี 2:14เหตุผลก็คือ การบ่นคู่กับการทุ่มเถียงกัน ทำให้เราก.ไม่สะอาดในจิตวิญญาณข.ไม่อาจเป็นพยานที่ดีมีประสิทธิภาพค.ไม่อาจทำให้เราอยู่ร่วมกันอย่างสุขสันติได้​ห้ามกล่าวว่าร้ายกันและกัน“พี่น้องเอ๋ย อย่ากล่าวร้ายกันและกัน คนที่กล่าวร้ายพี่น้องหรือตัดสินพี่น้องของตน ก็กล่าวร้ายธรรมบัญญัติและตัดสินธรรมบัญญัติ ถ้าท่านตัดสินธรรมบัญญัติ ท่านก็ไม่ใช่ผู้ประพฤติตามธรรมบัญญัติ แต่เป็นผู้ตัดสิน”‭‭ ~ยากอบ‬ ‭4‬:‭11‬ ‭THSV11‬‬การว่าร้าย ผู้อื่น หมายความถึง~การพูด/โพสต์ทำลายชื่อเสียงเขา~การพูดจาลับหลังทำให้เขาเสื่อมเสีย~การตัดสินเขาโดยปราศจากความรัก​ห้ามตัดสินพิพากษาผู้อื่นโดยเอาตัวเราเป็นตัวตั้ง(ไม่ใช่ห้าม “แยกแยะถูกผิด” แต่ห้าม“การทำตัวเป็นพระเจ้า“ในการตัดสินผู้อื่น)“อย่าพิพากษา เพื่อพระเจ้าจะไม่ทรงพิพากษาท่านทั้งหลาย เพราะว่าพวกท่านจะพิพากษาผู้อื่นอย่างไร พระเจ้าจะทรงพิพากษาท่านอย่างนั้น และท่านทั้งหลายจะตวงให้ผู้อื่นด้วยทะนานอันใด พระเจ้าจะทรงตวงให้พวกท่านด้วยทะนานอันนั้น”‭‭ ~มัทธิว‬ ‭7‬:‭1‬-‭2‬ ‭THSV11‬‬​ห้ามพูด โพสต์หรือทำอะไรที่สร้างความแตกร้าวและแตกแยก“ส่วนคนที่สร้างความแตกแยกนั้น จงเตือนแค่หนึ่งหรือสองครั้ง แล้วอย่าเกี่ยวข้องกับเขาอีก เพราะรู้แล้วว่าคนอย่างนั้นเป็นคนนอกลู่นอกทางและเป็นคนทำบาป เขาลงโทษตัวเขาเอง”‭‭ ~ทิตัส‬ ‭3‬:‭10‬-‭11‬ ‭THSV11‬‬พี่น้องที่รักเห็นด้วยไหมครับ?………………………………ธงชัย ประดับชนานุรัตน์ 17เมษายน2026(ตอนที่17ปีที่6) #YoutubeCJCONNECT#คริสตจักรแห่งความรัก#Churchoflove #ShareTheLoveForward #ChurchOfJoy #คริสตจักรแห่งความสุข#NimitmaiChristianChurch #คริสตจักรนิมิตใหม่ #ฮักกัยประเทศไทย #อัลฟ่า #หนึ่งล้านความดี

    พระธรรมนำชีวิต ตอน ชัยชนะที่แท้จริง Ep.1601

    Play Episode Listen Later Apr 16, 2026 3:19


    พระธรรมนำชีวิตตอน ชัยชนะที่แท้จริง Ep.1601สิ่งที่เราคาดหวังไว้ มักเกิดจากกรอบความคิดแบบเดิมว่า ทำดีต้องได้ดี ต้องจบดี หลังจากที่กษัตริย์โยสิยาห์ได้รับการยกย่องว่าเป็นกษัตริย์ที่ดีที่สุดคนหนึ่ง การจบชีวิตของเขาจึงเป็นเรื่องที่น่าตกใจ เพราะโยสิยาห์พ่ายแพ้ในสงครามและต้องสิ้นชีวิตกลางสนามรบ'ในสมัยของพระองค์ ฟาโรห์เนโคพระราชาแห่งอียิปต์เสด็จขึ้นไปยังพระราชาแห่งอัสซีเรียถึงแม่น้ำยูเฟรติส กษัตริย์โยสิยาห์เสด็จไปปะทะกับฟาโรห์ และเมื่อฟาโรห์ทรงเห็นพระองค์ก็ประหารพระองค์เสียที่เมืองเมกิดโด ' 2 พงศ์กษัตริย์ 23:29โยสิยาห์ผู้ที่หันกลับมาหาพระเจ้าด้วยสุดจิตสุดใจ กลับต้องจบชีวิตในรูปแบบที่ดูเหมือนเป็นการพ่ายแพ้ แต่ถ้าเราย้อนกลับไปดูในบทที่ 22 เราจะพบว่าพระเจ้าได้สัญญาไว้ว่า ท่านจะจากไป โดยไม่ต้องทนเห็นการพิพากษาหรือการเหวี่ยงยูดาห์ทิ้งเหมือนที่อิสราเอลโดน  ดังนั้นการจบชีวิตของโยสิยาห์แท้จริงแล้วนับว่าเป็นพระเมตตาของพระเจ้าที่ทรงรับท่านไปก่อนวันที่ความพินาศจะมาถึงยูดาห์นะครับ  บางครั้งเรามักจะคิดว่า ถ้าเราซื่อสัตย์และทำดีที่สุดแล้ว ทุกอย่างก็ควรจะต้องดี เรื่องนี้ผมขอเชื่อมโยงไปถึงชีวิตขององค์พระเยซูคริสต์ พระองค์สิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน เรื่องนี้ในสายตาของโลกมันดูเป็นความพ่ายแพ้ แต่การงานของพระเจ้านั้นล้ำลึกเกินกว่าที่เราจะเข้าใจได้ เพราะในวันที่สาม พระเยซูทรงเป็นขึ้นจากความตาย นี่แหละครับชัยชนะที่แท้จริง เชัยชนะของพระเยซูทำให้เราทุกคนที่เชื่อและวางใจในพระองค์ ได้กลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้ง'พระเยซูตรัสกับนางว่า “เราเป็นชีวิตและการเป็นขึ้นจากตาย คนที่วางใจในเราจะมีชีวิตอีกแม้ว่าเขาจะตายไป ' ยอห์น 11:25ชัยชนะของพระเยซู ทำให้เราที่เชื่อและวางใจในพระองค์นั้นมีชีวิตนิรันดร์ ตอนจบของชีวิตอาจไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิด แต่ความหวังของเราไม่ได้อยู่ที่ตอนจบของชีวิต แต่อยู่ที่พระเยซูคริสต์ผู้ทรงชนะความตาย ขอให้เรามั่นใจเถอะครับว่า ไม่ว่าสถานการณ์หรือตอนจบในชีวิตของเราบนโลกนี้จะเป็นอย่างไร ขอให้ความหวังของเราจะตั้งมั่นอยู่ในพระเยซู เพราะพระเยซูทรงเป็นคำตอบสุดท้ายที่แท้จริงสำหรับชีวิตของเราตลอดไปครับวุฒิ วงศ์สรรเสริญ

    “สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่16) วินัยในฝ่ายวิญญาณที่พึงมี!

    Play Episode Listen Later Apr 16, 2026 5:36


    คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่16)วินัยในฝ่ายวิญญาณที่พึงมี!“เพราะถ้าการฝึกทางกายมีประโยชน์อยู่บ้าง ทางพระเจ้าก็มีประโยชน์ทุกด้าน เพราะมีพระสัญญาสำหรับชีวิตปัจจุบันและอนาคต”~‭‭1 ทิโมธี‬ ‭4‬:‭8‬ ‭THSV11‬‬“For physical training is of some value, but godliness has value for all things, holding promise for both the present life and the life to come.”~‭‭1 Timothy‬ ‭4‬:‭8‬ ‭NIV‬‬มีคำกล่าวไว้ว่า“ชีวิตฝ่ายวิญญาณที่แข็งแรง ไม่ได้เกิดจากความรู้ แต่เกิดจากการฝึกฝน”(A strong spiritual life is not built by knowledge alone, but by discipline.)อาจารย๋เปาโลกำชับทิโมธี ผู้นำหนุ่มในคริสตจักร ให้ “เป็นผู้ปรนนิบัติที่ดีของพระเยซูคริสต์” โดยกระทำดังนี้ ​ “ให้คำแนะนำเหล่านี้แก่พี่น้อง…”=การเป็นผู้รับใช้ที่ดี ไม่ใช่แค่เพียงเชื่อเท่านั้นแต่ต้อง “สอน เตือน และนำคนอื่น” ไปในทางที่ถูกต้องด้วยผู้นำฝ่ายวิญญาณ = ผู้ที่ “เลี้ยงดู” คนอื่นด้วยความจริง และความเชื่อที่ถูกต้อง และ จะไม่เก็บไว้คนเดียว“ถ้าท่านให้คำแนะนำเหล่านี้แก่พี่น้อง ท่านก็จะเป็นผู้ปรนนิบัติที่ดีของพระเยซูคริสต์“~ ‭‭1 ทิโมธี‬ ‭4‬:‭6‬ก ‭THSV11‬‬​ “ให้เจริญเติบโตด้วยถ้อยคำแห่งความเชื่อ…”= ชีวิตฝ่ายวิญญาณต้อง “เติบโต” ไม่หยุดนิ่ง โดยการยึดพระวจนะ (พระคัมภีร์) และคำสอนที่ถูกต้องที่สอดคล้อเราโตฝ่ายวิญญาณได้จาก “สิ่งที่เรารับหรือกินเข้าไป” (คือพระวจนะ)ไม่ใช่แค่รู้ แต่ต้อง “ดำเนินชีวิตตาม”ที่รู้ด้วย”เจริญเติบโตด้วยถ้อยคำแห่งความเชื่อ และหลักคำสอนอันดีตามที่ท่านประพฤติตามแล้วนั้น”~‭‭1 ทิโมธี‬ ‭4‬:‭6‬ข THSV11‬‬​ “ให้อย่าเกี่ยวข้องกับนิยาย…เรื่องเล่าที่ไร้สาระ”=ให้ระวังคำสอนผิด ความเชื่อผิด หรือสิ่งที่ทำให้ไขว้เขวจากความจริงของพระเจ้าตัวอย่าง​ความเชื่อที่บิดเบือนพระคัมภีร์​คำสอนที่เน้นอารมณ์มากกว่าความจริง​คำเทศน์ที่มุ่งความต้องการของมนุษย์มากกว่าของพระเจ้า​คำโต้เถียงเรื่องไร้สาระที่ทำให้เสียเวลาและทำให้จิตใจคนฟัง ห่างจากพระเจ้า=“ไม่ใช่ทุกสิ่งที่ฟังแล้วน่าสนใจ จะเป็นสิ่งที่ถูกต้อง”“อย่าเกี่ยวข้องกับนิยายของพวกไม่นับถือพระเจ้าและเรื่องเล่าที่ไร้สาระ“~‭‭1 ทิโมธี‬ ‭4‬:‭7‬ก ‭THSV11‬‬​ “ให้ฝึกตนในทางพระเจ้า”“ฝึกตน” (discipline)= ชีวิตฝ่ายวิญญาณที่ต้อง “ตั้งใจฝึกฝน” เหมือนนักกีฬา ไม่ใช่ปล่อยไปตามความรู้สึกตัวอย่างอธิษฐานสม่ำเสมออ่านพระคัมภีร์ดำเนินชีวิตในความเชื่อฝึกเชื่อฟังแม้ในเรื่องเล็กๆ=ความสัมพันธ์กับพระเจ้านั้น “ไม่เติบโตขึ้นเอง” แต่ต้องฝึกฝน”แต่จงฝึกตนในทางพระเจ้า”~‭‭1 ทิโมธี‬ ‭4‬:‭7‬ข ‭THSV11‬‬อาจารย์ เปาโล บอก การฝึกฝนตนมี2ประเภท คือ 1).การฝึกตนในทางกาย“การฝึกทางกายมีประโยชน์อยู่บ้าง…”อาจารย์ เปาโลไม่ได้บอกว่าการดูแลร่างกายไม่ดีแต่กำลังเปรียบเทียบว่า “ฝ่ายวิญญาณ”นั้นสำคัญกว่า”~ร่างกาย มีผลแค่ต่อชีวิต ณ บัดนี้~จิตวิญญาณวิญญาณ มีผลมีผลทั้ง “ปัจจุบัน + นิรันดร์”“เพราะถ้าการฝึกทางกายมีประโยชน์อยู่บ้าง…“‭‭1 ทิโมธี‬ ‭4‬:‭8‬ก ‭THSV11‬‬2).การฝึกตนในทางจิตวิญญาณ“ทางพระเจ้ามีประโยชน์ทุกด้าน…”นี่คือหัวใจของข้อพระคัมภีร์นี้“การฝึกกายให้แข็งแรงสำคัญมีคุณค่าแต่การฝึกจิตวิญญาณให้ติดสนิทกับพระเจ้ามีคุณค่าสำคัญตลอดนิรันดร์“(Physical training has value, but spiritual training has eternal worth.)” ทางพระเจ้าก็มีประโยชน์ทุกด้าน เพราะมีพระสัญญาสำหรับชีวิตปัจจุบันและอนาคต”~‭‭1 ทิโมธี‬ ‭4‬:‭8‬ข ‭THSV11‬‬สรุป ถ้าเราเชื่อในพระเจ้า เราต้องเจริญเติบโตขึ้นทั้งในความรู้และความเชื่อในทางที่ถูกต้องของพระเจ้าอย่างมีวินัย ทั้งทางกายและทางจิตวิญญาณรวมทั้งเราต้องเต็มใจเป็นผู้รับใช้ที่ดีของพระองค์ด้วยและหน้าที่หนึ่งของผู้รับใช้ที่เราพึงกระทำคือ แนะนำทุกคนให้ห่างไกลจากเรื่องไร้สาระและฝึกฝนตนในทางของพระเจ้าดังคำกล่าวที่ว่า“ผู้รับใช้ที่ดี ต้องเจริญเติบโตในความจริง ระวังสิ่งไร้สาระหลอกลวง และมีวินัยฝึกชีวิตฝ่ายวิญญาณอย่างตั้งใจ เพราะสิ่งนี้…มีคุณค่าทั้งในชีวิตนี้และชีวิตนิรันดร์เบื้องหน้า!”ดังนััน เราต้องให้คำแนะนำแก่ผู้เชื่อทุกคนให้ดำเนินชีวิตกับพระเจ้าในโลกนี้ ~อย่างถูกต้อง~อย่างถูกทิศทาง~อย่างมีวินัย~อย่างมีสันติสุข และ~อย่างมีความหวัง สำหรับอนาคตนิรันดร์ไม่ใช่แค่ “ดีในสวรรค์” แต่ต้อง “ดีตั้งแต่อยู่ในโลก“นี้แล้ว…เห็นด้วยไหมครับ?………………………………ธงชัย ประดับชนานุรัตน์ 16เมษายน2026(ตอนที่16ปีที่6) #YoutubeCJCONNECT#คริสตจักรแห่งความรัก#Churchoflove #ShareTheLoveForward #ChurchOfJoy #คริสตจักรแห่งความสุข#NimitmaiChristianChurch #คริสตจักรนิมิตใหม่ #ฮักกัยประเทศไทย #อัลฟ่า #หนึ่งล้านความดี

    สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่16) วินัยในฝ่ายวิญญาณที่พึงมี!

    Play Episode Listen Later Apr 16, 2026 5:36


    คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่16)วินัยในฝ่ายวิญญาณที่พึงมี!“เพราะถ้าการฝึกทางกายมีประโยชน์อยู่บ้าง ทางพระเจ้าก็มีประโยชน์ทุกด้าน เพราะมีพระสัญญาสำหรับชีวิตปัจจุบันและอนาคต”~‭‭1 ทิโมธี‬ ‭4‬:‭8‬ ‭THSV11‬‬“For physical training is of some value, but godliness has value for all things, holding promise for both the present life and the life to come.”~‭‭1 Timothy‬ ‭4‬:‭8‬ ‭NIV‬‬มีคำกล่าวไว้ว่า“ชีวิตฝ่ายวิญญาณที่แข็งแรง ไม่ได้เกิดจากความรู้ แต่เกิดจากการฝึกฝน”(A strong spiritual life is not built by knowledge alone, but by discipline.)อาจารย๋เปาโลกำชับทิโมธี ผู้นำหนุ่มในคริสตจักร ให้ “เป็นผู้ปรนนิบัติที่ดีของพระเยซูคริสต์” โดยกระทำดังนี้ ​ “ให้คำแนะนำเหล่านี้แก่พี่น้อง…”=การเป็นผู้รับใช้ที่ดี ไม่ใช่แค่เพียงเชื่อเท่านั้นแต่ต้อง “สอน เตือน และนำคนอื่น” ไปในทางที่ถูกต้องด้วยผู้นำฝ่ายวิญญาณ = ผู้ที่ “เลี้ยงดู” คนอื่นด้วยความจริง และความเชื่อที่ถูกต้อง และ จะไม่เก็บไว้คนเดียว“ถ้าท่านให้คำแนะนำเหล่านี้แก่พี่น้อง ท่านก็จะเป็นผู้ปรนนิบัติที่ดีของพระเยซูคริสต์“~ ‭‭1 ทิโมธี‬ ‭4‬:‭6‬ก ‭THSV11‬‬​ “ให้เจริญเติบโตด้วยถ้อยคำแห่งความเชื่อ…”= ชีวิตฝ่ายวิญญาณต้อง “เติบโต” ไม่หยุดนิ่ง โดยการยึดพระวจนะ (พระคัมภีร์) และคำสอนที่ถูกต้องที่สอดคล้อเราโตฝ่ายวิญญาณได้จาก “สิ่งที่เรารับหรือกินเข้าไป” (คือพระวจนะ)ไม่ใช่แค่รู้ แต่ต้อง “ดำเนินชีวิตตาม”ที่รู้ด้วย”เจริญเติบโตด้วยถ้อยคำแห่งความเชื่อ และหลักคำสอนอันดีตามที่ท่านประพฤติตามแล้วนั้น”~‭‭1 ทิโมธี‬ ‭4‬:‭6‬ข THSV11‬‬​ “ให้อย่าเกี่ยวข้องกับนิยาย…เรื่องเล่าที่ไร้สาระ”=ให้ระวังคำสอนผิด ความเชื่อผิด หรือสิ่งที่ทำให้ไขว้เขวจากความจริงของพระเจ้าตัวอย่าง​ความเชื่อที่บิดเบือนพระคัมภีร์​คำสอนที่เน้นอารมณ์มากกว่าความจริง​คำเทศน์ที่มุ่งความต้องการของมนุษย์มากกว่าของพระเจ้า​คำโต้เถียงเรื่องไร้สาระที่ทำให้เสียเวลาและทำให้จิตใจคนฟัง ห่างจากพระเจ้า=“ไม่ใช่ทุกสิ่งที่ฟังแล้วน่าสนใจ จะเป็นสิ่งที่ถูกต้อง”“อย่าเกี่ยวข้องกับนิยายของพวกไม่นับถือพระเจ้าและเรื่องเล่าที่ไร้สาระ“~‭‭1 ทิโมธี‬ ‭4‬:‭7‬ก ‭THSV11‬‬​ “ให้ฝึกตนในทางพระเจ้า”“ฝึกตน” (discipline)= ชีวิตฝ่ายวิญญาณที่ต้อง “ตั้งใจฝึกฝน” เหมือนนักกีฬา ไม่ใช่ปล่อยไปตามความรู้สึกตัวอย่างอธิษฐานสม่ำเสมออ่านพระคัมภีร์ดำเนินชีวิตในความเชื่อฝึกเชื่อฟังแม้ในเรื่องเล็กๆ=ความสัมพันธ์กับพระเจ้านั้น “ไม่เติบโตขึ้นเอง” แต่ต้องฝึกฝน”แต่จงฝึกตนในทางพระเจ้า”~‭‭1 ทิโมธี‬ ‭4‬:‭7‬ข ‭THSV11‬‬อาจารย์ เปาโล บอก การฝึกฝนตนมี2ประเภท คือ 1).การฝึกตนในทางกาย“การฝึกทางกายมีประโยชน์อยู่บ้าง…”อาจารย์ เปาโลไม่ได้บอกว่าการดูแลร่างกายไม่ดีแต่กำลังเปรียบเทียบว่า “ฝ่ายวิญญาณ”นั้นสำคัญกว่า”~ร่างกาย มีผลแค่ต่อชีวิต ณ บัดนี้~จิตวิญญาณวิญญาณ มีผลมีผลทั้ง “ปัจจุบัน + นิรันดร์”“เพราะถ้าการฝึกทางกายมีประโยชน์อยู่บ้าง…“‭‭1 ทิโมธี‬ ‭4‬:‭8‬ก ‭THSV11‬‬2).การฝึกตนในทางจิตวิญญาณ“ทางพระเจ้ามีประโยชน์ทุกด้าน…”นี่คือหัวใจของข้อพระคัมภีร์นี้“การฝึกกายให้แข็งแรงสำคัญมีคุณค่าแต่การฝึกจิตวิญญาณให้ติดสนิทกับพระเจ้ามีคุณค่าสำคัญตลอดนิรันดร์“(Physical training has value, but spiritual training has eternal worth.)” ทางพระเจ้าก็มีประโยชน์ทุกด้าน เพราะมีพระสัญญาสำหรับชีวิตปัจจุบันและอนาคต”~‭‭1 ทิโมธี‬ ‭4‬:‭8‬ข ‭THSV11‬‬สรุป ถ้าเราเชื่อในพระเจ้า เราต้องเจริญเติบโตขึ้นทั้งในความรู้และความเชื่อในทางที่ถูกต้องของพระเจ้าอย่างมีวินัย ทั้งทางกายและทางจิตวิญญาณรวมทั้งเราต้องเต็มใจเป็นผู้รับใช้ที่ดีของพระองค์ด้วยและหน้าที่หนึ่งของผู้รับใช้ที่เราพึงกระทำคือ แนะนำทุกคนให้ห่างไกลจากเรื่องไร้สาระและฝึกฝนตนในทางของพระเจ้าดังคำกล่าวที่ว่า“ผู้รับใช้ที่ดี ต้องเจริญเติบโตในความจริง ระวังสิ่งไร้สาระหลอกลวง และมีวินัยฝึกชีวิตฝ่ายวิญญาณอย่างตั้งใจ เพราะสิ่งนี้…มีคุณค่าทั้งในชีวิตนี้และชีวิตนิรันดร์เบื้องหน้า!”ดังนััน เราต้องให้คำแนะนำแก่ผู้เชื่อทุกคนให้ดำเนินชีวิตกับพระเจ้าในโลกนี้ ~อย่างถูกต้อง~อย่างถูกทิศทาง~อย่างมีวินัย~อย่างมีสันติสุข และ~อย่างมีความหวัง สำหรับอนาคตนิรันดร์ไม่ใช่แค่ “ดีในสวรรค์” แต่ต้อง “ดีตั้งแต่อยู่ในโลก“นี้แล้ว…เห็นด้วยไหมครับ?………………………………ธงชัย ประดับชนานุรัตน์ 16เมษายน2026(ตอนที่16ปีที่6) #YoutubeCJCONNECT#คริสตจักรแห่งความรัก#Churchoflove #ShareTheLoveForward #ChurchOfJoy #คริสตจักรแห่งความสุข#NimitmaiChristianChurch #คริสตจักรนิมิตใหม่ #ฮักกัยประเทศไทย #อัลฟ่า #หนึ่งล้านความดี

    พระธรรมนำชีวิต ตอน พึ่งพาพระคุณเท่านั้น Ep.1600

    Play Episode Listen Later Apr 15, 2026 4:42


    พระธรรมนำชีวิตตอน พึ่งพาพระคุณเท่านั้น Ep.1600ขอบคุณพระเจ้าวันนี้เราเดินทางมาถึงตอนที่ 1600 แล้ว ในตอนนี้เราได้มาพบกับเรื่องราวของโยสิยาห์ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นกษัตริย์ดีมากในประวัติศาสตร์ของยูดาห์'ก่อนพระองค์ก็ไม่มีพระราชาองค์ใดเหมือนพระองค์ ผู้หันกลับมาหาพระยาห์เวห์ด้วยสุดจิตสุดใจและด้วยสุดกำลังตามธรรมบัญญัติทั้งสิ้นของโมเสส หลังพระองค์ก็ไม่มีพระราชาองค์ใดขึ้นมาเหมือนพระองค์ ' 2 พงศ์กษัตริย์ 23:25นี่คือคำชมโยสิยาห์ว่า ไม่มีพระราชาองค์ไหนเหมือน โยสิยาห์กลับใจมาหาพระเจ้าด้วยสุดจิตสุดใจและสุดกำลังตามพระธรรมเฉลยบัญญัติ เราได้เห็นการกลับใจที่เป็นพฤติกรรมที่จริงจังมาก เขาทำลายรูปเคารพในพระนิเวศของพระเจ้า ในสถานที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ เขาจัดการกับบรรดาผู้รับใช้ของพระต่าง ๆ นั้นให้หมด นอกจากกำจัดบาปแล้ว เขายังพาประชาชนกลับมาสู่การไถ่ของพระเจ้า คือ ปัสกาที่มีรูปแบบตามคำสั่งของพระเจ้าทุกประการ เนื้อหาในวันนี้พาให้เราเห็นว่า นอกจากการจัดการกับบาปที่เป้นภาพรวมของประเทศแล้ว เขายังจัดการกับบาปที่ฝังรากลึกลงไปในระดับรากหญ้าด้วย'ยิ่งกว่านั้นอีก โยสิยาห์ได้กำจัดคนทรงและแม่มด เทราฟิม (บรรดารูปเคารพประจำบ้าน) และรูปเคารพ และสิ่งน่าเกลียดน่าชังซึ่งเห็นกันอยู่ในแผ่นดินยูดาห์ และในกรุงเยรูซาเล็ม เพื่อพระองค์จะทรงสถาปนาถ้อยคำแห่งธรรมบัญญัติ ซึ่งเขียนอยู่ในหนังสือที่ฮิลคียาห์ปุโรหิตได้พบในพระนิเวศของพระยาห์เวห์ ' 2 พงศ์กษัตริย์ 23:24     แต่ความจริงที่น่าเจ็บปวดอย่างหนึ่งของชีวิตก็คือว่า บางครั้งแม้ว่าเราจะพยายามทำดีที่สุดแล้ว แต่มันก็ยังไม่พอที่จะลบผลลัพธ์ของความบาปได้'ถึงกระนั้น พระยาห์เวห์ก็ไม่ทรงหันจากพระพิโรธอันแรงกล้าและยิ่งใหญ่ของพระองค์ พระพิโรธของพระองค์ได้พลุ่งขึ้นต่อยูดาห์ เนื่องด้วยการกระทำของมนัสเสห์ที่ทำให้พระองค์กริ้ว ' 2 พงศ์กษัตริย์ 23:26ในข้อ 27 ได้บอกต่อไปว่า พระเจ้าจะทรงเหวี่ยงยูดาห์ออกไปเหมือนที่ทรงกระทำต่ออิสราเอล ผมอยากชวนเราไปดูผู้รับใช้พระเจ้าที่อยู่ในยุคนั้นด้วยนั่นคือท่านเยเรมีย์ เยเรมีย์ 3:10 ได้บอกว่า ประชาชนยูดาห์นั้นไม่ได้กลับใจมาหาพระเจ้าจริง ๆ แต่การกลับใจของโยสิยาห์นั้นเป็นของจริง เขาจึงออกคำสั่งเป็นกฎหมาย ส่วนประชาชนนั้นไม่ได้กลับใจเพราะรักพระเจ้าด้วยสุดจิต สุดใจ สุดกำลัง ทั้งหมดนี้ยืนยันว่า กฎหมายและผู้นำที่เข้มงวด อาจบังคับพฤติกรรมภายนอกของมนุษย์ได้ แต่ไม่อาจเปลี่ยนแปลงหัวใจได้ พระเจ้าผู้ทรงสัพพัญญูทรงทอดพระเนตรเห็นลึกเข้าไปในความคิด ถึงแรงจูงใจของเรา ดังนั้นการพยายามทำดีตามกฎเกณฑ์จึงไม่สามารถนำมนุษย์ให้มาถึงความรอดได้'เพราะว่าท่านทั้งหลายได้รับความรอดแล้วด้วยพระคุณโดยทางความเชื่อ ความรอดนี้ไม่ใช่มาจากตัวท่าน แต่เป็นของประทานจากพระเจ้า ไม่ใช่มาจากการกระทำ เพื่อไม่ให้ใครอวดได้ ' เอเฟซัส 2:8-9ความดีที่เราพยายามทำเองนั้น ไม่สามารถช่วยเราให้รอดพ้นจากพระอาชญาได้ เพราะว่าค่าจ้างของความบาปคือความตาย แต่วันนี้โดยพระคุณของพระเจ้าที่มาถึงเราทางพระเยซูคริสต์ พระองค์ได้เข้ามารับโทษนั้นแทนเราด้วยการสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน และทรงเป็นขึ้นจากความตายเพื่อยืนยันชัยชนะเหนือความบาป ความตายแล้ว ขอให้เราสำนึกในพระคุณอันยิ่งใหญ่นี้ หยุดพยายามที่จะรอดด้วยความดีของตัวเอง แต่ให้เราตอบสนองพระคุณนั้นด้วยการรักพระเจ้าด้วยสุดจิต สุดใจ และสุดกำลังอย่างแท้จริงครับวุฒิ วงศ์สรรเสริญ

    สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่15) ภูมิคุ้มกันชีวิต(2)

    Play Episode Listen Later Apr 15, 2026 5:10


    คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่15)ภูมิคุ้มกันชีวิต(2)“ดีแล้วที่ข้าพระองค์ทุกข์ยากเพื่อข้าพระองค์จะเรียนรู้กฎเกณฑ์ของพระองค์”‭‭ ~สดุดี‬ ‭119‬:‭71‬ ‭THSV11‬‬“It was good that I had to suffer in order to learn your laws.”‭‭ ~Psalms‬ ‭119‬:‭71‬ ‭GW‬‬มีคำกล่าวไว้ว่า“ความเจ็บปวดคือครูสอนบทเรียนที่ความสบายไม่เคยสอน!”( Pain is a teacher that comfort never provides.)อย่างที่กล่าวมาแล้วว่า แม้แต่ในเหตุการณ์หรือในสถานการณ์ที่ดูเลวร้ายแสนเจ็บปวดก็ยังมีบทเรียนแห่งพระพรซ่อนอยู่!(ซึ่งความสุขสบาย และความสำเร็จแบบสำเร็จรูป จะสอนให้ไม่ได้เลย)ดังนั้น หากเราเชื่อวางใจในพระเจ้า มีสติวิจารณญาณ และรู้จักมองทุกสิ่งเหมือนดังที่พระเจ้าทรงประสงค์ให้เรามองแม้เราจะเจอะเจอเหตุการณ์บางอย่างที่ดูย่ำแย่ เราก็ยังจะได้รับบทเรียนดีๆ ไว้เตือนสติ อาทิ​เจอความล้มเหลวบ้าง ~ เราจะลดการอวดตัวหรือความมั่นใจในตัวเองที่เกินควรลงเพราะเมื่อเคยพลาด เราจะถ่อมตัวมากขึ้นอย่างไรก็ตาม เมื่อเราเริ่มต้นใหม่ เราก็จะรู้ว่าโลกไม่ได้ล่มพินาศจบสิ้นอย่างที่เราหวั่นกลัวและชีวิตก็ยังคงดำเนินต่อไปได้​เจอการจากลาบ้าง~เราจะตระหนักและ รู้ว่าไม่มีใครหรืออะไรจะอยู่กับเราตลอดไป เพราะชีวิตมีวาระและฤดูกาลการจากลาหรือการเปลี่ยนแปลงอาจทำให้เราเจ็บแต่มันก็ทำให้เราเห็นคุณค่าของช่วงเวลาที่เราเคยมีกันและกัน รวมทั้งเห็นคุณค่าของคนที่ยังอยู่กับเราในปัจจุบันมากขึ้นอีกด้วย​เจอความไม่แฟร์บ้าง~เราจะลดการมองแบบ “โลกสวยเกินไป” ได้บ้างเพราะว่าโลกไม่ได้ยุติธรรมเสมอไป แต่เราจะค่อย ๆ เรียนรู้ว่าเราจะอยู่กับความจริงอันโหดร้ายนั้นอย่างไร โดยไม่เสียความสุขของตัวเองไป​เจอวันที่เหนื่อยมาก ๆ บ้าง ~เราจะใส่ใจในการพักผ่อนได้มากขึ้นโดยไม่รู้สึกใจผิดฟ้องเพราะว่า เมื่อก่อนเราอาจพยายามฝืนสังขารทำงานอย่างไม่ยอมหยุด แต่พอร่างกายกับใจส่งสัญญาณเตือนบ่อย ๆ เราก็จะเริ่มรู้ว่าการพักไม่ใช่ความอ่อนแอ แต่เป็นความจำเป็นอย่างยิ่งต่อสุขภาพของเรา​เจอคนพูดดูถูกเสียดสีบ้าง ~เราจะค่อยๆเรียนรู้ว่า เราควรฟังใครบ้างที่ส่งอิทธิพลทางดีต่อชีวิตของเราเพราะว่า เราไม่จำเป็นต้องฟังทุกเสียง เนื่องด้วยบางเสียงมีเพียงไว้แค่ผ่านหู โดยไม่ต้องให้ผ่านใจหรือให้ความสำคัญใดๆ​เจอเรื่องแย่ๆบ้าง ~ เราจะได้ตื่นตัวไม่ประมาทและพร้อมรับมือเพราะว่าเราจะมีภูมิต้านทานกับเรื่องเดิมได้มากขึ้นในครั้งหน้า แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่เจ็บอีก เพียงแค่ว่าเราอาจไม่พังง่ายเหมือนครั้งแรกนั้นแล้ว​เจอความเปลี่ยนแปลงบ่อย ๆบ้าง~ เราจะอยู่และรับมือกับความไม่แน่นอนได้เก่งขึ้นเพราะว่าใจของเราจะคุ้นเคยกับสิ่งไม่คาดคิดมากขึ้น และพอมาเจอบ่อยขึ้น ใจเราจะค่อย ๆยืดหยุ่นขึ้นเอง​เจอเรื่องไม่ดีบ้าง ~เราก็จะรู้ว่าตัวเองอ่อนโยนขึ้นได้โดยไม่อ่อนแอเพราะคนที่เคยเจ็บ มักเข้าใจความรู้สึกคนอื่นได้เร็วขึ้นและมากขึ้นและจะไม่ตัดสินใคร หรือ อะไรง่ายๆเหมือนเดิมอีกต่อไปพี่น้องที่รัก ขอให้เรามีภูมิคุ้มกันชีวิตมากขึ้น จากเรื่องที่เคยผิดพลาด ผิดคาด เพราะคิดไม่ถึง หรือเกินคาดคิด และขอให้บทเรียนที่เราได้จากประสบการณ์เชิงลบเหล่านั้นจะสร้างสรรค์พลังบวกและเพิ่มสุขให้แก่ชีวิตและงานที่เราทำอย่างมีคุณค่ามากขึ้น…จะดีไหมครับ?………………………………ธงชัย ประดับชนานุรัตน์ 15เมษายน2026(ตอนที่15ปีที่6) #YoutubeCJCONNECT#คริสตจักรแห่งความรัก#Churchoflove #ShareTheLoveForward #ChurchOfJoy #คริสตจักรแห่งความสุข#NimitmaiChristianChurch #คริสตจักรนิมิตใหม่ #ฮักกัยประเทศไทย #อัลฟ่า #หนึ่งล้านความดี

    สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่12) อย่าให้เราทำอย่างนี้เลย!

