Soul Food Podcasts

Follow Soul Food Podcasts
Share on
Copy link to clipboard

Podcasts สำหรับการเติมกำลังให้กับจิตวิญญาณของเรา

Soul Food Ministries


    • Aug 12, 2026 LATEST EPISODE
    • daily NEW EPISODES
    • 5m AVG DURATION
    • 1,941 EPISODES


    Search for episodes from Soul Food Podcasts with a specific topic:

    Latest episodes from Soul Food Podcasts

    สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่135) มาทำให้พ่อแม่ยินดีเปรมปรีดิ์ กันเถอะ!

    Play Episode Listen Later Aug 12, 2026 5:03


    คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่135)มาทำให้พ่อแม่ยินดีเปรมปรีดิ์ กันเถอะ!“จงให้บิดามารดาของเจ้ายินดี จงให้ผู้ที่คลอดเจ้าเปรมปรีดิ์”สุภาษิต 23:25 THSV11~สุภาษิต 23:25“May your father and mother rejoice; may she who gave you birth be joyful!”~Proverbs 23:25 NIVคำกล่าวหนึ่ง ที่เราควรรับฟังก็คือ “ความสำเร็จที่ทำให้พ่อแม่ภูมิใจที่สุด ไม่ใช่การมีมากที่สุด แต่คือการเป็นคนดีที่สุดเท่าที่เราจะเป็นได้”(The greatest success that makes parents proudis not having the most, but becoming the best person we can be.)ใช่ครับ ปกติแม้ พ่อแม่ล้วนต้องการให้ลูกๆประสบความสำเร็จแต่พวกท่านส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ต้องการให้ลูกๆต้องประสบความสำเร็จยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกแต่พวกเขาเพียงต้องการเห็น~ลูกเป็นคนดี~ลูกมีความรับผิดชอบ~ ลูกมีระเบียบวินัย~ลูกดำเนินชีวิตอย่างมี ปัญญา~ลูกไม่ทำลายชีวิตของตัวเอง~ลูกยังรักและเห็นคุณค่าของครอบครัว~ ลูกยังคง อยู่ข้างๆ และไม่ทอดทิ้งพ่อแม่ และ~ลูกยังมีความกตัฯญู มีเวลาใส่ใจพ่อแม่เมื่อพ่อแม่แก่ลงจำได้ไหม ที่เมื่อเราเป็นเด็ก เราคิดว่า“พ่อแม่ต้องดูแลเรา”ด้วยเหตุนี้ เมื่อเราโตขึ้นแล้ว เราก็ควรเริ่มคิดว่า“ฉันจะดูแลพ่อแม่อย่างไร นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป?”วันหนึ่งเสียงเรียกของแม่ คำเตือนของพ่อแม่ หรือคำถามที่ว่า “กินข้าวหรือยัง?”อาจกลายเป็นสิ่งที่เราอยากได้ยินอีกครั้ง แต่ไม่มีโอกาสแล้วดังนั้น อย่ารอจนถึงวันที่พ่อแม่ของเราจากไป เราจึงจะรู้ว่าความรักที่เราควรแสดงออกต่อท่านทั้งสองนั้น มีค่ามากเพียงใด!แล้วเรา จะทำให้พ่อแม่ของเรา“ยินดี”และ “เปรมปรีดิ์” ได้อย่างไร?​ทำให้ท่านสบายใจ เพราะเราเป็นคนดีและมีชีวิตที่ดีมีคุณธรรม​พูดแต่ถ้อยคำดีๆ ให้ท่านฟัง ในขณะที่ยังมีโอกาส อาทิ“ขอบคุณนะครับ/ค่ะ”“รักพ่อแม่นะ”“ขอโทษสำหรับสิ่งที่เคยทำให้เสียใจครับ/ค่ะ”คำธรรมดาเหล่านี้ บางครั้งมีค่ากว่าของขวัญราคาแพงสำหรับพวกท่าน​ให้เวลาพูดคุยและทำอะไรด้วยกันกับพวกท่าน ไม่ใช่เพียงแค่ให้สิ่งของ​ไม่ทำให้พวกท่านรู้สึกว่าตัวพวกท่านเป็นภาระหรือปัญหาของเราขอให้พี่น้องสำนึกไว้เสมอว่า“วันที่พ่อแม่เคยอุ้มเรา คือวันที่เราพึ่งพาท่านวันหนึ่งที่เราพยุงหรืออุ้มท่าน เมื่อท่านเดินช้าลง หรือเดินไม่ไหวนั่นเป็นวันที่พระเจ้าให้เราได้ตอบแทนความรักเหล่านั้นของพวกท่าน!“พี่น้องที่รัก คุณเห็นด้วยหรือไม่ว่า…“อย่ารอวันที่พ่อแม่ไม่อยู่ แล้วจึงอยากย้อนเวลากลับไปพูดคำว่า‘รัก' และ ‘ขอบคุณ'”(Don't wait until your parents are gone to wish you could go back and say, ‘I love you' and ‘Thank you.')ถ้าคุณเห็นด้วย ก็ขอให้คุณทำเช่นนั้น ในวันนี้เลย…จะดีไหม?…………………………………ธงชัย ประดับชนานุรัตน์ 13สิงหาคม2026(ตอนที่ 135ปีที่6) #YoutubeCJCONNECT#คริสตจักรแห่งความรัก#Churchoflove #ShareTheLoveForward #ChurchOfJoy #คริสตจักรแห่งความสุข#NimitmaiChristianChurch #คริสตจักรนิมิตใหม่#ฮักกัยประเทศไทย #อัลฟ่า#หนึ่งล้านความดี

    พระธรรมนำชีวิต ตอน ในวันที่ทุกอย่างยังปกติ Ep.1717

    Play Episode Listen Later Aug 12, 2026 5:18


    พระธรรมนำชีวิตตอน ในวันที่ทุกอย่างยังปกติ Ep.1717เมื่อวานเราพบคำสั่งแรกว่าไม่ให้เยเรมีย์แต่งงานและมีลูก วันนี้ เยเรมีย์ 16:5-9 จะพาเราไปพบคำสั่งต่อไป ทุกคำสั่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงข้อกำหนดของเยเรมีย์ แต่พระเจ้ากำลังใช้ชีวิตของเขาเป็นหมายสำคัญให้คนยูดาห์เห็นว่า การพิพากษาของพระเจ้ากำลังจะมาถึง'“เพราะพระยาห์เวห์ตรัสดังนี้ว่า อย่าเข้าไปในเรือนที่โศกเศร้า หรือไปคร่ำครวญ หรือไปเสียใจด้วย เพราะเราได้เอาพรสวัสดิภาพของเราไปจากชนชาตินี้แล้ว พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้แหละ ทั้งความรักมั่นคงและความกรุณาของเรา ' เยเรมีย์ 16:5อย่าเข้าไปบ้านที่โศกเศร้า หรือมีการไว้ทุกข์ เพราะพระเจ้าได้ถอนเอาพรสวัดิภาพออกไปแล้ว คือพระเจ้าได้ถอนชาโลม ซึ่งหมายถึง ความสงบสุข ความสมบูรณ์ ความเป็นอยู่ที่ดี ความปลอดภัย และความมั่นคงออกไปจากยูดาห์แล้ว นอกจากนั้น พระเจ้าได้ถอนความรักมั่นคงและพระเมตาของพระเจ้าออกไปด้วย พระเจ้าไม่ได้กำลังบอกว่า พระองค์ทรงหยุดเป็นพระเจ้าผู้ทรงรักและเมตตา แต่ในบริบทนี้ไม่ใช่พระเจ้าทรงเปลี่ยน แต่เพราะคนยูดาห์ดื้อดึงไม่ยอมกลับใจ พวกเขาจึงต้องเข้าสู่เวลาแห่งการพิพากษาตามพันธสัญญา สิ่งที่น่ากลัวกว่าการที่ชีวิตมีปัญหา คือการที่ชีวิตยังดูปกติทั้งที่หัวใจของเรากำลังเดินห่างออกจากพระเจ้า ความปกติของชีวิตไม่ใช่ตัวบ่งชี้ว่า พระเจ้าทรงพอพระทัยในชีวิตของเรา ดังนั้นให้เราอธิษฐานขอให้พระวิญญาณของพระเจ้าทรงสำรวจและเตือนเราอยู่เสมอว่า เรายังใช้ชีวิตอยู่ในพระเจ้า และยังเดินตามพระเจ้าด้วยการเชื่อฟังอยู่หรือเปล่า'ทั้งผู้ใหญ่ผู้น้อยจะตายในแผ่นดินนี้ จะไม่มีใครจัดการฝังเขา ไม่มีใครมาคร่ำครวญอาลัยเขา หรือมากรีดตัว หรือมาโกนศีรษะเพื่อเขา ไม่มีใครหักขนมปังให้แก่คนไว้ทุกข์ เพื่อจะปลอบโยนเขา เรื่องคนที่ตายนั้น และไม่มีใครมอบถ้วยแห่งการปลอบใจให้เขาดื่มเพื่อบิดาหรือมารดาของเขา ' เยเรมีย์ 16:6-7พระเจ้าตรัสว่า ทั้งผู้ใหญ่และผู้น้อยจะตายในแผ่นดิน จะไม่มีใครฝังศพ ไม่มีใครคร่ำครวญ ไม่มีใครปลอบโยน แม้แต่การทำตามธรรมเนียมเพื่อปลอบใจผู้ที่สูญเสียก็จะไม่มี นี่คือความรุนแรงของการพิพากษา ความบาปไม่เคยหยุดอยู่ที่ตัวผู้กระทำเท่านั้น การไม่เชื่อฟังพระเจ้ายังส่งผลร้ายถึงคนรอบข้างและสังคมที่เราอยู่ด้วย เพราะฉะนั้น อย่าพูดว่า เราจะทำอะไรก็ได้ เพราะการเลือกขอเราจะมีผลตามมาเสมอทั้งกับตัวเราและกับผู้คนรอบตัว'เจ้าอย่าเข้าไปนั่งกินและดื่มกับเขาในบ้านที่มีการเลี้ยง เพราะพระยาห์เวห์จอมทัพพระเจ้าแห่งอิสราเอลตรัสดังนี้ว่า นี่แน่ะ เราจะทำให้เสียงบันเทิงและเสียงรื่นเริง เสียงเจ้าบ่าวและเสียงเจ้าสาว ขาดไปจากสถานที่นี้ ต่อหน้าต่อตาของพวกเจ้าและในวันของเจ้า ' เยเรมีย์ 16:8-9นอกจากห้ามไปบ้านที่มีการไว้ทุกข์แล้ว พระเจ้ายังสั่งเยเรมีย์ว่า “เจ้าอย่าเข้าไปนั่งกินและดื่มกับเขาในบ้านที่มีการเลี้ยง” พระเจ้าไม่ได้กำลังสั่งให้เยเรมีย์ตัดขาดจากผู้คนทั้งหมด แต่ทรงห้ามเขาเข้าร่วมงานศพและงานเลี้ยงเพื่อให้ชีวิตของเยเรมีย์เป็นหมายสำคัญว่าทั้งความโศกเศร้าและความรื่นเริงกำลังจะถูกทำลายลงเพราะการพิพากษาของพระเจ้า สำหรับพวกเรา ความปกติไม่ได้เป็นนมาตรวัดความเจริญเติบโต หรือความถูกต้องฝ่ายวิญญาณ ในลูกา 17:26–27 พระเยซูทรงยกเรื่องโนอาห์ขึ้นมาเตือนผู้คนยังคงกิน ดื่ม แต่งงาน และใช้ชีวิตตามปกติจนการพิพากษามาถึง ขอให้เรายังใช้ชีวิตตามปกติ แต่ผมขอเพียงเพิ่มคำถามอีกคำถามเข้าไปในใจของเราเสมอนะครับว่า ชีวิตของเรายังถูกต้องและเป็นที่ชอบพระทัยของพระเจ้าอยู่หรือไม่'จงพิจารณาตัวเองดูว่าท่านทั้งหลายดำรงอยู่ในความเชื่อหรือไม่ จงพิสูจน์ตัวเอง พวกท่านไม่ตระหนักว่าพระเยซูคริสต์สถิตอยู่ในท่านทั้งหลายหรือ? นอกจากพวกท่านไม่สามารถผ่านการพิสูจน์ ' 2 โครินธ์ 13:5อย่าคิดว่าทุกอย่างยังปกติแล้วชีวิตของเราก็ยังโอเคอยู่ ขอพระวิญญาณของพระเจ้าทรงนำเราให้สำรวจชีวิตของเราอยู่เสมอว่า เรายังมีชีวิตอยู่ในความเชื่อและยังเดินอยู่กับพระเจ้าอย่างซื่อสัตย์อยู่หรือเปล่า หากพระเจ้าทรงเปิดเผยสิ่งใดที่ไม่ถูกต้อง ขอให้เราอย่าปล่อยผ่าน แต่ให้เรารีบกลับใจและจัดการกับสิ่งนั้นทันที ก่อนที่มันจะลุกลามจนกลายเป็นความเคยชิน วุฒิ วงศ์สรรเสริญ

    สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่134) อย่าดูถูกพ่อ อย่าดูหมิ่นแม่!