    Play Episode Listen Later Apr 15, 2026 5:03


    คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่12)อย่าให้เราทำอย่างนี้เลย!“ฉะนั้นอย่าให้สิ่งที่ดีสำหรับท่าน เป็นข้อตำหนิติเตียนของคนอื่นได้เลย” ‭‭ ~โรม‬ ‭14‬:‭16‬ ‭THSV11‬‬“Therefore do not let what you know is good be spoken of as evil.”‭‭ ~Romans‬ ‭14‬:‭16‬ ‭NIV‬‬เราทุกคนล้วนมีเหตุผลสำหรับสิ่งที่ตนเองทำไม่ว่าคนอื่นจะฟังขึ้นหรือไม่ก็ตามเราทุกคนมีเสรีภาพ ทำในสิ่งที่เราเรียกว่า “สิ่งที่ดีสำหรับเรา”แต่บางครั้งสิ่งที่เราทำ อาจ“เป็นข้อตำหนิติเตียนของคนอื่น!”ใช่ครับ บางครั้งการกระทำของเราอาจไม่ผิดแต่ก็อาจไม่เหมาะและอาจไปทำให้คนอื่นสะดุดใจ สงสัย หรือเข้าใจผิดก็เป็นได้ด้วยเหตุนี้ สิ่งดีที่เรายึดถือไว้ ควรเป็นสิ่งที่เมื่อใดก็ตาม ที่เรากล่าวถึง ก็จะมีแต่คนซาบซึังขอบคุณพระเจ้า และตัวเราเองก็พร้อมตอบสนองพระคุณของพระเจ้าด้วยการกระทำสิ่งดีที่ถวายพระเกียรติแด่พระองค์ และเป็นคุณแก่คนทั้งหลาย อย่างไรก็ตาม มีหลายสิ่งที่เราไม่ควรกระทำเป็นอย่างยิ่ง ได้แก่​อย่าให้เรา ทรนงจนเกินไป จนเกิดความเย่อหยิ่ง อย่างที่พระเจ้าทรงเกลียดชัง​อย่าให้เรา เปราะบางเกินควร จนแตกหัก และแตกสลายโดยง่าย จนเสียของ​อย่าให้เราท้อใจหรือท้อถอยง่าย จนสร้างปัญหาให้แก่ราชกิจของพระเจ้า​อย่าให้เราเที่ยวสะดุดคนนั้นคนนี้ หรือเรื่องนั้นเรื่องนี้ อย่างน่าสังเวช จนชีวิตปั่นป่วน​อย่าให้เราทำให้คนอื่นๆรำคาญเวลาพบเจอเรา เช่น ชอบขอหรือขอยืมเงินเขา หรือชวนเขาลงทุน หรือซื้อของ จนเขาอึดอัดที่จะพูดคุยด้วย​อย่าให้เราใช้อารมณ์นำในการใช้ชีวิตและในการทำงานรับใช้ จนเกิดความขัดแย้งกันขึ้นอย่างไม่จำเป็น​อย่าให้เรา คิดว่าตัวเราไม่สำคัญหรือ ตรงข้ามคืออย่าคิดว่าตัวเองสำคัญมากเกินไป จนเสียหายต่อแผนการของพระเจ้า​อย่าให้เราเฉื่อยชาในการติดตามพระเจ้าและอย่าละเลยในการพัฒนาตนเองจนเสียโอกาสในการเจริญเติบโตฝ่ายจิตวิญญาณไปอย่างน่าเสียดาย​อย่าให้เรามาโบสถ์ แล้วเป็นแต่ผู้ให้หรือเป็นแต่ผู้รับเพียงอย่างเดียวจนทำให้คนอื่นที่เกี่ยวข้องด้วย วางตัวไม่ถูก​อย่าให้เราเอาแต่รอให้คนอื่นมาหนุนใจ หรือมาช่วยเราจนเรารู้สึกโกรธหรือขมขื่นต่อคนอื่นในยามที่พวกเขาไม่ทำตามที่เราคาดหวัง​อย่าให้เราอยู่เฉยๆโดยไม่มีส่วนร่วมใดๆในคริสตจักร หรือ ห่างหายจนขาดการไปนมัสการพระเจ้าจนเป็นนิสัย​อย่าให้เราหมกมุ่นอยู่กับสิ่งใด ไม่ว่า จะเป็นคน สัตว์ สิ่งของ ความสนุกเพลิดเพลิน ความสำเร็จ หรือ อุดมการณ์ ฯลฯ จนสิ่งเหล่านั้นทำให้เรามองว่าการมาโบสถ์เป็นเรื่องไม่สำคัญ ~คิดจะมาหรือไม่มาก็ได้ ~คิดจะมาสาย หรือจะกลับก่อนก็ได้ขอให้เราอย่าทำเช่นนั้นแบบไม่แยแสสิ่งใดเลย…เพราะนั่นคืออันตราย!เห็นด้วยหรือไม่ครับ?………………………………ธงชัย ประดับชนานุรัตน์ 12เมษายน2026(ตอนที่12ปีที่6) #YoutubeCJCONNECT#คริสตจักรแห่งความรัก#Churchoflove #ShareTheLoveForward #ChurchOfJoy #คริสตจักรแห่งความสุข#NimitmaiChristianChurch #คริสตจักรนิมิตใหม่ #ฮักกัยประเทศไทย #อัลฟ่า #หนึ่งล้านความดี

    พระธรรมนำชีวิต ตอน อย่าหยุดเพียงครึ่งทาง Ep.1599

    Play Episode Listen Later Apr 14, 2026 4:26


    พระธรรมนำชีวิตตอน อย่าหยุดเพียงครึ่งทาง Ep.1599 ในชีวิตความเชื่อของเราถูกขับเคลื่อนด้วยอะไรครับ เรากำลังหมดแรงไปกับการจดจ่ออะไรบางอย่างจนทำให้ชีวิตของเราเครียด ท้อใจหรือเปล่า วันนี้ 2 พงศ์กษัตริย์ 23:21-23 พาเรากลับมาทบทวนถึงจุดเริ่มต้นในชีวิตคือการทรงไถ่ของพระเจ้า หลังจากที่โยสิยาห์กวาดล้างรูปเคารพออกจากพระนิเวศของพระเจ้า และออกจากเมืองต่าง ๆ แล้ว สิ่งที่เขาทำต่อไปคือการกลับไปทำตามคำสั่งของพระเจ้า'พระราชาทรงบัญชาประชาชนทั้งหมดว่า “จงถือเทศกาลปัสกาถวายแด่พระยาห์เวห์พระเจ้าของพวกเจ้า ดังที่เขียนไว้ในหนังสือพันธสัญญานี้” ' 2 พงศ์กษัตริย์ 23:21โยสิยาห์มีคำสั่งให้ทุกคนถือปัสกาตามที่บันทึกไว้ในหนังสือพันธสัญญา คำสั่งนี้คือการฟื้นฟูชีวิตอย่างแท้จริง เพราะการฟื้นฟูที่ยั่งยืนไม่ใช่เพียงการกวาดล้างความบาปหรือสิ่งที่พระเจ้าไม่ชอบออกไปจากชีวิตเท่านั้น แต่คือการกลับไปสู่ปัสกา หรือระลึกถึงการทรงไถ่ออกจากการเป็นทาส  สำหรับคนอิสราเอล ปัสกาคือการออกจากการเป็นทาสในอียิปต์ แต่สำหรับเรา พระเยซูผู้ทรงเป็นปัสกาของเรา พระองค์ทรงพาเราออกจากการเป็นทาสของความบาป หากเรากำลังเครียดอยู่กับการจัดการบาปด้วยตัวเอง ขอให้เรากลับมาพบกับสันติสุขในพระคุณของพระเจ้า ที่พระองค์ทรงไถ่เราด้วยความเชื่อในพระเยซูไม่ใช่ด้วยความพยายามหรือการกระทำของเราเองเลย'เพราะว่าเทศกาลปัสกาเหมือนอย่างนี้ไม่เคยถือกันมาตั้งแต่สมัยผู้วินิจฉัยปกครองอิสราเอล จนถึงสมัยบรรดาพระราชาแห่งอิสราเอลและพระราชาแห่งยูดาห์ ' 2 พงศ์กษัตริย์ 23:22ในข้อนี้ไม่ได้หมายความว่า พวกเขาไม่เคยถือปัสกาเลย แต่กำลังหมายถึง ไม่เคยถืออย่างถูกต้องและครบถ้วนตามพระวจนะแบบนี้มานานมาก ในข้อ 23 ในปีที่ 18 ของโยสิยาห์ นั่นคือปีเดียวกับที่ค้นพบพระบัญญัติ โยสิยาห์พาคนยูดาห์กลับมาถือปัสกา ตามพระวจนะอย่างแท้จริงอีกครั้ง นี่คือภาพของการออกจากความตาย กลับมาสู่ชีวิต'จงชำระเชื้อเก่าเสีย เพื่อท่านทั้งหลายจะได้เป็นแป้งดิบก้อนใหม่ ดังเช่นที่ท่านเป็นพวกไร้เชื้อ เพราะพระคริสต์ผู้ทรงเป็นปัสกาของเราถูกถวายบูชาแล้ว ' 1 โครินธ์ 5:7การฟื้นฟูชีวิตไม่ได้จบแค่การเอาบาปออก แต่ต้องมีการเริ่มต้นรับสิ่งที่ถูกต้องเข้ามาด้วย ขอให้เราอย่าหยุดอยู่แค่ความพยายามเลิกนิสัยไม่ดีหรือพยายามปรับปรุงชีวิตของเราด้วยกำลังของตนเอง แต่ขอให้เรากลับมายืนอยู่ในพระคุณและความรอดที่พระเจ้าประทานให้ผ่านทางกางเขนของพระเยซูคริสต์  ขอเราอย่าจดจ่อเพียงว่า เราทำอะไรเพื่อพระเจ้าบ้าง แต่ให้กลับมาจดจ่อที่ พระเจ้าทรงทำอะไรเพื่อเรา ขอให้เราฟื้นฟูชีวิตให้ครบสมบูรณ์ อย่าหยุดเพียงครึ่งทาง คือเพียงแค่แค่กำจัดความบาป แต่ให้เดินไปจนสุดทางด้วยการระลึกถึงพระเยซูและการทรงไถ่ของพระองค์  ลองสำรวจชีวิตของเราดูนะครับว่า วันนี้ที่เราเครียด ที่เราท้อใจ เป็นเพราะเรายังพยายามแบกทุกอย่างด้วยตัวเองอยู่หรือเปล่า ถ้าหากเป็นเช่นนั้น ให้เรากลับมาจดจ่อที่พระคุณและกางเขนของพระเยซูคริสต์ เพื่อชีวิตของเราจะได้พักและอยู่ในสันติสุขของพระองค์นะครับวุฒิ วงศ์สรรเสริญ

    พระธรรมนำชีวิต ตอน เด็ดขาดอย่างจริงจัง Ep.1598

    Play Episode Listen Later Apr 14, 2026 4:11


    พระธรรมนำชีวิตตอน เด็ดขาดอย่างจริงจัง Ep.1598เรายังคงต่อเนื่องกับโยสิยาห์ที่จริงจังกับการกำจัดบาปออกไปให้หมด 2 พงศ์กษัตริย์ 23:11–20 โยสิยาห์ไม่ได้หยุดกำจัดบาปแค่การชำระพระนิเวศของพระเจ้า แต่เขาเดินหน้ากำจัดรูปเคารพต่อไป เขารื้อทำลายสิ่งที่มนัสเสห์ได้สร้างไว้ในลานพระวิหารทั้งสองแห่งและนำไปบดเป็นผงนำไปทิ้งในลำธารขิดโรน ขิดโรนเป็นที่ทิ้งของไม่สะอาดและนี่เป็นการทำลายรูปเคารพอย่างสิ้นเชิง โยสิยาห์ขยายการกำจัดบาปจากพระนิเวศของพระเจ้าไปสู่เมืองต่าง ๆ แต่ไม่เพียงเท่านั้น เขากำจัดบาปในปัจจุบันและเขายังย้อนกลับไปจัดการสิ่งที่ฝังรากลึกมานานตั้งแต่สมัยซาโลมอนและสิ่งที่เยโรโบอัมตั้งไว้ ปรากฎอยู่ในข้อ 13 และ 15 โยสิยาห์กำจัดบาปที่สะสมมาหลายร้อยปี สิ่งที่เขาทำไม่ใช่แค่การเอาออก หรือการย้ายที่ตั้ง แต่เขาได้ทำการเผา ทุบ บด ทำให้เป็นมลทินโดยไม่มีการประนีประนอม ไม่มีความคิดที่ว่าจะเก็บไว้เผื่อใช้ในอนาคตเลย'และเมื่อโยสิยาห์ทรงหันไป ทอดพระเนตรอุโมงค์ฝังศพซึ่งอยู่บนภูเขา พระองค์ทรงใช้ให้ไปเอากระดูกออกมาจากอุโมงค์ และเผาเสียบนแท่นบูชา และทรงทำให้เสียความศักดิ์สิทธิ์ ตามพระวจนะของพระยาห์เวห์ซึ่งคนของพระเจ้าผู้ซึ่งป่าวร้องถึงสิ่งเหล่านี้ได้ป่าวร้องไว้ ' 2 พงศ์กษัตริย์ 23:16ในข้อนี้ยืนยันว่า พระวจนะของพระเจ้าได้สำเร็จเป็นจริง ซึ่งในข้อ 17 ได้พูดถึงคนของพระเจ้าที่ได้ประกาศพระวจนะของพระเจ้าไว้ล่วงหน้า เขาได้ระบุชื่อของโยสิยาห์ไว้ด้วยเลย ข้อความนี้ปรากฎอยู่ใน 1 พงศ์กษัตริย์ 13 :2 แม้เวลาจะผ่านไปหลายร้อยปี วันนี้ถ้อยคำของพระเจ้าสำเร็จเป็นจริงทุกประการ เรื่องราวนี้เป็นบทเรียนให้กับเราว่า การกำจัดบาปต้องจัดการอย่างจริงจังและเด็ดขาด หลายครั้งเราพยายามแก้แค่อาการ แต่ไม่เคยจัดการกับต้นเหตุเลย บางสิ่งในชีวิตเราที่เรารู้ว่ามันผิด แต่เรายังเก็บไว้ ความผิดที่ปล่อยไว้จะค่อย ๆ พาเราออกห่างจากพระเจ้า ดังนั้นขอให้เรากำจัดมันออกไปให้หมดด้วยความจริงจังและเด็ดขาด'กลางคืนล่วงไปมากแล้ว และรุ่งเช้าก็ใกล้เข้ามา ให้เราเลิกบรรดากิจการแห่งความมืด และสวมเครื่องอาวุธแห่งความสว่าง ' โรม 13:12ถ้าพวกเรายังเชื่อว่า พระเยซูกำลังจะเสด็จกลับมา ขอให้เราจริงจังแบะเด็ดขาดกับการจัดการความบาป ขอให้เราละทิ้งความบาปต่าง ๆ และหันมาเตรียมตัวรับเสด็จพระเยซูด้วยการสวมใส่พฤติกรรมที่บริสุทธิ์ที่พระเจ้าประทานให้ผ่านพระเยซู ที่พระเยซูยอมแลกให้เราด้วยพระโลหิตและการฟื้นคืนพระชนม์ของพระองค์ ขอให้เราจะมีชีวิตอยู่เพื่อทำตามพระประสงค์ของพระเจ้า พระเจ้าทรงเขามาเปลี่ยนแปลงจิตใจ เปลี่ยนแปลงความต้องการ เพื่อเราจะเอารากของบาปออกไปให้หมด และมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมภายนอกที่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนด้วยวุฒิ วงศ์สรรเสริญ

    สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่11) พระคริสต์สยบพายุชีวิต!

    Play Episode Listen Later Apr 14, 2026 5:02


    คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่11)พระคริสต์สยบพายุชีวิต!“"พวกสาวกก็เกรงกลัวอย่างยิ่ง อัศจรรย์ใจ และพูดกันว่า“ท่านผู้นี้เป็นใครกันหนอ? ถึงสั่งลมกับน้ำขนาดลมกับทะเลก็ยังเชื่อฟังท่าน?””~มาระโก‬ ‭4:41‬ ‭)‬“They were terrified and asked each other, “Who is this? Even the wind and the waves obey him!””‭‭ ~Mark‬ ‭4‬:‭41‬ ‭NIV‬‬มีคำเขียนไว้ว่า “พระเยซูไม่ได้สัญญาว่าจะไม่มีพายุ แต่พระองค์สัญญาว่าจะอยู่กับเราในพายุนั้น!”(Jesus never promised no storms, but He promised to be with us through them.)ในพระคัมภีร์มีเรื่องราวในทำนองนี้ บันทึกไว้ดังนี้​เย็นวันหนึ่ง พระเยซูตรัสกับพวกสาวกว่า“ให้พวกเราข้ามทะเลสาปไปฝั่งโน้นเถิด” ​พระเยซูจึงเสด็จลงเรือ​พวกสาวกจึงละจากประชาชนแล้ว ตามพระเยซูไป ​พวกสาวกก็ถอยเรือออก พาพระเยซูที่ประทับในเรือร่วมเดินทางไปด้วยกัน​มีเรืออีกหลายลำตามไปด้วย ​เกิดมีพายุใหญ่หนักเกิดขึ้นในกลางทะเลสาป​เกิดคลื่นซัดเข้าไปในเรือ~จนน้ำทะลักจวนจะท่วมเต็มเรือ~ จนทุกคนตกอยู่ในอันตราย​พระเยซูกำลังบรรทมหนุนหมอนหลับอยู่ที่ท้ายเรือ ในขณะที่เรือแล่นไป​พวกสาวกจึงมาปลุกพระองค์ร้องทูลว่า “พระอาจารย์ องค์พระผู้เป็นเจ้า ขอพระองค์โปรดช่วยเถิด เรากำลังจะจมน้ำตายอยู่แล้วพระองค์ไม่ทรงเป็นห่วงว่าพวกเรากำลังจะพินาศหรือ?”​พระเยซูจึงทรงตื่นขึ้น ลุกขึ้นห้ามลมและตรัสกับคลื่นทะเลว่า“จงสงบเงียบ” ​คลื่นก็สงบ ลมพายุก็เงียบสนิท ​พระเยซูจึงตรัสถามพวกสาวกว่า “ทำไมพวกเจ้าจึงกลัวนัก? คนศรัทธาน้อยพวกเจ้าไม่มีความเชื่อหรือ?ความเชื่อของท่านทั้งหลายอยู่ที่ไหน?” ​พวกสาวกก็เกรงกลัวอย่างยิ่ง อัศจรรย์ใจ และพูดกันว่า“ท่านผู้นี้เป็นใครกันหนอ? ถึงสั่งลมกับน้ำได้ขนาดลมกับทะเลก็ยังเชื่อฟังท่าน?””‭‭ (มาระโก‬ ‭4:35-41‬ ‭)‬พระเยซูคริสต์ไม่เพียงสามารถห้ามลมพายุภายนอกได้ พระองค์ยังสามารถห้ามลมพายุภายในความคิดและจิตใจของเราได้ด้วยเช่นกันวันนี้ มีอะไรที่กำลังรบกวนชีวิตของคุณอยู่?จงร้องขอให้พระองค์ทรงช่วย ด้วยความเชื่อศรัทธาไม่ใช่ด้วยความกลัวและความกังขาแล้วคุณจะมีประสบการณ์กับการช่วยกู้อย่างอัศจรรย์ที่แม้แต่ปัญหาหรืออุปสรรคทั้งปวงที่ว่าแข็งแกร่งและรุนแรงสาหัสก็ยังไม่อาจขวางกั้นพระองค์ได้ข้อคิดสำหรับวันนี้ก็ คือ#”บางครั้ง พระเจ้าอาจทำให้พายุสงบลง แต่บางที พระเจ้าก็อาจปล่อยให้พายุพัดกระหน่ำเพื่อทำให้ลูกๆของพระองค์สงบลง!“Sometimes God calms the storm, but sometimes God lets the storm rage and calms His child.”~Leslie Gould, ดังนั้น พี่น้องที่รัก เราไม่ควรกลัวพายุลูกใดๆ ที่ถาโถมเข้าใส่ชีวิตของเราถ้าหากว่าพระเยซูคริสต์ ยังคงสถิตอยู่ในนาวาของเราแล้วถ้าหากว่า วันนี้ คุณเป็นดุจ“เรือ”คุณพร้อมยอมให้พระเยซูคริสต์เจ้าสถิตอยู่ด้วยเป็น“กับตัน”นำทางชีวิตของคุณไปในมหาสมุทรใหญ่ อย่างวางใจตลอดเส้นทาง หรือไม่? ตอบที!………………………………ธงชัย ประดับชนานุรัตน์ 11เมษายน2026(ตอนที่11ปีที่6) #YoutubeCJCONNECT#คริสตจักรแห่งความรัก#Churchoflove #ShareTheLoveForward #ChurchOfJoy #คริสตจักรแห่งความสุข#NimitmaiChristianChurch #คริสตจักรนิมิตใหม่ #ฮักกัยประเทศไทย #อัลฟ่า #หนึ่งล้านความดี

    สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่13) ภูมิคุ้มกันชีวิต(1)

    Play Episode Listen Later Apr 14, 2026 5:16


    คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่13)ภูมิคุ้มกันชีวิต(1)“ดีแล้วที่ข้าพระองค์ทุกข์ยากเพื่อข้าพระองค์จะเรียนรู้ถึงกฎเกณฑ์ของพระองค์”‭‭ ~สดุดี‬ ‭119‬:‭71‬ ‭TH1971‬‬“It was good for me to be afflicted so that I might learn your decrees.”‭‭ ~Psalms‬ ‭119‬:‭71‬ ‭NIV‬‬มีคำกล่าวไว้ว่า “ความทุกข์ยากไม่ได้มาทำลายเรา แต่มาเสริมสร้างเราให้แข็งแกร่งขึ้น!”(Suffering does not come to destroy us, but to build us stronger.)ความทุกข์ยากไม่เพียงไม่ได้ทำลายเรา แต่ยังช่วยให้เราเรียนรู้สิ่งดีมีคุณค่าหลายอย่างผมขอขอบคุณพระเจ้าและผู้เขียนบทความต่อไปนี้ที่เตือนสติและหนุนใจเราในเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี ว่า​เจอความผิดหวังบ้าง ~จะทำให้เรารู้ว่าควรหวังอะไรแค่ไหนเพราะพอเจ็บ เราก็จะไม่ฝากหมดทั้งหัวใจไว้กับใครผู้ใดเหมือนแต่ก่อนอีกต่อไป​เจอคนไม่จริงใจบ้าง ~จะทำให้เรารู้ว่าควรเก็บรักษาคนใดไว้และ ควรปล่อยใครออกไปจากชีวิตเพราะไม่ใช่ทุกคนที่เข้ามาในชีวิต จะมาดีเสมอไปเมื่อเจอคนไม่จริงใจ เราก็จะยิ่งเห็นคุณค่าของคนจริงใจมากขึ้น​เจอวันที่พังบ้าง ~จะทำให้เรารู้ว่าตัวเองยังลุกขึ้นไหวไหมเพราะตอนยังไม่เจอ เราไม่รู้จริงๆ ว่าจะเป็นย่างไรแต่พอผ่านมาได้ เราจะเริ่มเชื่อมั่นในตัวเองมากขึ้น และจะเริ่มต้นใหม่ได้อย่างฉลาดมากขึ้นกว่าเดิม​เจอคำพูดแย่ ๆ บ้าง ~จะทำให้เรารู้ว่าคำพูดของใครคำไหนที่ไม่ควรเก็บไว้เพราะเมื่อก่อน เราอาจชอบเอาทุกคำมาคิดแต่พอโตขึ้น เราก็จะค่อย ๆ แยกแยะได้ว่าอะไรคือความเห็นที่มีค่าและอะไรคือขยะทางความคิดและทางใจที่ควรรีบทิ้งไป​เจอความเงียบงันบ้าง ~จะทำให้เรารู้ว่าใครอยู่ฝ่ายเราจริงๆเพราะเวลามีปัญหาหรือถูกเล่นงาน ไม่มีใครอยู่กับเราครบทุกคนหรอกแต่คนที่ยังเคียงข้างเราจริงๆ จะยืนหยัดขึ้นมาเองโดยไม่ต้องเรียกหา​เจอความยากลำบากบ้าง ~จะทำให้เราก็จะรู้จักคำว่าพอเพราะหากเราเคยเหนื่อย เคยไม่มี เราจะเริ่มเห็นว่าความธรรมดาบางอย่าง มีค่าและน่าซาบซึ้งใจมากกว่าที่เราเคยคิด​เจอเรื่องไม่เป็นใจบ้าง ~จะทำให้เราเลิกอยากคุมทุกสิ่งทุกอย่างเพราะบางเรื่องยิ่งฝืน ใจก็ยิ่งเหนื่อยพอเจอเรื่องเกินการควบคุมบ่อยครั้งเข้าเราจะเริ่มรู้จักปล่อยวางในสิ่งที่คุมไม่ได้เหล่านั้นลง​เจอคนทำให้เสียใจบ้าง ~จะทำให้เรารู้ว่าขอบเขตสำคัญมากแค่ไหนเพราะเราเริ่มตระหนักว่าเราไม่จำเป็นต้องยอมทุกอย่างเพื่อรักษาความสัมพันธ์ที่ปนมลพิษนั้นเอาไว้ และพบว่า บางครั้งการถอยห่างจะเป็นการปกป้องใจตัวเองที่ดี​ เจอวันที่ไม่มีใครเข้าใจบ้าง ~จะทำให้เรารู้จักพึ่งและฝึกทำตัวให้เป็นที่พักใจให้แก่ตัวเองเพราะการมองหาคนที่เข้าใจเราหมดทุกอย่าง เป็นเรื่องที่ยากจะพานพบการสามารถอยู่กับตัวเองอาจจะเหงา แต่ก็จะทำให้เราเติบโตขึ้นและอ่อนโยนกับตัวเองมากขึ้นพี่น้องที่รักอย่ากลัวความทุกข์ยากลำบากในชีวิต ​จงเข้าใกล้ชิดติดสนิทกับพระเจ้า​จงฟันฝ่าทุกอุปสรรคปัญหาไปพร้อมพระองค์​จงเรียนรู้บทเรียนล้ำค่าจากความทุกข์ยากลำบากที่ผ่านมา4.จงเข้าใจในพระเจตนารมณ์ของพระเจ้าสำหรับชีวิตของเรา“ยิ่งคุณผ่านความทุกข์ยากลำบากมาลึกซึ้งมากเท่าใดคุณก็จะยิ่งเข้าใจชีวิตมากขึ้นเท่านั้น”(The deeper the suffering, the deeper the understanding of life.) และ5.จงเปลี่ยนความทุกข์ยากทั้งหลายให้กลายเป็นภูมิคุ้มกันชีวิตที่จะนำไปชัยชนะมาให้แก่เราในบั้นปลาย…จะอาเมนไหม?………………………………ธงชัย ประดับชนานุรัตน์ 13เมษายน2026(ตอนที่13ปีที่6) #YoutubeCJCONNECT#คริสตจักรแห่งความรัก#Churchoflove #ShareTheLoveForward #ChurchOfJoy #คริสตจักรแห่งความสุข#NimitmaiChristianChurch #คริสตจักรนิมิตใหม่ #ฮักกัยประเทศไทย #อัลฟ่า #หนึ่งล้านความดี

    สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่14) วันครอบครัว

    Play Episode Listen Later Apr 14, 2026 5:03


    คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่14)วันครอบครัว!“ถ้าพระยาห์เวห์มิได้ทรงสร้างบ้าน บรรดาผู้ที่สร้างก็เหนื่อยเปล่าถ้าพระยาห์เวห์มิได้ทรงเฝ้ารักษานคร คนยามตื่นอยู่ก็เหนื่อยเปล่า”‭‭ ~สดุดี‬ ‭127‬:‭1‬ ‭THSV11‬‬“Unless it is the LORD who builds the house,the builders' work is pointless. Unless it is the LORD who protects the city, the guard on duty is pointless.”‭‭ ~Psalms‬ ‭127‬:‭1‬ ‭CEB‬‬มีคำกล่าวไว้ว่า…“เมื่อพระเจ้าเป็นศูนย์กลางของบ้าน ความรักจะไม่ขาดไป และสันติสุขจะไม่จางหาย!”(When God is at the center of a home, love never runs out and peace never fades.)ขอให้บ้านของเราเป็นบ้านที่มีพระเจ้า~เป็นผู้สร้าง และ~เป็นศูนย์กลางของทุกคนในครอบครัว!วันครอบครัว ในประเทศไทย คือวันที่ 14 เมษายน !ถือเป็น“วันที่รัฐกำหนดให้เป็นวันส่งเสริมความรัก ความอบอุ่น และความสุขในบ้านและในครัวเรือน เป็นวันรวมญาติโดยให้สมาชิกในครอบครัวได้มาพบปะกัน และรดน้ำดำหัวและขอพรจากผู้ใหญ่ ตามประเพณี”“ครอบครัว” หรือ บ้าน นั้นนับว่ามีสำคัญอย่างมากต่อโลกนี้ เพราะครอบครัวคือหน่วยพื้นฐานที่พระเจ้าทรงใช้หล่อหลอมฟูมฟักชีวิต ความศรัทธา และความรัก ของคนในบ้าน ให้เติบโตและก่อเกิดผลดีต่อสังคมพระคริสตธรรมคัมภีร์ มีหลักคำสอนเรื่องความสำคัญของครอบครัวไว้ดังนี้​ครอบครัวคือแบบแผนอันอบอุ่น ที่พระเจ้าทรงออกแบบไว้(ครอบครัวไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นแผนการยอดเยี่ยมของพระเจ้า)~ปฐมกาล‬ ‭2‬:‭18‬, ‭24‬ ‭THSV11‬‬​ครอบครัวคือสถาบันฝึกมนุษย์ให้เข้าใจคุณลักษณะของความรักแท้และปฏิบัติตาม( ครอบครัวคือที่ฝึกให้เรารู้จัก “รักแบบพระเจ้า”ก่อนออกไปสำแดงรักนั้นสู่โลก)~‭‭1 โครินธ์‬ ‭13‬:‭4‬-‭7‬ ‭THSV11‬‬​ครอบครัวคือบ้านที่สั่งสอนและถ่ายทอดความเชื่อในทางของพระเจ้าให้แก่ลูกหลาน( ครอบครัวคือสถานที่ที่พ่อแม่ใช้ทำหน้าที่สอนลูกหลานทั้งด้วยคำพูดและด้วยการใช้ชีวิต)~เฉลยธรรมบัญญัติ‬ ‭6‬:‭4‬-‭9‬ ‭THSV11‬‬​ครอบครัวคือสถานที่ ที่พระเจ้าใช้ทดสอบคุณสมบัติของคนที่จะเป็นผู้รับผิดชอบดูแลบ้านหรือคริสตจักรของพระเจ้า(ครอบครัว คือ ภาพของความรับผิดชอบของพ่อแม่ต่อลูก ผู้นำคริสตจักรต่อสมาชิก ความกตัญญูของลูกต่อพ่อแม่ รวมทั้ง สมาชิกต่อผู้นำคริสตจักร)~‭‭1 ทิโมธี‬ ‭5‬:‭8‬ ‭THSV11‬‬​ครอบครัวคือภาพสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างพระเจ้ากับมนุษย์ที่สมบูรณ์ที่สุด(ครอบครัวเปิดเผยความสัมพันธ์ของความรักและการเชื่อฟังระหว่างกับพระเจ้ากับมนุษย์ คริสตจักรกับพระคริสต์ และสามีกับภรรยา)~เอเฟซัส‬ ‭5‬:‭24‬-‭25‬, ‭32‬-‭33‬ ‭THSV11‬‬ยังมีคำกล่าวไว้อีกว่า“การได้อยู่กันพร้อมหน้า คือ ของขวัญที่ล้ำค่าที่สุดในครอบครัว!”(Being together is the most precious gift in a family.)ดังนั้น ในโอกาสวันครอบครัวแห่งชาติขอให้เรา ให้ความสำคัญต่อครอบครัวของเราให้มากขึ้น ไม่ว่าครอบครัวของเราจะสมบูรณ์แบบหรือไม่ ก็ให้เรา1. “ตั้งใจรักกัน”ให้มากขึ้น และ 2.“จัดเวลาใช้ร่วมกัน”อย่างมีความสุข ที่มีคุณภาพ มีคุณค่าให้มากขึ้นและขอให้เราทำเช่นนี้ทุกวัน หรือ อย่างน้อยสัปดาห์ละ1 ครั้งเป็นประจำ…จะดีไหมครับ?………………………………ธงชัย ประดับชนานุรัตน์ 14เมษายน2026(ตอนที่14ปีที่6) #YoutubeCJCONNECT#คริสตจักรแห่งความรัก#Churchoflove #ShareTheLoveForward #ChurchOfJoy #คริสตจักรแห่งความสุข#NimitmaiChristianChurch #คริสตจักรนิมิตใหม่ #ฮักกัยประเทศไทย #อัลฟ่า #หนึ่งล้านความดี

    พระธรรมนำชีวิต ตอน รักษาไว้ให้ดี Ep.1597

    Play Episode Listen Later Apr 12, 2026 3:47


    พระธรรมนำชีวิตตอน รักษาไว้ให้ดี Ep.1597วันนี้เราจัดการกับความบาปในชีวิตของเราแบบจริงจังแค่ไหน เรายังคงประนีประนอมมองข้ามและอยู่ร่วมกับมันบ้างหรือเปล่า 2 พงศ์กษัตริย์ 23:4-10 เราได้เห็นความจริงจังในการจัดการกับความบาปหรืออะไรก็ตามที่พระเจ้าไม่ชอบของโยสิยาห์ หลังจากที่เขาสัญญากับพระเจ้าว่าจะรักษาพระโอวาทของพระเจ้าด้วยสุดจิตสุดใจแล้ว สิ่งที่เขาทำทันที คือ กำจัดความบาปออกไป ข้อ 4 เขาสั่งให้นำเครื่องใช้ทั้งสิ้นที่ทำสำหรับพระอื่นออกไปเผาทิ้ง และขนเอาเถ้าไปทิ้งที่เบธเอล ข้อ 5 เขากำจัดปุโรหิตและผู้รับใช้ของรูปเคารพอื่น ๆ ให้หมด ข้อ 6 เขาสั่งย้ายพระอาเช-ราห์ออกจากพระนิเวศของพระเจ้าไปทุบ ทำลาย และบดให้เป็นผงนำไปโรยบนหลุมฝังศพ ข้อ 7 โยสิยาห์สั่งรื้อทำลายที่พักของเทวทาส คนที่ทำหน้าที่นมัสการพระอื่นด้วยการร่วมเพศ นี่เป็นเรื่องที่น่าตกใจมาก แสดงว่ามีการทำสิ่งที่พระเจ้าเกลียดชังในพระนิเวศของพระองค์ ความบาปไม่ได้อยู่แค่ข้างนอก มันอยู่ในทุกที่ และในเวลานั้นถูกทำให้เป็นเรื่องปกติ ข้อ 8 ได้บอกขอบเขตของการจัดการความบาปทั้งหมดตั้งแต่เมืองเกบาถึงเบเออร์เชบา คือตั้งแต่เหนือจรดใต้ ข้อ 9 กำลังบอกว่า โยสิยาห์ได้จัดการให้มีการนมัสการพระเจ้าตามที่พระองค์กำหนดในเวลานั้น คือสูญกลางอยู่ที่พระนิเวศของพระเจ้าในเยรูซาเร็ม และข้อสุดท้ายสำหรับวันนี้ ในข้อ 10 โยสิยาห์ได้สั่งให้ทำลายสิ่งที่พีะเจ้าเกลียดชังอีกอย่าง คือลัทธิบูชายัญเด็กของพระโมเลค วันนี้เอาแค่นี้ก่อน พรุ่งนี้เราจะมาดูต่อ แต่ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ คือสิ่งที่โยสิยาห์ตัดสินใจที่จะติดตามพระเจ้าอย่างจริงจัง เจาลงมือจัดการกับความบาปอย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่ความรู้สึกที่ดี หรือเป็นคำสัญญาที่พูดลอย ๆ ออกมา'ท่านรู้แล้วไม่ใช่หรือว่า ร่างกายของพวกท่านเป็นวิหารของพระวิญญาณบริสุทธิ์ผู้สถิตในท่าน ผู้ซึ่งพวกท่านได้รับจากพระเจ้า และท่านทั้งหลายไม่ใช่เจ้าของตัวท่านเอง? ' 1 โครินธ์ 6:19วันนี้พระวิหาร หรือพระนิเวศของพระเจ้า คือร่างกายของเราที่ถูกชำระให้สะอาดบริสุทธิ์แล้วโดยพระโลหิตของพระเยซู ขอให้เรารักษาความสะอาดนี้ไว้อย่างจริงจัง หากเราปล่อยปละละเลยไปนานก็ขอให้เราเริ่มต้นสำรวจใจของเราดูว่า มีความบาป หรืออะไรบ้างที่เราปล่อยไว้ ขอให้เรานำสิ่งนั้นมาสารภาพ ขอการอภัยจากพระเจ้า และขอให้เราจริงจังที่จะรักษาชีวิตที่บริสุทธิ์ไว้ ขอเราจะไม่ปล่อยความบาปไว้ เพราะความบาปที่เราไม่ได้จัดการในวันนี้ จะกลายเป็นสิ่งที่ควบคุมเราในวันหน้าวุฒิ วงศ์สรรเสริญ

    พระธรรมนำชีวิต ตอน เลือกแล้วหรือยัง? Ep.1596

    Play Episode Listen Later Apr 11, 2026 4:09


    พระธรรมนำชีวิตตอน เลือกแล้วหรือยัง? Ep.1596เราได้เห็นหัวใจของโยสิยาห์ที่เสียใจต่อพระเจ้า พระเจ้าทรงได้ยินเสียงของเขา และเห็นท่าทีของหัวใจที่อ่อนน้อมหรืออ่อนนุ่มพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของเขา 2 พงศ์กษัตริย์ 23:1-3 เราจะพบพฤติกรรมที่ยืนยันหัวใจที่พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงนั้นเป็นรูปธรรมจริง ๆ โยสิยาห์รวบรวมบรรดาผู้ใหญ่ในยูดาห์ มาพบ แต่ไม่เพียงเท่านั้น'พระราชาเสด็จขึ้นไปยังพระนิเวศของพระยาห์เวห์ พร้อมกับคนยูดาห์ทั้งหมด และชาวกรุงเยรูซาเล็มทั้งสิ้น รวมทั้งพวกปุโรหิต และพวกผู้เผยพระวจนะ กับประชาชนทั้งหมดไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ และพระองค์ทรงอ่านถ้อยคำทั้งหมดในหนังสือพันธสัญญา ที่พบในพระนิเวศของพระยาห์เวห์ให้พวกเขาฟัง ' 2 พงศ์กษัตริย์ 23:2โยสิยาห์ได้พาทุกคนในยูดาห์ไปพระนิเวศของพระเจ้า แล้วก็อ่านหนังธรรมบัญัติของพระเจ้าให้ทุกคนฟัง นี่คือการยืนยันว่า การฟื้นฟูชีวิตที่แท้จริงนั้น ต้องเริ่มต้นที่พระวจนะของพระเจ้า 'พระราชาทรงยืนข้างเสา และทรงทำพันธสัญญาเฉพาะพระพักตร์พระยาห์เวห์ ว่าจะดำเนินตามพระยาห์เวห์ และจะรักษาพระบัญญัติ พระโอวาท และกฎเกณฑ์ของพระองค์ ด้วยสุดจิตสุดใจ จะสถาปนาถ้อยคำของพันธสัญญานี้ที่เขียนไว้ในหนังสือนี้ แล้วประชาชนทั้งหมดก็เข้าร่วมในพันธสัญญานั้น ' 2 พงศ์กษัตริย์ 23:3โยสิยาห์ได้ทำพันธสัญญากับพระเจ้าว่า เขาจะรักษา เชื่อฟังทำตามพระวจนะของพระเจ้าด้วยสุดจิตสุดใจ นี่คือท่าทีแห่งหัวใจที่พร้อมยอมรับการเปลี่ยนแปลง ทุกอย่างที่เกิดขึ้นนั้น เกิดขึ้นจากการตัดสินใจ ไม่ใช่แค่ฟังแล้วก็รู้สึก วันนี้เราตัดสินใจจะรัก เชื่อฟังและยำเกรงพระเจ้าด้วยสุดใจหรือเปล่าครับ หลายครั้งเราฟังพระวจนะ เราเข้าใจ เรารู้สึก แต่ไม่เคยตัดสินใจที่จะทำตามความรู้สึกนั้นเลย'และถ้าพวกท่านไม่เห็นด้วยที่จะปรนนิบัติพระยาห์เวห์ ท่านก็จงเลือกเสียในวันนี้ว่าท่านจะปรนนิบัติใคร จะปรนนิบัติบรรดาพระซึ่งบรรพบุรุษของท่านปรนนิบัติอยู่ในท้องถิ่นฟากตะวันออกของแม่น้ำ หรือบรรดาพระของคนอาโมไรต์ในแผ่นดินซึ่งท่านอาศัยอยู่ แต่ส่วนข้าพเจ้าและครอบครัวของข้าพเจ้า เราจะปรนนิบัติพระยาห์เวห์” ' โยชูวา 24:15ในชีวิตของโยชูวาเอง เขาก็ต้องตัดสินใจท่ามกลางผู้คนที่พร้อมจะละทิ้งพระเจ้า เขายืนยันที่จะนำครอบครัวของเขาติดตามและรับใช้พระเจ้า ในวันนี้ขอให้การติดตามพระเจ้าจะเริ่มต้นจากเราเอง ที่จะตัดสินใจอย่างจริงจังที่จะติดตามพระเจ้าด้วยสุดใจ และรับผิดชอบในส่วนของเรา คือครอบครัว คริสตจักรและชุมชนของเรา การฟื้นฟูนั้นไม่ใช่แค่ช่วงเวลาที่เรารู้สึกดี แต่คือช่วงเวลาที่เราตัดสินใจที่จัเริ่มต้นกับพระเจ้า การฟื้นฟูเริ่มต้นเมื่อเราจริงจังกับพระเจ้าจริง ๆวุฒิ วงศ์สรรเสริญ

    สดแต่เช้า ปีที่6(ตอนที่10) เราควรไปโบสถ์ด้วยท่าทีอย่างไร?

    Play Episode Listen Later Apr 10, 2026 5:05


    คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่10)เราควรไปโบสถ์ด้วยท่าทีอย่างไร?“พระเจ้าเป็นพระวิญญาณ และคนที่นมัสการพระองค์จะต้องนมัสการด้วยจิตวิญญาณและความจริง””‭‭ ~ยอห์น‬ ‭4‬:‭24‬ ‭THSV11‬‬“God is spirit, and his worshipersmust worship in the Spirit and in truth.””‭‭ ~John‬ ‭4‬:‭24‬ ‭NIV‬‬มีคำกล่าวว่า“โบสถ์ไม่ใช่ที่สำหรับคนสมบูรณ์แบบ แต่สำหรับคนที่ต้องการการ เปลี่ยนแปลงใหม่โดยพระเจ้า!“(Church is not for perfect people, but for those willing to be transformed.อย่างไรก็ตาม พระเจ้าทรงใส่พระทัย ในท่าทีของเราดังนั้น เมื่อเราไปคริสตจักร หรือไปโบสถ์ เราควรไปด้วยท่าทีที่ถูกต้อง เป็นที่พอพระทัยของพระเจ้าและเป็นที่พอใจของคนที่พบเจอ หรือคนที่อยู่ในชุมชน ณ ที่โบสถ์ตั้งอยู่ต่อไปนี้ คือท่าทีที่เหมาะสมต่อการไปโบสถ์​ไปด้วยใจที่หิวกระหายที่จะรู้จักพระเจ้ามากขึ้น ไม่ใช่ไปเพราะ1).ถูกบังคับขืนใจ2).ถูกกดดันให้ต้องไป3).ถูกผูกมัดด้วยหน้าที่ หรือ4).ถูกความเคยชินพาไป​ไปด้วยใจถ่อม พร้อมเรียนรู้เรื่องวิถีการดำเนินชีวิตใหม่ด้วยความเชื่อเพราะตระหนักว่าตัวเองไม่ได้รู้หมดแล้ว และมีสิ่งสำคัญเกี่ยวกับการดำเนินชีวิตใหม่ในพระเจ้าที่จำเป็นต้องทำความเข้าใจอยู่มาก​ไปด้วยความกระตือรือร้นที่จะรู้จักผู้เชื่อคนอื่นๆที่เป็นสมาชิกและพี่น้องในครอบครัวฝ่ายวิญญาณของพระคริสต์ด้วยกัน​ไปเพื่อจะเป็นผู้ให้ ไม่ใช่แค่เป็นผู้รับเพราะรู้ว่า ทุกคนต่างก็ต้องการ คำหนุนใจ หรือ กำลังใจ รอยยิ้มหรือมิตรภาพ และการเกื้อกูลช่วยเหลือกันด้วยความรักขอให้แน่ใจว่า คุณได้กระทำสิ่งต่อไปนี้ เมื่อคุณไปโบสถ์ คือ​ก่อนไปโบสถ์1).สำรวจตัวและเตรียมใจ2).ทูลขอให้พระเจ้าตรัสกับเรา3).ปล่อยวางภาระทั้งกายใจ​ในระหว่างที่อยู่ในโบสถ์1).นมัสการด้วยสุดจิตวิญญาณ2).ตั้งใจอ่านฟังพระวจนะแห่งความจริง3).จดจำหรือใคร่ครวญสิ่งที่ได้ยิน​หลังจากกลับจากโบสถ์1).นำบทเรียนที่ได้รับไปใช้จริง2).หมั่นทบทวนสิ่งที่ได้เรียนรู้เสมอ3).เปลี่ยนแปลงชีวิตด้วยพระวจนะและพระวิญญาณ4).ออกไปเป็นคุณเป็นพรกับคนอื่นๆ เริ่มจากคนในบ้าน ในโบสถ์ จนไปถึงคนในชุมชนและในสังคมขอให้จดจำไว้ว่าการไปโบสถ์ ฟังเทศน์ฟังธรรม จะไม่เปลี่ยนอะไรในชีวิตของเรา ถ้าเราไม่ลงมือปฏิบัติตามที่เราได้รับคำแนะนำสั่งสอนมาขอเตือนสติและทบทวนอีกครั้งว่า วัตถุประสงค์ของการไปโบสถ์ คือ​เพื่อ “พบพระเจ้า”​เพื่อ “เปลี่ยนชีวิต”และ​เพื่อ “เป็นพรแก่1).ตัวเราเอง2).ครอบครัวของเรา3).คนอื่นๆ4).คริสตจักร“และพระเจ้าประสงค์ให้เราไปเข้าเฝ้าพระองค์ที่โบสถ์ร่วมกันด้วยท่าทีของหัวใจที่ถูกต้องเหมือนคำกล่าวที่ว่า“พระเจ้าไม่ได้มองจำนวนครั้งที่คุณไปโบสถ์ แต่ทรงมองว่าคุณเอาหัวใจของคุณไปด้วยหรือไม่ในแต่ละครั้ง!”…เห็นด้วยไหมครับ?………………………………ธงชัย ประดับชนานุรัตน์ 10เมษายน2026(ตอนที่10ปีที่6) #YoutubeCJCONNECT#คริสตจักรแห่งความรัก#Churchoflove #ShareTheLoveForward #ChurchOfJoy #คริสตจักรแห่งความสุข#NimitmaiChristianChurch #คริสตจักรนิมิตใหม่ #ฮักกัยประเทศไทย #อัลฟ่า #หนึ่งล้าน

    พระธรรมนำชีวิต ตอน แค่มี...หรือมีผลในชีวิต? Ep.1594

    Play Episode Listen Later Apr 9, 2026 3:25


    พระธรรมนำชีวิตตอน แค่มี...หรือมีผลในชีวิต? Ep.1594เมื่อเราเริ่มต้นฟื้นฟูชีวิตด้วยความสัตย์ซื่อ ทำในสิ่งที่เป็นความรับผิดชอบของตัวเองแล้ว ในสิ่งที่เราทำนั้นจะพาให้เราไปพบกับสิ่งที่สำคัญที่สุดที่จะนำการฟื้นฟู เกิดความเปลี่ยนแปลง พบการเติบโตมาสู่ชีวิตของเราจริงๆ นั่นคือ พระวจนะของพระเจ้า เรายังต่อเนื่องจากเมื่อวานที่โยสิยาห์กำลังอยู่ในช่วงซ่อมแซมพระนิเวศของพระเจ้า'และฮิลคียาห์มหาปุโรหิตพูดกับชาฟานราชเลขาว่า “ข้าพเจ้าได้พบหนังสือธรรมบัญญัติในพระนิเวศของพระยาห์เวห์” และฮิลคียาห์ได้มอบหนังสือนั้นให้ชาฟานและท่านก็อ่าน ' 2 พงศ์กษัตริย์ 22:8นี่คือภาพที่ทั้งน่าตกใจและน่าเศร้า หนังสือธรรมบัญญัติไม่ได้หายไปไหนแต่ถูกพบในพระนิเวศของพระเจ้าเอง สิ่งนี้สะท้อนว่าพระวจนะของพระเจ้าถูกละเลยมาเป็นเวลานาน อย่างน้อยก็ในยุคของมนัสเสห์และอาโมนที่ผู้คนห่างไกลจากพระเจ้า แต่เมื่อเริ่มซ่อมแซม พระวจนะของพระเจ้าก็ถูกค้นพบอีกครั้ง ข้อ 9-10 ชาฟานนำเรื่องนี้ไปบอกพร้อมกับนำหนังสือนั้นไปให้โยสิยาห์ นี่คือจุดเริ่มต้นของการฟื้นฟูที่แท้จริง เพราะการฟื้นฟูไม่ได้เริ่มจากกิจกรรม แต่เริ่มจากพระวจนะของพระเจ้า วันนี้เมื่อเรามองกลับมาที่ชีวิตของเรา เราอาจมี และอ่านพระคัมภีร์อยู่เสมอ แต่คำถามที่เราต้องถามตัวเองคือ พระวจนะของพระเจ้ามีผลในชีวิตของเราหรือไม่ หรือเราปล่อยให้พระวจนะของพระเจ้านอนนิ่งอยู่ในชีวิตโดยไม่มีอิทธิพลใด ๆ เลย'เพราะว่าพระวจนะของพระเจ้านั้นมีชีวิตและทรงพลานุภาพอยู่เสมอ และคมยิ่งกว่าดาบสองคมใดๆ แทงทะลุกระทั่งแยกจิตและวิญญาณ ทั้งข้อกระดูกและไขในกระดูก และสามารถวินิจฉัยความคิดและความมุ่งหมายในใจด้วย ' ฮีบรู 4:12พระวจนะของพระเจ้าไม่เคยไร้พลัง ปัญหาไม่ได้อยูที่พระวจนะของพระเจ้า แต่ปัญหาอยู่ที่เราเอง คือเราเปิดใจให้พระวจนะของพระเจ้าทำงานแค่ไหน สิ่งที่อันตรายที่สุดไม่ใช่การที่เราไม่มีพระคัมภีร์ แต่คือการที่เรามีแต่ไม่ยอมให้พระวจนะของพระเจ้าเข้ามาเปลี่ยนแปลงชีวิต  ชีวิตจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง และจะไม่มีการฟื้นฟูเกิดขึ้นอย่างแท้จริงจนกว่าพระวจนะของพระเจ้าจะถูกค้นพบ และกลับมาเป็นศูนย์กลางในชีวิตของเราอีกครั้งครับวุฒิ วงศ์สรรเสริญ

    สดแต่เช้า ปีที่6(ตอนที่9) เราไปคริสตจักรกันทำไม?

    Play Episode Listen Later Apr 9, 2026 4:36


    คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่9)เราไปคริสตจักรกันทำไม?“คริสตจักรทั้งปวงจึงเข้มแข็งในความเชื่อ และคริสตสมาชิกก็เพิ่มขึ้นทุกๆ วัน”‭‭ ~กิจการ‬ ‭16‬:‭5‬ ‭THSV11‬‬“So the churches were strengthened in the faith and grew daily in numbers.”‭‭ ~Acts‬ ‭16‬:‭5‬ ‭NIV‬‬คุณเห็นด้วยกับคำกล่าวต่อไปนี้หรือไม่ ที่ว่า“คุณอาจไปโบสถ์เพื่อรับ แต่พระเจ้าส่งคุณไปเพื่อให้!”(You may go to church to receive, but God sends you there to give.)แท้จริง คำว่า“คริสตจักร”(church)มีความหมาย”กว้างกว่าคำว่า“โบสถ์”(church building)เพราะ“ คริสตจักร ”โดยปกติจะหมายถึง“กลุ่มคนที่เชื่อในพระเยซูซึ่งมาพบกันเป็นประจำโดยไม่จำกัดเวลาและสถานที่”แต่“โบสถ์” มักมีความหมายเบื้องต้นหมายถึง“สถานที่หรืออาคารที่คนมาพบปะกันเป็นประจำในทุกสัปดาห์โดยทั่วไปมักจะพบกันในวันอาทิตย์”สำหรับคริสเตียน“การไปโบสถ์” ไม่ได้ เป็น แค่กิจกรรมทางศาสนา แต่เป็น“ความสัมพันธ์อันสนิทสนมของหัวใจ” และ“กระบวนการเติบโตของจิตวิญญาณ”ของผู้ศรัทธาในพระคริสต์กับพระเจ้าและกับกันและกันและไม่ใช่การไปเพื่อเป็นผู้รับเท่านั้นแต่ต้องรู้จักการไปเป็นผู้ให้ด้วย!แล้วอะไรคือ วัตถุประสงค์ที่แท้จริงของการไปโบสถ์ ?เราพอจะกล่าวได้ว่า เราไปคริสตจักรหรือ ไปโบสถ์ ​เพื่อรู้จักพระเจ้ามากขึ้นโบสถ์คือที่ที่เราไปเรียนรู้พระวจนะ ฟังพระสุรเสียง และเข้าใจพระทัยพระเจ้าไม่ใช่เพียงแค่ “รู้เรื่องพระเจ้า” แต่เพื่อ “รู้จักพระเจ้า!”และ การรู้จักพระเจ้านั้น ไม่ใช่เพียงแค่การเพิ่มความรู้ แต่เพื่อจะเปลี่ยนชีวิตของเรา​เพื่อมีสัมพันธภาพกับพระเจ้าการนมัสการพระเจ้า อธิษฐาน และสามัคคีธรรม ที่โบสถ์ จะทำให้เราสนิทสนมกับพระองค์มากขึ้นโบสถ์จึงไม่ใช่แค่ที่ๆเราไป “ฟัง” แต่เป็นที่ๆเราไป “พบ”กับพระเจ้าและกับพี่น้องที่มีความเชื่อคนอื่นๆ​เพื่อเติบโตในฝ่ายจิตวิญญาณการไปโบสถ์เปรียบเหมือน กับการที่อวัยวะต่างๆในร่างกายได้รับการหล่อเลี้ยงชีวิตและจิตวิญญาณได้รับการเลี้ยงดู คนที่แยกตัวออกไป จากโบสถ์ มักจะอ่อนแอลงและค่อยๆตายเหมือนอวัยวะที่หลุดออกไปจากร่างกายเป็นเวลานานแต่คนที่อยู่ในชุมชนหรืออวัยวะที่ติดกับสนิทกับร่างกายจะมีชีวิตและเติบโตขึ้น​เพื่อเสริมสร้างกันและกันเราไม่ได้ไปโบสถ์เพื่อตัวเองเท่านั้น แต่ยังเพื่อเป็นกำลังใจให้แก่คนอื่นๆด้วยบางครั้ง “การที่เราไปโบสถ์”ก็ คือการเป็นพรแก่ตัวเองและคนอื่น​เพื่อรับใช้พระเจ้าตามพระประสงค์ของพระองค์ที่โบสถ์ เราเป็นตัวแทนของพระเยซูคริสต์เจ้าในโลกนี้ที่ทำตาม1).พระมหาบัญชาแห่งความรอด ~คือประกาศข่าวประเสริฐและนำคนมากมายให้ได้รับความรอดและ2).พระมหาบัญญัติ แห่งความรัก ของพระองค์ ~คือสร้างผู้เชื่อที่รอดแล้วให้เป็นสาวกแท้ และเป็นผู้ใหญ่ในความเชื่อที่จะดูแลคริสตจักรให้เจริญเติบโตอย่างมั่นคงในความเชื่อที่ถูกต้องต่อไปด้วยความรักอย่างไรก็ตาม ขอให้เราเตือนตัวเองไว้เสมอว่าแม้ว่าการไปรับใช้พระเจ้าตามหน้าที่ที่โบสถ์จะเป็นเรื่องสำคัญแต่การไปพบกับพระเจ้าเพื่อพัฒนาความสัมพันธ์กับพระองค์เป็นประจำต่อเนื่องที่โบสถ์นั้นสำคัญมากยิ่งกว่า ดังคำกล่าวที่ว่า“อย่าไปโบสถ์เพื่อทำหน้าที่ แต่จงไปเพื่อพบพระเจ้า”(Don't go to church out of duty, go to encounter God.)…เห็นด้วยไหมครับ?………………………………ธงชัย ประดับชนานุรัตน์ 9เมษายน2026(ตอนที่9ปีที่6) #YoutubeCJCONNECT#คริสตจักรแห่งความรัก#Churchoflove #ShareTheLoveForward #ChurchOfJoy #คริสตจักรแห่งความสุข#NimitmaiChristianChurch #คริสตจักรนิมิตใหม่ #ฮักกัยประเทศไทย #อัลฟ่า #หนึ่งล้านความดี

    พระธรรมนำชีวิต ตอน เริ่มจากความซื่อสัตย์ Ep.1593

    Play Episode Listen Later Apr 8, 2026 4:40


    พระธรรมนำชีวิตตอน เริ่มจากความซื่อสัตย์ Ep.1593สิ่งที่จะทำให้ชีวิตฟื้นฟูขึ้นมักเริ่มจากการทำสิ่งที่ผิดให้กลับมาให้ถูกต้อง เรื่องราวของโยสิยาห์ ใน 2 พงศ์กษัตริย์ต่อจากนี้จะนำให้เราพบกับการฟื้นฟู 2 พงศ์กษัตริย์ 22:1-7 กำลังพาเราไปเห็นจุดเริ่มต้นของการฟื้นฟูในชีวิตของโยสิยาห์ โยสิยาห์ได้รับการปกป้องจากพระเจ้าโดยผ่านประชาชนได้ตั้งเขาเป็นกษัตริย์ตั้งแต่ 8 ขวบ แน่นอนว่าในวัย 8 ขวบนั้น ย่อมต้องมีผู้ดูแล คนสำคัญคือแม่เพราะมีชื่อบันทึกไว้ด้วย และนักอธิบายบางท่านเสนอว่า อาจมีบุคคลสำคัญ เช่น ฮิลคียาห์มหาปุโรหิต หรือชาฟานราชเลขา โยสิยาห์มีความสนใจในการแสวงหาพระเจ้า หากเราไปดูใน 2 พงศาวดาร 34:3 จะพบว่าเขาสนใจแสวงหาพระเจ้าของดาวิดตั้งแต่อายุ 16 ปีแล้ว และตอนนี้ในวัย 26 ของเขาพระเจ้านำให้เขาได้ฟื้นฟูพระนิเวศของพระเจ้า เขาใช้ชาฟานราชเลขา และสั่งว่า'“จงขึ้นไปหาฮิลคียาห์มหาปุโรหิต เพื่อให้ท่านนับเงินที่เขานำเข้ามาในพระนิเวศของพระยาห์เวห์ ซึ่งผู้เฝ้าธรณีประตูเก็บจากประชาชน และให้มอบไว้ในมือของผู้ทำหน้าที่ดูแลพระนิเวศของพระยาห์เวห์ และให้เขาจ่ายแก่คนงานผู้อยู่ในพระนิเวศของพระยาห์เวห์เพื่อซ่อมแซมพระนิเวศ ' 2 พงศ์กษัตริย์ 22:4-5นี่ไม่ใช่งานที่ยิ่งใหญ่ในสายตาคน ไม่ใช่การประกาศการฟื้นฟู แต่เป็นการลงมือทำสิ่งที่ต้องทำอย่างจริงจัง เรื่องนี้คล้ายกับสมัยโยอาช กษัตริย์ที่ขึ้นขึ้นปกครองตั้งแต่ 7 ขวบเช่นกัน โยอาชได้เป็นผู้วางระบบการถวายอย่างโปร่งใส โยสิยาห์ก็สานต่อ ด้วยการนำทรัพยากรนั้นไปใช้ซ่อมแซมพระวิหาร โยสิยาห์สั่งให้นำเงินนั้นแก่ช่างในทุกส่วน แต่ในคำสั่งนั้นก็เห็นถึงความซื่อสัตย์ของคนงาน 'แต่ไม่ต้องขอบัญชีจากเขาเรื่องเงินที่มอบไว้ในมือของพวกเขา เพราะเขาทำอย่างซื่อสัตย์” ' 2 พงศ์กษัตริย์ 22:7ความซื่อสัตย์ หมายถึง ความไว้วางใจได้ ความมั่นคง และความซื่อตรงในการกระทำ นี่คือรากฐานของการฟื้นฟูที่แท้จริง แม้ว่าในเวลานั้นพระวจนะของพระเจ้ายังไม่ถูกค้นพบ แต่ความซื่อสัตย์ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว โยสิยาห์ไม่ได้เป็นคนที่ทำให้พระวิหารพังแต่เป็นปู่กับพ่อของเขา โยสิยาห์เลือกที่จะไม่บ่น แต่ลงมือที่จะซ่อม เราก็เช่นกันหลายครั้งเรารอให้ทุกอย่างพร้อม รอให้พระเจ้าทำสิ่งยิ่งใหญ่ก่อน วันนี้ขอให้เราเริ่มการฟื้นฟูด้วยการแก้ไขสิ่งที่ผิดพลาดให้ถูกต้อง ขอให้เราเริ่มด้วยความซื่อสัตย์'“คนที่ซื่อสัตย์ในของเล็กน้อยจะซื่อสัตย์ในของมากด้วย และคนที่ไม่ซื่อสัตย์ในของเล็กน้อย จะไม่ซื่อสัตย์ในของมากเช่นกัน ' ลูกา 16:10พวกเรากำลังเฝ้ารอการฟื้นฟูในชีวิต ในครอบครัว หรือในการทำงานของเราอยู่หรือเปล่า อย่าให้เราเสียเวลาไปกับการบ่นถึงความผิดพลาดในอดีต หรือบ่นถึงความเสื่อมทรามรอบตัว แต่ขอให้เราเริ่มซ่อมแซมส่วนที่อยู่ในความรับผิดชอบของเราด้วยความสัตย์ซื่อ ไม่ว่าจะเป็นงานประจำ การดูแลครอบครัว หรือการปรนนิบัติเล็กๆ น้อยๆ ในคริสตจักร พระเจ้ามักเริ่มการฟื้นฟูอย่างอัศจรรย์ผ่านความซื่อสัตย์ที่พระเจ้าใส่ไว้ในหัวใจของพวกเรา วุฒิ วงศ์สรรเสริญ

    สดแต่เช้า ปีที่6(ตอนที่8) จะขอบคุณพระเจ้าอย่างไรดี?

    Play Episode Listen Later Apr 7, 2026 5:14


    คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่8)จะขอบคุณพระเจ้าอย่างไรดี? “จงขอบพระคุณในทุกกรณี เพราะนี่แหละเป็นพระประสงค์ของพระเจ้า สำหรับพวกท่านในพระเยซูคริสต์”~‭‭1 เธสะโลนิกา‬ ‭5‬:‭18‬ ‭THSV11‬‬“give thanks in all circumstances; for this is God's will for you in Christ Jesus.”‭‭ ~1 Thessalonians‬ ‭5‬:‭18‬ ‭NIV‬‬มีคำกล่าวไว้ว่า“ความศรัทธาแท้ คือการขอบพระคุณ แม้ยังไม่เห็นคำตอบ!”(True faith gives thanks even before the answer comes.​คำว่า “ขอบคุณ” หมายความว่า “คำกล่าวเพื่อแสดงความรู้สึกในบุญคุณต่อผู้ที่กระทำดีแก่ตน”หรือ ตรงกับคำภาษาอังกฤษว่า “Thank "ที่หมายถึง ”การแสดงความรู้สึกซาบซึ้งใจ หรือ ความกตัญญูต่อ(บางคน)และกล่าวออกมาว่า ”ขอบคุณ” (express gratitude to (someone), especially by saying “Thank you“)อย่างก็ตาม พระคัมภีร์ข้อนี้ไม่ได้บอกให้เราขอบคุณสำหรับทุกสิ่งแต่บอกว่าให้เราขอบคุณ “ในทุกกรณี“ หรือ ”ในทุกสถานการณ์” (in all circumstances)…แล้วแตกต่างกันอย่างไร?ที่แตกต่างกัน คือ เราไม่ได้ขอบคุณสำหรับ“ความทุกข์”หรือ “สิ่งเลวร้าย”ที่ไม่ดี โดยตรงแต่เราขอบคุณ “พระเจ้า“ ที่แม้แต่ในยามที่อยู่ในความทุกข์ หรือยามเจอเรื่องเลวร้าย พระเจ้าก็ยังทรงดีอยู่เสมอ พระองค์ไม่ได้ทรงดีเพราะสถานการณ์ดี แต่พระองค์ดีเสมอ แม้แต่ในสถานการณ์ที่ไม่ดี​คำว่า“ในทุกกรณี” หมายถึงอะไร?หมายถึงในทุกฤดูกาลของชีวิต​ตอนมีสุข → เราขอบคุณ​ตอนมีทุกข์ →เราก็ยังขอบคุณ​ตอนมีความสำเร็จ → เราขอบคุณ​ตอนมีความล้มเหลว →เราก็ยังขอบคุณเพราะความเชื่อวางใจของเราไม่ได้ขึ้นกับ “สิ่งที่เกิดขึ้น”แต่ขึ้นกับ “พระเจ้าผู้ที่ไม่เปลี่ยนแปลง!”​วลีที่ว่า “นี่แหละเป็นพระประสงค์ของพระเจ้า” หมายความว่าอะไร?คำตอบ คือ “สิ่งที่พระเจ้าทรงต้องการ หรือ สิ่งที่พระองค์พอพระทัย”ซึ่งเป็น“ทิศทางชีวิตที่พระเจ้าทรงเปิดเผยชัดเจนแล้ว”และพระประสงค์หนึ่งที่ชัดเจนมากก็คือ“ให้เรามีชีวิตแห่งการขอบพระคุณ!”ทำไม?เพราะว่า“การขอบพระคุณ”​จดจ่ออยู่ที่ความดีของพระเจ้า​เปลี่ยนมุมมองของสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตของเรา​ทำลายความคิดลบและการบ่นว่า​เสริมสร้างความเชื่อ​เปิดใจพร้อมรอรับพระพร​“สำหรับพวกท่าน”หมายความว่า “เป็นพระประสงค์ของพระเจ้าที่จะให้ “พวกเรา”เป็นคนที่มีตา และใจ ที่มองเห็นสิ่งดีและพระพรของพระเจ้าล่วงหน้าและรู้สึกซาบซึ้งวางใจในพระองค์เสมอ”เพราะว่า คนที่​“มีใจขอบพระคุณ” จะ​“มีตามองเห็นพระเจ้าและพระพรของพระองค์ที่จะตามมา”แต่คนที่มักบ่น จะมองเห็นแต่ปัญหา!​คำว่า “ในพระเยซูคริสต์” นี้คือ “กุญแจ”สำคัญหมายถึง “ การอยู่ร่วมกับพระเยซูคริสต์”ที่ทำให้ชีวิตของเราถูกผูกพัน เชื่อมสนิท และรวมเป็นหนึ่งกับพระองค์จึงทำให้เราขอบพระคุณพระเจ้าได้ในทุกกรณี หรือ แม้แต่ในสถานการณ์ที่ไม่ง่ายเพราะเรารู้ว่าเราได้รับความรอดแล้ว พระเจ้าก็สถิตอยู่กับเราและทุกอย่างที่จะเกิดขึ้นก็ล้วนอยู่ในแผนการของพระองค์ผู้ทรงสัพพัญญ ถึงแม้วันนี้เราอาจไม่เข้าใจ แต่เราแน่ใจว่า “พระองค์ทรงดี!”พี่น้องที่รักคุณเห็นด้วยหรือไม่ กับคำที่กล่าวไว้ว่า“อย่ารอให้ทุกอย่างดี แล้วจึงจะขอบคุณ แต่จงขอบคุณ แล้วคุณจะเห็นสิ่งดี!”(Don't wait for everything to be good to be thankful; be thankful and you'll see the good.)…อาเมนไหมครับ?………………………………ธงชัย ประดับชนานุรัตน์ 8เมษายน2026(ตอนที่8ปีที่6) #YoutubeCJCONNECT#คริสตจักรแห่งความรัก#Churchoflove #ShareTheLoveForward #ChurchOfJoy #คริสตจักรแห่งความสุข#NimitmaiChristianChurch #คริสตจักรนิมิตใหม่ #ฮักกัยประเทศไทย #อัลฟ่า #หนึ่งล้านความดี

    พระธรรมนำชีวิต ตอน ไม่มีนะ_คริสตาม Ep.1592

    Play Episode Listen Later Apr 7, 2026 3:59


    พระธรรมนำชีวิตตอน ไม่มีนะ_คริสตาม Ep.1592หลายคนมักจะคิดว่า ถ้าเราเกิดและเติบโตมาในครอบครัวที่เชื่อพระเจ้า หรือมีพ่อแม่ที่เป็นแบบอย่างที่ดี เราก็น่าจะซึมซับและเดินในทางที่ของพระเจ้าได้เองโดยอัตโนมัติ 2 พงศ์กษัตริย์ 21:19–26 กำลังบอกความจริงว่า มันไม่เป็นอย่างนั้นเสมอไป วันนี้เราจะมาดูชีวิตของอาโมนลูกชายของมันสัสเสห์ที่ขึ้นมาปกครองต่อด้วยวัยเพียง 22 ปี แต่เป็นการปกครองที่สั้นพอสมควรคือเพียง 2 ปี และพรวจนะของพระเจ้าได้บันทึกสิ่งที่เขาทำไว้ 'พระองค์ทรงทำสิ่งชั่วร้ายในสายพระเนตรของพระยาห์เวห์ เหมือนมนัสเสห์พระราชบิดาของพระองค์ทรงกระทำ พระองค์ทรงดำเนินในทางทั้งสิ้นที่พระราชบิดาของพระองค์ทรงดำเนิน และปรนนิบัติรูปเคารพซึ่งพระราชบิดาของพระองค์ทรงปรนนิบัติ และนมัสการรูปเหล่านั้น พระองค์ทรงละทิ้งพระยาห์เวห์พระเจ้าแห่งบรรพบุรุษของพระองค์ และไม่ได้ทรงดำเนินในมรรคาของพระยาห์เวห์ ' 2 พงศ์กษัตริย์ 21:20-22อาโมนทำตามสิ่งที่ชั่วร้ายทุกอย่างเหมือนที่มนัสเสห์ แต่สิ่งที่อาโมนไม่ได้ทำคือ เขาไม่ได้กลับใจมาหาพระเจ้า หากเราไปดูใน 2 พงศาวดาร 33 เราจะพบว่ามนัสเสห์กลับใจมาหาพระเจ้า แต่ใน 2 พงศาวดาร บทนี้ในข้อ 23 ได้บันทึกว่า อาโมนไม่กลับใจ และได้ทำสิ่งชั่วร้ายยิ่งกว่ามนัสเสห์อีก'ข้าราชการของอาโมนได้ร่วมกันคิดกบฏ และปลงพระชนม์พระราชาในพระราชวังของพระองค์ แต่ประชาชนในแผ่นดินได้ฆ่าทุกคนที่ร่วมกันคิดกบฏต่อกษัตริย์อาโมน แล้วประชาชนในแผ่นดินตั้งโยสิยาห์พระราชโอรสของพระองค์ให้เป็นพระราชาแทน ' 2 พงศ์กษัตริย์ 21:23-24ข้าราชการของอาโมนเองก็ไม่ไหว จึงสังหารอาโมน แต่ตรงนี้เราเห็นถึงความซื่อสัตย์ ความซื่อตรงต่อพระสัญญาของพระเจ้า พระเจ้าทรงใช้ประชาชนนำให้พระสัญญาของพระเจ้าที่ให้ไว้กับดาวิดเป็นจริง ผมสนใจในประเด็นนี้ มีนักอธิบายพระคัมภีร์ให้ข้อสังเกตุว่า เป็นไปได้ที่ข้าราชการกลุ่มที่สังหารอาโมน อาจจะกำลังตั้งใครที่ไม่ใช่เชื้อสายของดาวิด แต่ประชาชนตรงนี้ไม่ได้หมายถึงตาสีตาสา แต่เขาเป็นชนชั้นนำที่ไม่มีตำแหน่งในราชการ ยังคงลุดขึ้นมาปกป้องเชื้อสายของดาวิด และตั้งโยสิยาห์ลูกชายของอาโมนขึ้นปกครองในวัยเพียง 8 ขวบ เราได้บทเรียนอะไรจากเรื่องราวนี้บ้าง ความบาปมันส่งต่อกันได้ แต่การกลับใจนั้นเป็นเรื่องที่เราเองต้องกลับใจเอง การกลับใจมาหาพระเจ้านั้น ทำแทนกันไม่ได้'ตัวคนที่ทำบาปจะต้องตาย บุตรไม่ต้องรับโทษความผิดบาปของบิดา บิดาก็ไม่ต้องรับโทษความผิดบาปของบุตร คนชอบธรรมจะรับผลความชอบธรรมของตน และคนอธรรมจะรับผลการอธรรมของตน ' เอเสเคียล 18:20ความเชื่อและความรอดไม่ใช่มรดกทางสายเลือดที่ส่งต่อกันได้โดยอัตโนมัติ พวกเราอาจจะมีแบบอย่างที่ดี แต่สุดท้ายเราต้องตัดสินใจเอง เพราะวันหนึ่งเราจะยืนอยู่ต่อหน้าพระเจ้า ไม่ใช่ในนามของพ่อแม่ของเรา แต่ด้วยตัวเราเอง วุฒิ วงศ์สรรเสริญ

    “สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่7) ความเข้มแข็งของเรามาจากที่ไหน?

    Play Episode Listen Later Apr 7, 2026 5:05


    คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่7)ความเข้มแข็งของเรามาจากที่ไหน?“สุดท้ายนี้ขอท่านจงมีกำลังขึ้นในองค์พระผู้เป็นเจ้า และในฤทธิ์เดชอันมหันต์ของพระองค์”‭‭ ~เอเฟซัส‬ ‭6‬:‭10‬ ‭TH1971‬‬“Finally, be strong in the Lord and in his mighty power.”‭‭ ~Ephesians‬ ‭6‬:‭10‬ ‭NIV‬‬​เราทุกคนล้วนมีความกลัวและมีความอ่อนแอหมดแรง1).ความอ่อนแอ~เป็นปัญหา2).การพึ่งตัวเองไม่ได้ และไม่รู้จะพึ่งพาใครในยามอ่อนแอนี้ยิ่ง~เป็นปัญหาหนักกว่า​เราสามารถพึ่งพิงและพึ่งพาพระเจ้าได้เสมอ1).ถ้าพึ่งตัวเอง =เราจะหมดแรง2).ถ้าพึ่งพระเจ้า = เราจะมีเรี่ยวแรงใหม่​เราต้องเลือกที่จะเข้มแข็งขึ้นโดยเชื่อ เชื่อฟังและวางใจพระเจ้าอย่างสิ้นเชิง1).เราต้องจงเข้มแข็งขึ้น2).เราต้องเข้มแข็งขึ้นในองค์พระผู้เป็นเจ้า​เราจะเข้มแข็งขึ้นในองค์พระผู้เป็นเจ้าได้อย่างไร?พระคัมภีร์ไม่ได้บอกเราว่า“จงเข้มแข็งด้วยตัวของเจ้าเอง“แต่“จงรับกำลังจากพระเจ้าและจงเข้มแข็งขึ้นในพระองค์”ตัวเราเป็นเหมือนกับกับโทรศัพท์มือถือเป็นเรื่องปกติที่แบตเตอรีจะค่อยๆหมดลงหรือหากใช้มาก ก็จะยิ่งอ่อนลงใกล้หมดลงเร็วขึ้นเราก็เหมือนแบตที่ไม่อาจชาร์จตัวเองให้เต็มได้~ถ้าไม่รับการชาร์จใหม่ = แบตก็จะหมด แต่~ถ้ารับการชาร์จหรือเชื่อมต่อกับแหล่งพลังงาน= แบตก็จะกลับมามีพลังเต็มที่อีกครั้งดังนั้น เราจะเข้มแข็งรับการเพิ่มเติมเสริมพลังขึ้นได้ ก็จากการมีความสัมพันธ์ติดสนิทกับพระเจ้าทุกวันเท่านั้น1).โดยการมีเวลาเข้าเฝ้าพระองค์เป็นส่วนตัวทุกวันเมื่อตื่นนอน2).โดยการอธิษฐานต่อพระองค์ทั้งเป็นการส่วนตัวและร่วมกับพี่น้องคนอื่นๆ3).โดยการอ่าน ใคร่ครวญ พระวจนะของพระเจ้าและปฏิบัติตามด้วยความเชื่อฟัง​เราต้องรู้จักรอคอยพระเจ้าทรงเสริมพลังแบบช้าๆอย่างต่อเนื่อง1).ไม่ต้องรีบ 2).ไม่ควรท้อ 3).ให้ไว้วางใจ 4).ให้อดทนรอคอยจนได้รับพลังจากพระองค์เต็มที่(อิสยาห์ 40:31)​เราต้องรักษาชีวิตและเชื่อฟังพระเจ้าอยู่ตลอดเวลา~ ถ้าเราใส่ใจดูแลตัวเองในการดำเนินชีวิตตามพระวจนะของพระเจ้าและติดสนิทกับพระคริสต์เราจะมีพลังจากพระองค์เสมอแต่~ ถ้าหากเราไม่เชื่อฟัง ทั้งห่างเหินจากพระเจ้าและทำบาปพลังในชีวิตของเราก็จะลดน้อยถอยลง หรือหมดลงได้ทุกเวลา​เราจะได้รับผลดีและรอดปลอดภัยเมื่อชีวิตของเราเข้มแข็งในพระเยซูคริสต์อยู่ทุกวัน1).เราจะยืนหยัดได้ แม้มีปัญหา2).เราจะมีสันติสุขได้ แม้ในยามพายุซัดกระหน่ำชีวิต3).เราจะไม่แพ้อะไรง่ายๆ แม้เจอเรื่องยากๆ4).เราจะผ่านพ้นทุกวิกฤติไปได้ โดยพระคริสต์ผู้ทรงเสริมกำลังเรา(ฟีลิปปี 4:13)สรุปเป็นเรื่องธรรมดาตามธรรมชาติ ที่คนเราจะเหน็ดเหนื่อย อ่อนล้าและอ่อนแรงลง ตามจังหวะชีวิตเราอาจเข้มแข็งพอจะรับมือกับบางสถานการณ์ แต่ก็จะมีบางสถานการณ์ที่เราไม่อาจพึ่งพากำลังของตัวเองในการรับมือได้อย่างไรก็ตาม ในยามที่เราอ่อนแอ “ความอ่อนแอของเราจะกลายเป็นพื้นที่ของพระเจ้าในการสำแดงพระคุณ และฤทธิ์เดชหรืออานุภาพอันทรงพลังของพระองค์ในชีวิตของเรา!“(2โครินธ์12:9)ดังนั้นจงอย่าพยายามเข้มแข็งด้วยกำลังของตัวเองแต่จงจำไว้ว่า แหล่งแห่งพลกำลังและความเข้มแข็งที่แท้จริงของเราคือ1. องค์พระผู้เป็นเจ้า และ2.ฤทธิ์เดชอันมหันต์ของพระองค์”…อาเมนไหม?………………………………ธงชัย ประดับชนานุรัตน์ 7เมษายน2026(ตอนที่7ปีที่6) #YoutubeCJCONNECT#คริสตจักรแห่งความรัก#Churchoflove #ShareTheLoveForward #ChurchOfJoy #คริสตจักรแห่งความสุข#NimitmaiChristianChurch #คริสตจักรนิมิตใหม่ #ฮักกัยประเทศไทย #อัลฟ่า #หนึ่งล้านความดี

    พระธรรมนำชีวิต ตอน หยุดก่อนบานปลาย Ep.1591

    Play Episode Listen Later Apr 6, 2026 3:57


    พระธรรมนำชีวิตตอน หยุดก่อนบานปลาย Ep.1591บาปไม่เคยหยุดอยู่แค่ใจของเรา มันไม่เคยพอแค่เรื่องส่วนตัว แต่มันจะค่อย ๆ ลุกลามจนกระทบคนรอบข้างและทำลายสิ่งที่ใหญ่กว่าที่เราคิดไว้ 2 พงศ์กษัตริย์ 21 : 16-18 พาให้เราเห็นภาพนี้ชัดเจนในชีวิตของมนัสเสห์ที่เขาละทิ้งพระเจ้า กระทำสิ่งชั่วร้ายในสายพระเนตรของพระเจ้า'ยิ่งกว่านั้นอีก มนัสเสห์ทรงทำให้โลหิตไร้ความผิดตกเป็นอันมาก จนเต็มกรุงเยรูซาเล็มจากด้านหนึ่งถึงอีกด้านหนึ่ง นอกเหนือจากบาปที่ทรงทำให้ยูดาห์ทำผิดด้วย โดยทำสิ่งชั่วร้ายในสายพระเนตรของพระยาห์เวห์ ' 2 พงศ์กษัตริย์ 21:16นี่คือความรุนแรงที่เกิดขึ้นจริง “ยิ่งกว่านั้นอีก มนัสเสห์ทำให้โลหิตไร้ความผิดตกเป็นอันมาก” เรื่องนี้อยู่ในบันทึกและคำบอกเล่าของยิวที่ส่งต่อกันว่า ผู้หนึ่งที่มนัสเสห์ทำให้เสียชีวิตคือท่านอิสยาห์ ตรงนี้เชื่อมโยงกับ ฮีบรู 11:37 ที่กล่าวว่า “บางคนถูกเลื่อยเป็นสองท่อน” แม้ว่าพระวจนะของพระเจ้าไม่ได้ระบุชื่อโดยตรงแต่ในบันทึกและคำบอกเล่าของคนยิวที่ได้ส่งต่อเรื่องราวนี้บอกว่า เมื่อนมัสเสห์กวาดล้างคนของพระเจ้า ท่านอิสยาห์จึงไปหลบอยู่ในโพรงต้นไม้ใหญ่ แต่ชายเลื้อของท่านโผล่ออกมา มนัสเสห์จึงสั่งให้เลื่อยต้นไม้ต้นนั้น ท่านอิสยาห์จึงเสียชีวิตโดยขาดเป็นสองท่อน ความบาปลุกลามส่งผลจนนำไปสู่การทำลายชีวิตของคนของพระเจ้า มนัสเสห์ไม่ได้ทำบาปเพียงลำพัง แต่เขานำให้ยูดาห์ทำบาปด้วย สำหรับพวกเราก็เช่นกัน ความบาปไม่เคยเป็นเรื่องเล็ก ไม่ว่าจะเป็นตัดสินใจทำบาปเล็ก ๆ หรือการประนีประนอมกับบาปเล็ก ๆ ถ้าความบาปไม่ถูกจัดการ สุดท้ายความบาปนั้นอาจลุกลามบานปลายกลายเป็นความเสียหายที่ส่งผลกระทบกับคนรอบข้าง และผลร้ายนั้นอาจจะเกินกว่าที่เราจะควบคุมได้ พระวจนะของพระเจ้าเตือนเราว่า'แต่ถ้าท่านทั้งหลายไม่ได้ทำเช่นนี้ นี่แน่ะ ท่านทั้งหลายก็ทำบาปต่อพระยาห์เวห์ จงรู้แน่เถิดว่า บาปของท่านจะตามทัน ' กันดารวิถี 32:23ความบาปมักเริ่มต้นด้วยการชักชวนให้เราทำสิ่งเล็ก ๆ แต่มันจะจบลงด้วยการที่เราทำสิ่งเลวร้ายที่สุดโดยที่เราแทบไม่รู้ตัว วันนี้ขอให้เราสำรวจชีวิตของเราให้ดี หากมีเชื้อแห่งความบาปแม้แต่เพียงเล็กน้อยขอให้เรารีบสารภาพและจัดการหยุดมันก่อนที่บาปนั้นมันจะบานปลายและทำลายสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตของเรานะครับ ความบาปไม่ได้อันตรายเพราะมันใหญ่ แต่มันอันตรายเพราะมันไม่ยอมหยุด ถ้าเราไม่หยุดมันในวันนี้ ในวันข้างหน้ามันจะหยุดเรานะครับวุฒิ วงศ์สรรเสริญ

    สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่6) บทเรียนจากวันครบรอบแต่งงาน!

    Play Episode Listen Later Apr 6, 2026 5:21


    คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่6)บทเรียนจากวันครบรอบแต่งงาน!“เจ้าจงชื่นชมยินดีในชีวิตกับภรรยาซึ่งเจ้ารักตลอดชีวิตอนิจจังที่ได้ประทานให้แก่เจ้าภายใต้ดวงอาทิตย์ตลอดวันเวลาอนิจจังของเจ้า เพราะว่านั่นเป็นรางวัลสำหรับชีวิต และสำหรับการตรากตรำของเจ้า ซึ่งเจ้าได้ตรากตรำภายใต้ดวงอาทิตย์”‭‭ ~ปัญญาจารย์‬ ‭9‬:‭9‬ ‭THSV11‬‬“Enjoy life with your wife, whom you love, during all your brief, pointless life. God has given you your pointless life under the sun. This is your lot ⌞in life⌟ and what you get for the hard work that you do under the sun.”~‭‭Ecclesiastes‬ ‭9‬:‭9‬ ‭GW‬‬ผมแต่งงานในวันที่ 6 เมษายน 1979วันนี้ เป็นวันครบรอบแต่งงาน47ปีระหว่างผมกับภรรยาแม้ว่า เราไม่ใช่คู่รักที่หวานชื่น อีกซ้ำยังขาดประสบการณ์ และไม่สมบูรณ์ แต่เวลายาวนานที่ผ่านมา สมควรเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความอดทนและความสัตย์ซื่อของเราที่มีต่อกันดังที่เราปฏิญาณไว้ต่อเบื้องพระพักตร์ของพระเจ้า และต่อหน้าพยานมากมายในวันแต่งงานของเราซึ่งเราเป็นคู่แต่งงานคู่แรกในอาคารใหม่ของคริสตจักรใจสมาน สุขุมวิท ซอย6ผมขอบคุณพระเจ้า สำหรับพระคุณและพระพร ที่ผ่านมาทางพี่น้องมิตรสหายได้แสดงไมตรีจิตช่วยผมในการเริ่มต้นครอบครัว อย่าง“มือใหม่หัดขับ”ในวันนั้นและหลังจากที่ได้ผ่านความยากลำบากต่างๆซึ่งประสบมาในชีวิตคู่ ที่ให้ทั้งสุขและทุกข์วันนี้ผมจึงเห็นว่าเป็นวันดี ที่สมควรจะนำบทเรียนต่างๆที่ผมได้เรียนรู้และได้รับ มาแบ่งปันแก่ทุกท่านดังนั้น ถ้าพี่น้องกำลังมีความรัก หรือ ยังมีครอบครัวให้รักก็จงทะนุถนอมดูแลรักษาและฟูมฟักคนที่ท่านรัก ด้วยการทำให้เขาหรือเธอมีความสุข และระวังอย่าทำสิ่งใดๆ ที่จะทำให้ท่านไม่เหลือคนรักหรือครอบครัวให้รักษาดูแลอีกต่อไป ดังเช่น​อย่าใช้ อารมณ์ความรู้สึกเป็นตัวนำ แต่จงใช้ความรักนำในการเลือก“ตัดสินใจ”ทำ“รักแท้ไม่ใช่สิ่งที่เรารู้สึกดีตลอดเวลา แต่คือสิ่งที่เราเลือกทำดีต่อคนที่เรารักทุกวัน”​ อย่าพยายามเอา“ชนะกัน” แต่จง“รู้จักยอม”เพื่อ ”รักษากันและกันไว้”“การยอมแพ้บางครั้ง คือชัยชนะของความรัก”​ อย่าโกรธเร็วและให้อภัยช้า แต่จงโกรธช้าและให้อภัยเร็ว“รักที่ยืนยาว ไม่ใช่รักที่ไม่เคยเจ็บ แต่คือรักที่ไม่หยุดให้อภัย”​ อย่าปล่อยให้ความเคยชินมาฆ่าหรือทำลายความใส่ใจที่ควรมีต่อกัน แต่จงใส่ใจกัน“ความรักมักไม่ได้ตายเพราะเรื่องใหญ่ แต่ค่อยๆ หายไปเพราะละเลยเรื่องเล็กๆ”​ อย่าแค่ทนอยู่ไปด้วยกัน แต่จงอดกลั้นอดทนนานและเติบโตไปด้วยกัน“ชีวิตคู่ที่ดี ไม่ใช่แค่ ‘อยู่ด้วยกัน' แต่คือ ‘เติบโตไปด้วยกัน'”​ อย่าฟังเพื่อจะตอบโต้ แต่จงฟังเพื่อจะเข้าใจอย่างเข้าอกเข้าใจกัน“เมื่อความเข้าใจเกิดขึ้น ความขัดแย้งต่างๆก็จะค่อยๆ หมดพลัง”​ อย่าอยู่ด้วยกันแค่ในวันดีๆ แต่จงพร้อมยืนหยัดเคียงข้างกันแม้แต่ในวันที่ย่ำแย่ด้วย“ความรักไม่ได้พิสูจน์กันในวันที่ง่าย แต่จะประจักษ์ชัดในวันที่ยากที่สุด”​อย่าเรียกร้องหาความสมบูรณ์แบบจากกัน แต่จงยอมรับในความไม่สมบูรณ์แบบ“ไม่มีใครเป็นคนสมบูรณ์แบบ แต่จงยอมรับความไม่สมบูรณ์แบบของกันและกันอย่างสมบูรณ์แบบ”​อย่าตำหนิกันและกันเวลาเกิดปัญหา แต่จงช่วยกันแก้ปัญหานั้นอย่างสร้างสรรค์“อย่าเป็นคู่ครองที่คอยมองหาคนผิด แต่จงเป็นคู่ชีวิตที่ร่วมกันมุ่งหาทางออก”​อย่าคาดหวังว่าต้องราบรื่นเข้ากันได้ แต่อยู่ที่เชื่อมั่นกันเสมอแม้ว่าจะเข้ากันไม่ได้ในบางเรื่อง“ชีวิตแต่งงานที่ยั่งยืน ไม่ได้เกิดจากคนที่เข้ากันได้อย่างสมบูรณ์ แต่เกิดจากคนที่ ‘ไม่ยอมปล่อยมือกัน' แม้จะมีวันที่ไม่เข้าใจกัน”พี่น้องที่รัก“การแต่งงานไม่ใช่จุดหมายปลายทางแต่เป็นการเดินทางที่เราเลือกเดินไปด้วยกันในทุกๆวัน”(Marriage is not a destination, but a journey we choose to walk together every day.)ดังนั้น ขอให้เราเพิ่มรัก เพิ่มสุขและเพิ่มความชื่นชมยินดีให้แก่กันและกันตลอดเส้นทางชีวิตคู่ของเรา…จะดีไหม?………………………………ธงชัย ประดับชนานุรัตน์ 6เมษายน2026(ตอนที่6ปีที่6) #YoutubeCJCONNECT#คริสตจักรแห่งความรัก#Churchoflove #ShareTheLoveForward #ChurchOfJoy #คริสตจักรแห่งความสุข#NimitmaiChristianChurch #คริสตจักรนิมิตใหม่ #ฮักกัยประเทศไทย #อัลฟ่า #หนึ่งล้านความดี

    พระธรรมนำชีวิต ตอน เตือนแล้วแต่ไม่ฟัง Ep.1590

    Play Episode Listen Later Apr 5, 2026 3:22


    พระธรรมนำชีวิตตอน เตือนแล้วแต่ไม่ฟัง Ep.1590สิ่งที่เราจะพบเสมอในพระเจ้าผู้ทรงฤทธิ์ที่สุด คือก่อนการพิพากษาจะมาถึง พระเจ้าจะประทานการเตือนการสอนมาก่อน แต่ความอดกลั้นของพระเจ้ามีขอบเขตมีเวลาที่ทรงกำหนด 2 พงศ์กษัตริย์ 21:8–15 จะทำให้เราเห็นว่า การเชื่อฟังและการไม่เชื่อฟังนั้นจะมีผลตามมาเสมอ'เราจะไม่ให้เท้าของอิสราเอลพเนจรออกจากแผ่นดินที่เราให้กับบรรพบุรุษของพวกเขาอีก ถ้าเพียงแต่พวกเขาระมัดระวังที่จะทำตามทุกสิ่งซึ่งเราได้บัญชาเขา และทำตามธรรมบัญญัติทั้งสิ้นที่โมเสสผู้รับใช้ของเราบัญชาเขา”'2 พงศ์กษัตริย์ 21:8พระเจ้าทรงให้พระสัญญาว่า ถ้าเชื่อฟัง พวกเขาจะได้อยู่ในแผ่นดินนั้นอย่างมั่นคง และข้อ 9 บอกว่า แต่พวกเขาไม่ฟัง และมนัสเสห์นำผู้คนทำชั่วยิ่งกว่าบรรดาประชาชาติซึ่งพระเจ้าทรงทำลายให้พ้นหน้าประชาชนอิสราเอลอีก 'เพราะฉะนั้น พระยาห์เวห์พระเจ้าแห่งอิสราเอลตรัสดังนี้ว่า นี่แน่ะ เรากำลังนำเหตุร้ายมาเหนือเยรูซาเล็มและยูดาห์ อย่างที่ทุกคนซึ่งได้ยินแล้ว หูทั้งสองข้างของเขาจะอื้อไป ' 2 พงศ์กษัตริย์ 21:12พระเจ้าตรัสว่า จะนำเหตุร้ายมาถึงพวกเขา ในข้อ 13-14 ให้ภาพชัดมากว่าจะกวาดล้างให้เหมือนล้างชามแล้วคว่ำไว้ พระเจ้าจะวัดพวกเขาด้วยเชือกหรือลูกดิ่งที่ใช้วัดอาหับและสะมาเรียมาแล้ว เหตุผลทั้งหมดอยู่ในข้อ 15'เพราะพวกเขาทำสิ่งชั่วร้ายในสายตาของเรา และทำให้เราโกรธ ตั้งแต่วันที่บรรพบุรุษของเขาออกจากอียิปต์จนถึงทุกวันนี้” ' 2 พงศ์กษัตริย์ 21:15ประชาชนยูดาห์ในอาณาจักรฝ่ายใต้ทำสิ่งชั่วร้ายมากมาย และทำให้พระเจ้าโกรธ 'แต่จงเป็นผู้ประพฤติตามพระวจนะ ไม่ใช่เป็นเพียงผู้ฟังเท่านั้น มิฉะนั้นจะเป็นการหลอกตัวเอง ' ยากอบ 1:22พระเจ้าก็ตรัสกับเราเสมอ ผ่านพระวจนะของพระองค์ ผ่านคำเทศนา ผ่านสถานการณ์ แต่เราฟังแล้วเชื่อฟังทำตาม หรือเราแค่ได้ยิน การไม่รู้จัดพระเจ้าอันตรายแล้ว แต่สิ่งที่อันตรายยิ่งกว่าคือรู้แต่ไม่เชื่อฟัง ความอดทนอดกลั้นของพระเจ้าไม่ได้แปลว่า พระเจ้าจะยอมปล่อยความบาปไป พระเจ้าทรงอดทนแต่พระเจ้าก็ทรงยุติธรรม อย่ารอให้หมดเวลา ขอให้เรารีบกลับใจฟัง และเชื่อฟังทำตามตอบสนองต่อถ้อยคำของพระเจ้าทันที วุฒิ วงศ์สรรเสริญ