    Play Episode Listen Later Aug 12, 2026 5:22


    คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่134)อย่าดูถูกพ่อ อย่าดูหมิ่นแม่!“จงฟังบิดาผู้ให้กำเนิดเจ้า และอย่าดูหมิ่นมารดาเมื่อนางแก่”~ สุภาษิต 23:22 THSV11“Listen to your father, who gave you life, and do not despise your mother when she is old.”~Proverbs 23:22 NIVคุณเห็นด้วยหรือไม่กับคำกล่าวที่ว่า“พ่อแม่อาจแก่ลงตามกาลเวลา แต่คุณค่าของท่านไม่เคยลดลงตามวัย”(Parents may grow older with time,but their value never grows old.)เราต้องไม่ดูหมิ่นพ่อแม่แต่ควรเห็นคุณค่าและให้เกียรติพวกท่านอยู่เสมอไม่ใช่เฉพาะในช่วงเวลาที่เราเป็นเด็กเท่านั้นแต่ตลอดทุกช่วงวัยของชีวิตโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่พ่อแม่1).แก่ลง และ2).ไม่สามารถทำสิ่งต่าง ๆ ด้วยตัวเองได้เหมือนเดิมสิ่งที่เราต้องทำกับพ่อแม่ของเรา มีดังนี้ ​เราต้องฟังและเชื่อฟังบิดา(มารดา)ของเรา“จงฟังบิดา(มารดา)ผู้ให้กำเนิดเจ้า” ซึ่งหมายถึง การรับฟังความต้องการของพ่อแม่ด้วยความเคารพอย่างเห็นคุณค่า และไม่มองข้ามความรู้สึกของพวกท่าน เราต้องตระหนักไว้เสมอว่า พ่อแม่ผ่านชีวิตมานานก่อนเราหลายสิ่งที่ท่านพูดอาจไม่ได้สมบูรณ์แบบ แต่เบื้องหลังคำพูดนั้น มักมีประสบการณ์และบทเรียนชีวิตจากเรื่องเหล่านั้นด้วยเหตุนี้ คนมีปัญญา คือคนที่ไม่ได้คิดว่า“ฉันรู้มากกว่าพ่อแม่”แต่เป็นคนที่ถ่อมใจถามว่า“มีอะไรบ้างจากประสบการณ์ของท่านที่ ฉันควรเรียนรู้ไว้?”​เราต้องไม่ดูหมิ่นมารดา(บิดา)ของเราในยามที่ท่านแก่ชรา“อย่าดูหมิ่นมารดาเมื่อนางแก่” เมื่อมารดาของเราอายุมากขึ้น1).ความจำของท่านก็อาจไม่ดีเหมือนเดิม2).การเคลื่อนไหวของท่านอาจช้าลง3).การถามเรื่องเดิมหลายครั้งอาจจำเป็น4).การต้องพึ่งพาลูกอาจมากขึ้น5).ความคิดหรือวิถีชีวิตของท่านอาจแตกต่างจากคนรุ่นใหม่แต่อย่าให้เราดูหมิ่นดูแคลนท่านเป็นอันขาด!พี่น้องที่รัก​จงอย่าให้ความแก่เฒ่าของพ่อแม่ กลายเป็นเหตุที่ทำให้คุณค่าของท่านลดลงในสายตาและในความคิดของเรา​จงจำไว้ว่าแม้พ่อแม่ของเราอาจแก่และเรี่ยวแรงน้อยลงกระนั้นเราก็สมควรเคารพให้เกียรติแก่ท่านเสมอไป​จงระวังอย่าแสดงท่าทีหงุดหงิดใส่ท่าน จนทำให้ท่านเสียใจและท้อแท้ใจ​จงหลีกเลี่ยงการใช้ถ้อยคำที่ทำให้พ่อแม่สูงวัยรู้สึกว่า“โอ ฉันเป็นภาระของลูกอีกแล้วหรือ?”​จงเตือนสติตัวเองไว้ว่า การให้เกียรติพ่อแม่ ไม่ได้ทำให้ชีวิตเราลำบากอะไรขึ้นมามากมาย แต่จะทำให้หัวใจของคนที่เคยดูแลเรามาทั้งชีวิต ได้รับการดูแลกลับคืนอย่างมีความสุข!ใช่ครับ“คนที่เคยแข็งแรงและดูแลเรามากำลังเข้าสู่ช่วงชีวิตที่เขาต้องการให้เราดูแลเขาบ้าง!”ด้วยเหตุนี้ ในยามที่พ่อแม่อ่อนแอและช้าลง อย่าให้ความสำเร็จของเราผู้เป็นลูกกลายเป็นเหตุที่ทำให้เราดูถูกดูหมิ่นผู้ที่ให้กำเนิดและอุ้มชูเลี้ยงดูพวกเรามาดังคำเตือนสติที่ว่า“อย่าให้การก้าวขึ้นสูงในชีวิตของเราทำให้เราละเลย ลืมเลือน หรือดูหมิ่นดูแคลนพ่อแม่ที่เคยก้มตัวลงต่ำเพื่อเลี้ยงดูเราในตลอดเวลาที่ผ่านมา!“…อาเมนไหมครับ?…………………………………ธงชัย ประดับชนานุรัตน์ 12สิงหาคม2026(ตอนที่ 134ปีที่6) #YoutubeCJCONNECT#คริสตจักรแห่งความรัก#Churchoflove #ShareTheLoveForward #ChurchOfJoy #คริสตจักรแห่งความสุข#NimitmaiChristianChurch #คริสตจักรนิมิตใหม่#ฮักกัยประเทศไทย #อัลฟ่า#หนึ่งล้านความดี

    พระธรรมนำชีวิต ตอน เชื่อฟังแม้ไม่เข้าใจ Ep.1716

    Play Episode Listen Later Aug 11, 2026 5:23


    พระธรรมนำชีวิตตอน เชื่อฟังแม้ไม่เข้าใจ Ep.1716ในท้ายบทที่ 15 เราได้เห็นว่าพระเจ้าทรงเรียกเยเรมีย์จากจุดที่เขาอ่อนแอที่สุด และพระเจ้าประทานพระสัญญาว่าจะอยู่กับเขา วันนี้เรามาเริ่มในบทที่ 16 ในบทนี้พระเจ้าทรงมอบคำสั่งเฉพาะแก่เยเรมีย์ ซึ่งเขาต้องเชื่อฟัง แม้ว่าเขาอาจไม่เข้าใจเหตุผล สิ่งสำคัญที่เราต้องเข้าใจกันก่อนคือ คำสั่งนี้เป็นคำสั่งเฉพาะสำหรับเยเรมีย์ ไม่ใช่หลักทั่วไปที่พระเจ้าทรงสั่งพวกเราทุกคน แต่สิ่งที่เราสามารถเรียนรู้ได้จากเยเรมีย์ คือ หัวใจที่เชื่อฟังแม้ว่าเขาจะยังไม่เข้าใจทุกอย่าง วันนี้เราจะมาดูคำสั่งแรก จาก เยเรมีย์ 16:1-4 'พระวจนะของพระยาห์เวห์มายังข้าพเจ้าว่า “เจ้าอย่ามีภรรยา เจ้าอย่ามีบุตรชายหรือบุตรหญิงที่นี่ ' เยเรมีย์ 16:1-2คำสั่งว่าอย่าแต่งงานและอย่ามีลูกนั้นไม่ใช่พระประสงค์ของพระเจ้า เพราะพระวจะของพระเจ้าไม่ได้สอนแบบนั้น แต่นี่เป็นคำสั่งเฉพาะสำหรับเยเรมีย์สำหรับสถานการณ์แห่งการพิพากษาที่กำลังจะเกิดขึ้นกับยูดาห์ คำว่า “ที่นี่” ในท้ายข้อ 2 กำลังหมายถึงในเยรูซาเล็มและแผ่นดินยูดาห์ แม้ว่านี่จะไม่ใช่คำสั่งหลักที่มาถึงเรา แต่ทุกครั้งที่เราพบคำว่า “อย่า” ในพระวจนะของพระเจ้า ให้เราระลึกไว้เสมอว่า อย่า คือคำสั่ง คำเตือนที่จริงจังมาก หากยังไม่ทำคำสั่งนั้นอย่าหาทำ แต่ถ้าหากทำอยู่ให้หยุดทันที ในที่ข้อ 3 เป็นคำแจ้งถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับผู้คนในแผ่นดินยูดาห์'เขาทั้งหลายจะตายด้วยโรคร้าย จะไม่มีการคร่ำครวญอาลัยเขา และจะไม่มีใครจัดการฝังเขา เขาจะเป็นเหมือนมูลสัตว์ ที่อยู่บนพื้นแผ่นดิน เขาทั้งหลายจะพินาศด้วยดาบและการกันดารอาหาร และศพของเขาจะเป็นอาหารของนกในอากาศและสัตว์บนแผ่นดินโลก ' เยเรมีย์ 16:4พระเจ้าของเรามีเหตุผลเสมอ เพียงแค่บางครั้งมุมมองเล็ก ๆ ของเรายังไม่เข้าใจพระประสงค์ของพระเจ้า ในมุมมมองของผม แม้ว่าเยเรมีย์จะยังไม่เข้าใจว่าทำไมอย่าแต่งงาน และทำไมอย่ามีลูก ผมมองว่า นี่คือการปกป้องเยเรมีย์จากความเสียใจที่จะเกิดขึ้นที่เขาต้องเห็นภรรยาและลูกของเขาเสียชีวิต พระเจ้าทรงใช้ชีวิตของเยเรมีย์เป็นปากของพระองค์ ตามท้ายบทที่ 15 ทีีได้กล่าวไว้เพื่อที่ยืนยันสิ่งที่พระเจ้าตรัสไว้ใน เฉลยธรรมบัญัติว่าไม่ให้ละทิ้งพระเจ้า หากละทิ้งจะต้องพบกับความพินาศด้วยโรคระบาด ด้วยสงคราม และการกันดารอาหาร พบกับจุดจบนี้จะเป็นความน่าอนาต เพราะพวกเขาจะระเนระนาดเหมือนมูลสัตว์ และไร้เกียรติอย่างที่สุดคือแม้แต่ศพก็ไม่มีใครจัดการ บางครั้งเราก็อาจไม่เข้าใจว่า ทำไมพระเจ้าต้องให้เราพบเจอกับสิ่งเหล่านี้ แม้ว่าเรายังไม่เข้าใจเหตุผลของพระเจ้า แต่การที่เราไม่เข้าใจนั้นไม่ได้หมายความว่าพระองค์ไม่มีพระประสงค์ หรือพระเจ้าทรงสูญเสียการควบคุมสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น วันนี้ขอเราอย่าเพียงแต่ถามว่า พระเจ้าทำอะไรกับเรา หรือพระองค์อยากให้เราทำอะไร แต่ผมอยากนำเสนออีกคำถามคือ พระเจ้าต้องการพูดกับคนรอบตัวของเราผ่านชีวิตของเราอย่างไร เพราะเราไม่ได้เป็นเพียงคนที่พูดถึงพระเจ้า แต่ชีวิตของเรากำลังประกาศความจริงของพระเจ้าด้วย คนรอบตัวไม่ได้ฟังแค่คำพูดของเราเท่านั้น แต่เขามองดูชีวิตของเราอยู่'ทำนองเดียวกันพวกท่านจงส่องสว่างแก่คนทั้งปวง เพื่อว่าเมื่อเขาทั้งหลายได้เห็นความดีที่ท่านทำ พวกเขาจะได้สรรเสริญพระบิดาของท่านผู้สถิตในสวรรค์ ' มัทธิว 5:16ชีวิตของเราต้องเป็นเหมือนหนังสือที่คนรอบข้างกำลังอ่าน เพื่อดูว่าพระเจ้าและพระวจนะของพระองค์มีผลต่อชีวิตเราอย่างไร การพูดและการเป็นพยานเรื่องของพระเจ้านั้นต้องมีการเสียสละบางสิ่งในชีวิตเสมอ การทรงเรียกและความต้องการของพระเจ้านั้นมีความหมายมากกว่าสิ่งที่เราต้องการเป็นเพื่อตัวเราเองแน่นอนวุฒิ วงศ์สรรเสริญ

    สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่133) จะกลับมารับใช้อย่างใหม่สดได้อย่างไร?(2)

    Play Episode Listen Later Aug 10, 2026 5:32


    คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่133)จะกลับมารับใช้อย่างใหม่สดได้อย่างไร?(2)“ฉะนั้นจงบอกเหล่าประชากรดังนี้ว่า พระยาห์เวห์ผู้ทรงฤทธิ์ตรัสว่า‘จงกลับมาหาเรา' พระยาห์เวห์ผู้ทรงฤทธิ์ประกาศว่า‘แล้วเราจะกลับมาหาพวกเจ้า' พระยาห์เวห์ผู้ทรงฤทธิ์ตรัสดังนั้น”~เศคาริยาห์ 1:3 TNCV“Tell the people, ‘This is what the Lord of Armies says: Return to me, declares the Lord of Armies, and I will return to you, says the Lord of Armies.'”~Zechariah 1:3 GWเมื่อชีวิตและการรับใช้ของเราออกอาการป่วนเป๋ไม่ปกติเราควรทำตามคำแนะนำดังต่อไปนี้​Recheck~ตรวจดูว่า มีอะไรผิดปกติในสัมพันธภาพระหว่างเรากับพระเจ้าและกับพี่น้องหรือไม่?​Remember~ระลึกถึงความสัมพันธ์รักในตอนเริ่มต้นระหว่างเรากับพระเจ้าและเรากับพี่น้อง​Repent~รีบกลับใจใหม่ สารภาพบาปผิดที่มีต่อพระเจ้าและพี่น้องอย่างจริงใจ​Return~รีบกลับไปหาพระเจ้าและกับพี่น้องที่เราห่างเหินหรือทิ้งมาโดยพร้อมให้และขออภัย​Renew~ตั้งใจสานต่อสัมพันธ์หรือต่อสัญญาที่มีต่อกันขึ้นมาใหม่อย่างจริงจัง​Recognize~ตระหนักว่าพระเจ้าให้ความสำคัญกับสัมพันธภาพระหว่างเรากับพระองค์และเรากับพี่น้องมากกว่าสิ่งอื่นใด​Retreat~หาเวลาถอยหลังไปพักตั้งหลักสักครู่ เพื่อทบทวนและประเมินสิ่งที่เราได้ทำมา​Reprioritize~จัดลำดับสำคัญก่อนหลังในชีวิตและงานของเราขึ้นมาใหม่ให้ถูกต้องอีกครั้ง​Relax~ดำเนินชีวิตใหม่ด้วยความผ่อนคลาย ด้วยความเชื่อ เชื่อฟังและวางใจในพระเจ้า​Refresh~สร้างบรรยากาศสดใสและวัฒนธรรมใหม่ที่อยู่ร่วมกันได้อย่างอบอุ่นปลอดภัย​Revive~ใกล้ชิดติดสนิทกับพระเจ้ารับการฟื้นฟูโดยพระวิญญาณและพระวจนะของพระเจ้า​Reward~ให้รางวัล ให้เกียรติและให้กำลังใจแก่ต้วเองและคนอื่นๆเมื่อทำสิ่งดีหรือพัฒนาตนเองดีขึ้นกว่าที่ผ่านมาพี่น้องที่รักหากเรา​หวนคิดถึงความรักและรื้อฟิ้นความรู้สึกดีๆดั้งเดิมที่เรามีต่อพระเจ้า​ยึดพระคุณมากล้นของพระเจ้า แทนการยึดตัวเองเป็นหลัก​เต็มใจเปลี่ยนแปลงตัวเอง ตามพระวจนะของพระเจ้า(ไม่แก้ตัวแต่แก้ไข)​มีวินัยในการรักษาและพัฒนาสัมพันธภาพที่ดีกับพระเจ้าและกับพี่น้อง​เลือกปฏิบัติตามขั้นตอนที่แนะนำไว้ในข้างต้นอย่างจริงใจและจริงจังเชื่อว่าเราจะกลับมารับใช้พระเจ้าได้ใหม่ด้วยความคึกคักใหม่สดอย่างมีความสุขและมีความหวังสำหรับอนาคตที่จะดีกว่าที่ผ่านมาอย่างแน่นอนพี่น้องที่รักคุณพร้อมที่จะทำและเชื่อ…อย่างที่ผมเชื่อไหมครับ?…………………………………ธงชัย ประดับชนานุรัตน์ 11สิงหาคม2026(ตอนที่ 133ปีที่6) #YoutubeCJCONNECT#คริสตจักรแห่งความรัก#Churchoflove #ShareTheLoveForward #ChurchOfJoy #คริสตจักรแห่งความสุข#NimitmaiChristianChurch #คริสตจักรนิมิตใหม่#ฮักกัยประเทศไทย #อัลฟ่า#หนึ่งล้านความดี