    พระธรรมนำชีวิต ตอน ส่งต่อความเชื่อ Ep.1589

    Play Episode Listen Later Apr 5, 2026 3:54


    พระธรรมนำชีวิตตอน ส่งต่อความเชื่อ Ep.15892 พงศ์กษัตริย์ 21 พาเรามาพบกับมนัสเสห์ลูกชายของเฮเซคียาห์ ที่นับว่าเป็นช่วงเวลาการปกครองที่ยาวนานและเลวร้ายที่สุดของอาณาจักรยูดาห์ฝ่ายใต้ 'มนัสเสห์มีพระชนมายุ 12 พรรษาเมื่อทรงเป็นกษัตริย์ และทรงครองราชย์ในกรุงเยรูซาเล็ม 55 ปี พระมารดาของพระองค์มีพระนามว่าเฮฟซีบาห์ พระองค์ทรงทำสิ่งชั่วร้ายในสายพระเนตรของพระยาห์เวห์ ตามการกระทำที่น่าเกลียดน่าชังของประชาชาติทั้งหลาย ซึ่งพระยาห์เวห์ทรงขับไล่ไปให้พ้นหน้าประชาชนอิสราเอล ' 2 พงศ์กษัตริย์ 21:1-2มนัสเสห์ขึ้นปกครองตอนอายุ 12 นั่นแปลว่า เขาคือลูกที่เกิดในช่วงเวลาที่พระเจ้าทรงต่ออายุให้เฮเซคียาห์ 15 ปี มนัสเสห์ทำสิ่งตรงกันข้ามกับพ่อทุกประการทั้งที่เขาเกิดในช่วงเวลาแห่งพระคุณ สิ่งนี้กำลังตอกย้ำว่า ความเชื่อไม่ได้ถ่ายทอดทางดีเอ็นเอ พ่อที่รักพระเจ้าที่สุด หากละเลยการสอนเรื่องพระเจ้าในบ้าน ก็อาจมีลูกที่หันหลังให้พระเจ้าได้นะครับ ในข้อ 3-7 ได้ให้รายละเอียดของสิ่งชั่วร้ายที่เขาทำในสายพระเนตรของพระเจ้า ซึ่งในพระธรรมตอนนี้เลยบอกว่า สิ่งที่เขาทำยิ่งกว่าคนต่างชาติที่พระเจ้าทรงขับไล่ไปจากแผ่นดินแห่งพันธสัญญานี้ มนัสเสห์สร้างปูชนียสถานสูงที่พ่อของเขาทำลายนั้นขึ้นใหม่ เขาตั้งแท่นบูชาแด่พระบาอัล เขาสร้างพระอาเช-ราห์ เขานมัสการดวงดาวที่เป็นเทพของอัสซีเรีย เขาสร้างแท่นบูชาต่างๆ แด่บริวารทั้งหมดของฟ้าสวรรค์ในลานทั้งสองแห่งของพระนิเวศของพระเจ้า ซ้ำร้ายเขาเอาลูกไปบูชายัญ เขาดูฤกษ์ยาม ติดต่อกับคนทรงและพ่อมดแม่มด เขาทำเวทมนตร์และเล่นไสยศาสตร์ ในข้อ 6 สรุปว่า มนัสเสห์ทำสิ่งชั่วร้ายมากมายในสายพระเนตรของพระเจ้า เขาทำให้พระเจ้าทรงโกรธหนักมาก'ส่วนรูปเคารพของพระอาเช-ราห์ที่พระองค์ทรงสร้างนั้น ทรงตั้งไว้ในพระนิเวศซึ่งพระยาห์เวห์ตรัสกับดาวิดและซาโลมอนพระราชโอรสของดาวิดว่า “ในนิเวศนี้ และในเยรูซาเล็ม ซึ่งเราได้เลือกออกจากเผ่าทั้งหมดของอิสราเอล เราจะใส่ชื่อของเราไว้เป็นนิตย์ ' 2 พงศ์กษัตริย์ 21:7นี่เลวร้ายมาก เขาสร้างสิ่งที่พระเจ้าสั่งอย่างเด็ดขาดว่าให้ทำลายทิ้งให้หมดเมื่อเข้ามายึดครองแผ่นดินนี้ โดยนำไปตั้งในพระนิเวศของพระเจ้า นี่ไม่ใช่แค่ไม่เชื่อฟัง แต่นับว่าตั้งใจที่จะกบฏต่อพระเจ้าเลย 'เพราะฉะนั้น จงระวังในการดำเนินชีวิตให้ดี อย่าเหมือนคนไร้ปัญญา แต่ให้เหมือนคนมีปัญญา ' เอเฟซัส 5:15ขอให้เราระมัดระวังการใช้ชีวิตของเราให้ดี คนมีปัญญาในที่นี้หมายถึง การยำเกรงพระเจ้า ขอให้เรามีชีวิตที่ยำเกรงพระเจ้าเสมอ ความพินาศหรือจุดจบของชีวิตเริ่มต้นจากการการเอาสิ่งอื่นมาแทนที่พระเจ้า ขอให้เราระมัดระวังและใช้ชีวิตในการยำเกรงพระเจ้า ขอให้เราสอนลูกหลานทั้งในครอบครัวและในคริสตจักร สร้างให้เขาเป็นสาวกของพระเยซูที่รักและยำเกรงพระเจ้าด้วยสุดใจ ด้วยการใช้ชีวิตของเรา ทำให้เด็กเขาดู ทำให้เขาเรียนรู้และนำไปใช้วุฒิ วงศ์สรรเสริญ

    สดแต่เช้า ปีที่6(ตอนที่4)

    Play Episode Listen Later Apr 4, 2026 5:41


    คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่4) คุณเป็นแบบไหน? “ผู้หญิงเหล่านั้นก็หวาดกลัวและซบหน้าลงถึงดิน ชายสองคนนั้นจึงพูดกับพวกนางว่า “พวกท่านแสวงหาคนเป็นในพวกคนตายทำไม?”‭‭ ~ลูกา‬ ‭24‬:‭5‬ ‭THSV11‬‬ ในพระคัมภีร์ ตอนนี้ (ลูกา‬ ‭24‬:‭1-12) ตั้งคำถามต่อเราว่า เราเป็นคนประเภทใด?1.รักแต่ไม่รู้“ตั้งแต่เช้ามืดของวันอาทิตย์ พวกผู้หญิงก็นำเครื่องหอมที่จัดเตรียมไว้มาถึงอุโมงค์ พวกนางพบว่าก้อนหินกลิ้งออกจากปากอุโมงค์แล้ว และเมื่อเข้าไปหาก็ไม่พบพระศพของพระเยซูองค์พระผู้เป็นเจ้า ขณะกำลังฉงนสนเท่ห์เพราะเหตุการณ์นั้น“ ~ลูกา24:1-4ก เราเป็นเหมือนผู้หญิงเหล่านี้หรือไม่? ที่ไปหาพระเยซูที่อุโมงค์ “ตั้งแต่เช้ามืด” พร้อมเครื่องหอมซึ่งแสดงถึง ความรัก ความซื่อสัตย์ และความตั้งใจที่จะให้เกียรติพระเยซู แม้ว่าพระองค์สิ้นพระชนม์ไปแล้วแต่พวกเธอกลับไม่รู้เรื่องการเป็นขึ้นจากตายเพราะคิดว่าพระเยซูตายแล้วจึงมาหาพระศพ…ไม่ใช่มาหาพระเยซูผู้เป็นขึ้นมาจากความตาย บ่อยครั้งที่เราก็เป็นเหมือนกัน คือ รักพระเจ้า แต่ยัง“ใช้ชีวิตเหมือนพระองค์ตายไปแล้ว”โดยยังคงอยู่ในความกลัว ความสิ้นหวัง หรือความพ่ายแพ้อยู่ในอุโมงค์ทั้งๆที่พระเจ้าทรงเอาก้อนหินออกไปจากปากอุโมงค์แล้ว ก้อนหินนี้ถูกกลิ้งออกแล้ว ไม่ใช่เพื่อให้พระเยซูออกมา แต่เพื่อให้เรา “เข้าไปเห็น”2.เชื่อแต่ไม่เข้าใจ“นี่แน่ะ มีชายสองคนยืนอยู่ใกล้พวกนาง เครื่องนุ่งห่มแพรวพราวจนพร่าตา ผู้หญิงเหล่านั้นก็หวาดกลัวและซบหน้าลงถึงดิน ชายสองคนนั้นจึงพูดกับพวกนางว่า “พวกท่านแสวงหาคนเป็นในพวกคนตายทำไม? [พระองค์ไม่ได้อยู่ที่นี่ แต่ทรงเป็นขึ้นมาแล้ว] ” ~ลูกา24:4ข-6กเราเป็นเหมือนผู้หญิงเหล่านี้ หรือไม่?ที่เชื่อในพระเยซู แต่ยังใช้ชีวิตเหมือนพระองค์ “ยังไม่ฟื้นจากตาย“และยังคงกลัว ยังสิ้นหวัง แลเยังไม่เข้าใจว่า พระเยซูเป็นพระเจ้าที่เป็นขึ้นจากตายแล้ว3.เชื่อเมื่อเข้าใจ “จงระลึกถึงคำที่พระองค์ตรัสกับพวกท่านขณะที่พระองค์ยังอยู่ในแคว้นกาลิลี ว่า ‘บุตรมนุษย์จะต้องถูกมอบไว้ในมือของพวกคนบาป และจะต้องถูกตรึงที่กางเขน และวันที่สามจะเป็นขึ้นมาใหม่'” พวกนางจึงระลึกถึงพระดำรัสของพระองค์ เมื่อกลับจากอุโมงค์แล้ว พวกนางก็เล่าเหตุการณ์นี้ทั้งหมดแก่สาวกสิบเอ็ดคนและคนอื่นๆ ด้วย คนที่เล่าเหตุการณ์เหล่านั้นแก่พวกอัครทูตคือ มารีย์ชาวมักดาลา โยอันนา มารีย์มารดาของยากอบ และผู้หญิงคนอื่นๆ ที่อยู่กับพวกนาง ” ~ลูกา24:6ข-10 เราเป็นเหมือนหญิงเหล่านี้หรือไม่ ที่การคืนพระชนม์ของพระเยซู เปลี่ยนความสิ้นหวังของพวกเธอให้กลายเป็นความหวังและเปลี่ยนชีวิตธรรมดาให้กลายเป็นพยานของพระเจ้า และ จากพยานที่ถูกมองข้าม กลายมาเป็นผู้เปลี่ยนโลก ต้องเข้าใจก่อนว่า ในเวลานั้น ผู้หญิง คือคนที่สังคมไม่เชื่อถือและไม่มีเวทียอมรับแต่พระเจ้าเลือกพวกเขาให้เป็น “พยานพวกแรก”และมี“เวทีใหญ่ที่สุดให้”ดังนั้น จงจำไว้เสมอว่าพระเจ้าสามารถใช้คุณได้ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร! 4.รับรู้แต่ไม่เชื่อ "แต่พวกอัครทูตไม่เชื่อ เห็นว่าเป็นคำเหลวไหล " ~ลูกา24:11 เราเป็นเหมือนสาวกบางคนที่เดินกับพระเยซู ยังคิดว่าข่าวดีของพระเจ้าเป็น “คำเหลวไหล” อย่างไรก็ตาม ความสงสัยไม่ใช่จุดจบของความเชื่อ เพราะพระเจ้าทรงอดทนกับการขาดความเชื่อของมนุษย์อย่างเราอยู่เสมอมา5.รู้แล้วแสวงหาความจริง "[แต่เปโตรลุกขึ้น วิ่งไปที่อุโมงค์ เมื่อก้มลงมองดูก็เห็นแต่ผ้าป่านเท่านั้น จึงกลับไปด้วยความประหลาดใจในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น]” ‭‭~ลูกา‬ ‭24‬:‭12‬ ‭THSV11‬‬ เราเป็นเหมือนเปโตรหรือไม่ ที่เริ่มจากความไม่เชื่อเหมือนคนอื่นๆ แต่เมื่อได้ยินคำพยาน ของผู้เชื่อบางคนก็ตัดสินใจ“วิ่งไปดู” เพื่อหาความจริง ความเชื่อจึงมักเริ่มจาก “การก้าวออกไปค้นหา” พี่น้องที่รัก เวลานี้ คุณเป็นแบบไหน?1.รักแต่ไม่รู้2.เชื่อแต่ไม่เข้าใจ3.เชื่อเมื่อเข้าใจ4.รับรู้แต่ไม่เชื่อ5.รู้แล้วแสวงหาความจริง ช่วยแจ้งให้ทราบสักหน้อย จะได้ไหม?………………………………ธงชัย ประดับชนานุรัตน์ 4เมษายน2026(ตอนที่4ปีที่6) #YoutubeCJCONNECT#คริสตจักรแห่งความรัก#Churchoflove #ShareTheLoveForward #ChurchOfJoy #คริสตจักรแห่งความสุข#NimitmaiChristianChurch #คริสตจักรนิมิตใหม่ #ฮักกัยประเทศไทย #อัลฟ่า #หนึ่งล้านความดี

    สดแต่เช้า ปีที่6(ตอนที่5) จากคนสิ้นหวังเป็นผู้ประกาศข่าวดีแห่งความหวัง!

    Play Episode Listen Later Apr 3, 2026 7:13


    คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่5)จากคนสิ้นหวังเป็นผู้ประกาศข่าวดีแห่งความหวัง!“มารีย์ชาวมักดาลาจึงไปบอกพวกสาวกว่า“ข้าพเจ้าเห็นองค์พระผู้เป็นเจ้าแล้ว” และนางก็เล่าให้พวกเขาฟังว่าพระองค์ตรัสคำเหล่านั้นกับนาง”‭‭ ~ยอห์น‬ ‭20‬:‭18‬ ‭THSV11‬‬“Mary Magdalene went to the disciples with the news:“I have seen the Lord!” And she told them that he had said these things to her.”‭‭ ~John‬ ‭20‬:‭18‬ ‭NIV‬‬ในพระคัมภีร์ได้เล่าเรื่องราวของเช้าวันอีสเตอร์แรกของคริสเตียนไว้ดังนี้“วันอาทิตย์เวลาเช้ามืด (ในยามมืดมิดของชีวิต)​มารีย์ชาวมักดาลา~ด้วยหัวใจที่สิ้นหวังแตกสลาย1).มาถึงอุโมงค์ฝังศพ และ2).เห็นว่าหินที่ปิดปากอุโมงค์นั้นถูกยกออกไปแล้ว ~พระเจ้าทรงทำกิจตั้งแต่ก่อนเรารู้ตัว ก้อนหินไม่ได้ถูกยกออกไปเพื่อให้พระเยซูออกมาแต่เพื่อให้ “มนุษย์เข้าไปเห็นความจริง!”​มารีย์จึง1).วิ่งไปหาซีโมนเปโตรกับสาวกอีกคนหนึ่งที่พระเยซูทรงรักนั้นและ2).พูดกับเขาว่า“เขาเอาองค์พระผู้เป็นเจ้าออกไปจากอุโมงค์แล้ว และเราก็ไม่รู้ว่าเขาเอาพระองค์ไปไว้ที่ไหน” ​เปโตรกับสาวกคนนั้นวิ่งไปทั้งสองคน ~เพื่อแสวงหาความจริง​สาวกคนนั้นวิ่งเร็วกว่าเปโตรจึงมาถึงอุโมงค์ก่อน แต่เขาไม่ได้เข้าไปข้างใน​ซีโมนเปโตรตามมาถึงภายหลัง แล้วเข้าไปในอุโมงค์เห็น1).ผ้าป่านวางอยู่2).ส่วนผ้าพันพระเศียรของพระองค์ไม่ได้วางอยู่กับผ้าอื่น แต่พับไว้ต่างหาก ~นี่ไม่ใช่การขโมยศพ (โจรไม่มีทางพับผ้าให้เรียบร้อย)แต่เป็นการฟื้นคืนพระชนม์อย่างสงบและมีชัยชนะ​สาวกคนนั้นที่มาถึงก่อนก็ตามเข้าไปด้วย เขา1).เห็น และ2).เชื่อ แต่3).ขณะนั้นเขายังไม่เข้าใจข้อพระคัมภีร์ที่เขียนไว้ว่าพระองค์จะต้องเป็นขึ้นจากตาย ~ความเชื่อมาก่อนความเข้าใจ เราไม่จำเป็นต้องเข้าใจทุกอย่างก่อนจึงจะเชื่อการติดตามพระเจ้าอย่างต่อเนื่องจะทำให้เราค่อย ๆ เข้าใจมากขึ้น​สาวกทั้งสองก็กลับไปยังบ้านของตน ​มารีย์ยังยืนร้องไห้อยู่นอกอุโมงค์ ขณะที่ร้องไห้อยู่นางก้มลง~ความเศร้าอาจทำให้เรามองไม่เห็น“ความจริงฝ่ายวิญญาณ”และ “คำตอบอยู่ตรงหน้า” 1).มองเข้าไปในอุโมงค์ และ2).เห็นทูตสวรรค์สององค์สวมเสื้อขาวนั่งอยู่ที่ที่เขาวางพระศพพระเยซู ก.องค์หนึ่งอยู่เบื้องพระเศียร ข.อีกองค์หนึ่งอยู่เบื้องพระบาท ​ทูตทั้งสองพูดกับมารีย์ว่า“หญิงเอ๋ย ร้องไห้ทำไม?” ​มารีย์ตอบว่า“เพราะเขาเอาองค์พระผู้เป็นเจ้าของข้าพเจ้าไป และข้าพเจ้าไม่ทราบว่าเอาไปไว้ที่ไหน” ​มารีย์พูดอย่างนั้นแล้ว ก็หันกลับมาและเห็นพระเยซูทรงยืนอยู่ แต่ไม่ทราบว่าเป็นพระองค์~พระเยซูเป็นขึ้นมาใหม่แล้ว ถ้าเรายังยึดติดแต่ภาพเก่า เราจะไม่รู้จักพระองค์ในสภาพใหม่​ พระเยซูตรัสถามว่า“หญิงเอ๋ย ร้องไห้ทำไม? ตามหาใคร?” ​มารีย์เข้าใจว่าพระองค์เป็นคนทำสวนจึงตอบว่า“นายเจ้าข้า ถ้าท่านเอาพระองค์ไป ขอบอกให้ดิฉันรู้ว่าเอาพระองค์ไปไว้ที่ไหน ดิฉันจะได้รับพระองค์ไป” ​พระเยซูตรัสกับนางว่า“มารีย์เอ๋ย” (พระเจ้ารู้จักเราเป็นรายบุคคล ชีวิตเราเปลี่ยนเมื่อพระเจ้าทรงเรียกเรา)แล้วนางก็ “จำพระองค์ได้ทันที”(ชีวิตเปลี่ยนเมื่อเราได้ยินพระเจ้าเรียกชื่อเรา)​มารีย์จึงหันมาทูลพระองค์เป็นภาษาฮีบรูว่า “รับโบนี“(ซึ่งแปลว่า ท่านอาจารย์) ~สัมพันธภาพที่สนิทคุ้นเคยจะทำให้จำกันได้ทันทีเมื่อถูกสะกิด​พระเยซูตรัสกับนางว่า“อย่าหน่วงเหนี่ยวเราไว้(อย่ายึดพระเจ้าไว้ในรูปแบบเดิมที่เราคุ้นเคยเพราะพระองค์กำลังพาเราไปสู่สิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่า ความสัมพันธ์ของเรากับพระองค์จึงควรยกระดับขึ้น)เพราะเรายังไม่ได้ขึ้นไปหาพระบิดาของเรา แต่จงไปหาพวกพี่น้องของเรา และบอกเขาว่าเรากำลังจะขึ้นไปหาพระบิดาของเราและพระบิดาของพวกท่าน ไปหาพระเจ้าของเราและพระเจ้าของพวกท่าน” ​มารีย์ชาวมักดาลาจึงไปบอกพวกสาวกว่า“ข้าพเจ้าเห็นองค์พระผู้เป็นเจ้าแล้ว” ​มารีย์ก็เล่าให้พวกเขาฟังว่าพระองค์ตรัสคำเหล่านั้นกับนาง”(จากคนร้องไห้อย่างโศกเศร้า เธอกลายเป็นผู้ประกาศข่าวดีอย่างตื่นเต้น)~‭‭ยอห์น‬ ‭20‬:‭1‬-‭18‬ ‭THSV11‬‬พี่น้องที่รัก“ข่าวดีไม่ใช่สิ่งที่เราควรเก็บไว้ แต่คือสิ่งที่เราต้องแบ่งปันออกไป”(The Good News is not meant to be kept, but to be shared.)พระเจ้าประทานข่าวดีแก่เรา ผู้ซึ่งไม่มีหวังที่จะรอดจากบาปและโทษด้วยตัวเองเราจึงควรเป็นพยานแบ่งปันข่าวดีนั้นแก่ผู้อื่นด้วยใจยินดีแล้ววันนี้ คุณพร้อมหรือไม่ที่จะเป็นพันธกรในการประกาศข่าวดีของพระเจ้านี้ต่อไป?…บอกที!………………………………ธงชัย ประดับชนานุรัตน์ 5เมษายน2026(ตอนที่5ปีที่6) #YoutubeCJCONNECT#คริสตจักรแห่งความรัก#Churchoflove #ShareTheLoveForward #ChurchOfJoy #คริสตจักรแห่งความสุข#NimitmaiChristianChurch #คริสตจักรนิมิตใหม่ #ฮักกัยประเทศไทย #อัลฟ่า #หนึ่งล้านความดี

    พระธรรมนำชีวิต ตอน อย่าคิดแค่รุ่นเรา Ep.1588

    Play Episode Listen Later Apr 3, 2026 3:18


    พระธรรมนำชีวิตตอน อย่าคิดแค่รุ่นเรา Ep.1588เราเดินทางมาถึงช่วงสุดท้ายของเฮเซคียาห์ ซึ่งเป็นบทเรียนราคาแพงที่เราได้เรียนรู้ว่า การตัดสินใจที่ไม่ระวัง อาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของผลกระทบที่ใหญ่มาก หลังจากที่เฮเซคียาห์โชว์ทุกอย่างที่มีใช้คณะทูตจากบาบิโลน ท่านอิสยาห์ก็มาพบแล้วถามว่า พวกเขาเป็นใคร มาจากที่ไหน และพูดคุยอะไรกันบ้าง เฮเซคียาห์ก็ตอบว่า พวกเขามาจากบาบิโลน ท่านอิสยาห์จึงถามต่อว่า พวกเขาเห็นอะไรในวังของท่านบ้าง เฮเซคียาห์ก็ตอบว่า พวกเขาเห็นทุกอย่างที่มี 'แล้วอิสยาห์ทูลเฮเซคียาห์ว่า “จงฟังพระวจนะของพระยาห์เวห์ นี่แน่ะ วันเวลากำลังมาถึงเมื่อทุกสิ่งในวังของเจ้า และสิ่งที่บรรพบุรุษของเจ้าได้สะสมมาจนถึงทุกวันนี้ จะต้องถูกเอาไปยังบาบิโลน และไม่มีสิ่งใดเหลือเลย พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้แหละ และลูกบางคนซึ่งถือกำเนิดจากเจ้า ผู้ซึ่งเกิดแก่เจ้า จะถูกนำเอาไป และพวกเขาจะไปเป็นขันทีในพระราชวังของพระราชาแห่งบาบิโลน” ' 2 พงศ์กษัตริย์ 20:16-18ทุกอย่างที่เฮเซคียาห์โชว์ให้คนบาบิโลนดู จะถูกยึดไปบาบิโลนทั้งหมด นอกจากนั้นจะมีคนที่ถูกนำเอาไปด้วย สิ่งที่เฮเซคียาห์ตอบสนองนั้นก็แปลกสุด ๆ ในความคิดของผม'แล้วเฮเซคียาห์ตรัสกับอิสยาห์ว่า “พระวจนะของพระยาห์เวห์ซึ่งท่านกล่าวนั้นดีแล้ว” ที่ตรัสอย่างนี้เพราะทรงคิดว่า “ก็ดีแล้วมิใช่หรือ? ในเมื่อมีความอยู่เย็นเป็นสุขและความปลอดภัยในสมัยของเรา” ' 2 พงศ์กษัตริย์ 20:19เฮเซคียาห์รับได้กับสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะเขารู้สึกว่า ในช่วงเวลาของเขาประเทศมีมั่นคง มีความสุข ในข้อท้ายๆของบทได้บอกว่า เฮเซคียาห์ก็เสียชีวิต แล้วมนัสเสห์ลูกชายของเขาก็ขึ้นมาปกครองแทน'คนชอบธรรมดำเนินในความซื่อสัตย์ของตน ลูกหลานของเขาที่เกิดตามมาก็เป็นสุข ' สุภาษิต 20:7การตัดสินใจของเราในวันนี้ เป็นการกำหนดอนาคตของเราและคนรุ่นต่อไป ขอเราอย่าใช้ชีวิตเพียงแค่เพื่อให้วันนี้สบาย แต่ขอให้ใช้ชีวิตของเราเพื่อให้คนรุ่นต่อไปยังยืนอยู่กับพระเจ้า ชีวิตฝ่ายวิญญาณที่แท้จริง ไม่ใช่แค่เพียงตัวเรารอดคนเดียว แต่คือการพาคนอื่น ๆ และพาคนรุ่นต่อไปมาพบกับความรอดด้วย วุฒิ วงศ์สรรเสริญ

    สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่3) ช่วงวินาทีศักดิ์สิทธิ์ของวันศุกร์ประเสริฐ

    Play Episode Listen Later Apr 2, 2026 6:27


    คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่3)ช่วงวินาทีศักดิ์สิทธิ์ของวันศุกร์ประเสริฐ“เวลานั้นประมาณเที่ยงวัน เกิดมืดมัวทั่วทั้งแผ่นดินจนถึงบ่ายสามโมง ดวงอาทิตย์ก็มืดไป ม่านในพระวิหารก็ขาดตรงกลาง พระเยซูทรงร้องเสียงดังตรัสว่า“ข้าแต่พระบิดา ข้าพระองค์ขอฝากจิตวิญญาณของข้าพระองค์ไว้ในพระหัตถ์ของพระองค์” ตรัสอย่างนั้นแล้วก็สิ้นพระชนม์ เมื่อนายร้อยเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ จึงสรรเสริญพระเจ้าว่า“แท้จริงท่านผู้นี้เป็นคนชอบธรรม” ฝูงชนทั้งหมดที่มาชุมนุมกันเพื่อจะดูเหตุการณ์นั้น เมื่อเห็นแล้วก็พากันตีอกชกตัวกลับไป ทุกคนที่รู้จักพระองค์ รวมทั้งพวกผู้หญิงซึ่งตามพระองค์มาจากกาลิลี ก็ยืนอยู่แต่ไกลมองเห็นสิ่งเหล่านี้”‭‭ ~ลูกา‬ ‭23‬:‭44‬-‭49‬ ‭THSV11‬‬มีคำกล่าวไว้ว่า“ในวันที่โลกมืดมิดที่สุด พระเจ้ากำลังทำงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของพระองค์!”(On the darkest day, God was doing His greatest work.)พระธรรมตอนนี้ (ลูกา 23:44–49) กล่าวถึง การกระทำกิจสำคัญของพระเจ้าที่ให้พระเยซูคริสต์เสด็จลงมาตายไถ่บาปมนุษย์โลกเพราะในวินาทีที่พระเยซูคริสต์ ทรงสิ้นพระชนม์บนกางเขนได้เกิดช่วงวินาทีศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในประวัติศาสตร์” ขึ้น ดังนี้ ​ทั่วแผ่นดินเกิดมืดมัว( “เกิดมืดมัวทั่วทั้งแผ่นดิน”,ข้อ 44)~ตั้งแต่เที่ยงวัน ถึงบ่ายสามโมง (3 ชั่วโมง)น่าแปลก ที่ช่วงที่ควรสว่างที่สุด แต่ดวงอาทิตย์กลับมืดมิด โดยการแทรกแซงของพระเจ้าตีความกันว่าความมืด คือ1).การพิพากษาบาป (อาโมส 8:9)ในวินาทีที่พระเยซูคริสต์ตาย บาปของมนุษย์ทั้งหมดถูกวางลงบนพระองค์ในวินาทีนั้น พระเยซูกำลังแบกโทษแทนมนุษย์ทุกคน 2).การไว้ทุกข์ของพระเจ้าในวินาทีที่พระเยซูตาย พระเจ้าทรงใช้ปรากฏการณ์ทางธรรมชาตินั้นเป็นการแสดงความโศกเศร้าและการ “ไว้ทุกข์” ให้แก่พระบุตร​ม่านหนาทึบในพระวิหารขาดกลาง(“ม่านในวิหารก็ขาดตรงกลาง”,ข้อ 45)=เป็นสัญลักษณ์ว่า สิ่งที่ขวางกั้นระหว่างมนุษย์กับพระเจ้า ถูกทำลายลงแล้ว จากการตายของพระเยซูคริสต์พระเยซูเป็นเหมือนมหาปุโรหิตยิ่งใหญ่ที่นำมนุษย์ให้เขาไปหาพระเจ้าได้รับความรอดจากพระองค์จากการถวายพระองค์เองเป็นเครื่องบูชาลบบาป​พระเยซูทรงร้องเสียงดังและสิ้นพระชนม์“พระเยซูทรงร้องเสียงดังตรัสว่า“ข้าแต่พระบิดา ข้าพระองค์ขอฝากจิตวิญญาณของข้าพระองค์ไว้ในพระหัตถ์ของพระองค์” ตรัสอย่างนั้นแล้วก็สิ้นพระชนม์ “(ข้อ 46)นี่คือ “คำสุดท้าย” ของพระเยซูในพระธรรมลูกาหมายความว่า1).พระเยซูยอม “มอบชีวิต” ด้วยความสมัครใจ 2).พระเยซูไว้วางใจในพระบิดาแม้แต่ในยามเจ็บปวดที่สุด 3).พระเยซูกระทำภารกิจไถ่บาป “เสร็จสิ้นแล้ว!”วิธีที่พระเยซูสิ้นพระชนม์สอนเราว่า…“ชีวิตที่ดีที่สุด คือชีวิตที่ฝากไว้ในพระหัตถ์พระเจ้า!”​นายร้อยสรรเสริญพระเจ้า“”เมื่อนายร้อยเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ จึงสรรเสริญพระเจ้าว่า“แท้จริงท่านผู้นี้เป็นคนชอบธรรม”(ข้อ 47)นายร้อย = ทหารโรมัน (คนต่างชาติ)ที่ “ไม่รู้จักพระเจ้า” กลับมองเห็นความจริง ในขณะที่ผู้นำศาสนายิวปฏิเสธความจริงที่ “เปิดเผยต่อทุกคน”ว่าพระเยซูคริสต์เป็นผู้บริสุทธิ์ชอบธรรมแม้ถูกตรึงเหมือนอาชญากรบนกางเขนบางครั้ง…คนที่ “อยู่ไกล” กลับมองเห็นชัดกว่าคนที่ “อยู่ใกล้”​ฝูงชนพากันตีอกชกหัวกลับไป“ฝูงชนทั้งหมดที่มาชุมนุมกันเพื่อจะดูเหตุการณ์นั้น เมื่อเห็นแล้วก็พากันตีอกชกตัวกลับไป ” (ข้อ 48)=สัญลักษณ์ของ “ความเสียใจและสำนึกผิด”พวกเขาเริ่มรู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้น…ไม่ใช่เรื่องธรรมดาความจริงฝ่ายวิญญาณบนกางเขนมีพลังทำให้หัวใจที่แข็งกระด้าง “อ่อนลง”​คนที่รู้จักพระเยซูและพวกผู้หญิง ยืนมองอยู่จากที่ไกล“ทุกคนที่รู้จักพระองค์ รวมทั้งพวกผู้หญิงซึ่งตามพระองค์มาจากกาลิลี ก็ยืนอยู่แต่ไกลมองเห็นสิ่งเหล่านี้” (ข้อ 49)นับเป็นภาพที่น่าสะเทือนใจ เมื่อคนที่รักพระเยซูทำได้แค่มอง อยู่ไกลๆอาจจะด้วยความกลัว หรือความสับสน พวกเขายังไม่เข้าใจแผนของพระเจ้าเรื่องการเป็นขึ้นจากความตายของพระเยซู ความเชื่อจึงยังไม่สมบูรณ์พี่น้องที่รัก1.ในยามที่ชีวิตของคุณเผชิญกับความมืดมิดจงจำไว้ว่าพระเยซูคริสต์จะอยู่กับคุณเหมือนกับที่เคยอยู่ในวันศุกร์ประเสริฐเพื่อคุณ2.ในยามที่คุณเจ็บปวดและสิ้นหวังจงวางใจ “ฝากชีวิตของคุณไว้ในพระหัตถ์พระเจ้า”3.ในยามที่คุณสับสนไม่เข้าใจจงอย่าเพิ่งหนีไปไหนไกล แต่จง “ยืนอยู่กับพระคริสต์”ไว้อย่าไปไหนแล้ว วินาทีเหล่านั้น จะเป็นช่วงเวลาศักดิ์สิทธิ์ ในชีวิตของคุณ!…อาเมนไหมครับ?………………………………ธงชัย ประดับชนานุรัตน์ 3เมษายน2026(ตอนที่3ปีที่6) #YoutubeCJCONNECT#คริสตจักรแห่งความรัก#Churchoflove #ShareTheLoveForward #ChurchOfJoy #คริสตจักรแห่งความสุข#NimitmaiChristianChurch #คริสตจักรนิมิตใหม่ #ฮักกัยประเทศไทย #อัลฟ่า #หนึ่งล้านความดี

    พระธรรมนำชีวิต ตอน อย่าลืมพระคุณ Ep.1587

    Play Episode Listen Later Apr 2, 2026 3:38


    พระธรรมนำชีวิตตอน อย่าลืมพระคุณ Ep.1587ในยามที่เราอ่อนแอมีความทุกข์ เรามักจะพึ่งพาพระเจ้า แต่เมื่อช่วงเวลานั้นผ่านไป เราก็มีแนวโน้มที่จะลืมพระคุณของพระเจ้า 2 พงศ์กษัตริย์ 20:12-13 พาเรามาดูชีวิตของเฮเซคียาห์หลังจากที่พระเจ้าประทานชีวิตให้เขาอีก 15 ปี ในข้อ 12 เมื่อบาบิโลนรู้ข่าวว่าเฮเซคียาห์ป่วย จึงส่งคณะทูตมาเยี่ยมนำโดยเมโรดัคบาลาดัน ลูกชายของบาลาดัน พระราชาแห่งบาบิโลน 'และเฮเซคียาห์ได้ทรงต้อนรับพวกเขา และทรงพาพวกเขาชมคลังทรัพย์ทั้งหมดของพระองค์ ให้ชมเงิน ทองคำ เครื่องเทศ น้ำมันอย่างดี และคลังพระแสงของพระองค์ และทุกอย่างซึ่งมีในท้องพระคลัง ไม่มีสิ่งใดในพระราชวังหรือในราชอาณาจักรทั้งสิ้นของพระองค์ ซึ่งเฮเซคียาห์ไม่ได้สำแดงแก่เขา ' 2 พงศ์กษัตริย์ 20:13ไม่มีสิ่งใดที่เฮเซคียาห์ไม่ได้โชว์ให้เขาดู อันที่จริงแล้วพวกเขามาเยี่ยมเพราะรู้ว่า เฮเซคียาห์ป่วยหนัก แต่ตอนนี้พระเจ้าทรงรักษาให้เขาหายแล้ว ในมุมมองของผม สิ่งที่เฮเซคียาห์ควรทำไม่ใช่พาไปดูสิ่งที่เขามี แต่ควรเป็นพยานถึงพระเจ้าผู้ทรงรักษาเขา ตอนที่เจ็บป่วยเขาร้องไห้หันหน้าร้องทูลพระเจ้า พระเจ้าทรงฟัง แต่เมื่อเขาหายแล้วเขากลับชื่นชมความสำเร็จที่เขามี น่าแปลกที่การผ่านความตายมานั้นน่าจะทำให้เขาระลึกถึงพระคุณของพระเจ้าอยู่เสมอ แต่มันกลับทำให้เขามองความสำเร็จและสิ่งที่เขามี ขอให้เรื่องนี้เตือนใจเรา ที่เราจะอยู่ในพระคุณของพระเจ้า ระลึกถึงพระคุณของพระองค์ และขอให้เราคว้าโอกาสนั้นที่จะเป็นพยานถึงพระเจ้าผู้ทรงยิ่งใหญ่ที่ประทานความช่วยเหลือให้กับเราอย่างอัศจรรย์'จงปฏิบัติต่อคนภายนอกด้วยสติปัญญา โดยใช้โอกาสให้เป็นประโยชน์ ' โคโลสี 4:5‘…จงเตรียมพร้อมเสมอ ที่จะอธิบายกับทุกคนที่ขอทราบเหตุผลเกี่ยวกับความหวังของพวกท่าน ' 1 เปโตร 3:15b1 เปโตร ผมยกมาเฉพาะครึ่งหลัง ขอให้เราใช้โอกาสที่มีให้เป็นประโยชน์ในทางของพระเจ้า เตรียมตัวให้พร้อมที่จะประกาศความหวัง คือข่าวดี ข่าวประเสริฐเรื่องของพระเยซู เมื่อพระเจ้าช่วยเรา ตอบคำอธิษฐานเรา นำเราออกจากความทุกข์ อย่าปล่อยโอกาสนั้นผ่านไปเปล่า ๆ เพราะสิ่งที่พระเยซูทรงทำไม่ใช่แค่รักษาโรค หรือแค่ช่วยคลายความทุกข์ แต่พระเยซูทรงไถ่เราออกจากการเป็นทาสของบาปดังนั้นเมื่อพระเจ้าทรงทำงานในชีวิตเรา อย่าเก็บเรื่องนั้นไว้คนเดียว แต่ขอให้เรารีบคว้าโอกาสนั้นเพื่อเป็นพยานถึงพระเยซูวุฒิ วงศ์สรรเสริญ

    สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่2) ยิ่งทุกข์ก็ต้องยิ่งอธิษฐาน!

    Play Episode Listen Later Apr 1, 2026 5:53


    คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่2)ยิ่งทุกข์ก็ต้องยิ่งอธิษฐาน!“พระองค์เสด็จออกไปที่ภูเขามะกอกเทศตามเคย และพวกสาวกของพระองค์ก็ตามพระองค์ไป เมื่อไปถึงที่นั่นแล้ว พระองค์ตรัสกับพวกเขาว่า“จงอธิษฐานเพื่อจะได้ไม่ตกอยู่ในการทดลอง” แล้วพระองค์เสด็จไปจากพวกเขาไกลเท่าระยะหินขว้าง และทรงคุกเข่าลงอธิษฐาน ว่า “ข้าแต่พระบิดา ถ้าพระองค์พอพระทัย ขอให้ถ้วยนี้เลื่อนพ้นไปจากข้าพระองค์แต่อย่างไรก็ดี อย่าให้เป็นไปตามใจข้าพระองค์ แต่ให้เป็นไปตามพระทัยของพระองค์” [มีทูตองค์หนึ่งจากฟ้าสวรรค์มาปรากฏต่อพระองค์และช่วยชูกำลังพระองค์ เมื่อพระองค์ทรงเป็นทุกข์ พระองค์ก็ยิ่งทรงอธิษฐานอย่างจริงจังเหงื่อของพระองค์เป็นเหมือนโลหิตเม็ดใหญ่ไหลหยดลงถึงดิน] เมื่อทรงลุกขึ้นจากการอธิษฐานแล้ว พระองค์เสด็จมาหาพวกสาวก พบว่าพวกเขาหลับไปด้วยความทุกข์โศกเศร้า พระองค์จึงตรัสกับเขาว่า“หลับอยู่ทำไม? จงลุกขึ้นอธิษฐาน เพื่อท่านจะไม่ตกอยู่ในการทดลอง””‭‭~ลูกา‬ ‭22‬:‭39‬-‭46‬ ‭THSV11‬‬พระธรรมตอนนี้ บันทึกถึงช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดช่วงหนึ่งในชีวิตของพระเยซูคริสต์ในสภาพมนุษย์ ก่อนที่พระองค์จะถูกจับและถูกตรึงบนกางเขน นับเป็นภาพของ “การต่อสู้ฝ่ายจิตวิญญาณ” อย่างแท้จริง เราได้รับบทเรียนอะไรบ้าง?​พระเยซูมีวินัยฝ่ายวิญญาณ ~มีที่อธิษฐานประจำ“ตามเคย”เพื่อเข้าหาพระเจ้าในยามวิกฤติ“เสด็จไปที่ภูเขามะกอกเทศตามเคย”​พระเยซูเตือนให้เรามีวินัยในการอธิษฐานเพื่อรับมือกับ”อันตรายที่กำลังมา“คือ1).การทดลองที่อาจทำให้ล้มลงฝ่ายวิญญาณ~ไม่ให้เข้าไป2).สภาพจิตใจที่อ่อนล้าอ่อนแรงของเรา~ไม่ให้ประมาทแต่เตรียมพร้อมรับมือ“จงอธิษฐาน เพื่อจะได้ไม่ตกอยู่ในการทดลอง”​พระเยซูต้องผ่านสภาวะ“ความเป็นมนุษย์“เหมือนเราทุกประการ~ไม่อยากเจ็บปวดเช่นกัน“ข้าแต่พระบิดา ถ้าพระองค์พอพระทัย ขอให้ถ้วยนี้เลื่อนพ้นไปจากข้าพระองค์“​พระเยซูตั้งใจที่จะเชื่อฟังพระเจ้าพระบิดา~ยอมเปลี่ยนใจให้สอดคล้องพระทัยพระบิดา“แต่อย่างไรก็ดี อย่าให้เป็นไปตามใจข้าพระองค์ แต่ให้เป็นไปตามพระทัยของพระองค์” # “การอธิษฐานที่แท้จริง ไม่ใช่การเปลี่ยนพระทัยพระเจ้าแต่เป็นการเปลี่ยน “ใจเรา” ให้สอดคล้องกับพระทัยพระองค์!”​พระเยซูในสภาพมนุษย์อ่อนแรงทั้งกายและใจได้~ประสงค์การเสริมเรี่ยวแรงเช่นกัน“ [มีทูตองค์หนึ่งจากฟ้าสวรรค์มาปรากฏต่อพระองค์และช่วยชูกำลังพระองค์”​พระเยซูประสบภาวะทุกข์อย่างหนักทั้งกายและใจในเวลาเดียวกัน~ไม่ใช่ไม่มีทุกข์แต่นำทุกข์ไปหาพระเจ้า(ผ่านการอธิษฐาน)“ เมื่อพระองค์ทรงเป็นทุกข์ พระองค์ก็ยิ่งทรงอธิษฐานอย่างจริงจังเหงื่อของพระองค์เป็นเหมือนโลหิตเม็ดใหญ่ไหลหยดลงถึงดิน] “​พระเยซูฟันฝ่าความทุกข์โศกเศร้าด้วยการอธิษฐาน~จึงเตือนสาวกให้ลุกขึ้นอธิษฐาน“เมื่อทรงลุกขึ้นจากการอธิษฐานแล้ว พระองค์เสด็จมาหาพวกสาวก พบว่าพวกเขาหลับไปด้วยความทุกข์โศกเศร้า พระองค์จึงตรัสกับเขาว่า“หลับอยู่ทำไม? จงลุกขึ้นอธิษฐาน เพื่อท่านจะไม่ตกอยู่ในการทดลอง””สรุปแม้ว่าเราเชื่อในพระเจ้า และกำลังทำพันธกิจให้พระองค์แต่เราก็อาจเผชิญกับปัญหาและความทุกข์อันแสนเจ็บปวดได้เมื่อเราอธิษฐานขอ พระเจ้าอาจตอบคำทูลของเรา โดย​นำเราให้รอดพ้นไป ไม่อยู่ในปัญหา คือ ช่วยเปลี่ยนสถานการณ์ให้หรือ​เสริมกำลังเราให้ทน เพื่ออยู่กับปัญหานั้นได้ คือ1).ไม่ได้นำเอาปัญหาออกไป และไม่เปลี่ยนสถานการผณ์2).แต่ให้ “กำลัง”เราเพิ่ม เพื่อให้เราผ่านพ้นมันไปได้ หรือ3).เปลี่ยนมุมมองที่เรามีต่อปัญหาเหล่านั้นดังนั้น เราต้องระวังตัว ตื่นตัว และตื่นรู้อยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งผ่านการอธิษฐานคำเตือน:“การล้มลง มักเกิดขึ้นในช่วงที่เรา “หยุดอธิษฐาน” หรือ “หลับใหล”อยู่!”ขอให้เราจดจำไว้เสมอว่า​การอธิษฐานคือการเตรียมใจให้พร้อมรับมือกับการทดลอง~เราต้องอธิษฐานอยู่เสมอ2.พระเยซูเป็นแบบอย่างของการยอมจำนนต่อพระประสงค์~เราต้องยอมจำนนและเชื่อฟังพระเจ้าสิ้นเชิงเหมือนพระเยซูกระทำ3.พระเจ้าจะทรงเสริมกำลังเรา หากพระองค์ไม่เอาปัญหาออกไป~เราต้องรับกำลังจากพระเจ้าและเสริมกำลังพี่น้องที่อ่อนแรงด้วย4.เรามีความอ่อนแอได้ ไม่ผิด แต่~เราต้องรีบเข้าหาพระเจ้าในทันที5.เราต้องหมั่นเตือนตัวเองว่า ถ้าเราไม่อธิษฐาน เราจะอ่อนแรงโดยไม่รู้ตัว~เราต้องมีวินัยในการอธิษฐาน เพื่อไม่พลาดพลั้งล้มลง…เห็นด้วยไหมครับ?………………………………ธงชัย ประดับชนานุรัตน์ 2เมษายน2026(ตอนที่2ปีที่6) #YoutubeCJCONNECT#คริสตจักรแห่งความรัก#Churchoflove #ShareTheLoveForward #ChurchOfJoy #คริสตจักรแห่งความสุข#NimitmaiChristianChurch #คริสตจักรนิมิตใหม่ #ฮักกัยประเทศไทย #อัลฟ่า #หนึ่งล้านความดี

    พระธรรมนำชีวิต ตอน วิธีของพระเจ้า Ep.1586

    Play Episode Listen Later Mar 31, 2026 4:11


    พระธรรมนำชีวิตตอน วิธีของพระเจ้า Ep.1586เรายังคงต่อเนื่องจากคำตอบของพระเจ้าที่มาถึงเฮเซคียาห์แบบด่วนมาก ๆ พระเจ้าทรงยืนยันความซื่อสัตย์ของพระองค์ที่พระองค์ให้พระสัญญาของพระเจ้ากับคนของพระองค์ 2 พงศ์กษัตริย์ 20:7-11 ยังคงบอกเรื่องราวต่อไปให้เราเห็นถึงวิธีการของพระเจ้าในการรักษาชีวิตเฮเซคียาห์'และอิสยาห์บอกว่า “พวกท่านจงเอาขนมมะเดื่อมาอันหนึ่ง” พวกเขาก็เอามาวางไว้บนพระยอด แล้วเฮเซคียาห์ก็ทรงหายเป็นปกติ ' 2 พงศ์กษัตริย์ 20:7พวกเราอย่างเพิ่งตัดสินผมนะครับว่าผมไม่มีความเชื่อ แต่พระธรรมตอนนี้กำลังบอกถึงความเชื่อที่ต้องมีสมดุลระหว่างความเชื่อกับการแพทย์ด้วย เฮเซคียาห์มีอาการเป็นฝี หรือเป็นแผลพุพอง นี่เป็นอาการเดียวที่เกิดขึ้นกับโยบ แต่ในพระธรรมตอนนี้ไม่ได้บอกว่ามีมากตั้งแต่หัวจรดเท้าเหมือนโยบ แต่นี่เป็นอาการที่เจ็บปวดจนถึงชีวิต ขนมมะเดื่อคือมะเดื่ออบแห้งที่มีตำราการแพทย์โบราณยืนยันว่า ช่วยลดอาการอักเสบ และช่วยทำให้ฝีแตกได้รวดเร็วขึ้น พระเจ้าทรงทำงานทั้งผ่านการอัศจรรย์ และผ่านกระบวนการการแพทย์แบบปกติด้วย พระธรรมตอนนี้ทำให้เราเห็นถึงสมดุลระหว่างความเชื่อกับการรักษาทางการแพทย์ ผมขอสรุปให้ชัดตรงนี้ว่า เฮเซคียาห์ต้องตอบสนองด้วยความเชื่อโดยต้องทำตามทุกประการ แล้วพระเจ้าทรงกระทำตามพระสัญญาของพระองค์ให้เขาหายกลับมาเป็นปกติ และจะมีชีวิตต่ออีก 15 ปี ในข้อ 8 เฮเซคียาห์ต้องการการยืนยันคำตอบจากพระเจ้าผ่านท่านอิสยาห์ เขาขอหมายสำคัญ'และอิสยาห์ทูลว่า “นี้เป็นหมายสำคัญสำหรับฝ่าพระบาทจากพระยาห์เวห์ ที่พระยาห์เวห์จะทรงทำตามที่พระองค์ตรัสไว้ คือจะให้เงาคืบหน้าไปสิบขั้น หรือจะให้ย้อนกลับมาสิบขั้นดี?” ' 2 พงศ์กษัตริย์ 20:9สิ่งที่เฮเซคียาห์เลือก เขาขอให้เงาย้อนกลับมาสิบขั้น อิสยาห์จึงร้องทูลพระเจ้า แล้วพระเจ้าทรงนำเงาซึ่งเลยไปในนาฬิกาแดดของอาหัสย้อนกลับมาสิบขั้น 'ข้าแต่พระยาห์เวห์ แต่ข้าพระองค์วางใจในพระองค์ ข้าพระองค์ทูลว่า “พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าของข้าพระองค์” วันเวลาของข้าพระองค์อยู่ในพระหัตถ์ของพระองค์ ขอทรงช่วยกู้ข้าพระองค์ให้พ้นจากมือศัตรูและพ้นจากผู้ข่มเหงข้าพระองค์ ขอพระพักตร์พระองค์ทอแสงเหนือผู้รับใช้ของพระองค์ ขอทรงช่วยข้าพระองค์ให้รอดด้วยความรักมั่นคงของพระองค์ ' สดุดี 31:14-16พระเจ้าทรงเป็นผู้ควบคุมทุกอย่าง รวมทั้งเวลาในชีวิตเราด้วย พระองค์ทรงกำหนดเวลาเริ่มต้น และเวลาสิ้นสุด พระองค์ทรงกำหนดทุกช่วงเวลาและทุกเรื่องราวที่เรายังมีลมหายใจอยู่ วันนี้โดยพระสัญญาของพระเจ้า ฃคือพระเยซูคริสต์ ในพระองค์นั้น เราไม่ได้เพียงได้โอกาสครั้งที่สองเหมือนเฮเซคียาห์ แต่เราได้รับชีวิตใหม่และความหวังนิรันดร์ ดังนั้นทุกวันที่เรามีชีวิตอยู่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นเวลาที่พระเจ้าประทานให้เราเพื่อเราจะรับใช้พระองค์ ขอให้เราใช้ชีวิตเดินไปกับพระเจ้าด้วยการเชื่อฟังทำตาม โดยรู้ว่าวันนี้กับพระเจ้าคือการกำหนดอนาคตนิรันดรกาลกับพระองค์ วุฒิ วงศ์สรรเสริญ

    สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่1) อย่างนี้ต้องสรรเสริญมากขึ้นไปอีก!

    Play Episode Listen Later Mar 31, 2026 5:03


    คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่1)อย่างนี้ต้องสรรเสริญมากขึ้นไปอีก!“ความชอบธรรมของพระองค์เหมือนภูเขาสูงตระหง่านความยุติธรรมของพระองค์เหมือนที่ลึกยิ่ง ข้าแต่พระยาห์เวห์ พระองค์ทรงช่วยทั้งมนุษย์และสัตว์ให้รอด”‭‭ ~สดุดี‬ ‭36‬:‭6‬ ‭THSV11‬‬“Your righteousness is like the mountains of God, your judgments like the deep ocean. You save people and animals, O Lord.”‭‭ ~Psalms‬ ‭36‬:‭6‬ ‭GW‬‬กษัตริย์ดาวิด เชิญชวนให้เรา“มองดูพระเจ้า” ผ่านภาพธรรมชาติ 2 แบบที่ตรงกันข้ามกัน คือ ​ภูเขาสูง และ ​ที่ลึก (มหาสมุทร) เพื่ออธิบายว่าพระเจ้าทรง “มั่นคง” ดุจภูเขา และ“ลึกซึ้งเกินเข้าใจ” ดุจที่ลึกในมหาสมุทร ในเวลาเดียวกันกษัติรย์ดาวิด ทรงเปรียบ​“ความชอบธรรมของพระเจ้าเปรียบเหมือนภูเขาสูงตระหง่าน”มีความหมายว่า1).พระเจ้าทรง ถูกต้องเสมอ2).พระเจ้าทุกสิ่งที่พระองค์ทำ “ไม่มีความผิดพลาด”ทำไมต้องเปรียบกับ “ภูเขาสูง”?เพราะว่า ภูเขาในความคิดของคนโบราณนั้นก.มั่นคง ไม่สั่นคลอนข.สูงใหญ่ มองเห็นได้ชัดค.อยู่ยาวนาน ไม่เปลี่ยนแปลงง่ายกษัตริย์ดาวิดกำลังบอกให้เรามั่นใจว่า“ความชอบธรรม”ของพระเจ้านั้น“มั่นคง หนักแน่น ไม่เปลี่ยนแปลง”ใช่ครับ มนุษย์อาจ “เปลี่ยนมาตรฐาน” ของ“ความชอบธรรม”ไปตามยุคสมัยแต่พระเจ้า ไม่เคย“ลดมาตรฐานของ”ความถูกต้องเลยดังนั้น ต่อให้เราไม่เข้าใจในบางเหตุการณ์แต่พระเจ้าก็ยังคง “ถูกต้องอยู่เสมอ”​ “ความยุติธรรมของพระเจ้าเปรียบเหมือนที่ลึกยิ่ง”มีความหมายว่า1).พระเจ้าทรงตัดสินอย่างเที่ยงตรง และ สมบูรณ์2).พระเจ้าทรงเห็น “ทุกมิติ”ไม่ใช่แค่สิ่งภายนอกทำไมต้องเปรียบกับ “ที่ลึก”?คำว่า “ที่ลึก” ในภาษาฮีบรู (tehom)นี้สื่อถึง “มหาสมุทรลึก หรือ ห้วงลึกที่ไร้จุดสิ้นสุด” ที่หมายถึงก.ลึกเกินหยั่งถึงข.ไม่สามารถเข้าใจทั้งหมดค.เต็มไปด้วยความลี้ลับจึงกล่าวได้ว่าการตัดสินพิพากษาของพระเจ้านั้น“ลึกซึ้งกว่าตรรกะของมนุษย์”เราเห็นแค่ “ส่วนบน”แต่พระเจ้าเห็น “ทั้งหมด”เพราะฉะนั้นบางครั้งเรารู้สึกว่า “ไม่ยุติธรรม”แต่จริงๆ แล้ว นั่นเป็นเพราะเรา “มองเห็นไม่ลึกพอ”ช่างเป็นภาพเปรียบเทียบที่ทรงพลังมาก​ภูเขา = สิ่งที่ “มั่นคง ไม่เปลี่ยนแปลง มองเห็นได้”​ที่ลึก = สิ่งที่ “ลึกซึ้ง ลี้ลับ มองไม่เห็น”ซึ่งรวมกันหมายถึงสิ่งที่พระเจ้าทรงกระทำนั้นถูกต้องแน่นอนแต่ลึกซึ้งเกินเข้าใจ”นอกจากนี้ กษัตริย์ดาวิดยังทรงเสริมด้วยภาพที่สวยงามว่า“พระเจ้า พระยาห์เวห์ ทรงช่วยทั้งมนุษย์และสัตว์ให้รอด!”หมายความว่า​พระเจ้าทรงเป็น ผู้เลี้ยงดูและรักษาชีวิต​พระเจ้าไม่ใช่เป็นแค่ผู้พิพากษาแต่เป็นผู้ช่วยชีวิตด้วย นี่คือความสมดุลที่งดงาม เพราะ1).ทรง เป็นผู้พิพากษาที่~ตัดสินอย่างยุติธรรม (Judge)และ2).ทรง เป็นผู้ช่วยที่~รักษาให้รอดอย่างเมตตา(Savior) ทั้งก.ต่อ“มนุษย์” ~ผู้มีสติปัญญาข.ต่อ“สัตว์” ~สิ่งทรงสร้างทั้งหมดนี่บ่งบอกว่าพระเจ้าทรงห่วงใย“ทั้งระบบชีวิต” ไม่ใช่แค่บางส่วนสรุปพระเจ้า​ไม่ใช่แค่ “ผู้สร้างถูกต้อง”แต่ทรง “ลึกซึ้งเกินเข้าใจ”2.ไม่ใช่แค่ “ผู้พิพากษาที่ยุติธรรม”แต่ทรง“ช่วยชีวิตให้รอด”ดังนั้น ในเมื่อ พระเจ้าทรง1.มั่นคงเหมือนภูเขา2.ลึกซึ้งเหมือนมหาสมุทร และ3.อ่อนโยนพอที่จะช่วยทุกชีวิต!ก็ให้เรามายกย่องสรรเสริญพระเจ้า ด้วยชื่นชมยินดีและซาบซึ้งไปด้วยกันมากขึ้น…จะดีไหม?ป.ล.“สดแต่เช้า”วันนี้ เป็นตอนที่1 ตอนแรกหรือ ตอนเริ่มต้น ของปีที่6………………………………ธงชัย ประดับชนานุรัตน์ 1เมษายน2026(ตอนที่1ปีที่6) #YoutubeCJCONNECT#คริสตจักรแห่งความรัก#Churchoflove #ShareTheLoveForward #ChurchOfJoy #คริสตจักรแห่งความสุข#NimitmaiChristianChurch #คริสตจักรนิมิตใหม่ #ฮักกัยประเทศไทย #อัลฟ่า #หนึ่งล้านความดี

    พระธรรมนำชีวิต ตอน น้ำตาและพระสัญญา Ep.1585

    Play Episode Listen Later Mar 31, 2026 4:59


    พระธรรมนำชีวิตตอน น้ำตาและพระสัญญา Ep.1585เรื่องราวใน 2 พงศ์กษัตริย์ 20 มักเป็นคำถามว่า พระเจ้าของเราเปลี่ยนใจได้ด้วยเหรอ เมื่อผมได้ศึกษาคำอธิบายของ Paul House จากหนังสือนักอธิบายพระคัมภีร์ The New American Commentary ได้บอกว่า พระเจ้าทรงอนุญาตให้คำอธิษฐานของมนุษย์เข้ามามีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ได้ นี่คือความลึกลับและพระคุณอันยิ่งใหญ่ของการอธิษฐาน ผมมองว่านี่เป็นสิ่งมนุษย์อย่างเราเข้าใจได้ยากมาก แต่เราต้องใช้ความเชื่อมากกว่าความเข้าใจ'ในเวลานั้น เฮเซคียาห์ประชวรใกล้จะสิ้นพระชนม์ และผู้เผยพระวจนะอิสยาห์บุตรอามอสเข้ามาเฝ้าพระองค์ และทูลพระองค์ว่า “พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้ว่า ‘จงจัดการบ้านเมืองของเจ้าให้เรียบร้อย เจ้ากำลังจะตายและไม่ฟื้น' ” ' 2 พงศ์กษัตริย์ 20:1นี่ไม่ใช่ข่าวลือ แต่เป็นถ้อยคำที่มาจากพระเจ้าผ่านผู้เผยพระวจนะของพระองค์โดยตรง ชีวิตของเฮเซคียาห์มาถึงจุดที่ดูเหมือนต้องจบจริง ๆ'แล้วเฮเซคียาห์หันพระพักตร์เข้าข้างฝา และอธิษฐานต่อพระยาห์เวห์ว่า “ข้าแต่พระยาห์เวห์ ขอทรงระลึกว่า ข้าพระองค์ดำเนินอยู่เฉพาะพระพักตร์ของพระองค์ด้วยความซื่อสัตย์และด้วยความเต็มใจ และได้ทำสิ่งดีในสายพระเนตรของพระองค์” แล้วเฮเซคียาห์ทรงกันแสงมาก ' 2 พงศ์กษัตริย์ 20:2-3สิ่งที่เราพบในคนที่รักและยำเกรงพระเจ้า คือเมื่อได้ฟังข่าวร้าย เขานำเรื่องนั้นมาร้องทูลต่อพระเจ้า เขาหันหน้าเข้ากำแพงนี่กำลังบอกว่า เป็นการใช้เวลาส่วนตัวกับพระเจ้า โดยตัดสิ่งรบกวนทั้งหมดออก เขากันแสงหรือร้องไห้หนักมาก น้ำตาและคำอธิษฐานนี้ไม่ใช่การต่อรองกับพระเจ้าด้วยความดี แต่เฮเซคียาห์กำลังอ้างอิงถึงพระสัญญาของพระเจ้า ใน 1 พงศ์กษัตริย์ บทที่ 2 และ 9 ที่พระเจ้าให้ไว้กับดาวิดและซาโลมอนว่า หากกษัตริย์องค์ใดดำเนินชีวิตด้วยความซื่อสัตย์ พระองค์จะทรงอวยพรและปกป้อง สิ่งที่เฮเซคียาห์ทำจึงเป็นการร้องทูลเพื่อขอรับพระกรุณาคุณของพระเจ้าตามพันธสัญญาที่พระเจ้าผู้ทรงซื่อสัตย์ได้ทรงให้ไว้'และก่อนที่อิสยาห์จะออกไปถึงลานกลาง พระวจนะของพระยาห์เวห์มาถึงท่านว่า “จงกลับไปบอกเฮเซคียาห์ผู้นำประชากรของเราว่า พระยาห์เวห์พระเจ้าของดาวิดบรรพบุรุษของเจ้า ตรัสดังนี้ว่า เราได้ยินคำอธิษฐานของเจ้าแล้ว เราได้เห็นน้ำตาของเจ้าแล้ว ดูสิ เราจะรักษาเจ้า ในวันที่สาม เจ้าจะขึ้นไปยังพระนิเวศของพระยาห์เวห์ ' 2 พงศ์กษัตริย์ 20:4-5ที่ผ่านมาเรามักพบว่าคำตอบของพระเจ้าส่วนใหญ่เราต้องรอคอย เรื่องราวในวันนี้ยืนยันว่า พระเจ้ามีเวลาของพระองค์ อิสยาห์ยังเดินออกไปพ้นวังเลย พระเจ้าตอบคำอธิษฐานเฮเซคียาห์ ในข้อ 5 ยืนยันว่า พระเจ้าทรงได้ยิน พระเจ้าทรงเห็น และพระองค์จะทรงรักษา หรือพระองค์จะทรงช่วยแก้ปัญหาที่เขาร้องทูลต่อพระเจ้า ในข้อ 6 พระเจ้าตรัสว่าจะยืดอายุของเขาไปอีก 15 ปี ในข้อนี้ทิ้งท้ายไว้ว่า “และเพื่อเห็นแก่ดาวิดผู้รับใช้ของเรา” ทั้งหมดที่เกิดขึ้นนี้ไม่ใช่เพราะความดีของเฮเซคียาห์ แต่เป็นเพราะพระเจ้าทรงซื่อสัตย์ในพระสัญญาของพระองค์'พระยาห์เวห์ทรงอยู่ใกล้ผู้ที่ใจแตกสลาย และทรงช่วยผู้สิ้นหวัง ' สดุดี 34:18บางครั้งชีวิตเราก็มาถึงจุดที่เหมือนจบแล้ว แต่พระวจนะของพระเจ้าตอนนี้กำลังบอกเราว่า เมื่อเราอธิษฐาน พระเจ้าทรงได้ยิน พระองค์ทรงเห็น และพระเจ้าจะทรงทำงานช่วยเหลือคนของพระองค์ผ่านคำอธิษฐานนั้น แต่คำอธิษฐานนี้ไม่ใช่การเปลี่ยนพระทัยของพระเจ้าแต่เป็นช่องทางที่พระเจ้าทรงทำงานในชีวิตเรา จุดที่มนุษย์หมดหวังอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการอัศจรรย์ น้ำตาที่ไหลออกมานั้น เมื่อเราหันหน้ามาร้องทูลทุกเรื่องกับพระเจ้า พระเจ้าไม่เคยมองข้ามสิ่งนั้นนะครับวุฒิ วงศ์สรรเสริญ

    สดแต่เช้า”ปีที่5 (ตอนที่365) อย่างนี้ ต้องสรรเสริญ!