    พระธรรมนำชีวิต ตอน กลับมาที่การทรงเรียก Ep.1715

    Play Episode Listen Later Aug 10, 2026 6:31


    พระธรรมนำชีวิตตอน กลับมาที่การทรงเรียก Ep.1715 เมื่อวานนี้ เราได้เห็นเยเรมีย์เปิดเผยความเจ็บปวดของเขาต่อพระเจ้าอย่างตรงไปตรงมา เขารู้สึกโดดเดี่ยวมากจนถึงกับถามพระเจ้าว่า “พระองค์ทรงเป็นเหมือนลำธารที่พึ่งไม่ได้แก่ข้าพระองค์หรือ?” เยเรมีย์ 15:19-21 ทำให้เรารู้ว่า พระเจ้าไม่ได้ทอดทิ้งเยเรมีย์ในวันที่เขาอ่อนแอ เราจะได้เห็นคำตอบของพระเจ้าที่มีต่อเขา แม้ว่าพระเจ้าจะไม่ได้ทรงอธิบายทุกอย่างที่เยเรมีย์กำลังเจออยู่ แต่พระองค์ทรงเรียกเขากลับมายืนในจุดที่พระองค์ทรงเรียก และทรงย้ำพระสัญญาว่า ‘เราอยู่กับเจ้า'เพราะฉะนั้น พระยาห์เวห์จึงตรัสว่า “ถ้าเจ้ากลับมา เราจะให้เจ้ากลับสู่สภาพดี และเจ้าจะยืนอยู่ต่อหน้าเรา ถ้าเจ้าออกปากพูดแต่สิ่งประเสริฐและไม่พูดสิ่งเลวทราม เจ้าจะเป็นเหมือนปากของเรา เขาทั้งหลายจะหันกลับมาหาเจ้า แต่เจ้าอย่าหันไปหาเขา ' เยเรมีย์ 15:19คำว่า “กลับมา” คำนี้เป็นคำสำคัญมากในพระธรรมเยเรมีย์ มีความหมายถึงการหันกลับ การกลับคืน หรือการกลับใจที่เยเรมีย์ร้องเรียกให้คนยูดาห์หันกลับมาหาพระเจ้า แต่ในเวลานี้ พระเจ้าทรงตรัสกับเยเรมีย์ว่า “เจ้าก็ต้องกลับมา” นี่ไม่ได้หมายความว่าเยเรมีย์ละทิ้งพระเจ้า หรือการระบายความทุกข์ออกมานั้นเป็นความผิด แต่แม้จะอยู่ในความเจ็บปวด พระเจ้าทรงเรียกเยเรมีย์ให้กลับมายืนในจุดที่พระองค์ทรงเรียกเขา กลับมายืนอยู่บนพระวจนะของพระองค์ และวางใจในพระองค์อีกครั้ง ความเจ็บปวดไม่ได้ทำให้เราเลิกเชื่อพระเจ้าในทันที แต่มันทำให้ใจของเราค่อย ๆ ขยับห่างิอกจากพระเจ้า ออกจากจุดที่เราเคยยืนอยู่กับพระองค์ แม้ว่าเราจะทำทุกอย่างเหมือนเดิม ยังอธิษฐาน ยังไปโบสถ์ ยังรับใช้ แต่ใจของเราอาจจะกำลังถอยออกจากพระเจ้าก็เป็นได้ พระเจ้าทรงเตือนเยเรมีย์เกี่ยวกับสิ่งที่เขาพูด พระเจ้าทรงฟังสิ่งที่เขามาร้องทูลระบายความทุกข์ต่อพระองค์ แต่ความเจ็บปวดนั้นต้องไม่กลายเป็นสิ่งที่กำหนดความจริงที่เขาประกาศ เยรมีย์ต้องกลับมาเป็นผู้ที่พูดสิ่งที่พระเจ้าทรงมอบหมาย ไม่ใช่โอนอ่อนตามแรงกดดันของผู้คน หรือตามความเจ็บปวดของเขาเอง และเยเรมีย์ต้องไม่เปลี่ยนทิศทางของตัวเองเพื่อให้ได้รับการยอมรับจากผู้คน บางครั้งสิ่งที่ทำให้เราเหนื่อยกับชัวิตในการรับใช้ ไม่ใช่เพราะงานหนัก แต่เป็นเพราะเราพยายามทำให้ทุกคนพอใจ ฃคนของพระเจ้าไม่ได้ถูกเรียกมาเพื่อให้ทำให้ทุกคนพอใจ'เราจะทำให้เจ้าเป็นกำแพงป้อมทองสัมฤทธิ์แก่ชนชาตินี้ เขาทั้งหลายจะต่อสู้กับเจ้า แต่เขาจะไม่ชนะเจ้า เพราะเราอยู่กับเจ้าจะช่วยเจ้าให้รอดและช่วยกู้เจ้า” พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้แหละ ' เยเรมีย์ 15:20ถ้าเรายังจำได้ในการทรงเรียกของพระเจ้าในบทที่ 1 พระเจ้าตรัสกับเขาว่า “เราจะทำให้เจ้าเป็นเมืองมีป้อม เป็นเสาเหล็ก และเป็นกำแพงทองสัมฤทธิ์” และตอนนี้เยเรมีย์ที่กำลังเจ็บปวดและอยู่ในความสั่นคลอน พระเจ้าทรงย้ำสิ่งเดิมอีกครั้งเหมือนพระเจ้ากำลังบอกเขาว่า เยเรมีย์สิ่งที่เราเรียกเจ้าให้เป็นในวันแรก ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง สถานการณ์เปลี่ยนได้ ความรู้สึกของเราก็เปลี่ยนได้ แต่พระเจ้าผู้ทรงเรียกเรายังคงเป็นพระเจ้าองค์เดิม ผู้ไม่เคยเปลี่ยนแปลง พระเจ้าทรงสัญญาว่า เราอยู่กับเจ้าจะช่วยเจ้าให้รอดและช่วยกู้เจ้า พระเจ้าไม่ได้สัญญาว่าจะไม่มีใครต่อสู้กับเจ้า แต่พระองค์สัญญาว่า เขาจะไม่ชนะเจ้า เพราะเราอยู่กับเจ้า ความมั่นคงของคนของพระเจ้าจึงไม่ได้อยู่ที่ว่า ไม่มีศัตรู แต่อยู่ที่ว่า พระเจ้ายังทรงอยู่ด้กับเรา และไม่ได้ขึ้นอยู่กับที่ทุกคนยอมรับเราไหม แต่อยู่ที่ว่า เรายังยืนอยู่ในการทรงเรียกของพระเจ้าหรือเปล่า สุดท้าย ความมั่นคงของคนของพระเจ้าอยู่ที่การยอมให้พระเจ้าทรงครอบครองชีวิตของเรา และยอมรับว่า พระเจ้ามีแผนการที่ดีสุด แม้ว่าเราจะยังไม่เข้าใจสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น'“เราจะช่วยกู้เจ้าจากมือของคนอธรรม และไถ่เจ้าจากเงื้อมมือของคนโหดร้าย”' เยเรมีย์ 15:21เยเรมีย์ต้องทำหน้าที่ของเขาต่อไป ยังต้องเผชิญการต่อต้าน และสถานการณ์ของยูดาห์ก็ไม่ได้เปลี่ยนทันที แต่สิ่งที่เปลี่ยนคือ เยเรมีย์ได้รับการย้ำเตือนว่า เขาไม่ได้ยืนอยู่คนเดียว ถ้าวันนี้เรากำลังเหนื่อยกับการรับใช้ เหนื่อยกับการทำสิ่งที่ถูกต้อง หรือเหนื่อยกับคนที่เราพยายามช่วยแต่เขากลับไม่เข้าใจเรา ขอเราอย่าเพิ่งคิดว่า เราต้องเปลี่ยนสิ่งที่พระเจ้าทรงเรียกนั้นเพียงเพราะมันยาก สิ่งที่เราต้องทำคือ กลับมาหาพระเจ้า กลับมายืนให้มั่นคง กลับมายืนอยู่บนความจริงแห่งพระวจนะ และกลับมายืนอยู่ในพระสัญญาของพระเจ้า'จงเข้มแข็งและกล้าหาญเถิด อย่ากลัวหรือครั่นคร้ามเขาเลย เพราะว่าผู้ที่ไปกับท่านคือพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน พระองค์จะไม่ทรงปล่อยท่านให้ล้มเหลวหรือทอดทิ้งท่าน” ' เฉลยธรรมบัญญัติ 31:6ถ้าเรากำลังรู้สึกว่าไม่มีใครเข้าใจ ขอให้เรากลับมายืนต่อหน้าพระพักตร์ของพระเจ้า ให้พระวจนะของพระองค์กำหนดชีวิตและคำพูดของเรา อย่าโอนอ่อนหันไปตามแรงกดดันของผู้คน และอย่าลืมว่า พระองค์ไม่ได้ส่งเราไปทำงานของพระองค์คนเดียว แต่พระเจ้าทรงไปกับเราด้วย ดังนั้นอย่าถอยจากการทรงเรียกเพียงเพราะการทรงเรียกนั้นยากและลำบาก ขอให้เรากลับมายืนต่อหน้าพระพักตร์พระเจ้า ยืนอยู่บนพระวจนะของพระองค์ และเดินต่อไปด้วยกำลังที่มาจากพระองค์ เพราะพระเจ้าผู้ทรงเรียกเรา คือพระเจ้ที่ทรงสัญญาว่า ‘เราอยู่กับเจ้า‘วุฒิ วงศ์สรรเสริญ

    สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่132) จะกลับมารับใช้อย่างใหม่สดได้อย่างไร?(1)

    Play Episode Listen Later Aug 9, 2026 5:23


    คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่132)จะกลับมารับใช้อย่างใหม่สดได้อย่างไร?(1)“เพราะฉะนั้น จงกล่าวแก่เขาทั้งหลายว่า พระยาห์เวห์จอมทัพตรัสดังนี้ว่า จงกลับมาหาเรา พระยาห์เวห์จอมทัพตรัสดังนี้แหละ แล้วเราจะกลับมาหาเจ้า พระยาห์เวห์จอมทัพตรัสดังนี้แหละ”~เศคาริยาห์ 1:3 THSV11“Therefore tell the people: This is what the Lord Almighty says: ‘Return to me,' declares the Lord Almighty, ‘and I will return to you,' says the Lord Almighty.”~Zechariah 1:3 NIVมีคำเตือนสติหนึ่ง ที่เราสมควรรับฟัง นั่นคือ“พระเจ้าไม่ได้เพียงเรียกเราให้กลับมาทำงานของพระองค์ แต่พระองค์ทรงเรียกเราให้กลับมาหาพระองค์!”(God is not merely calling us back to His work;He is calling us back to Himself.)ใช่ครับเราต้องเข้าใจก่อนว่า“ความสัมพันธ์กับพระเจ้า“ สำคัญมากกว่า ”การทำงานให้พระเจ้า!“หัวใจของพระเจ้า จึงเรียกร้องให้คนของพระองค์กลับมาหา”ตัวของพระองค์“ ไม่ใช่มาหา“งานของพระองค์“พระคัมภีร์ เศคาริยาห์ 1:3ข้อนี้ กำลังบอกอะไรแก่เรา?​ “จงกลับมาหาเรา” — พระเจ้าทรงเรียกเรากลับมา(เพราะความสัมพันธ์ถูกต้องที่พันผูก)ไม่ใช่ทรงผลักไสเราให้จากไป(เพราะงานรับใช้ที่ทำลายความสัมพันธ์)บริบทของพระธรรมเศคาริยาห์ ตอนนี้ คือชนชาติอิสราเอลเพิ่งผ่านช่วงเวลาแห่งความพังทลายย่อยยับและการถูกเนรเทศ พวกเขาจำเป็นต้องกลับมาสร้างพระวิหารและฟื้นฟูชีวิตกับพระเจ้าคำว่า “กลับมา” (Return) จึงไม่ได้หมายถึงเพียง “กลับไปทำสิ่งดีๆ” แต่หมายถึง ”กลับมาหาพระเจ้า และมีความสัมพันธ์ที่ถูกต้องกับพระองค์!“บางครั้งสิ่งที่เราต้องการในชีวิต ไม่ใช่“ทำมากขึ้น” แต่คือ “กลับมาใกล้ชิดพระเจ้ามากขึ้น!”ดังนั้น ขอให้เราสำรวจตัวเองว่า“เราอยู่ในคริสตจักร แต่หัวใจอยู่ห่างจากพระเจ้าหรือไม่?”ถ้าเป็นเช่นนั้น นี่อาจเป็นเวลาที่เราต้องกลับใจและกลับมาหาพระเจ้าแล้ว!​ “แล้วเราจะกลับมาหาเจ้า” — พระเจ้าจะทรงตอบสนองต่อหัวใจที่กลับมาหาพระองค์พระเจ้าไม่ได้ตรัสเพียงว่า“กลับมาหาเรา”แต่ยังตรัสต่อว่า“แล้วเราจะกลับมาหาเจ้า”นี่คือภาษาแห่ง1).ความสัมพันธ์ และ2).การทรงสถิตของพระเจ้ากับมนุษย์นั่นคือ เมื่อใดก็ตามที่ประชากรของพระเจ้ากลับใจและหันกลับมาหาพระองค์ เมื่อนั้นพระองค์ก็ก.ทรงพร้อมที่จะต้อนรับพวกเขาด้วยพระกรุณา และข.ทรงพร้อมที่จะฟื้นฟูสัมพันธภาพกับพวกเขา!เหมือนที่บิดาในเรื่องบุตรน้อยหลงหายออกไปต้อนรับ เมื่อเขากลับมา“แล้วเขาก็ลุกขึ้นไปหาบิดา แต่เมื่อเขายังอยู่แต่ไกล บิดาก็เห็นเขาและมีใจสงสาร จึงวิ่งออกไปกอดคอและจูบแก้มของเขา”~ลูกา 15:20 THSV11พี่น้องที่รักเราต้องตระหนักไว้เสมอว่า​การ “กลับมา” ต้องมากกว่าความรู้สึก​การ“กลับใจ” ก็ต้องไม่ใช่เพียงแค่“รู้สึกผิด”แต่ต้องเป็นการ“เปลี่ยนทิศทาง”ของชีวิต!ฉะนั้นเวลานี้ 1).หากเราห่างพระเจ้า ~ก็จงกลับมาใกล้พระเจ้า2).หากเราพึ่งแต่ตนเอง ~ก็จงหันมาพึ่งวางใจในพระเจ้า3).หากเราเอาแต่ทำตามใจตนเอง ~ก็จงแสวงหาพระประสงค์และทำตามนั้นแทน4).หากเรารับใช้เพราะเป็นหน้าที่ ~ก็จงเปลี่ยนมารับใช้ด้วยความรัก5).หากเราเพียงแค่ทำกิจกรรมเพื่อพระเจ้า ~ก็จงกลับมามีความสัมพันธ์ติดสนิทกับพระเจ้า!พระธรรมเศคาริยาห์ 1:3 ข้อนี้ จึงเป็นคำเชิญให้เรา“กลับมาที่ความสัมพันธ์ ก่อนกลับมาที่กิจกรรม!”วันนี้ ไม่ว่า “อะไร”หรือ “ใคร”(รวมทั้งตัวคุณเอง ) ทำให้คุณห่างเหินและห่างไกลไปจากพระเจ้าผมขอสะกิดเตือนคุณ ด้วยความหวังดีว่า1.จงกลับใจใหม่ 2.จงรีบ“แก้ไข”โดยไม่หาข้ออ้างหรือ เหตุผลใดๆมา“แก้ตัว ”3.จงรีบหันกลับมาหาพระเจ้าให้เร็วที่สุด และ4.จงรับใช้พระเจ้าด้วยใจที่ใหม่สดอีกครั้งแล้วชีวิตของคุณจะกลับมามีความหมายพร้อมรับศักดิ์ศรีและเกียรติที่พระเจ้าทรงเตรียมไว้ล่วงหน้าให้แก่คุณ!…เชื่อผมไหมครับ?…………………………………ธงชัย ประดับชนานุรัตน์ 10สิงหาคม2026(ตอนที่ 132ปีที่6) #YoutubeCJCONNECT#คริสตจักรแห่งความรัก#Churchoflove #ShareTheLoveForward #ChurchOfJoy #คริสตจักรแห่งความสุข#NimitmaiChristianChurch #คริสตจักรนิมิตใหม่#ฮักกัยประเทศไทย #อัลฟ่า#หนึ่งล้านความดี

    สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่131) คุณกำลังเจริญเติบโตอยู่หรือไม่?

    Play Episode Listen Later Aug 9, 2026 5:56


    คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่131)คุณกำลังเจริญเติบโตอยู่หรือไม่?“แต่ให้เรายึดถือความจริงด้วยความรัก เพื่อจะเจริญขึ้นในทุกด้านสู่พระองค์ผู้เป็นศีรษะคือพระคริสต์”~เอเฟซัส 4:15 THSV11“Instead, speaking the truth in love, we will grow to become in every respect the mature body of him who is the head, that is, Christ.”~Ephesians 4:15 NIVพระธรรมเอเฟซัส4:15 ข้อนี้เป็น หัวใจของการทำให้​ชีวิตคริสเตียนแข็งแรง และ​พันธกิจคริสตจักรเจริญเติบโตอ.เปาโลกำลังสอนว่า​ ผู้เชื่อไม่ควรเป็นเหมือน “เด็กฝ่ายวิญญาณ” ที่ถูกพัดพาไปด้วยคำสอนต่าง ๆ (เอเฟซัส 4:14) แต่​ผู้เชื่อควรเจริญเติบโตเป็น“ผู้ใหญ่ในพระคริสต์ ”ซึ่งมีชีวิตที่สมดุลกลมกลืนกัน ทั้งด้าน1).“ความจริง” และ 2).“ความรัก”มาดูกันอีกครั้งว่า พระธรรมข้อนี้สอนอะไรเราบ้าง?​เราต้องยึดความจริงด้วยความรัก“ยึดถือความจริงด้วยความรัก”(Speaking the truth in love.)น่าสนใจ ที่คำในภาษากรีกในข้อนี้ มีความหมายมากกว่าแค่ “พูดความจริง” ( Speaking the truth)แต่หมายถึง “การดำเนินชีวิตอยู่ในความจริง” (Living the truth)ด้วย นั่นคือรวมถึงทั้ง1).การพูดความจริง2).การคิดตามความจริง3).การดำเนินชีวิตตามความจริง และ4).การปกป้องความจริงของพระเจ้าแต่มีเงื่อนไขว่า ทั้งหมดนี้ เราต้องทำควบคู่“ความรัก” เพราะว่าก.ความจริงที่ไม่มีความรัก ช่างน่ากลัวและอันตราย เพราะกลายเป็น~ความแข็งกระด้าง ~การตัดสินพิพากษา และ~การทำร้ายผู้อื่นแทนที่จะช่วยเขาให้ดีขึ้นข.ความรักที่ไม่มีความจริง ก็อันตรายเช่นกัน เพราะอาจกลายเป็น~การประนีประนอมกับความผิด และ~การปล่อยให้คนหลงทาง หลงผิดและไม่เติบโตอย่างที่ควรองค์พระเยซูคริสต์ทรงเป็นแบบอย่างที่สมบูรณ์ เพราะพระองค์ทรง“เปี่ยมด้วยพระคุณและความจริง” (ยอห์น 1:14)คริสเตียนจึงต้องรักษาทั้งสองสิ่งนี้และนำมาปฏิบัติควบคู่ไปพร้อมกัน​เราต้องเจริญในทุกด้านสู่พระคริสต์ผู้เป็นศีรษะ“เพื่อจะเจริญขึ้นในทุกด้านสู่พระองค์ผู้เป็นศีรษะคือพระคริสต์”(we will grow to become in every respect the mature body of him who is the head, that is, Christ.)พระเจ้ามิได้ทรงประสงค์ให้เราเติบโตเพียงด้านใดด้านหนึ่ง แต่ปรารถนาให้เราเจริญเติบโต ในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านความเชื่อ ความรักความบริสุทธิ์ สติปัญญา การรับใช้ ความถ่อมใจ ความอดทน หรือความสัมพันธ์กับผู้อื่นการเจริญเติบโตฝ่ายวิญญาณจึงไม่ใช่เป็นเพียงแค่“รู้พระคัมภีร์ หรือ รู้ศาสนศาสตร์เพิ่มมากขึ้น” แต่คือการที่1).เราได้รู้จักพระคริสต์จริงๆ และ2).เรายอมให้พระวิญญาณค่อยๆเปลี่ยนชีวิตของเราให้ “เป็นเหมือนพระคริสต์” ผู้ทรงก.เป็นศีรษะข.เป็นแบบอย่างหรือ ต้นแบบค.เป็นแหล่งแห่งกำลังง.เป้าหมายฝ่ายจิตวิญญาณของเราให้ เพิ่มมากยิ่งขึ้นในทุกๆวันพี่น้องที่รักขอให้เราเจริญเติบโตไปด้วยกันในทุกๆด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง​ดำเนินชีวิตอยู่ในความจริงและแสดงออกมาด้วยความรัก(คือให้เรารักแม้แต่คนที่ไม่น่ารัก โดยไม่ละทิ้งความจริงของพระเจ้า)​ไม่ยอมให้ใคร หรือ สิ่งใดมาหยุดยั้งการเจริญเติบโตฝ่ายวิญญาณของเราเป็นอันขาด แต่​ยอมให้พระคริสต์1).เป็นศีรษะ และ2).เป็นมาตรฐานแห่งชีวิตของเรา​ไม่ยอมให้ความคิดเห็นหรือกระแสของโลกมา1).ระงับ หรือ2).บั่นทอนการเจริญเติบโตฝ่ายจิตวิญญาณของเราดังนั้น ขอให้คำถามที่เราจะถามตัวเราเอง ในทุกวันที่เราตื่นขึ้นมา คือ“วันนี้ฉันเป็นเหมือนพระคริสต์มากกว่าวันวานหรือไม่ แค่ไหน?”…จะดีไหมครับ?………………………………………ป.ล.ขอมอบคำถามไว้เพื่อใคร่ครวญและแบ่งปันความคิดที่ได้รับจาก“สดแต่เช้า”วันนี้ว่า”คุณเห็นด้วยหรือไม่กับคำกล่าวต่อไปนี้ อย่างไร?และคุณจะนำไปประยุกต์ปฏิบัติจริงๆในคริสตจักรได้อย่างไร?1.“ความจริงที่ไม่มีความรักทำร้ายผู้คน แต่ความรักที่ไม่มีความจริงก็ทำให้ผู้คนหลงทางไป”(Truth without love wounds people; love without truth leaves people lost.)2.“เมื่อความจริงเดินเคียงข้างไปกับความรัก พระคุณของพระเจ้าจะเปลี่ยนแปลงชีวิตผู้คนอย่างสิ้นเชิง”(When truth walks hand in hand with love, God's grace transforms lives.)…………………………………ธงชัย ประดับชนานุรัตน์ 9สิงหาคม2026(ตอนที่ 131ปีที่6) #YoutubeCJCONNECT#คริสตจักรแห่งความรัก#Churchoflove #ShareTheLoveForward #ChurchOfJoy #คริสตจักรแห่งความสุข#NimitmaiChristianChurch #คริสตจักรนิมิตใหม่#ฮักกัยประเทศไทย #อัลฟ่า#หนึ่งล้านความดี #ค่ายคริสตจักรคริสตจักรแห่งความสุข 7-9สิงหาคม2026

    พระธรรมนำชีวิต ตอน หน้าที่ของผู้รับใช้ Ep.1713

    Play Episode Listen Later Aug 8, 2026 4:49


    พระธรรมนำชีวิตตอน หน้าที่ของผู้รับใช้ Ep.1713เมื่อวานนี้เราได้เห็นเยเรมีย์เปิดเผยความทุกข์ต่อพระเจ้าอย่างจริงใจ เขาไม่ได้ปิดบังความรู้สึกหรือแสร้งทำเป็นเข้มแข็ง ผู้รับใช้ของพระเจ้าไม่จำเป็นต้องซ่อนความอ่อนแอจากพระเจ้า เยเรมีย์ 15:11–14 พระเจ้าทรงตอบคำร้องทุกข์ของเยเรมีย์ด้วยพระดำรัสที่ยืนยันว่า พระองค์ทรงเห็นความซื่อสัตย์ของเขา และทรงทำให้เขารู้ว่า สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ภายใต้การควบคุมของพระองค์'พระยาห์เวห์ตรัสว่า “เราไม่ได้ปลดปล่อยเจ้าเพราะประสงค์ดีหรือ? เราไม่ได้ให้ศัตรูมาอ้อนวอนต่อเจ้าในเวลาลำบากและในเวลาทุกข์ใจหรือ? มีใครสามารถหักเหล็กได้หรือ คือเหล็กจากทิศเหนือและทองสัมฤทธิ์? ' เยเรมีย์ 15:11-12พระเจ้าทรงตอบเยเรมีย์ด้วยการยืนยันว่า ชีวิตและพันธกิจของเขาไม่ได้อยู่นอกสายตาของพระเจ้า แม้เวลานั้นเยเรมีย์จะยังไม่เห็นว่าพระเจ้าจะทรงจัดการอย่างไร พระเจ้าทรงบอกว่า วันหนึ่งคนที่เคยต่อต้านเยเรมีย์จะต้องมาวิงวอนต่อเขาในยามวิกฤต ภาพเหล็กจากทิศเหนืออาจสื่อถึงศัตรูจากทิศเหนือ ซึ่งในบริบทของหนังสือเยเรมีย์สัมพันธ์กับมหาอำนาจที่พระเจ้าทรงใช้ในการพิพากษา และเน้นว่ากำลังของมนุษย์ไม่สามารถหยุดยั้งสิ่งที่พระเจ้าประกาศไว้ได้ หน้าที่ของเยเรมีย์ไม่ใช่การเปลี่ยนผลลัพธ์ แต่คือการซื่อสัตย์ต่อหน้าที่ที่พระเจ้าทรงมอบหมาย นี่เป็นแบบอย่างของพวกเราทุกคนด้วย หน้าที่ของเราคือ ซื่อสัตย์กับสิ่งที่พระเจ้ามอบหมาย ไม่ใช่การเปลี่ยนผลลัพธ์ เพราะการควบคุมผลลัพธ์เป็นหน้าที่ของพระเจ้า'“ความมั่งคั่งและทรัพย์สมบัติของเจ้า เราจะมอบให้เป็นของริบโดยไม่คิดค่าเพราะบาปทั้งสิ้นของเจ้า ตลอดทั่วดินแดนของเจ้า เราจะทำให้เจ้าต้องปรนนิบัติศัตรูของเจ้าในแผ่นดินซึ่งเจ้าไม่รู้จักเพราะความโกรธของเรา ไฟจึงถูกจุดขึ้น ซึ่งจะไหม้อยู่เป็นนิตย์” ' เยเรมีย์ 15:13-14หลังจากทรงให้กำลังใจเยเรมีย์แล้ว พระเจ้าทรงหันมาตรัสกับประชาชนยูดาห์อีกครั้ง สังเกตได้ว่าพระดำรัสนี้ใช้สรรพนามบุรุษที่สองพหูพจน์ คือกล่าวกับประชาชนไม่ใช่กล่าวกับเยเรมีย์ พระเจ้าทรงยืนยันว่าการพิพากษาจะเกิดขึ้นเพราะความบาปของยูดาห์ นั่นไม่ใช่ความผิดของเยเรมีย์ ผู้รับใช้ของพระเจ้าไม่สามารถควบคุมการตอบสนองของผู้คนได้ แต่ผู้รับใช้ต้องซื่อสัตย์ต่อพระวจนะและต่อหน้าที่ที่พระเจ้าทรงมอบหมายให้'ฉะนั้นพี่น้องที่รักของข้าพเจ้า จงมั่นคงอยู่ อย่าหวั่นไหว จงทำงานขององค์พระผู้เป็นเจ้าให้บริบูรณ์ทุกเวลา ท่านทั้งหลายพึงรู้ว่า ในองค์พระผู้เป็นเจ้า การตรากตรำของท่านจะไม่ไร้ประโยชน์' 1 โครินธ์ 15:58เมื่อเราทำตามพระทัยของพระเจ้า เราอาจพบความท้อใจ ความเหน็ดเหนื่อย ถูกเข้าใจผิด หรืออาจจะถูกต่อต้าน สิ่งเหล่านั้นไม่ได้หมายความว่าพระเจ้าทอดทิ้งเรา เยเรมีย์ไม่สามารถควบคุมว่าประชาชนจะตอบสนองต่อพระวจนะของพระเจ้าอย่างไร แต่เขาสามารถเลือกที่จะซื่อสัตย์ต่อพระเจ้าได้ หากเรากำลังท้อใจในการรับใช้ ในการเป็นพยาน หรือในการทำสิ่งที่ถูกต้อง ขออย่าลืมว่า ความสำเร็จของการรับใช้ไม่ได้วัดจากจำนวนของคนที่ยอมรับเรา แต่เริ่มต้นจากการที่เรายังซื่อสัตย์ต่อพระเจ้าหรือไม่ หน้าที่ของเราคือความสัตย์ซื่อ ส่วนผลลัพธ์อยู่ในพระหัตถ์ของพระเจ้า และเมื่อเรารับใช้องค์พระผู้เป็นเจ้า ความซื่อสัตย์ ความทรหดอดทน และการตรากตำนั้นจะไม่สูญเปล่าแน่นอนวุฒิ วงศ์สรรเสริญ

    สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่130). มาเจริญเติบโตไปด้วยกันไหม?

    Play Episode Listen Later Aug 7, 2026 7:03


    คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่130)มาเจริญเติบโตไปด้วยกันไหม?“ แต่ขอพวกท่านจงเจริญขึ้นในพระคุณและในความรู้ของพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าและพระผู้ช่วยให้รอดของเรา ขอพระเกียรติจงมีแด่พระองค์ทั้งในปัจจุบันนี้และตลอดไปเป็นนิตย์ อาเมน”~‭‭2 เปโตร‬ ‭3‬:‭18‬ ‭THSV11‬‬“But grow in the grace and knowledge of our Lord and Savior Jesus Christ.To him be glory both now and forever! Amen.”‭‭ ~2 Peter‬ ‭3‬:‭18‬ ‭NIV‬‬มีคำกล่าวไว้ว่า “พระเจ้ามิได้ทรงเรียกเราให้หยุดอยู่ที่เพียงการได้รับความรอด แต่ทรงเรียกเราให้เติบโตขึ้นจนเป็นเหมือนพระบุตรของพระองค์!”(God has not called us merely to be saved, but to grow into the likeness of His Son.)อาจารย์ เปโตร กล่าวปิดท้ายจดหมาย 2 เปโตร โดยกำชับผู้อ่านที่1).กำลังเผชิญคำสอนเท็จและ การทดลอง และ2).กำลังรอคอยการเสด็จกลับมาของพระคริสต์ให้พวกเขายึด1).เป็นคำสั่ง และ2).เป็นเป้าหมายในชีวิตของคริสเตียน ของพวกเขาคือไม่ให้พวกเขา~ “หยุดอยู่กับที่” แต่ให้พวกเขา ~ “เจริญเติบโตขึ้นอย่างเต็มที่” (Grow) ทั้งก.ในพระคุณ และข.ในความรู้ ในพระคริสต์ดังนั้น สิ่งที่เราคริสเตียนพึงกระทำ มีดังนี้ ​ เราต้องเจริญเติบโตขึ้น“จงเจริญขึ้น” (Grow)คำว่า “เจริญขึ้น”นี้ หมายถึง “การเติบโตอย่างต่อเนื่อง ไม่หยุดนิ่ง!”ชีวิตคริสเตียนไม่ใช่1).เป็นเพียงแค่การ “รับความรอด” แต่2).เป็นการ “เติบโต”ขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนตัวเราผู้เชื่อพระคริสต์ มีลักษณะเหมือนพระคริสต์มากขึ้นทุกวันใช่ครับ พระเจ้ามิได้ทรงเรียกเรา ให้เป็นคริสเตียนเพียงแค่ในนามแต่ให้เราเป็นสาวกแท้ ที่กำลังเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอตามวันเวลาที่ผ่านไปด้วยเหตุนี้ คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ว่า“คุณเชื่อพระเยซูมานานแค่ไหน?” แต่เป็น“วันนี้คุณเป็นเหมือนพระเยซูมากขึ้นกว่าเมื่อวันวานหรือไม่?”​ เราต้องเจริญเติบโตขึ้นในเรื่องอะไรบ้าง?1).“เจริญขึ้นในพระคุณ” (Grow in Grace)“พระคุณคือ ความรัก ความเมตตา และความโปรดปรานที่พระเจ้าประทานแก่เราทั้งๆที่เราไม่สมควรจะได้รับ!””การเจริญเติบโตขึ้นในพระคุณ“ จึง หมายถึง การที่เราก.เข้าใจพระคุณของพระเจ้าลึกซึ้งมากยิ่งขึ้นข.พึ่งพาพระคุณนั้นมากกว่าพึ่งกำลังของตนเองค.แสดงพระคุณต่อผู้อื่นด้วยการให้อภัย เมตตา และอ่อนโยนต่อพวกเขาให้เร็วและง่ายยิ่งขึ้นใช่ครับ คนที่เติบโตในพระคุณ จะไม่หยิ่งยโส แต่ถ่อมตนมากขึ้น เพราะรู้ว่าทุกสิ่งที่เขา มีล้วนเป็นพระคุณของพระเจ้า2).“เจริญขึ้นในความรู้ของพระเยซูคริสต์”(Grow in Knowledge of our Lord and Savior Jesus Christ.)ก.ความรู้ในที่นี้ ไม่ใช่เพียงข้อมูลหรือความรู้ทางวิชาการ แต่เป็น การรู้จักพระเยซู เป็นการส่วนตัว คือก).ยิ่งเรารู้จักพระองค์มากเท่าไร เราก็จะข).ยิ่งรัก วางใจ และดำเนินชีวิตเหมือนพระองค์มากขึ้นเท่านั้นข.ความรู้ในพระคริสต์ที่แท้จริงต้องเปลี่ยนชีวิต เพราะว่า เราจะตระหนักและยอมรับพระองค์ในฐานะใหม่ของชีวิตของเราคือ ก).เป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า และข).เป็นพระผู้ช่วยให้รอดของเรา ไม่ใช่เป็นเพียงแค่การเพิ่มข้อมูลเข้าไปในสมองเท่านั้น​เราต้องมีเป้าหมายสูงสุดในชีวิตคือเจริญเติบโตขึ้นเพื่อถวายพระเกียรติแด่พระคริสต์“ขอพระเกียรติจงมีแด่พระคริสต์เจ้าทั้งในปัจจุบันนี้และตลอดไปเป็นนิตย์ อาเมน”( To him be glory both now and forever!Amen)อ.เปโตรปิดท้าย ด้วยคำว่า “ขอพระเกียรติจงมีแด่พระองค์”เป็นการเปิดเผยว่า การเติบโตฝ่ายวิญญาณไม่ใช่เพื่อให้คนชื่นชมเรา แต่เพื่อให้ผู้คน1).เห็นพระคริสต์ชัดเจนและ2).ชื่นชมในสิ่งที่พระองค์กระทำก.ในชีวิต และข.ผ่านชีวิต ของเราดังนั้น หากว่าคนทั้งหลายเห็นชีวิตเรา เต็มไปด้วยพระคุณ ความจริง ความรัก และความบริสุทธิ์ และชื่นชมเราก็ขอให้เราจงมอบถวายพระเกียรติทั้งหมดนั้นกลับคืนให้องค์พระคริสต์เจ้าอย่าเก็บคำชื่นชมและเกียรตินั้นไว้กับตัวเองเท่านั้น(มัทธิว 5:16)สรุปพี่น้องที่รัก ขอให้เรา​อย่าหยุดที่จะเจริญเติบโต (ไม่ว่าเราเชื่อพระเจ้ามากี่ปีแล้วก็ตาม)2.หมั่นใช้เวลาอ่านพระวจนะและอธิษฐานต่อพระเจ้าเผื่อพี่น้องทุกวัน3.เรียนรู้ที่จะพึ่งพระคุณมากกว่าพึ่งความสามารถของตนเอง4.เป็นเหมือนพระคริสต์ให้มากขึ้นในทุกย่างก้าวของชีวิตผ่านการเชื่อฟัง5.ทำทุกสิ่งที่ดีมีประโยชน์เพื่อทำให้คนมากมายสรรเสริญถวายพระเกียรติแด่พระเจ้า…จะดีไหมครับ?ป.ล.ขอมอบคำถามไว้เพื่อใคร่ครวญและแบ่งปันความคิดที่ได้รับจาก“สดแต่เช้า”ในวันนี้”คุณเห็นด้วยหรือไม่กับคำกล่าวต่อไปนี้ ทำไม? และจะนำไปประยุกต์ปฏิบัติจริงอย่างไร?1.“ชีวิตคริสเตียนไม่ได้วัดจากว่าเราเชื่อมายาวนานแล้วแค่ไหนแต่วัดจากว่าเราเติบโตขึ้นในพระคริสต์แล้วมากเพียงใด!“(The Christian life is measured not by how long we have believed, but by how much we have grown in Christ.)2.“ผู้ที่หยุดเรียนรู้ที่จะรู้จักพระคริสต์ กำล

    พระธรรมนำชีวิต ตอน ราคาของความซื่อสัตย์ Ep.1712

    Play Episode Listen Later Aug 7, 2026 4:27


    พระธรรมนำชีวิตตอน ราคาของความซื่อสัตย์ Ep.1712การติดตามพระเจ้าไม่ได้หมายความว่า ชีวิตจะไม่เจอปัญหาหรือความทุกข์ เยเรมีย์คนที่ซื่อสัตย์ต่อพระเจ้ากลับต้องเผชิญทั้งความเข้าใจผิดและการต่อต้าน หลังจากที่พระเจ้าทรงประกาศการพิพากษาเหนือยูดาห์ เยเรมีย์ซึ่งทำหน้าที่ประกาศพระวจนะด้วยความตรงไปตรงมาได้รับผลของข่าวสารที่เขาประกาศ เขาถูกคนใกล้ชิดวางแผนสังหาร ถูกผู้คนเกลียดชัง เขาถึงกับร้องออกมาด้วยความทุกข์ใจ 'แม่จ๋า วิบัติแก่ฉัน ที่แม่คลอดฉันมา เป็นคนที่ทำให้เกิดการแก่งแย่งและการชิงดีทั่วทั้งแผ่นดิน ฉันไม่ได้ให้ยืม หรือฉันก็ไม่ได้ยืมเขา แต่ทุกคนแช่งฉัน ' เยเรมีย์ 15:10เยเรมีย์ไม่ได้กล่าวโทษพระเจ้า หรือแม่ แต่นี่เป็นคำอุทานที่เจ็บปวดมาก เขารู้สึกโดดเดี่ยวถึงร้องออกมาว่า แม่จ๋า และเขากำลังรำพึงกับพระเจ้าคล้าย ๆ กับโยบว่า ตัวเขาไม่น่าเกิดมาเลย เยเรมีย์เปิดเผยความรู้สึกของเขาอย่างตรงไปตรงมา เขาบอกว่า เขาไม่ได้โกงใคร ไม่ได้เอาเปรียบใคร และไม่ได้สร้างปัญหาให้กับใคร เขาพูดว่า "ฉันไม่ได้ให้ยืม หรือฉันก็ไม่ได้ยืมเขา" ซึ่งในสังคมสมัยนั้น เรื่องหนี้สินมักเป็นสาเหตุหลักที่เขาทะเลาะวิวาทกัน แต่เยเรมีย์กลับถูกผู้คนสาปแช่งทั้งที่ไม่ได้ทำผิดเรื่องเหล่านั้นเลย ผู้คนเกลียดเยเรมีย์เพราะเขาประกาศความจริงของพระเจ้า ทั้งที่ความจริงที่เขาประกาศนั้นไม่ใช่สิ่งที่ผู้คนอยากฟัง เรื่องนี้สอนเราว่า บางครั้งการทำในสิ่งที่ถูกต้องอาจทำให้เราไม่ได้รับการยอมรับจากผู้คน การถูกต่อต้านไม่ได้หมายความว่า เรากำลังเดินผิดทาง แต่อาจเป็นเพราะเรากำลังยืนอยู่ฝ่ายความจริงของพระเจ้า นี่เป็นราคาของผู้รับใช้พระเจ้าที่ต้องจ่ายเมื่อเลือกยืนอยู่บนความจริง'เราเผชิญความยากลำบากรอบด้าน แต่ก็ไม่ถูกบดขยี้ เราสับสนแต่ก็ไม่หมดหวัง เราถูกข่มเหงแต่ก็ไม่ถูกทอดทิ้ง เราถูกตีให้ล้มลง แต่ก็ไม่ถูกทำลาย เราแบกความตายของพระเยซูไว้ในร่างกายเสมอ เพื่อว่าชีวิตของพระเยซูจะปรากฏในร่างกายของเราด้วย ' 2 โครินธ์ 4:8-10อ.เปาโลก็เป็นคนนึงที่ซื่อสัตย์ในการประกาศความจริงเรื่องพระเยซู ท่านเองก็จ่ายราคาแพงกับเรื่องนี้ แต่ อ.เปาโล ท่านก็ซื่อสัตย์ที่จะประกาศความจริงของพระเจ้า การทำในสิ่งที่ถูกต้องทำให้เรารู้สึกท้อใจเหน็ดเหนื่อย เพราะถูกเข้าใจผิด ถูกปฏิเสธ ขอเราอย่าท้อใจ พระเจ้าทรงเห็นทุกหยดน้ำตา และพระองค์ทรงเห็นความซื่อสัตย์ของผู้ที่ดำเนินตามพระองค์ ความสำเร็จในการรับใช้ไม่ได้วัดจากการได้รับการยอมรับจากผู้คน แต่วัดจากความซื่อสัตย์ และการยืนหยัดอยู่ในพระเจ้าจนถึงที่สุด เมื่อเราวางใจในพระเจ้า เราจะพบว่า พระเจ้าทรงเป็นกำลังของเรา และพระองค์จะไม่ทรงทอดทิ้งคนพระองค์เลย พรุ่งนี้เราจะกลับมาดูคำตอบของพระเจ้าที่ทรงให้กำลังใจเยเรมีย์ เมื่อผู้รับใช้ของพระองค์ต้องเผชิญความท้อใจด้วยกันวุฒิ วงศ์สรรเสริญ