    Play Episode Listen Later Mar 31, 2026 6:04


    คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่5 (ตอนที่365)อย่างนี้ ต้องสรรเสริญ!“ข้าแต่พระยาห์เวห์ ความรักมั่นคงของพระองค์แผ่ไปถึงฟ้าสวรรค์ความซื่อสัตย์ของพระองค์ไปถึงเมฆ”‭‭ ~สดุดี‬ ‭36‬:‭5‬ ‭THSV11‬‬“Your love, Lord, reaches to the heavens, your faithfulness to the skies.”‭‭ ~Psalms‬ ‭36‬:‭5‬ ‭NIV‬‬กษัตริย์ดาวิด ทรงพรรณนาไว้ว่า “ข้าแต่พระยาห์เวห์ …~ความรักมั่นคงของพระองค์แผ่ไปถึงฟ้าสวรรค์ ~ความซื่อสัตย์ของพระองค์ไปถึงเมฆ ~ความชอบธรรมของพระองค์เหมือนภูเขาสูงตระหง่าน ~ความยุติธรรมของพระองค์เหมือนที่ลึกยิ่ง ข้าแต่พระยาห์เวห์ พระองค์ทรงช่วยทั้งมนุษย์และสัตว์ให้รอด”‭‭ ~สดุดี‬ ‭36‬:‭5‬-‭6‬ ‭THSV11‬‬พี่น้องเห็นด้วยไหมครับว่า พระเจ้าองค์นี้ สมควรได้รับการยกย่องสรรเสริญเทิดทูน และขอบพระคุณจากมนุษย์ทั้งปวงทั่งพิภพ!ในวันนี้ จะขอเน้นเนื้อหาเฉพาะใน พระธรรม สดุดี 36:5ที่ว่า“ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า…ความรักมั่นคงของพระองค์ยิ่งใหญ่เทียมฟ้าสวรรค์ ความซื่อสัตย์ของพระองค์สูงถึงท้องฟ้า”~‭‭สดุดี‬ ‭36‬:‭5‬ ‭TNCV‬‬จากพระธรรมข้อนี้ เราพอจะกล่าวได้ว่า​ความรักของพระเจ้านั้น “สูงเกินไขว่คว้า”1).“แผ่ไปถึงฟ้าสวรรค์”( ‭THSV11‬‬)2).“ยิ่งใหญ่เทียมฟ้าสวรรค์” ( TNCV‬‬)นั่นคือ ก.ความรักของพระเจ้า ไม่ได้เป็นเพียงแค่ความรู้สึก (ที่เดี๋ยวเพิ่มเดี๋ยวลด แปรปรวนไปมา)แต่เป็นข.ความรักของพระเจ้าเป็นความผูกพันด้วยพันธสัญญา ค.ความรักของพระเจ้าเป็นรักมั่นคงดำรงอยู่เป็นนิตย์ที่“ไม่ยอมปล่อย” แม้ว่าเราจะไม่สมควรได้รับความรักนั้นก็ตามซึ่งบ่งบอกว่า“ความรักมั่นคง((ฮีบรู: hesed))ของพระเจ้า”ที่ว่า “แผ่ไปถึงฟ้าสวรรค์” นั้น1).เป็นความรักที่ ไม่ถูกจำกัดไร้ขอบเขต 2).เป็นความรักที่สูงกว่าความล้มเหลวของมนุษย์3).เป็นความรักที่ ไม่ถูกจำกัดด้วยสภาพไม่สมบูรณ์ของเรา4).เป็นความรักที่มากล้นไม่มีวันหมดสิ้น5).เป็นความรักที่ไม่เปลี่ยนแปลง6)เป็นความรักที่ไม่ขึ้นอยู่กับความดีของเรา แต่ขึ้นอยู่กับพระคุณลักษณะอันดีงามของพระเจ้าดังนั้น อย่าให้เราวัดความรักพระเจ้าจากสถานการณ์ที่เราเผชิญอยู่สิ่งที่กษัตริย์ดาวิดตรัสก็คือ# “ไม่ว่ามนุษย์จะตกต่ำลงลึกมากแค่ไหน ความรักของพระเจ้าก็ยังคงสูงล้ำกว่าตราบนิรัดร์”​ความสัตย์ซื่อของพระเจ้านั้น “มั่นคง ครอบคลุมเสมอ”1).“ไปถึงเมฆ”(THSV11‬‬)2).“สูงถึงท้องฟ้า”(TNCV‬‬)คำว่า “ความซื่อสัตย์” (faithfulness / emunah) หมายถึง1).ความมั่นคง2). ความแน่นอน 3).ความเชื่อถือได้ดังนั้น พระเจ้ายังทรง “เป็นเหมือนเดิมเสมอ” ไม่แปรผัน“ความสัตย์ซื่อของพระเจ้า”เป็นสิ่งที่ก.มองเห็นได้ แต่เราเอื้อมไม่ถึง ไปบังคับไม่ได้เป็นเหมือนเมฆที่เรามองเห็น แต่เราควบคุมไม่ได้พระเจ้าทรงพิสูจน์ความซื่อสัตย์ของพระองค์ให้เห็นโดยไม่ขึ้นอยู่กับการควบคุมของมนุษย์ข.อยู่เหนือการเปลี่ยนแปลงของโลกเหมือนเมฆที่อยู่เหนือพื้นดินที่แปรปรวนวุ่นวายความสัตย์ซื่อของพระเจ้าจะไม่ “ไม่ถูกกระทบ” จากสถานการณ์ใดในโลกค.ครอบคลุมกว้างขวางไม่ใช่ซื่อสัตย์แค่บางครั้งบางที แต่ “ครอบคลุมทุกเวลา”ดังนั้น ต่อให้ชีวิตเรามีขึ้นมีลง แต่พระเจ้าจะ “ไม่มีวันขึ้นลง”อย่างแน่นอน!กษัตริย์ดาวิด กำลังบอกเราว่าพระเจ้าทรงรักษาพระสัญญาอยู่เสมอ แม้ว่าสิ่งต่างๆหรือมนุษย์อย่างเราจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรความรักของพระองค์จะยั่งยืน และสิ่งที่พระองค์ตรัสไว้จะสำเร็จแน่นอนเราจึงควรยึด “พระสัญญา”ของพระเจ้าไม่ใช่ยึด “ความรู้สึก”ของเราพี่น้องที่รัก กษัตริย์ ดาวิดกำลังเปรียบเทียบ 2 สิ่ง คือ​ความเปราะบาง และความล้มเหลวของมนุษย์ กับ​ความยิ่งใหญ่และความมั่นคงของพระเจ้าให้เรายึดความรักและความาัตย์ซื่อของพระเจ้าไว้เสมอ “โลกของมนุษย์อาจเต็มไปด้วยความบาปและความไม่ซื่อสัตย์แต่เหนือโลกนี้ขึ้นไปยังมีความรักมั่นคงและความสัตย์ซื่อมั่นคงของพระเจ้า ที่ไม่เปลี่ยนเลย”ดังนั้น วันนี้ ให้เรามาร้องเพลงนมัสการ และสรรเสริญขอบพระคุณสำหรับ1.ความรักมั่นคง และ2.ความสัตย์ซื่อเชื่อถือได้ ของพระเจ้าแห่งฟ้าสรรค์และพิภพนี้…จะดีไหม?ป.ล.“สดแต่เช้า”วันนี้ เป็นตอนที่365 ตอนสุดท้าย ส่งท้ายปีที่5 ตอนพรุ่งนี้ จะเป็น ตอนที่1 ของปีที่6………………………………ธงชัย ประดับชนานุรัตน์ 31มีนาคม2026(ตอนที่365ปีที่5) #YoutubeCJCONNECT#คริสตจักรแห่งความรัก#Churchoflove #ShareTheLoveForward #ChurchOfJoy #คริสตจักรแห่งความสุข#NimitmaiChristianChurch #คริสตจักรนิมิตใหม่ #ฮักกัยประเทศไทย #อัลฟ่า #หนึ่งล้านความดี

    พระธรรมนำชีวิต ตอน หยุดจำกัดพระเจ้าด้วยเหตุผล Ep.1580

    Play Episode Listen Later Mar 30, 2026 2:37


    พระธรรมนำชีวิตตอน หยุดจำกัดพระเจ้าด้วยเหตุผล Ep.1580โลกพยายามพิสูจน์ให้เราคิดว่า พระเจ้าช่วยเราไม่ได้ และมักพยายามงัดเอาเหตุผล หลักฐาน หรือตรรกะต่างๆ มาพิสูจน์ให้เราเห็นคล้อยตามว่า พระเจ้าไม่สามารถช่วยเราได้จริงๆ 2 พงศ์กษัตริย์ 19:11–13 เป็นคำพูดทิ้งท้ายของเซนนาเคอริบ โดยแสดงหลักฐานว่า พระเจ้าจะไม่สามารถช่วยเฮเซคียาห์ได้'ดูสิ ท่านได้ยินแล้วว่า บรรดาพระราชาแห่งอัสซีเรียได้ทำอะไรกับแผ่นดินทั้งหมดบ้าง คือทำลายจนสิ้น แล้วท่านเองจะรอดพ้นหรือ? ' 2 พงศ์กษัตริย์ 19:11ในข้อ 12-13 ได้บอกถึงผลงานที่เขาได้ทำลายมา เขายังยืนยันว่า พระต่าง ๆ ของเมืองนั้นไม่สามารถช่วยให้เมืองนั้น ๆ ปลอดภัยได้ แม้ว่าจะไม่ได้พูดออกมาเป็นคำพูด แต่ความหมายที่ซ่อนอยู่คือ พระเจ้าก็ช่วยเจ้าให้รอดไม่ได้หรอก วันนี้โลกยังใช้วิธีเดิม ใช้สถิติความน่าจะเป็น ใช้ประสบการณ์มาตัดสินอนาคต ใช้เหตุผลมาบอกว่า เราไม่ควรเชื่อพระเจ้า โลกใช้สิ่งที่เห็นมาปิดกั้นความเชื่อ แต่เราต้องจำไว้ว่า พระเจ้าของเราไม่ได้อยู่ภายใต้สถิติหรือเหตุผลของโลก'เพราะว่าเราดำเนินโดยความเชื่อ ไม่ใช่โดยสิ่งที่มองเห็น ' 2 โครินธ์ 5:7ความไม่เชื่อมักฟังดูมีเหตุผล แต่ความเชื่อคือการยืนอยู่บนความจริงของพระเจ้า ในฮีบรู 11:1 ได้ยืนยันว่า ความเชื่อคือความมั่นใจในสิ่งที่หวังไว้ เป็นความแน่ใจในสิ่งที่มองไม่เห็น อย่าให้เหตุผลของโลก กลายเป็นมาตรฐานในการวัดพระเจ้า เพราะพระเจ้าไม่เคยถูกจำกัดด้วยสิ่งที่มนุษย์เคยเห็น สิ่งที่เป็นไปไม่ได้สำหรับมนุษย์ ยังคงเป็นไปได้สำหรับพระเจ้าเสมอวุฒิ วงศ์สรรเสริญ

    พระธรรมนำชีวิต ตอน การช่วยเหลือของพระเจ้า Ep.1584

    Play Episode Listen Later Mar 30, 2026 3:20


    พระธรรมนำชีวิตตอน การช่วยเหลือของพระเจ้า Ep.1584เมื่อทุกอย่างถาโถมเข้ามา ขอให้เรายังคงปักหลักในความเชื่อ แม้ว่าปัญหาจะท้าทายว่า พระเจ้าช่วยเราไม่ได้ ขอให้เราเลือกเชื่อและวางใจในพระเจ้าเพราะพระองค์ทรงยิ่งใหญ่สูงสุดและสามารถจัดการทุกอย่างได้อย่างอัศจรรย์ 2 พงศ์กษัตริย์ 19:35-37 เป็นตอนสั้น ๆ ที่เราเห็นการช่วยเหลือของพระเจ้าอย่างอัศจรรย์โดยที่ความสำเร็จนั้นไม่มีมนุษย์คนไหนมาเกี่ยวข้องเลย'และอยู่มาในคืนนั้น ทูตของพระยาห์เวห์ได้ออกไป และได้ประหารคนในค่ายอัสซีเรียเสีย 185,000 คน และเมื่อคนลุกขึ้นในเวลาเช้ามืด ดูสิ พวกเขาทั้งหมดกลายเป็นศพ ' 2 พงศ์กษัตริย์ 19:35นี่คืออีกครั้งที่พระเจ้าแทรกแซง ไม่มีการสู้รบ ไม่มีแผนมนุษย์ ไม่มีใครช่วย นี่เป็นชัยชนะที่พระเจ้าทรงกระทำล้วน ๆ คนของเซนนาเคอริบมาเยาะเย้ยหมิ่นประมาณพระเจ้าด้วยเสียงดังในบทก่อนหน้านี้ แต่การแทรกแซงของพระเจ้านั้นอยู่ในคืนที่เงียบสงบ ไม่มีเสียงดาบ ไม่มีเสียงแตร แต่เมื่อพระเจ้าจัดการกองทัพที่น่ากลัวที่สุดล้มลงในคืนเดียว'ดังนั้นเซนนาเคอริบพระราชาแห่งอัสซีเรียจึงยกกลับไป และอยู่ในกรุงนีนะเวห์ ' 2 พงศ์กษัตริย์ 19:36ศัตรูที่เคยข่มขู่ ต้องถอย ในภาษาเดิมใช้คำกริยาต่อเนื่อง เพื่อเน้นว่า เขาถอนตัว เขาออกไปและเขากลับไป สิ่งที่เกิดขึ้นคือเขาแพ้อย่างราบคาบหมดรูป และบันทึกของอัสซีเรียเองก็ไม่เคยบันทึกว่า พวกเขาชนะเยรูซาเล็มได้'และอยู่มาเมื่อท่านนมัสการในนิเวศของพระนิสโรคพระของท่าน อัดรัมเมเลคและชาเรเซอร์ พระราชโอรสของท่านก็ประหารท่านด้วยดาบ และหนีไปยังแผ่นดินอารารัต และเอสารฮัดโดนพระราชโอรสของท่านก็ขึ้นครองราชย์แทน' 2 พงศ์กษัตริย์ 19:37จุดจบของความหยิ่ง คนที่เคยเยาะเย้ยพระเจ้าจบลงในวิหารของพระที่เขานมัสการโดยลุกชายของเขาเอง เราจะอยู่ในสถานการณ์ที่ถูกกดดัน โดนดูถูก แม้แต่พระเจ้าที่เราเชื่อก็ยังถูกตั้งคำถาม แต่พระวจนะของพระเจ้าในตอนนี้กำลังเตือนเราว่า พระเจ้ายังคงทำงานอยู่ แม้ในเวลาที่เรามองไม่เห็น แต่เมื่อถึงเวลาของพระองค์ทุกอย่างสามารถเปลี่ยนได้ในชั่วข้ามคืน ขอพวกเราอย่ายอมแพ้เพราะความกลัว และอย่าหยุดเชื่อแม้คำตอบอาจจะช้า เพราะพระเจ้าของเราไม่เคยช้าหรือเคยสาย ขอให้เรามั่นใจที่จะเชื่อและวางใจในพระเจ้าของเราวุฒิ วงศ์สรรเสริญ

    พระธรรมนำชีวิต ตอน พระเจ้าทรงอยู่เหนือทุกสิ่ง Ep.1582

    Play Episode Listen Later Mar 28, 2026 4:57


    พระธรรมนำชีวิตตอน พระเจ้าทรงอยู่เหนือทุกสิ่ง Ep.1582สิ่งที่เรากลัวนั้นเพราะดูเหมือนเราควบคุมมันไม่ได้ แต่จริง ๆ แล้วทุกอย่างอยู่ภายใต้การควบคุมของพระเจ้า หลังจากที่เราเรียนรู้คำอธิษฐานนของเฮเซคียาห์แล้ว 2 พงศ์กษัตริย์ 19:20-28 พาเราไปพบกับคำตอบของพระเจ้าที่ตรัสผ่านอิสยาห์ ซึ่งเป็นการตอบกลับคำขู่ของอัสซีเรียโดยพระเจ้าผู้ทรงฤทธิ์ 'แล้วอิสยาห์บุตรอามอสได้ใช้คนไปเฝ้าเฮเซคียาห์ทูลว่า “พระยาห์เวห์พระเจ้าแห่งอิสราเอลตรัสดังนี้ว่า ‘เราได้ยินคำอธิษฐานของเจ้าเรื่องเซนนาเคอริบ พระราชาแห่งอัสซีเรียแล้ว' ' 2 พงศ์กษัตริย์ 19:20คำอธิษฐานของเราต่อพระเจ้าไม่มีวันสูญเปล่าไป พระเจ้าทรงได้ยิน และทรงทราบถึงความรู้สึกของเราในทุกเหตุการณ์ พระเจ้าของเราทรงเป็นพระเจ้าผู้ไม่เคยเปลี่ยนแปลง แต่พระองค์ทรงสามารถเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ทุกอย่างได้ 'ต่อไปนี้เป็นพระวจนะที่พระยาห์เวห์ตรัสเกี่ยวกับท่านนั้นว่า ‘ธิดาพรหมจารีแห่งศิโยน ดูถูกเจ้า และเย้ยเจ้า ธิดาแห่งเยรูซาเล็มสั่นศีรษะตามหลังใส่เจ้า เจ้าเย้ยและกล่าวหยาบช้าต่อผู้ใด? เจ้าขึ้นเสียงของเจ้าต่อผู้ใด? แล้วเบิ่งตาของเจ้าอย่างเย่อหยิ่งต่อผู้ใด? ต่อองค์บริสุทธิ์แห่งอิสราเอลน่ะซิ ' 2 พงศ์กษัตริย์ 19:21-22ใน 2 ข้อนี้ พระเจ้าทรงเปลี่ยนภาพจากเดิม จากยูดาห์เป็นฝ่ายถูกข่มขู่ แต่ตอนนี้จะกลับกลายเป็นฝ่ายที่ยืนอยู่เหนือศัตรู'เจ้าได้เย้ยองค์เจ้านายด้วยผู้สื่อสารของเจ้า และเจ้าได้ว่า “ด้วยรถรบมากมายของข้า ข้าได้ขึ้นไปที่สูงของภูเขา ถึงที่ไกลสุดของเลบานอน ข้าโค่นต้นสนสีดาร์ที่สูงที่สุดของมันลง ทั้งต้นสนสามใบที่ดีที่สุดของมัน ข้าเข้าไปยังที่พักไกลลิบที่สุดของมัน ที่ป่าไม้ที่ทึบที่สุดของมัน ' 2 พงศ์กษัตริย์ 19:23สิ่งที่เขาพูดหมิ่นพระเจ้า พระองค์ก็ทรงได้ยินทุกอย่างที่คนอื่นพูดหมิ่นประมาทพระองค์ พระเจ้าทรงทบทวนให้รู้ว่าพระองค์ยังจำได้ทุกอย่าง ในข้อ 25 พระเจ้าได้ตรัสว่า “เราได้จัดไว้นานแล้ว เราได้กะแผนงานไว้แต่ดึกดำบรรพ์ ณ บัดนี้เราให้เป็นไปแล้ว” พระเจ้าทรงจะทำให้เขาหมดอำนาจและต้องอับอาย ในข้อ 27 ได้บอกว่าเพราะเขาได้หมิ่นประมาทพระเจ้าและยังข่มขู่คนของพระองค์'เพราะการเกรี้ยวกราดของเจ้าต่อเรา และความจองหองของเจ้าได้มาเข้าหูของเรา ฉะนั้นเราจะเอาขอของเราเกี่ยวจมูกเจ้าและเอาบังเหียนของเราใส่ปากเจ้า แล้วเราจะหันเจ้ากลับไปตามทาง ซึ่งเจ้ามานั้น ' 2 พงศ์กษัตริย์ 19:28จากบันทึกทางประวัติศาสตร์ เราพบว่าเซนนาเคอริบเป็นกษัตริย์ที่โหดร้ายมาก เขามักใช้ขอเกี่ยวจมูกหรือปากลากเชลยกลับไปเป็นเชลย ภาพนี้สะท้อนถึงวิธีที่อัสซีเรียเคยกระทำกับผู้อื่น และพระเจ้าทรงใช้ภาพเดียวกันนี้ เพื่อประกาศว่า พระองค์ทรงควบคุมเขาอย่างสิ้นเชิง วันนี้อยู่ภายใต้พระหัตถ์ของพระเจ้า กลับมาถึงชีวิตของเรา เรามักกลัวคนที่มีอำนาจเหนือเรา และเรากลัวสถานการณ์ที่เราควบคุมไม่ได้ แต่พระวจนะของพระเจ้าตอนนี้กำลังบอกเราว่า ความกลัวที่เรามีนั้นไม่ได้อยู่นอกเหนือการควบคุมของพระเจ้า แม้ว่าสิ่งนั่นจะดูยิ่งใหญ่แต่มันก็ยังเล็กเมื่ออยู่ในพระหัตถ์ของพระเจ้า'พระเจ้าของเราทั้งหลายอยู่ในฟ้าสวรรค์ สิ่งใดที่พอพระทัย พระองค์ก็ทรงกระทำ ' สดุดี 115:3สิ่งที่เราคิดว่าควบคุมไม่ได้ ไม่ได้หมายความว่าพระเจ้าควบคุมไม่ได้ ความกลัวที่เกิดขึ้นนั่น มันเกิดจากการมองสถานการณ์โดยไม่มีพระเจ้าอยู่ แต่ขอให้เรามีความเชื่อว่า พระเจ้าทรงอยู่เหนือทุกสิ่ง และพีะองค์ทรงครอบครองควบคุมทุกอย่าง เมื่อนั้นความกลัวก็จะหายไป และความไว้วางใจจะเข้ามาแทนที่วุฒิ วงศ์สรรเสริญ

    “สดแต่เช้า”ปีที่5 (ตอนที่363) คำถามชี้ชะตา ?

    Play Episode Listen Later Mar 28, 2026 4:41


    คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่5 (ตอนที่363)คำถามชี้ชะตา ?“พระราชาทรงโปรดปรานปากที่ชอบธรรม และผู้ที่พูดตรงไปตรงมานั้นพระองค์ทรงรัก”‭‭ -สุภาษิต‬ ‭16‬:‭13‬ ‭THSV11‬‬“Kings take pleasure in honest lips; they value the one who speaks what is right.”‭‭ ~Proverbs‬ ‭16‬:‭13‬ ‭NIV‬‬มีคำกล่าวเตือนสติไว้ว่า“อย่าพูดเพียงเพื่อสร้างความประทับใจ แต่จงพูดอย่างจริงใจ!”(Don't speak to impress~speak to be true.”คุณ Ramet Tanawangsre เล่าเรื่องหนึ่งให้ฟังว่า“ผู้จัดการสำนักงานคัดเลือกพนักงานใหม่จากผู้สมัครจำนวนมากหลังจากคัดกรองจนเหลือสี่คนสุดท้ายซึ่งมีคุณสมบัติใกล้เคียงกันอย่างยิ่งเขาจึงตัดสินใจใช้คำถามสุดท้ายเพื่อคัดเลือกคนที่เหมาะสมที่สุดเพียงคนเดียวเมื่อวันสัมภาษณ์มาถึงทั้งสี่นั่งรออยู่ในห้องประชุมอย่างเงียบงันผู้สัมภาษณ์ยิ้มเล็กน้อย ก่อนเอ่ยถามว่า“สิ่งที่เร็วที่สุด ที่คุณรู้จักคืออะไร?”ชายคนแรก(1)ตอบทันที“ความคิดครับ ….มันผุดขึ้นมาในหัวโดยไม่มีสัญญาณเตือนอยู่ ๆ ก็เกิดขึ้นทันที สำหรับผมแล้วไม่มีอะไรเร็วไปกว่านั้นแล้ว!”ผู้สัมภาษณ์พยักหน้าอย่างพอใจแล้วหันไปหาคนที่สองชายคนที่สอง(2)ยิ้มบาง ๆ ก่อนตอบว่า“ผมคิดว่าเป็นการกะพริบตาครับ…มันเกิดขึ้นและหายไปในพริบตาเดียวเร็วเสียจนบางครั้งเราไม่ทันรู้ตัวด้วยซ้ำ!”“ยอดเยี่ยมมาก” ผู้สัมภาษณ์กล่าวขึ้นก่อนหันไปหาชายคนที่สามชายคนที่สาม(3)นิ่งคิดเล็กน้อยแล้วตอบอย่างมั่นใจว่า”สวิตช์ไฟหน้าบ้านครับ แค่กดเท่านั้นไฟในโรงนาไกลออกไป ก็สว่างขึ้นทันทีผมคิดว่าแสงไฟนั่นแหละครับ เร็วที่สุด!”คำตอบนั้นทำให้ผู้สัมภาษณ์ประทับใจไม่น้อย เขาเริ่มคิดในใจว่าอาจได้คนที่ต้องการแล้วก่อนที่เขาจะหันไปหาชายคนสุดท้ายชายคนที่สี่(4)เงยหน้าขึ้นแววตาจริงจังผิดจากคนอื่นๆก่อนหน้าแล้วตอบอย่างเรียบๆว่า“สำหรับผม…สิ่งที่เร็วที่สุดคือท้องเสียครับ!”บรรยากาศทั้งห้องเงียบงันไปชั่วขณะผู้สัมภาษณ์เบิกตากว้างด้วยความตกใจชายคนนั้นรีบอธิบายต่อทันทีว่า“เมื่อวานผมรู้สึกไม่ค่อยดีรีบวิ่งเข้าห้องน้ำแต่ก่อนที่ผมจะทันคิด ทันกะพริบตาหรือแม้แต่ทันจะเปิดไฟ…”เขาหยุดนิดหนึ่งก่อนยิ้มเขิน ๆ“…ทุกอย่างก็สายไปแล้วครับ!”ผู้สัมภาษณ์นิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะหัวเราะออกมา!บางครั้ง คำตอบที่ดีที่สุดอาจไม่ใช่คำตอบที่ดูสวยงามไพเราะ น่าฟังที่สุดแต่คือ…คำตอบที่ซื่อสัตย์ ตรงไปตรงมาที่สะท้อนความเป็นจริงของชีวิตได้อย่างชัดเจนที่สุด!ใช่ครับ …เขาคือคนที่ได้งานนั้นไป!“ขอให้ดำเนินชีวิตตามที่พระธรรมสุภาษิตกล่าวไว้ว่า“กษัตริย์ทรงชื่นชมวาจาอันซื่อตรงทรงรักผู้ที่พูดความจริง!”‭‭ ~สุภาษิต‬ ‭16‬:‭13‬ ‭TNCV‬‬ใช่ครับ คนที่กล่าววาจาซื่อตรงอย่างตรงไปตรงมา คือคนที่1.พระราชารัก และ2.เจ้านายโปรดปราน!คนอย่างนี้ ไม่มีวันถูกทอดทิ้ง!วันนี้… คุณเป็นอย่างนี้หรือเปล่าครับ?………………………………ธงชัย ประดับชนานุรัตน์ 29มีนาคม2026(ตอนที่363ปีที่5) #YoutubeCJCONNECT#คริสตจักรแห่งความรัก#Churchoflove #ShareTheLoveForward #ChurchOfJoy #คริสตจักรแห่งความสุข #NimitmaiChristianChurch #คริสตจักรนิมิตใหม่ #ฮักกัยประเทศไทย #อัลฟ่า #หนึ่งล้านความดี

    “สดแต่เช้า”ปีที่5 (ตอนที่362) เวลาขัดแย้งกันในโบสถ์ จะแก้ไขอย่างไรดี?

    Play Episode Listen Later Mar 27, 2026 5:45


    คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่5 (ตอนที่362)เวลาขัดแย้งกันในโบสถ์ จะแก้ไขอย่างไรดี?“หากพี่น้องของท่านคนหนึ่งทำผิดต่อท่าน จงไปหาและชี้ความผิดต่อเขาสองต่อสองเท่านั้น ถ้าเขาฟังท่าน ท่านจะได้พี่น้องคืนมา”‭‭ ~มัทธิว‬ ‭18‬:‭15‬ ‭THSV11‬‬“If your brother or sister sins, go and point out their fault, just between the two of you. If they listen to you, you have won them over.”‭‭ ~Matthew‬ ‭18‬:‭15‬ ‭NIV‬‬มีคนจำนวนมากชอบมาถามผมว่า “เวลาเกิดความขัดแย้งกันในโบสถ์ หรือ เวลาเห็นคนบางคนทำอะไรไม่ดี …เราควรจะจัดการแก้ไขเรื่องนั้นอย่างไรดี?”ดีที่พระเยซูคริสต์ทรงประทานแนวทางในการจัดการแก้ไขปัญหานั้นไว้ให้อย่างชัดเจนใน พระธรรม มัทธิว18:15~17โดยพระองค์ทรงย้ำเตือนว่า เป้าหมายในการแก้ไขปัญหานั้นไม่ใช่เพื่อการทำลายหรือการกำจัดคนทำผิดบาปแต่เพื่อให้เกิด “การคืนดี” และ “การกอบกู้ความสัมพันธ์“ที่ดีงามกลับคืนมาโดยทรงให้แนวทางขั้นตอนในการแก้ไขความขัดแย้งไว้เป็น 4 ขั้นตอน ดังนี้​ให้ไปหาคู่กรณีเป็นการส่วนตัว~ในรอบแรก“หากพี่น้องของท่านคนหนึ่งทำผิดต่อท่าน จงไปหาและชี้ความผิดต่อเขาสองต่อสองเท่านั้น“~มัทธิว‬ ‭18‬:‭15‬ก ‭THSV11‬‬​หลักการ คือให้ปกป้องศักดิศรีของทั้ง2ฝ่ายเป็นการภายในอย่างเป็นการส่วนตัวก่อนโดยให้เกียรติและพูดความรู้สึกจากใจจริงแก่กันด้วยความรักไม่ใช่การเปิดโปงและประจานให้อีกฝ่ายต้องอับอาย แต่ให้โอกาสกลับใจ​เป้าหมาย คือให้เกิดการคืนดี: “ได้พี่น้องคืนมา” ไม่ใช่การเอาชนะหรือทำลาย“…ถ้าเขาฟังท่าน ท่านจะได้พี่น้องคืนมา”~‭‭มัทธิว‬ ‭18‬:‭15‬ข THSV11‬‬​ให้ไปพร้อมกับพยานร่วมรับรู้ ~ในรอบที่2“แต่ถ้าเขาไม่ฟังท่าน จงพาอีกคนหนึ่งหรือสองคนไปด้วย เพื่อให้คำพูดทุกคำได้รับการยืนยันด้วยปากของสองสามคนเพื่อทุกคำจะเป็นหลักฐานได้”‭‭ ~มัทธิว‬ ‭18‬:‭16‬ ‭THSV11‬‬​หลักการ คือ ให้เพิ่มความน่าเชื่อถือและความยุติธรรมและป้องกันการเข้าใจผิด หรืออคติส่วนตัว​เป้าหมายไม่ใช่การ “รวมพรรคพวก” เพื่อเล่นงานอีกฝ่ายแต่เป็นการแสวงหาความจริงร่วมกัน เพื่อให้ทุกคำพูดได้รับการยืนยันอย่างเที่ยงธรรม​ให้ไปบอกต่อคริสตจักร(คณะผู้นำและที่ประชุมรวมสมาชิก)เพื่อตัดสิน~ในรอบที่3 “ถ้าเขาไม่ฟังคนเหล่านั้น จงไปแจ้งต่อคริสตจักร…”~มัทธิว‬ ‭18‬:‭17‬ก ‭THSV11‬‬​หลักการ คือ ไม่ปล่อยให้เรื่องนี้เป็นแค่เรื่องส่วนตัวของ2ฝ่ายนี้อีกต่อไป แต่ให้ตระหนักว่า หากไม่จัดการให้ทันท่วงทีก็จะส่งผลกระทบเสียหายต่อชุมชนของเรา​เป้าหมาย คือให้คริสตจักรมีบทบาทในการ ดูแล ฟื้นฟู และตักเตือนกัน เป็นดุจ “ครอบครัวฝ่ายวิญญาณ”ที่ทุกตนล้วนมีความรับผิดชอบในการช่วยกันรักษาความบริสุทธิ์และความรักไว้ในคริสตจักร​ให้ยอมรับผลการตัดสินของคริสตจักร ไม่ว่าจะออกมาเป็นอย่างไร~ให้ถือเป็นเด็ดขาด“…ถ้าเขายังไม่ฟังคริสตจักรอีก ก็ให้ถือว่าเขาเป็นเหมือนคนต่างชาติหรือคนเก็บภาษี”‭‭ ~มัทธิว‬ ‭18‬:‭17‬ข ‭THSV11‬‬​หลักการ คือ ให้ถือว่านี่เป็นขั้นตอนสุดท้าย ถ้าเขา “ปฏิเสธการกลับใจอย่างต่อเนื่อง” นั่นหมายถึงเขาเลือกแยกออกจากความสัมพันธ์ฝ่ายวิญญาณของคริสตจักรแล้ว​เป้าหมาย ไม่ใช่ “ตัดทิ้งเขาออกไปด้วยความเกลียด“แต่ให้“เปลี่ยนสถานะ”ของเขา จาก“คนที่เป็นพี่น้อง” ให้เป็น “คนที่ยังไม่กลับใจ ที่จำเป็นต้องได้รับประกาศให้กลับใจและนำกลับคืนมาหาพระเจ้าด้วยความรัก”สรุปหัวใจ ในการจัดการกับคน”ที่เราคิดว่าทำผิด“ ตามพระธรรมตอนนี้ คือ​ให้เริ่มต้นด้วยความรักและความถ่อมใจ​ให้มุ่งฟื้นฟูความสัมพันธ์ไม่ใช่ทำลาย​ให้โอกาสกลับใจเป็นลำดับขั้นตอน​ให้รักษาความบริสุทธิ์ควบคู่กับความเป็นหนึ่งของชุมชน​ให้ยังคงรักและหวังให้เขากลับคืนมาอีกครั้ง แม้เขาจะถูกตัดออกไปแล้วก็ตามดังนั้น พี่น้องที่รักหากเรามีความขัดแย้งหรือมีคู่กรณี ก็จง1).อย่าพูดลับหลังเขา แต่จงกล้าคุยตรง ๆ กับเขาเป็นส่วนตัวด้วยใจรัก2).อย่ารีบตัดสินเขา แต่จงให้โอกาสเขาปรับปรุงแก้ไขตัวเองตามขั้นตอน3).อย่าเก็บความไม่พอใจไว้นานจนบานปลาย เมื่อมีโอกาสให้รีบเคลียร์ตามระเบียบวินัยของคริสตจักรขอย้ำว่า คริสตจักร ต้องมีทั้ง ก.ความรัก และข.ความจริง ควบคู่กันนั่นคือ “การตักเตือนที่แท้จริง ไม่ใช่การอ้างความจริงที่เกิดมาจากความโกรธเกลียดแต่เกิดจากความรักที่ไม่ยอมปล่อยให้อีกฝ่ายหลงผิด หรือ หลงทาง!”…อาเมนไหมครับ?………………………………ธงชัย ประดับชนานุรัตน์ 28มีนาคม2026(ตอนที่362ปีที่5) #YoutubeCJCONNECT#คริสตจักรแห่งความรัก#Churchoflove #ShareTheLoveForward #ChurchOfJoy #คริสตจักรแห่งความสุข #NimitmaiChristianChurch #คริสตจักรนิมิตใหม่ #ฮักกัยประเทศไทย #อัลฟ่า #หนึ่งล้านความดี

    พระธรรมนำชีวิต ตอน ที่มาของคำตอบ Ep.1581

    Play Episode Listen Later Mar 27, 2026 3:43


    พระธรรมนำชีวิต ตอน ที่มาของคำตอบ Ep.1581เราทำอย่างไรเมื่อมีปัญหา หรือมีความทุกข์ที่เกินกว่าจะหาทองออก เราพยายามแก้ปัญหานั้นด้วยตัวเอง หรือนำเรื่องนั้นไปร้องทูลกับกับพระเจ้า 2 พงกษัตริย์ 19:14-34 เป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากมากของเฮเซคียาห์ เขานำเรื่องนั้นมาร้องทูลต่อพระเจ้า พระเจ้าทรงตอบเขา และประทานพระสัญญาในการปกป้องช่วยเหลือเขาและยูดาห์ไว้ วันนี้เราจะมาสังเกตดูในส่วนแรก คือการนำปัญหามาทูลต่อพระเจ้า 2 พงกษัตริย์ 19:14-19 หลังจากที่เซนนาเคอริบต้องกลับไปปกป้องประเทศตามข่าวที่ได้ยินมา เขาส่งคนไปยื่นจดหมายที่แสดงหลักฐานถึงเมืองต่าง ๆ ที่เขาได้ทำลายมาและขู่ว่า พระเจ้าก็ไม่สามารถช่วยเฮเซคียาห์และยูดาห์ได้ 'เฮเซคียาห์ทรงรับจดหมายจากมือของผู้สื่อสารและทรงอ่าน และเสด็จขึ้นไปยังพระนิเวศของพระยาห์เวห์ และเฮเซคียาห์ทรงคลี่จดหมายนั้นออกเฉพาะพระพักตร์พระยาห์เวห์ ' 2 พงศ์กษัตริย์ 19:14สิ่งแรกที่เฮเซคียาห์ทำไม่ใช่การวางแผน แต่คือการเข้าเฝ้าพระเจ้า คำอธิษฐานของเขาน่าสนใจมาก ข้อ 15 เขาเริ่มจากการยกย่องสรรเสริญพระเจ้าว่า พระองค์เป็นพระเจ้าแต่เพียงผู้เดียว ผู้ทรงครอบครองและผู้ทรงสร้างทุกสิ่ง เขาไม่ได้เริ่มจาก ปัญหาแต่เริ่มจากการสรรเสริญพระเจ้า ในข้อ 17–18 เขายอมรับความจริงว่าอัสซีเรียแข็งแกร่ง และได้ทำลายชนชาติต่าง ๆ จริง แต่เขามองว่าที่พระหล่านั้นที่ถูกทำลายไม่ใช่พระเจ้าเที่ยงแท้ แต่พระเหล่านั้นเป็นเพียงไม้และหิน เป็นผลงานที่มนุษย์สร้าง ผมมองว่าที่มาของคำตอบอยู่ในข้อนี้'ฉะนั้นบัดนี้ ข้าแต่พระยาห์เวห์ พระเจ้าของข้าพระองค์ทั้งหลาย ขอทรงช่วยพวกข้าพระองค์ให้พ้นมือของเขา เพื่อราชอาณาจักรทั้งสิ้นแห่งแผ่นดินโลกจะทราบว่า พระองค์คือพระยาห์เวห์ ทรงเป็นพระเจ้าแต่องค์เดียว” ' 2 พงศ์กษัตริย์ 19:19หลายครั้งเมื่อเราอธิษฐาน เรามักจดจ่ออยู่ที่ตัวเองกับปัญหา จดจ่ออยู่กับความต้องการของตัวเราเอง แต่พระธรรมตอนนี้สอนเราผ่านคำอธิษฐานของเฮเซคียาห์ว่า ที่มาของคำตอบ คือต้องเริ่มต้นจากพระเจ้า มองปัญหาด้วยความจริง และขอให้คำตอบที่เราได้รับนั้นจะมุ่งไปสู่พระสิริและการสรรเสริญพระเจ้า เมื่อเรานำปัญหามาของเรามาวางต่อพระเจ้า คำอธิษฐานของเราเป็นแค่การขอให้รอดและสุขสบายหรือเปล่า แต่วันนี้ขอให้คำตอบที่เราได้รับนั้นจะกลายเป็นช่องทางที่ทำให้เราและผู้คนได้สรรเสริญถึงพระเกียรติสิริของพระเจ้าวุฒิ วงศ์สรรเสริญ

    สดแต่เช้า ปีที่5 (ตอนที่361) ความโปรดปราน & ชื่อเสียงดี?

    Play Episode Listen Later Mar 27, 2026 5:04


    คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่5 (ตอนที่361)ความโปรดปราน & ชื่อเสียงดี?“ดังนั้น จงหาความโปรดปรานและชื่อเสียงดี ในสายพระเนตรพระเจ้า และในสายตามนุษย์”‭‭ ~สุภาษิต‬ ‭3‬:‭4‬ ‭THSV11‬‬“Then you will win favor and a good name in the sight of God and man.”‭‭ ~Proverbs‬ ‭3‬:‭4‬ ‭NIV‬‬พระคัมภีร์ตอนนี้(สุภาษิต 3:4) คำแปลดูเหมือนว่าเป็นคำสั่งให้“ไปหาความโปรดปราน”แต่แท้จริงแล้ว ความโปรดปรานเป็นผลลัพธ์จากการกระทำตามข้อก่อนหน้านั้น (สุภาษิต3:3) “อย่าให้ความจงรักภักดีและความซื่อสัตย์ทอดทิ้งเจ้าจงพันมันไว้รอบคอของเจ้าจงเขียนมันไว้บนแผ่นจารึกแห่งหัวใจของเจ้า”‭‭ ~สุภาษิต‬ ‭3‬:‭3‬ ‭THSV11‬‬นั่นคือ หากว่าเรา ดำเนินชีวิตอย่างถูกต้อง “ไม่ละทิ้งความจงรักภักดี(ความรักมั่นคง)และความซื่อสัตย์”ความ โปรดปรานทั้งจากพระเจ้าและมนุษย์ ก็จะเกิดขึ้นกับเรา!ให้เรามาดูความหมายกันอีกสักนิด​”ความโปรดปราน”ในที่นี้ ไม่ได้เกิดจากการกระทำของเราที่มุ่งเอาใจคน จากแรงจูงใจเพื่อตนเองในบางอย่างแต่เป็นการได้รับกาายอมรับอย่างแท้จริง ทั้งจากพระเจ้าและมนุษย์ 1).ในสายพระเนตรพระเจ้า ~พระเจ้าทรงพอพระทัยชีวิตที่เปี่ยมด้วยความจงรักภักดีและความสัตย์ซื่อต่อพระเจ้าอย่างเป็นธรรมชาตินั้น2).ในสายตามนุษย์ ~คนรอบข้างสัมผัสได้ถึง ความดี และความน่าเชื่อถืออย่างจริงใจนั้นได้ความโปรดปรานนี้ จึงไม่ใช่เป็นเพียง “ภาพลักษณ์” ที่ถูกสร้างขึ้นจากการพยายามทำของตัวเราเองแต่เป็น “ชีวิตแท้”ที่เป็นผลจากการกระทำของพระวิญญาณของพระเจ้าผู้สถิตอยู่ในเราเมื่อเราสัตย์ซื่อและจงรักภักดีต่อพระเจ้าอย่างสิ้นเชิงคนที่แสวงหาความโปรดปรานจากมนุษย์อย่างเดียว หรือ ที่เรียกว่า “หิวแสง”อาจได้แค่ “ความนิยม”ชั่วคราวชั่วครู่จากคนที่ไม่รู้จักตัวเขาจริงๆแต่คนที่ดำเนินชีวิตกับพระเจ้าจะได้ “ความโปรดปราน“ที่ลึกซึ้งอย่างยั่งยืนจากคนที่รู้จักกำพืดของเขาจริงๆ​“ชื่อเสียงดี” ในที่นี้ ไม่ใช่ชื่อเสียงโด่งดัง (จากการปั่น) แต่คือ “ตัวตนมีคุณค่าที่แท้จริง หรือ“ความน่าเชื่อถือที่มีน้ำหนัก”คำว่า “ชื่อเสียงดี” ในภาษาฮีบรู มีความหมายถึง“ความเข้าใจดี และ ปัญญาที่ทำให้คนเชื่อถือ”หมายความว่า1).คนอื่นเชื่อใจในคำพูดของคุณ2).คนอื่นเห็นความคงเส้นคงวาสม่ำเสมอในชีวิตของคุณ 3).คนอื่นยอมรับชีวิตของคุณเพราะว่ามี “มีน้ำหนัก(จากคุณค่า)” ไม่ใช่มีเพียงแค่ “เสียงดัง”(จากการโฆษณา)ตัวเองโลกนี้ ให้ค่า กับ “ชื่อเสียง” (fame)แต่พระคัมภีร์ให้ค่ากับ “ความน่าเชื่อถือ”(credibility)!พี่น้องที่รักเราจึงพึงมีความสัมพันธ์ ทั้งมิติแนวตั้งและแนวนอน​แนวตั้ง — กับพระเจ้าคือมีชีวิตที่ซื่อสัตย์ จงรักภักดี และยำเกรงพระเจ้าที่นำไปสู่การเป็นที่พอพระทัยของพระองค์​แนวนอน — กับมนุษย์คือชีวิตแบบเดียวกันกับแนวตั้งที่สะท้อนออกมาในความสัมพันธ์กับคนอื่นๆซึ่งแน่นอนว่า ถ้าหากความสัมพันธ์ของเราถูกต้องกับพระเจ้าความสัมพันธ์ของเรากับคนอื่นๆ ก็จะค่อยๆ ถูกจัดให้ถูกต้องเข้าที่เข้าทางด้วยเช่นกันดังนั้น เราต้องเตือนตัวเองเสมอว่า เราไม่ได้ทำดี“เพื่อให้คนชอบ” แต่เราเป็นคนดีที่เต็มด้วยความรักและความสัตย์จริง แล้วผลที่ตามมา ก็คือ คนจะเชื่อถือและโปรดปรานเราหลักการของพระเจ้าจึง1.ไม่ใช่ “แสดง” แต่ “เป็น”2.ไม่ใช่ “สร้างภาพ” แต่ “สร้างชีวิต”ให้เป็นอย่างพระเยซูคริสต์โดยฤทธิ์เดขของพระวิญญาณบริสุทธิ์พระเยซูไม่ได้พยายาม “ทำให้คนพอใจ”แต่ทรงดำเนินในความจริงและความรักผลที่ตามมา ก็คือ ชีวิตของพระองค์ เป็นที่โปรดปรานของพระเจ้าพระบิดาและคนทั่วโลกที่ต่างก็ชื่นชมยกย่องพระองค์ดังนั้น ขอให้ชีวิตของเรา เป็นที่โปรดปราน เช่นเดียวกับที่กล่าวมา …จะดีไหมครับ?………………………………ธงชัย ประดับชนานุรัตน์ 27มีนาคม2026(ตอนที่361ปีที่5) #YoutubeCJCONNECT#คริสตจักรแห่งความรัก#Churchoflove #ShareTheLoveForward #ChurchOfJoy #คริสตจักรแห่งความสุข #NimitmaiChristianChurch #คริสตจักรนิมิตใหม่ #ฮักกัยประเทศไทย #อัลฟ่า #หนึ่งล้านความดี

    สดแต่เช้า ปีที่5 (ตอนที่360) คุณเคยถูกใครชักดาบไหม?

    Play Episode Listen Later Mar 25, 2026 5:09


    คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่5 (ตอนที่360)คุณเคยถูกใครชักดาบไหม?“คนอธรรมขอยืม และไม่คืนแต่คนชอบธรรมใจกว้างและแจกจ่าย”‭‭ ~สดุดี‬ ‭37‬:‭21‬ ‭THSV11‬‬“The wicked borrow and do not repay, but the righteous give generously;”‭‭ ~Psalms‬ ‭37‬:‭21‬ ‭NIV‬‬เกร็ด หรือ ที่มาของคำว่า"ชักดาบ"มีอยู่ว่า"ชักดาบ" คือ“อาการดึงดาบออกจากฝัก ”แล้ว ทำไมจึงนำมาใช้กับ​”คนที่ซื้อของแล้วโกง คือไม่ยอมจ่าย“ ​”คนที่ยืมของแล้วไม่ส่งคืน“ หรือ ​”คนที่ใช้บริการแล้วไม่จ่ายค่าบริการ“เรื่องนี้ มีที่มาว่า“ ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ ญี่ปุ่นบุกประเทศไทย กองทัพญี่ปุ่นกรีฑาเข้ามาตั้งอยู่ในประเทศไทย นายทหารญี่ปุ่นจะมีดาบซามูไร ถือประจำตัวมีอยู่คราวหนึ่ง มีทหารญี่ปุ่นกลุ่มหนึ่งประมาณสิบคน เข้าไปกินก๋วยเตี๋ยวในร้านแห่งหนึ่ง หลังจากกินกันอิ่มแล้ว เจ้าของร้านเดินไปจะคิดตังค์ นายทหารญี่ปุ่นเห็นเจ้าของร้านเดินมาจะคิดตังค์ค่าก๋วยเตียว จึงชักดาบออกจากฝักให้เจ้าของร้านเห็น เป็นทำนองข่มขู่ไม่ยอมจ่ายเงิน เจ้าของร้านเห็นก็เข้าใจ เดินถอยหลังกลับ ยอมให้ทหารญี่ปุ่นกินฟรีเหตุการณ์ครั้งนี้ เป็นที่โจษจันกันอย่างแพร่หลาย ครึกโครมและมีการพูดต่อๆกันว่า ถ้าทหารญี่ปุ่นเข้าไปซื้อของอะไรที่ร้านใหน ก็ให้เตรียมใจไว้ก่อนเลย ว่าจะโดนทหารญี่ปุ่น "ชักดาบ"ตั้งแต่นั้นมา คำว่า "ชักดาบ"จึงเป็นคำที่ใช้กับอาการที่ใครก็ตาม​ซื้อของแล้วไม่จ่าย​ยืมของแล้วไม่คืน ​ใช้บริการอะไรแล้วไม่จ่ายค่าบริการ”ชักดาบ“ จึงเป็นวีรกรรมหนึ่ง ของทหารญี่ปุ่นในประเทศไทยที่กลายมาเป็นคำศัพท์ที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย มาจนถึงปัจจุบัน(พจนานุกรม ฉบับมติชน ,๒๕๔๗)การชักดาบในความหมายนี้ เป็นสิ่งที่เราไม่อยากให้เกิดขึ้นในสังคมไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในคริสตจักร!เพราะเป็นประสบการณ์ที่สร้างความเจ็บปวดเสียใจ และ ความผิดหวังอย่างรุนแรงให้แก่คนดีมีน้ำใจ ที่เมตตากรุณาให้คนขัดสนได้ยืมเงินเพื่อจะรอดพ้นจากสถานการณ์ที่ย่ำแย่ซึ่งเผชิญอยู่แต่เมื่อถูกชักดาบ อย่างไร้มโนธรรมเช่นนี้จิตใจอันสวยงามของคนจิตใจงามเหล่านี้ก็…แตกสลาย!พระคัมภีร์เรียกคน“ชอบยืม”และ “ชักดาบ” เช่นนี้ว่า “คนชั่ว!”“คนชั่วขอยืมแล้วไม่ใช้คืน ส่วนคนชอบธรรมให้ด้วยใจกว้างขวาง”‭‭ ~สดุดี‬ ‭37‬:‭21‬ ‭TNCV‬‬“The wicked borrow and never pay back, but good people are generous with their gifts.”‭‭ ~Psalm‬ ‭37‬:‭21‬ ‭GNT‬‬พี่น้องที่รักขอให้เรา1.อย่าเป็นคนชั่วแบบนี้ และ2.อยู่ห่างไกลจากคนชั่ว แบบนี้…จะดีไหม?………………………………ธงชัย ประดับชนานุรัตน์ 26มีนาคม2026(ตอนที่360ปีที่5) #YoutubeCJCONNECT#คริสตจักรแห่งความรัก#Churchoflove #ShareTheLoveForward #ChurchOfJoy #คริสตจักรแห่งความสุข #NimitmaiChristianChurch #คริสตจักรนิมิตใหม่ #ฮักกัยประเทศไทย #อัลฟ่า #หนึ่งล้านความดี

    “สดแต่เช้า”ปีที่5 (ตอนที่359) คุณทำเงินตกค่ะ!

    Play Episode Listen Later Mar 24, 2026 5:36


    คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่5 (ตอนที่359)คุณทำเงินตกค่ะ!“พวกท่านจงมีใจเมตตากรุณาเหมือนอย่างพระบิดาของท่านมีพระทัยเมตตากรุณา”‭‭ ~ลูกา‬ ‭6‬:‭36‬ ‭THSV11‬‬“Be merciful, just as your Father is merciful.”‭‭ ~Luke‬ ‭6‬:‭36‬ ‭NIV‬‬ผมได้อ่านเรื่องหนึ่งที่คุณRamet Tanawangsre ถอดความมาแล้วรู้สึกประทับใจยิ่งนัก จึงขอนำมาแบ่งปัน ดังนี้“…บัตรจ่ายเงินของหนุ่มคนหนึ่งถูกปฏิเสธซ้ำแล้วซ้ำเล่าในขณะที่เขาพยายามจ่ายค่านมผงและผ้าอ้อมของลูกน้อย“ลองอีกครั้งนะครับ” เขาพูดเสียงสั่นแต่เครื่องตอบกลับด้วยคำว่า”ใช้ไม่ได้“ เหมือนเดิมชายหนุ่มคนนี้ สวมเสื้อทำงานสีเทาขาดๆ กางเกงเปื้อนดินแห้งและรองเท้าหัวเหล็กทิ้งคราบฝุ่นไว้บนพื้นร้านของในรถเข็นมีเพียงของจำเป็นไม่กี่อย่าง แต่ยอดเงินนั้น กลับเกินกำลังของเขาที่จะจ่ายคนต่อแถวเริ่มถอนหายใจ แสดงความไม่พอใจฉันเอง(ผู้เขียน)ก็รู้สึกเหนื่อย และหงุดหงิดเล็กๆชายหนุ่มคนนั้นค่อยๆ เอาของออกจากสายพานทีละชิ้น ราวกับว่ากำลังตัดใจจากสิ่งจำเป็น“เอาเนยออกครับ… ขนมปังด้วย”เขามองแผ่นอนามัยอย่างลังเลที่สุดเขากลืนน้ำลายแล้วพูดเบาๆ โดยไม่มองใคร“ภรรยาผมเพิ่งคลอด ยังเลือดออกไม่หยุด”ความเงียบปกคลุมทั้งแถวในทันทีเขาพูดต่อโดยเร็วเหมือนความอับอายกำลังไหลทะลัก“นมกับผ้าอ้อมต้องเอาไว้ ลูกผมยังมีไข้…ผมเพิ่งเลิกงานกะคู่ เงินน่าจะเข้าแล้ว”ชายหนุ่มลองรูดบัตรอีกครั้งแต่คำตอบก็ยังคงเดิม—คือ”ใช้ไม่ได้!“ฉันมองไปที่มือของเขา ทั้ง แตก แห้ง และเต็มไปด้วยร่องรอยของการทำงานหนักนั่นไม่ใช่มือของคนเกียจคร้านแต่เป็นมือของคนที่พยายามทุกทางแล้วจริงๆ!ภาพนั้นทำให้ฉันนึกถึงสามีในอดีตในวันที่เราก็เคยยืนจนมุมแบบเดียวกันไม่มีใครยื่นมือเข้ามาช่วยเราต้องอด และใช้ชีวิตต่อไปอย่างเงียบๆฉันหยิบเงินฉุกเฉินออกจากกระเป๋าเงินที่ตั้งใจเก็บไว้ใช้กับตัวเองเมื่อคราวจำเป็นฉันแตะรถเข็นเขาแล้วพูดเบาๆ“คุณทำเงินตกนะคะ”เขามองฉัน แล้วมองธนบัตรในมือแววตาเต็มไปด้วยความเข้าใจและลังเล“ผมไม่ได้ทำตกครับ” เขาพูดเสียงแผ่ว“คุณทำตกค่ะ!”ฉันพูดให้ดังขึ้นเล็กน้อยเพราะศักดิ์ศรีบางครั้งก็ต้องได้รับการปกป้องเขารับเงินไป มือสั่นจนแทบถือไม่อยู่แล้วหันกลับไปหาพนักงานคิดเงิน“เอาขนมปังกลับมาด้วยครับ” เขาพูดเบาๆ“แล้วก็เนย… กับอันนั้นด้วย”พนักงานสแกนของทั้งหมดโดยไม่พูดอะไรเขาค่อยๆ เก็บของ ราวกับพยายามประคองตัวเองตอนเดินผ่านฉัน เขาไม่ได้พูดขอบคุณทำได้เพียงพยักหน้าเบาๆ ให้ ด้วยน้ำใสๆเอ่อคลอในดวงตาแต่การพยักหน้านั้น บอกทุกอย่างแล้วในวันที่ชีวิตบีบคั้นจนไม่มีคำอันใดเหลือให้กล่าววันนั้น ฉันกลับบ้านพร้อมด้วยเงินที่น้อยลงแต่หัวใจกลับสุขสงบขึ้น อย่างที่ไม่ได้รู้สึกมานานแล้วฉันกินซุปง่ายๆ อยู่หลายคืนหลังจากนั้นแต่ว่าทุกคำ กลับอิ่มลึกยิ่งกว่าวันที่ฉันมีทุกอย่าง! ”พี่น้องที่รัก…ไม่ว่าเรื่องข้างต้นจะเป็นเรื่องจริงหรือไม่แต่ความจริงที่แน่นอนก็คือ ความเมตตากรุณาอย่างในเรื่องข้างต้นจะทำให้สังคมของเราน่าอยู่และทำให้โลกนี้สวยงาม!เราควรรับรู้ไว้ว่า “ผู้กดขี่คนยากจนก็ดูถูกพระผู้สร้างของเขาแต่ผู้เมตตาคนขัดสนก็ถวายพระเกียรติแด่พระองค์”‭‭ ~สุภาษิต‬ ‭14‬:‭31‬ ‭THSV11‬‬“Whoever oppresses the poor insults his maker, but whoever is kind to the needy honors him.”‭‭ ~Proverbs‬ ‭14‬:‭31‬ ‭GW‬‬ด้วยเหตุนี้ ถ้าหากว่า เราได้แสดงความเมตตาต่อผู้ที่ขัดสน หรือต่อผู้ที่ประสบภาวะยากลำบากอย่างชายคนในเรื่องข้างต้นนี้ ก็เท่ากับว่า เราคือผู้ที่1.ถวายพระเกียรติแด่พระเจ้า และ2.ต่อชีวิตให้กับอีกหลายชีวิต โดยที่เราอาจไม่รู้ตัวดังนั้น พี่น้องที่รักในวันนี้ ขอให้เรามาแสดงความเมตตากรุณาเช่นนั้นต่อใครสักคน อย่างให้เกียรติและให้ศักดิ์ศรีต่อเขาด้วย …จะดีไหมครับ?………………………………ธงชัย ประดับชนานุรัตน์ 25มีนาคม2026(ตอนที่359ปีที่5) #YoutubeCJCONNECT#คริสตจักรแห่งความรัก#Churchoflove #ShareTheLoveForward #ChurchOfJoy #คริสตจักรแห่งความสุข #NimitmaiChristianChurch #คริสตจักรนิมิตใหม่ #ฮักกัยประเทศไทย #อัลฟ่า #หนึ่งล้านความดี

    พระธรรมนำชีวิต ตอน อย่าแพ้วิธีเดิมๆ Ep.1579

    Play Episode Listen Later Mar 24, 2026 3:45


    พระธรรมนำชีวิตตอน อย่าแพ้วิธีเดิมๆ Ep.1579บางครั้งเราก็จะถูกท้าทายด้วยสถานการณ์ที่เกินกว่าจะหาทางออกได้ และเสียงที่วิ่งเข้ามาในความคิดของเราจะยิ่งทำให้เราหวั่นไหวหรือสงสัยในองค์พระผู้เป็นเจ้า 2 พงศ์กษัตริย์ 19:8-13 เป็นช่วงเวลาที่เฮเซคียาห์คนของพระเจ้าและยูดาห์ถูกท้าท้ายด้วยเสียงจากพระราชาแห่งอัสซีเรีย ข้อ 8 เริ่มด้วยการเล่าเรื่องให้เราเข้าใจว่า เฮเซคียาห์อยู่ในความทุกข์ใจระดับไหน 'รับชาเคห์ได้กลับไป และพบพระราชาแห่งอัสซีเรียกำลังสู้รบกับเมืองลิบนาห์ เพราะเขาได้ยินว่าพระราชาเสด็จออกจากเมืองลาคีชแล้ว ' 2 พงศ์กษัตริย์ 19:8ลาคีชเป็นเมืองป้อมที่แข็งแรงและสำคัญของยูดาห์ เฮเซคียาห์ส่งทูตไปขอยอมจ่ายเงินจ่ายทองเพื่อให้อัสซีเรียถอยทัพกลับไป จากบันทึกประวัติศาสตร์โลกได้บอกว่า เซนนาเคอริบภูมิใจมากที่เอาชนะเมืองลาคีชได้ ถึงดับสั่งช่างแกะสลักหินแกะสลักภาพเหตุการณ์ที่เขาทำลายเมืองนี้ได้ งานแกะสลักหินนี้ถูกจัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์ในอังกฤษ เมืองต่อไปก็คือเมืองลิบนาห์ แต่ทุกสิ่งอยู่ในการควบคุมของพระเจ้า ในข้อ 9 ได้ยืนยันว่า สิ่งที่พระเจ้าตรัสนั้นเป็นความจริง พระเจ้าจะทรงทำลายเซนนาเคอริบด้วยข่าวลือจนเขาต้องกลับบ้าน ขณะที่เขากำลังสู้รบอยู่กับลิบนาห์อยู่เขาได้ข่าวว่า ทีรหะคาห์พระราชาแห่งคูช นั่นคือประเทศอียิปต์ทางตอนใต้ยกทัพมา เซนนาเคอริบจึงต้องยกทัพกลับไปป้องกันประเทศ แต่ก่อนที่เขาจะกลับไป เขายังทำลายขวัญและกำลังใจของเฮเซคียาห์และคนยูดาห์ โดยส่งคนไปบอกข้อความนี้'“เจ้าจงพูดกับเฮเซคียาห์พระราชาแห่งยูดาห์ดังนี้ว่า ‘อย่าให้พระเจ้าของท่านซึ่งท่านพึ่งนั้นหลอกลวงท่านว่า เยรูซาเล็มจะไม่ถูกมอบไว้ในมือของพระราชาแห่งอัสซีเรีย' ' 2 พงศ์กษัตริย์ 19:10นี่ไม่ใช่แค่คำขู่ แต่เป็นการทิ้งท้ายที่โจมตีความคิดของคนที่รักและยำเกรงพระเจ้า วิธีการนี้ยังคงเป็นวิธีการที่มารยังคงโจมตีมนุษย์ตั้งแต่ปฐมกาลบทที่ 3 มันยังโจมตีความคิดของพวกเราผู้เชื่อในทุกวันนี้ให้สงสัยในพระเจ้า เพียงแค่เราขาดความเชื่อ และการไว้วางใจในพระเจ้าชีวิตของเราก็สามารถสูญเสียความชื่นชมยินดีที่มาจากพระเจ้าได้ 'นี่แน่ะ พี่น้องทั้งหลาย จงระวังให้ดี เพื่อจะไม่มีคนหนึ่งคนใดในพวกท่านมีใจชั่วและไม่เชื่อ คือใจที่พาท่านหลงไปจากพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์ ' ฮีบรู 3:12ความไม่เชื่อไม่ได้เริ่มต้นจากการปฏิเสธพระเจ้าในทันที แต่เริ่มต้นจากการฟังเสียงที่ทำให้เราสงสัยพระเจ้า และเมื่อเราปล่อยให้ความคิดเหล่านั้นอยู่ในใจความไว้วางใจก็จะค่อย ๆ ลดลง ขอให้เราจำไว้ว่า พระเจ้าไม่เคยเปลี่ยน แม้สถานการณ์จะเปลี่ยนไป อย่าให้เสียงของความสงสัยดังกว่าเสียงของพระเจ้า ขอให้เราเลือกวางใจ แม้ว่าจะยังไม่เห็นคำตอบก็ตามวุฒิ วงศ์สรรเสริญ

    Claim Soul Food Podcasts

    In order to claim this podcast we'll send an email to with a verification link. Simply click the link and you will be able to edit tags, request a refresh, and other features to take control of your podcast page!

    Claim Cancel