    “สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่129) ทำไมรับใช้ แต่กลับรู้สึกไม่เหมือนเดิม?(3)

    Play Episode Listen Later Aug 6, 2026 5:00


    คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่129)ทำไมรับใช้ แต่กลับรู้สึกไม่เหมือนเดิม?(3) “แต่เรามีข้อที่จะต่อว่าเจ้าบ้าง คือว่าเจ้าละทิ้งความรักดั้งเดิมของเจ้า”‭‭ ~วิวรณ์‬ ‭2‬:‭4‬ ‭TH1971‬‬“But I have this against you: You have abandoned the love you had at first.”‭‭ ~Revelation‬ ‭2‬:‭4‬ ‭CSB‬‬มีคำกล่าวไว้ว่า"พระเจ้าไม่ได้ทรงมองหาความสมบูรณ์แบบในงานรับใช้ของเราแต่พระองค์ทรงแสวงหาดวงใจที่ร้อนรนและรักพระองค์เหมือนดังในวันแรก"(God is not merely looking for perfection in our service; He is searching for a heart that burns for Him just like the very first day.)นี่จึงเป็นคำเตือนไม่ให้เราร้อนรนในการรับใช้เพื่อพระเจ้าหรือคริสตจักรมากเกินไป จนเรา​ละทิ้ง หรือ​สูญเสีย ความรักดั้งเดิมของเราไปเพราะว่าหากทำเช่นนั้น พระเจ้าก็อาจ1).ไม่พอพระทัยเรา และ2).ต่อว่าเรา ก็เหมือนกับที่พระเยซูคริสต์ได้ต่อว่าคริสตจักรที่เมืองเอเฟซัส ทั้งๆที่พวกเขาได้ทำสิ่งที่ยอดเยี่ยมมาก ดังนี้ “1.เรารู้จักความประพฤติของเจ้า​เรารู้เรื่องการตรากตรำและความทรหดอดทนของเจ้า และ​เรารู้ว่า~เจ้าไม่ยอมทนต่อพวกคนชั่ว ~เจ้าทดสอบพวกที่อ้างตัวว่าเป็นอัครทูต แต่ไม่ได้เป็น และ~เจ้าก็พบว่าพวกเขาโกหก ​เรารู้ว่าพวกเจ้า~มีความทรหดอดทน และ~ยอมทนเพราะนามของเรา และ~ไม่ได้อ่อนระอา”‭‭ ~วิวรณ์‬ ‭2‬:‭2‬-‭3‬ ‭THSV11‬‬ใช่ครับ ทั้งๆที่ผู้เชื่อชาวเมืองเอเฟซัสทรหดอดทนมากเพื่อ พระนามของพระเจ้าแต่กระนั้น พระเจ้าก็ยังตรัสว่า“…แต่เรามีข้อที่จะต่อว่าเจ้าบ้าง คือว่าเจ้าละทิ้งความรักดั้งเดิมของเจ้า!”ดังนั้นไม่ว่าเรา~จะทำดีสักเพียงใด ~จะยืนหยัดเพื่อความจริง และ~จะต่อสู้กับพวกคนชั่ว อย่างทรหดมามากสักแค่ไหนแต่ถ้าหากว่าเราละทิ้งความรักดั้งเดิมที่มาจากพระเจ้า…สิ่งที่ดีที่เราทำนั้นก็ไร้ค่า!ด้วยเหตุนี้ อย่าให้การรับใช้ของเรา เป็นการรับใช้ที่ทำให้ความรัก~ที่เรามีต่อพระเจ้าและ~ที่เรามีต่อคนอื่นนั้น ลดน้อยลงหรือสูญหายไปเป็นอันขาดเพราะว่าการรับใช้ ที่ทำลายความสัมพันธ์ระหว่าง~เรากับพระเจ้า และ~เรากับผู้อื่นนั้นเป็นการรับใช้ที่พระเจ้าไม่ได้ทรงปรารถนาดังนั้น อย่าให้เรารับใช้ไปแล้ว ความรู้สึกที่รักพระเจ้าและรักคนอื่นนั้น ลดลง หายไป หรือ ไม่เหมือนเดิมและในท้ายนี้ ขอเตือนย้ำอีกครั้งเช่นกันว่า​อย่าให้ความถูกต้องหรือความจริงใดๆ ทำลายความรักของพระเจ้าที่มีต่อเราและต่อคนอื่นแต่ในขณะเดียวกันก็​อย่าอ้างความรักอย่างไม่ถูกต้อง โดยทอดทิ้งความจริงอย่างไม่แยแสเพราะว่าอย่างใดอย่างหนึ่งนั้น ไม่เพียงพอพระเจ้าทรงเรียกร้องให้เราดำเนินชีวิตและรับใช้โดยมีความจริงเคียงคู่มากับความรัก!พี่น้องที่รัก"ไม่ว่าเราจะเดินหลงไปไกลสักเพียงใด อ้อมแขนของพระเจ้าก็ยังรอคอยให้เรากลับไปและจุดประกายรักดั้งเดิมของเราขึ้นใหม่อยู่เสมอ"(No matter how far we have wandered, His arms are always waiting for us to return and rekindle our first love.)ดังนั้น วันนี้ ขอให้เรากลับมารับใช้ พระองค์ด้วยความรู้สึกรักเต็มล้นเหมือนเดิมอีกครั้ง…จะดีไหมครับ?……………………………………ธงชัย ประดับชนานุรัตน์ 7สิงหาคม2026(ตอนที่129ปีที่6) #YoutubeCJCONNECT#คริสตจักรแห่งความรัก#Churchoflove #ShareTheLoveForward #ChurchOfJoy #คริสตจักรแห่งความสุข#NimitmaiChristianChurch #คริสตจักรนิมิตใหม่#ฮักกัยประเทศไทย #อัลฟ่า#หนึ่งล้านความดี #ค่ายคริสตจักรแห่งความสุข7~9ส.ค2026

    revelation csb god
    พระธรรมนำชีวิต ตอน อย่าผลัดวันประกันพรุ่ง Ep.1711

    Play Episode Listen Later Aug 6, 2026 5:14


    พระธรรมนำชีวิตตอน อย่าผลัดวันประกันพรุ่ง Ep.1711พระเจ้าทรงอดทนต่อมนุษย์ แต่ความอดทนของพระเจ้าไม่ใช่การยอมรับความบาป จากตอนที่แล้ว พระเจ้าทรงประกาศว่า แม้โมเสสและซามูเอลจะอธิษฐานวิงวอนแทนประชาชน พระองค์ก็จะไม่ทรงยกเลิกคำพิพากษา เพราะยูดาห์ได้ปฏิเสธพระองค์อย่างต่อเนื่อง ในเยเรมีย์ 15:5–9 พระเจ้าทรงเปิดเผยเหตุผลว่า พระองค์ทรงเรียกพวกเขาให้กลับใจมานานแล้ว แต่พวกเขายังหันหลังให้พระองค์ จนพระองค์ตรัสว่า “เราเอือมต่อการผ่อนผันแล้ว”'เยรูซาเล็มเอ๋ย ใครจะสงสารเจ้า หรือใครจะเสียใจกับเจ้า ใครจะแวะมาถามทุกข์สุขของเจ้า? ' เยเรมีย์ 15:5สามคำถามนี้มาอยู่เรียงกัน โดยเป็นคำถามที่มีคำตอบว่า ไม่มีใครเลย ทำให้เราเห็นว่า เยรูซาเล็มเมืองที่พระเจ้าทรงเลือกให้เป็นที่ประทับของพระนามพระองค์ เมืองที่เคยสร้างความมั่นคงด้วยการพึ่งพาพันธมิตรต่าง ๆ แทนที่พระเจ้ากำลังจะต้องอยู่ในสภาพที่โดดเดี่ยว 'เจ้าได้ปฏิเสธเรา” พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้แหละ “เจ้าถอยหลังเรื่อยไป เราจึงได้เหยียดมือออกไปต่อสู้เจ้าและทำลายเจ้า เราเอือมต่อการผ่อนผันแล้ว เราฝัดพวกเขาด้วยส้อมฝัดข้าว ที่ประตูทั้งหลายของเมืองนั้น เราทำให้ลูกของเขาตาย เราทำลายประชากรของเรา เขาทั้งหลายไม่ได้หันกลับจากทางของเขา ' เยเรมีย์ 15:6-7นี่คือเหตุผลของการพิพากษา คนยูดาห์ปฏิเสธพระเจ้ามาอย่างต่อเนื่องนับเป็นร้อย ๆ ปี คำว่า “เจ้าถอยหลังเรื่อยไป” ทำให้เห็นถึงการใช้ชีวิตที่หันหลังให้พระเจ้าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งพระเจ้าอดทน เรียก เตือน และให้โอกาสอยู่ตลอด แต่เมื่อพวกเขาไม่ยอมตอบสนอง พระเจ้าจึงตรัสว่า “เราเอือมต่อการผ่อนผันแล้ว” นี่ไม่ใช่เพราะพระเจ้าทรงหมดความเมตตา แต่เพราะพระองค์จะไม่ทรงปล่อยให้ความบาปดำเนินต่อไปโดยไม่มีการพิพากษา ความอดทนของพระเจ้ามีไว้เพื่อนำมนุษย์กลับใจ ไม่ใช่เพื่อให้มนุษย์ผลัดวันประกันพรุ่งในการเชื่อฟังพระองค์'จำนวนหญิงม่ายของเขาจะมาก ยิ่งกว่าทรายชายทะเล ณ เวลาเที่ยงวัน เรานำผู้ทำลาย มายังบรรดาแม่ของคนหนุ่มทั้งหลายเราทำให้ความระทมเหลือแสนและความสยดสยอง ตกเหนือเธอโดยฉับพลัน เธอผู้มีบุตรเจ็ดคนก็อ่อนกำลัง เธอสลบไปแล้วดวงอาทิตย์ของเธอตกเมื่อยังวันอยู่ เธอต้องอับอายและขายหน้า เราจะมอบผู้ที่เหลืออยู่ให้แก่ดาบ ต่อหน้าศัตรูของเขา” พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้แหละ ' เยเรมีย์ 15:8-9ภาพที่พระเจ้าทรงใช้ในตอนนี้เต็มไปด้วยความสูญเสีย ทั้งหญิงม่าย แม่ที่สูญเสียลูกชาย แม้พระเจ้าจะทรงพิพากษา แต่พระองค์ไม่ได้ทรงยินดีในความพินาศของพวกเขา แต่พระเจ้าทรงเปิดเผยให้เห็นว่าความบาปไม่เคยส่งผลเฉพาะคนที่ทำเท่านั้น แต่มันส่งผลไปถึงคนที่เรารัก และคนรุ่นต่อไป ความบาปที่ไม่ได้รับการจัดการย่อมสร้างความเสียหายที่กว้างกว่าที่เราคิดเสมอ และสิ่งที่น่าเศร้าที่สุดคือ แม้พระเจ้าจะทรงตีสอนแล้ว เขาทั้งหลายไม่ได้หันกลับจากทางของเขา เพราะหัวใจที่แข็งกระด้างสามารถปฏิเสธแม้แต่การตีสอนของพระเจ้าได้'พระยาห์เวห์องค์เจ้านายตรัสว่า เราพอใจในความตายของคนอธรรมหรือ? แต่เราพอใจให้เขาหันกลับจากทางของเขาและมีชีวิตอยู่ไม่ใช่หรือ? ' เอเสเคียล 18:23พระเจ้าทรงไม่พอพระทัยในความพินาศของมนุษย์ แต่ทรงต้องการให้ทุกคนกลับใจและมีชีวิตอยู่ วันนี้หากพระเจ้ากำลังเตือนเราในเรื่องใด ขอเราอย่าผลัดวันประกันพรุ่ง หรือคิดว่ายังมีเวลาอีกนานเพราะไม่มีใครรู้ว่าโอกาสนั้นจะหมดลงเมื่อไหร่ ขอให้เราตอบสนองต่อพระเจ้าทันที กลับใจจากความบาป กลับมาเดินในทางของพระเจ้า เพราะผู้ที่กลับมาหาพระองค์ด้วยใจถ่อมจะพบทั้งพระเมตตา การอภัย และชีวิตใหม่ที่พระเจ้าทรงจัดเตรียมไว้ให้เสมอวุฒิ วงศ์สรรเสริญ

    “สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่128 ทำไมรับใช้ แต่กลับรู้สึกไม่เหมือนเดิม?(2)

    Play Episode Listen Later Aug 5, 2026 5:10


    คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่128)ทำไมรับใช้ แต่กลับรู้สึกไม่เหมือนเดิม?(2)“แต่เรามีข้อติติงเจ้าคือ เจ้าได้ละทิ้งความรักดั้งเดิมของเจ้า”‭‭ ~วิวรณ์‬ ‭2‬:‭4‬ ‭TNCV‬‬“However, I have this against you: The love you had at first is gone.”‭‭ ~Revelation‬ ‭2‬:‭4‬ ‭GW‬‬พระคัมภีร์ข้อนี้เตือนให้เรารู้ว่า“พระเจ้าไม่ได้ทรงต้องการเพียงแค่มือที่สาละวนในการทำงานแต่พระองค์ทรงปรารถนาหัวใจที่รักพระองค์!”(God desires not only busy hands, but a heart that loves Him.)ผมเชื่อว่า เราทุกคนคิดเช่นนั้น ในทุกมิติของชีวิต​ถ้าเราเป็นลูก เราไม่ได้แค่ต้องการพ่อแม่ที่ยุ่งอยู่กับการหาเงินเพื่อเลี้ยงดูเราเท่านั้นแต่เราต้องการหัวใจที่รักเราและความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดอบอุ่นกับเรามากกว่า​ถ้าเราเป็นภรรยา เราไม่ได้ต้องการแค่สามีที่ยุ่งอยู่กับการหาเงินเพื่อเลี้ยงดูเราเท่านั้นแต่เราต้องการหัวใจที่รักเราและความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดอบอุ่นกับเรามากกว่า​ถ้าเราเป็นสามี เราไม่ได้แค่ต้องการภรรยาที่ยุ่งอยู่กับการดูแลบ้านให้เราเท่านั้นแต่เราต้องการหัวใจที่รักเราและความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดอบอุ่นกับเรามากกว่า​ถ้าเราเป็นพ่อแม่ เราไม่ได้แค่ต้องการลูกที่ยุ่งอยู่กับการดูแลเราตามหน้าที่เท่านั้นแต่เราต้องการหัวใจที่รักเราและความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดอบอุ่นกับเรามากกว่า​ถ้าเราเป็นสมาชิกโบสถ์ เราไม่ได้แค่ต้องการอาจารย์พี่เลี้ยงที่ยุ่งอยู่กับการสร้างเราเป็นสาวกเท่านั้นแต่เราต้องการหัวใจที่รักเราและความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดอบอุ่นกับเรามากกว่า​ถ้าเราเป็นศิษยาภิบาลหรือผู้นำโบสถ์ เราไม่ได้แค่ต้องการสมาชิกที่ยุ่งอยู่กับการรับใช้เท่านั้นแต่เราต้องการหัวใจที่รักเราและความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดอบอุ่นกับเรามากกว่า ​ถ้าเราเป็นศิษย์ เราไม่ได้แค่ต้องการครูที่ยุ่งอยู่กับการสอนสั่งสอนเราเท่านั้นแต่เราต้องการหัวใจที่รักเราและความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดอบอุ่นกับเรามากกว่า​ถ้าเราเป็นครู เราไม่ได้แค่ต้องการศิษย์ที่ยุ่งอยู่กับการเรียนตามบทบาทเท่านั้นแต่เราต้องการหัวใจที่รักเราและความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดอบอุ่นกับเรามากกว่าฯลฯใช่ครับ ไม่ว่าเราจะอยู่ในฐานะใด หรือบทบาทใด พระเจ้าไม่ได้ทรงประสงค์ให้เราแค่สาละวนหรือยุ่งอยู่กับการทำงานรับใช้ตามหน้าที่ตามบทบาทของเรา1).ด้วย”มือ“ หรือ2).ด้วย“ปาก” เท่านั้นแต่พระเจ้าปรารถนาให้เรากระทำสิ่งเหล่านั้นออกมาจาก“หัวใจ”ของเราอย่างแท้จริงโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อกระทำสิ่งเหล่านั้น1).ด้วยความรักเมตตา และ2).ด้วยความเข้าอกเข้าใจ อย่างแท้จริงด้วยเหตุนี้ พี่น้องที่รัก ไม่ว่าจากนี้ เราจะทำอะไรให้พระเจ้า ให้คริสตจักร หรือทำให้แก่ผู้ใดขอให้เรากระทำสิ่งเรานั้น ออกมาจาก1.มือ2.สมอง 3.ปาก และ 4.ใจอย่างมีคุณภาพ อย่างสุดจิตสุดกำลัง และอย่างสิ้นสุดความคิด ด้วยความรักดั้งเดิมที่เรามีต่อพระเจ้าแบบเต็มล้น100%…จะดีไหมครับ?……………………………………ธงชัย ประดับชนานุรัตน์ 6สิงหาคม2026(ตอนที่128ปีที่6) #YoutubeCJCONNECT#คริสตจักรแห่งความรัก#Churchoflove #ShareTheLoveForward #ChurchOfJoy #คริสตจักรแห่งความสุข#NimitmaiChristianChurch #คริสตจักรนิมิตใหม่#ฮักกัยประเทศไทย #อัลฟ่า#หนึ่งล้านความดี

    พระธรรมนำชีวิต ตอน อย่ารอจนสายเกินไป Ep.1710

    Play Episode Listen Later Aug 5, 2026 5:36


    พระธรรมนำชีวิตตอน อย่ารอจนสายเกินไป Ep.1710พระเจ้าทรงอดทนและประทานโอกาสให้มนุษย์กลับใจอยู่เสมอ แต่ความอดทนของพระเจ้าไม่ใช่การยอมรับความบาป เยเรมีย์ 14 เยเรมีย์อธิษฐานวิงวอนแทนประชาชน ขอให้พระเจ้าทรงเมตตาและทรงระลึกถึงพันธสัญญาของพระองค์ แต่เมื่อเข้าสู่เยเรมีย์ 15:1–4 พระเจ้าทรงตอบอย่างหนักแน่นว่า เวลาของการพิพากษามาถึงแล้ว ไม่ใช่เพราะพระองค์ขาดพระเมตตา แต่เพราะประชาชนปฏิเสธพระเจ้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า และไม่ยอมกลับใจ'พระยาห์เวห์ตรัสกับข้าพเจ้าว่า “แม้ว่าโมเสสและซามูเอลจะมายืนอยู่ต่อหน้าเรา จิตใจของเราจะไม่หันไปหาชนชาตินี้ ไล่เขาทั้งหลายออกไปให้พ้นสายตาของเรา แล้วให้เขาไป ' เยเรมีย์ 15:1โมเสสและซามูเอลเป็นบุคคลสำคัญที่เคยอธิษฐานวิงวอนแทนประชาชนอิสราเอล ซึ่งพระเจ้าทรงตอบคำอธิษฐานของทั้งสอง แต่ครั้งนี้พระเจ้าตรัสว่า แม้ทั้งสองจะมายืนอธิษฐาน พระเจ้าก็จะไม่เปลี่ยนคำพิพากษา ตรงนี้ไม่ได้หมายความว่า การอธิษฐานไม่มีความสำคัญ แต่เป็นการชี้ให้เห็นว่า ยูดาห์ได้ปฏิเสธพระเจ้าอย่างต่อเนื่องจนถึงเวลาที่คำพิพากษาตามพันธสัญญาจะต้องเกิดขึ้น พระเจ้าทรงอดทนมานาน แต่พวกเขาใช้โอกาสนั้นเพื่อดำเนินอยู่ในความบาปต่อไป ขอให้เราตระหนักอยู่เสมอว่า การที่พระเจ้ายังไม่ทรงลงโทษ ไม่ได้หมายความว่าพระเจ้าทรงยอมรับการใช้ชีวิตในบาปของเรา แต่เป็นเพราะพระเจ้ายังทรงอดทนและประทานโอกาสให้เรากลับใจอยู่เสมอ'และเมื่อเขาถามเจ้าว่า ‘เราจะไปที่ไหน?' เจ้าจงพูดกับเขาว่า พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้ว่า คนเหล่านั้นที่ถูกกำหนดให้แก่โรคระบาดจะไปเป็นโรคระบาด คนที่ถูกกำหนดให้แก่ดาบจะโดนดาบ คนที่ถูกกำหนดให้แก่การกันดารอาหาร จะพบการกันดารอาหาร คนที่ถูกกำหนดให้แก่การเป็นเชลยจะเป็นเชลย” ' เยเรมีย์ 15:2ในข้อ 2 นี้ในภาษาเดิมเป็นการพูดซ้ำแต่เปลี่ยนรายละเอียด พระเจ้าทรงประกาศผลของการพิพากษาที่สอดคล้องกับการละเมิดพันธสัญญา คือโรคระบาด ดาบหรือสงคราม การกันดารอาหาร และการเป็นเชลย ทุกอย่างนี้เป็นผลของการละเมิดพันธสัญญาที่พระเจ้าทรงเตือนไว้นานแล้ว 'พระยาห์เวห์ตรัสว่า “เราจะกำหนดสี่อย่างไว้เหนือเขาคือ ดาบสังหาร สุนัขลากไป นกในอากาศ และสัตว์บนแผ่นดินโลกกัดกินและทำลาย และเราจะทำให้เขาเป็นความหวาดกลัวแก่ราชอาณาจักรทั้งสิ้นแห่งแผ่นดินโลก เนื่องจากการกระทำซึ่งมนัสเสห์โอรสเฮเซคียาห์กษัตริย์แห่งยูดาห์ทรงกระทำในเยรูซาเล็ม ' เยเรมีย์ 15:3-4สิ่งที่พระเจ้าทรงกำหนดไว้ทั้ง 4 อย่างนี้ ดาบ สุนัข นก และสัตว์ เป็นการให้ภาพของความตายที่ไร้เกียรติ เพราะไม่มีการจัดการศพซึ่งนับเป็นความอัปยศอย่างมากในวัฒนธรรมของคนอิสราเอลสมัยนั้น พระเจ้ายังกล่าวถึง มนัสเสห์ ผู้วางรากฐานการนมัสการรูปเคารพและนำยูดาห์ให้หลงจากพระเจ้า เพราะไม่ว่าเวลาจะผ่านมานานเท่าไหร่ผลของความบาปนั้นยังส่งผลต่อคนรุ่นต่อมา เพราะคนยูดาห์ยังเลือกเดินในทางเดียวกัน สิ่งนี้เตือนเราว่า ความบาปที่ไม่ได้รับการจัดการ อาจจะกลายเป็นแบบอย่างที่ส่งผลต่อครอบครัว คนรอบข้าง และคนรุ่นต่อไปได้'หรือว่าท่านประมาทพระกรุณาอันอุดม ความอดกลั้นพระทัย และความอดทนของพระองค์ โดยไม่รู้หรือว่าพระกรุณาคุณของพระเจ้านั้น มุ่งจะชักนำท่านให้กลับใจใหม่? ' โรม 2:4พระเจ้าทรงเป็นพระเจ้าแห่งพระเมตตาคุณ และพระองค์ประทานโอกาสให้มนุษย์กลับใจอยู่เสมอ แต่มนุษย์ไม่ควรใช้ความอดทนของพระเจ้าเป็นข้ออ้างในการทำบาป หรือผัดวันประกันพรุ่งที่จะไม่จัดการกับความบาป หากวันนี้พระเจ้ากำลังเตือนเราผ่านพระวจนะเรื่องใด ขอเราอย่ารอจนสายเกินไป ขอให้เรารีบตอบสนองต่อพระเจ้าทันที ตอบสนองต่อพระเจ้าด้วยความยำเกรง กลับใจ และหันมาเชื่อฟังพระเจ้า เพราะคนที่ถ่อมใจกลับมาหาพระเจ้าจะพบพระคุณ การอภัย และการฟื้นฟูจากพระองค์เสมอวุฒิ วงศ์สรรเสริญ

    สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่127) ทำไมรับใช้ แต่กลับรู้สึกไม่เหมือนเดิม?(1)

    Play Episode Listen Later Aug 4, 2026 5:50


    คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่127)ทำไมรับใช้ แต่กลับรู้สึกไม่เหมือนเดิม?(1)“แต่เรามีข้อที่จะต่อว่าเจ้าบ้าง คือว่าเจ้าละทิ้งความรักครั้งแรกของเจ้า”‭‭ ~วิวรณ์‬ ‭2‬:‭4‬ ‭THSV11‬‬“Yet I hold this against you: You have forsaken the love you had at first.”‭‭ ~Revelation‬ ‭2‬:‭4‬ ‭NIV‬‬คุณเห็นด้วยกับคำกล่าวดังต่อไปนี้ หรือไม่?"เราอาจทำงานรับใช้พระเจ้าด้วยสองมือที่ขยันขันแข็ง แต่กลับมีหัวใจที่เดินจากพระองค์ไปไกลแสนไกล"(We can serve Him with diligent hands, while our hearts are walking miles away from Him.)ช่างน่าเศร้าใจที่ผู้เชื่อหลายคน รวมทั้งผู้รับใช้พระเจ้าทั้งที่อยู่ในพระคัมภีร์และในสมัยปัจจุบัน ล้วนเคยเผชิญกับภาวะที่แม้มือยังรับใช้อยู่ แต่ หัวใจค่อยๆไปไกลห่าง​จาก “ใจรัก” มาเป็น “ภาระหนักใจ” ​จาก “สิทธิพิเศษ” เป็น “หน้าที่ที่หนักเป็นพิเศษ”เข้าทำนอง“ละทิ้งใจรักดั้งเดิม” ที่เคยมีต่อ​พระเจ้าและ2).งานรับใช้ ที่พระองค์ทรงมอบหมายแล้วอะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้​ความรักที่เรามีต่อพระเจ้าน้อยลงหรือจืดจางไป และ​ความสุขและความกระตือรือร้นในการรับใช้พระเจ้าของเราลดน้อยลง?เราพอจะรวบรวมสาเหตุที่ทำให้ความรู้สึกที่มีต่อพระเจ้าเปลี่ยนไปได้ดังนี้_1. เราจัดลำดับสำคัญก่อนหลังในชีวิตของเราผิดพลาดไป_2. เราปล่อยให้บางสิ่งบางอย่างมาแทนที่พระเจ้าและงานของพระองค์_3. เราปล่อยให้ชีวิตเร่งรีบวุ่นวายจนเหน็ดเหนื่อยอ่อนล้าสะสมมานาน_4.เราปล่อยให้การคุ้นชินในการทำงานกลายเป็นกิจวัตรที่น่าเบื่อหน่าย_5.เราทำงานแค่เป็นหน้าที่อย่างขาดชีวิตชีวาในฝ่ายจิตวิญญาณต่อเนื่อง_6.เราสาละวนกับการทำงานจนขาดการเติมพลังและความสดชื่นใหม่ๆ_7.เราเบื่อหน่ายรำคาญใจกับความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในหลายกรณี _8.เราผิดหวังทั้งต่อพระเจ้าและต่อคนอื่นอย่างสะสมมาในหลายๆเรื่อง_9.เรามีแรงจูงใจในการรับใช้และในการดำเนินชีวิตที่เปลี่ยนไปจากเดิม_10.เราทำผิดบาปและไม่ยอมสารภาพ แต่กลับปกปิดไม่ยอมละเลิกจนรู้สึกละอาย_11.เราประสบความทุกข์ยากสาหัสจนสงสัยในความรักและในความยุติธรรมของพระเจ้า_12.เราได้รับบาดเจ็บจากคนที่เรารักหรือเคารพจนเข็ดเขี้ยวกับการรับใช้_13.เราขาดการติดสนิทกับพระเจ้าเป็นประจำทุกวันและทุกอาทิตย์_14.เราขาดการมีสามัคคีธรรมกับพี่น้องในคริสตจักรเป็นประจำต่อเนื่อง_15.เราละเลยและลืมพระคุณของพระเจ้าที่มีต่อชีวิตของเราไปอย่างน่าเสียใจฯลฯพี่น้องที่รักต่อให้เรายังคงทำงานรับใช้พระเจ้าต่อไปด้วยความอดทนแต่หากว่าความรักที่เรามีต่อพระคริสต์และความสัมพันธ์ที่เรามีต่อพระเจ้านั้นลดหรือหายไปการรับใช้นั้นก็เป็นเพียงแค่กิจกรรมที่ไร้ความหมายสำหรับพระเจ้าเพราะสิ่งที่พระเจ้าปรารถนาจากเรานั้นคือ“ความสัมพันธ์รักอันสนิทสนมกับพระเจ้า!“ไม่ใช่แค่เพียงความรับผิดชอบในการทำงานให้พระองค์แบบขาดความยินดีดังนั้น ขอให้เราฟังและรีบทำตามที่พระเยซูคริสต์ได้ตรัสไว้ว่า“เพราะฉะนั้นจงระลึกถึงสภาพเดิมที่เจ้าตกลงมาแล้วนั้น จงกลับใจใหม่และทำตามที่ประพฤติในตอนแรก มิฉะนั้นเราจะมาหาเจ้า และจะย้ายคันประทีปของเจ้าออกจากที่ของมัน นอกจากว่าเจ้าจะกลับใจใหม่”‭‭ ~วิวรณ์‬ ‭2‬:‭5‬ ‭THSV11‬‬…จะดีไหม?……………………………………ธงชัย ประดับชนานุรัตน์ 5สิงหาคม2026(ตอนที่127ปีที่6) #YoutubeCJCONNECT#คริสตจักรแห่งความรัก#Churchoflove #ShareTheLoveForward #ChurchOfJoy #คริสตจักรแห่งความสุข#NimitmaiChristianChurch #คริสตจักรนิมิตใหม่#ฮักกัยประเทศไทย #อัลฟ่า#หนึ่งล้านความดี

    สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่126) เราถูกสร้างมาเพื่อทำดี!

    Play Episode Listen Later Aug 3, 2026 5:19


    คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่126)เราถูกสร้างมาเพื่อทำดี!“เพราะว่าเราเป็นฝีพระหัตถ์ของพระองค์ที่ทรงสร้างขึ้นในพระเยซูคริสต์เพื่อให้ทำการดี ซึ่งเป็นสิ่งที่พระเจ้าทรงจัดเตรียมไว้ก่อนแล้วเพื่อให้เราดำเนินตาม”‭‭ ~เอเฟซัส‬ ‭2‬:‭10‬ ‭THSV11‬‬“For we are God's handiwork, created in Christ Jesus to do good works, which God prepared in advance for us to do.”‭‭ ~Ephesians‬ ‭2‬:‭10‬ ‭NIV‬‬“ดี ”คือ “สิ่งที่มีลักษณะเป็นไปในทาง1).ที่ต้องการ2).น่าปรารถนา 3).น่าพอใจ และ4).เป็นประโยชน์ต่อตนเองหรือผู้อื่น โดยมีความหมายครอบคลุมทั้งในแง่ของสภาพจิตใจ การกระทำ และคุณภาพ”“ดี” หมายถึง1).การอยู่ในภาวะตรงข้ามกับชั่วหรือเลว คือ เป็นสิ่งที่ถูกต้อง ดีงาม และเป็นที่ยอมรับ2).คุณภาพสูง คือบอกว่าสิ่งของหรืออาการนั้นเยี่ยม สวยงาม หรือเรียบร้อย เช่น สุขภาพดี อากาศดี3).โชคและโอกาส คือสื่อถึงความเป็นมงคลหรือโชคลาภ “ดี”ยังหมายถึง1).การไม่คิด ไม่พูด ไม่ทำ หรือไม่สร้างความเดือดร้อนให้ตนเองและผู้อื่น2).การกระทำที่สร้างคุณค่า คุณประโยชน์ต่อส่วนรวมรวมถึงการช่วยเหลือสังคม3).การมีคุณธรรมจริยธรรม คือมีน้ำใจ ซื่อสัตย์ และเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์“ความดี”นั้น สำคัญอย่างไร?“ความดี (Goodness)” 1).เป็นหนึ่งในคุณลักษณะของพระเจ้า และ2).เป็นผลของชีวิตที่พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงสร้างขึ้นในเราผู้เชื่อ หรือที่เรียกกันว่า“ผลของพระวิญญาณ”“แต่ผลของพระวิญญาณนั้น คือ …ความดี ความสัตย์ซื่อ…”~กาลาเทีย 5:22-23“ความดี”จึงไม่ใช่เป็นเพียงนิสัยตามธรรมชาติของคนเราแต่เป็นผลสะท้อนคุณลักษณะที่พึงปรารถนาของพระเจ้าออกมาใน~คำพูด~การงาน ~ความสัมพันธ์ และ~การรับใช้“ความดี” จึงไม่ใช่เพียงแค่การเป็นคนใจดี แต่เป็น การ​ดำเนินชีวิตตามพระลักษณะของพระเจ้า ​เลือกทำสิ่งที่ถูกต้อง แม้ไม่มีใครเห็น”ความดี“ในพระคัมภีร์ มีลักษณะอย่างไร?1).“ความดี” ในพระคัมภีร์ มีความหมายลึกซึ้งกว่า “ความดี” ตามมาตรฐานของมนุษย์ 2).“ความดี”ในพระคัมภีร์มีมาตรฐานและจุดศูนย์กลางอยู่ที่ “พระเจ้า ”ไม่ใช่“มนุษย์“3).ความดี”ในความหมายของพระคัมภีร์หมายถึง“การคิด พูด และกระทำสิ่งที่ถูกต้องตามพระลักษณะและตามพระประสงค์ของพระเจ้า ด้วยความรัก ความบริสุทธิ์ และเพื่อถวายพระเกียรติแด่พระองค์ ซึ่งรวมถึงก.ซื่อสัตย์แม้ไม่มีใครเห็นข.พูดความจริงด้วยความรักค.ให้อภัยแม้แต่ผู้ที่ทำร้ายเราง.ช่วยเหลือผู้ยากไร้ขัดสนจ.ยืนหยัดเพื่อความถูกต้องผ่านการดำเนินชีวิตชีวิตของผู้ที่เชื่อในพระคริสต์พี่น้องที่รักพระคัมภีร์บอกว่า พระเจ้าทรงสร้างเราขึ้นมาเพื่อให้“ทำดี!“ดังนั้น ขอให้เราทำดี ที่เป็นประโยชน์ ต่อทุกคน ไม่ว่าจะเป็น~คนที่อยู่กับเรา ~คนที่อยู่รอบตัวเรา และ ~คนที่เราสัมพันธ์ด้วยในทางใดทางหนึ่ง ​อย่างเป็นรูปธรรม ตรงตามที่เขาปรารถนา ​อย่างที่เขาพอใจ ​อย่างที่น่าซาบซึ้งใจ จนพวกเขาอดไม่ได้ที่จะสรรเสริญขอบคุณพระเจ้า!ขอให้เราดำเนินชีวิตที่ยืนหยัดในการทำดี โดยตระหนักว่า“การทำความดีที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คือการดำเนินชีวิตในวิถีที่ผู้คนได้เห็นพระคริสต์ในตัวเรา”(The greatest good workis living in such a way that people see Christ in us.)…จะดีไหมครับ?……………………………………ธงชัย ประดับชนานุรัตน์ 4สิงหาคม2026(ตอนที่126ปีที่6) #YoutubeCJCONNECT#คริสตจักรแห่งความรัก#Churchoflove #ShareTheLoveForward #ChurchOfJoy #คริสตจักรแห่งความสุข#NimitmaiChristianChurch #คริสตจักรนิมิตใหม่#ฮักกัยประเทศไทย #อัลฟ่า#หนึ่งล้านความดี

    พระธรรมนำชีวิต ตอน หัวใจที่เหมือนพระทัยพระเจ้า Ep.1708

    Play Episode Listen Later Aug 3, 2026 4:28


    พระธรรมนำชีวิตตอน หัวใจที่เหมือนพระทัยพระเจ้า Ep.1708 หลังจากพระเจ้าทรงเปิดโปงผู้เผยพระวจนะเท็จที่ประกาศว่า จะไม่มีสงคราม จะไม่มีการกันดารอาหาร และทุกอย่างจะสงบ ทั้งที่การพิพากษากำลังจะมาถึง เราอาจคิดว่า เยเรมีย์คงรู้สึกโล่งใจ เพราะสิ่งที่เขาประกาศมาตลอดกำลังจะเป็นจริง แต่ในเยเรมีย์ 14:17-18 พระเจ้ากลับตรัสให้เยเรมีย์ร้องไห้ เพราะพระเจ้าและผู้รับใของพระองค์ไม่ได้มีความสุข หรือรู้สึกเฉย ๆ เมื่อเห็นคนบาปต้องรับผลของบาป แต่ทรงเสียพระทัย และผู้รับใช้ของพระองค์ก็เจ็บปวดไปพร้อมกับผู้ที่กำลังพินาศ'“เจ้าจงกล่าวถ้อยคำนี้แก่เขาว่า ‘ขอให้ตาของเรามีน้ำตาไหลทั้งกลางคืนและกลางวัน อย่าให้หยุดยั้ง เพราะประชากรของเราต้องเจ็บปวดด้วยบาดแผลฉกรรจ์ ด้วยถูกตีอย่างหนักมาก ' เยเรมีย์ 14:17พระเจ้าทรงให้เยเรมีย์ร้องไห้ต่อหน้าประชาชน น้ำตาของเยเรมีย์เกิดจากความเศร้าเสียใจ เมื่อเขามองเห็นความเจ็บปวดที่กำลังจะเกิดขึ้นกับคนยูดาห์เพราะความบาปของพวกเขา แม้ว่าพระเจ้าจะทรงพิพากษา แต่พระองค์ไม่ได้ทรงยินดีในความพินาศของผู้คน พระเจ้ายังทรงรักและทรงเจ็บปวดต่อผลของความบาปที่พวกเขาเลือกเดินเข้าไป ขอให้เราจะมีหัวใจที่เหมือนพระทัยของพระเจ้า เมื่อเราเห็นคนที่กำลังหลงจากพระเจ้า ขอให้เราจะเต็มด้วยความรักของพระเจ้า และอธิษฐานเผื่อ และรีบนำพวกเขากลับมารู้จักกับพระเจ้ามากกว่าการตำหนิ สะใจหรือซ้ำเติม'ถ้าเราออกไปตามท้องทุ่ง ก็เห็นคนที่ถูกฆ่าด้วยดาบ ถ้าเราเข้าไปในเมือง ก็เห็นคนเจ็บป่วยเนื่องจากการกันดารอาหาร เพราะว่าทั้งพวกผู้เผยพระวจนะและปุโรหิต ต่างก็ไปยังดินแดนที่ตนไม่รู้จัก' ” ' เยเรมีย์ 14:18ไม่ว่าจะไปตรงไหนก็พบแต่ความพินาศ ความบาปไม่ได้ทำลายคนคนหนึ่ง แต่ส่งผลกระทบต่อทั้งสังคม ทั้งครอบครัวและคนรุ่นต่อไป แม้แต่ผู้เผยพระวจนะและปุโรหิตที่ต้องนำผู้คนกลับมาหาพระเจ้าก็ต้องได้รับผลของการพิพากษาด้วย เพราะพวกเขาไม่ซื่อสัตย์ต่อพระดำรัสของพระเจ้า และยังชักนำให้ผู้คนหลงจากความจริง ความบาปอาจดูเป็นเรื่องเล็กในตอนเริ่มต้น แต่หากไม่กลับใจบาปนั้นย่อมนำผลที่ร้ายแรงกว่าที่เราคิดมาถึงเราเสมอ ลูกา 19:41 ได้บันทึกว่า พระเยซูเองเมื่อทอดพระเนตรเห็นกรุงเยรูซาเล็ม พระองค์ก็ร้องไห้เพราะพระองค์ทรงทราบว่า การพิพากษากำลังจะมาถึง เนื่องจากผู้คนปฏิเสธพระองค์และไม่ยอมกลับใจ'องค์พระผู้เป็นเจ้าไม่ได้ทรงเฉื่อยช้าในเรื่องพระสัญญาของพระองค์ ตามที่บางคนคิดนั้น แต่ทรงอดทนกับพวกท่าน พระองค์ไม่ทรงประสงค์ให้ใครพินาศเลย แต่ประสงค์ให้ทุกคนกลับใจใหม่ ' 2 เปโตร 3:9คนที่อยู่ในพระเจ้าจะไม่ใช้ความจริงเป็นอาวุธเพื่อเอาชนะคนอื่น แต่จะพูดความจริงของพระเจ้าด้วยความรัก วันนี้เมื่อเราเห็นคนที่กำลังเดินห่างจากพระเจ้า หรือคนที่ยังไม่รู้จักพระองค์ ขอเราอย่าเพียงตัดสินว่าเขาผิด แต่ขอให้เรารักเขา อธิษฐานเผื่อเขา นำพระวจนะของพระเจ้าไปแบ่งปันกับเขา หรือนำข่าวประเสริฐเรื่องพระเยซูไปประกาศกับพวกเขา เพราะว่า พระเจ้าทรงต้องการให้คนบาปกลับใจมากกว่าทึ่จะพินาศวุฒิ วงศ์สรรเสริญ

    สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่125) จงดีเหมือนอย่างที่พระเจ้าดี!

    Play Episode Listen Later Aug 2, 2026 5:07


    คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่125)จงดีเหมือนอย่างที่พระเจ้าดี!“เพราะฉะนั้นพวกท่านจงเป็นคนดีพร้อมเหมือนอย่างที่พระบิดาของท่าน ผู้สถิตในสวรรค์ทรงดีพร้อม”‭‭ ~มัทธิว‬ ‭5‬:‭48‬ ‭THSV11‬‬“Be perfect, therefore, as your heavenly Father is perfect.”‭‭ ~Matthew‬ ‭5‬:‭48‬ ‭NIV‬‬สิ่งที่เราทุกคนควรรู้ก็คือ ​พระเจ้าทรงเป็น"พระเจ้าแห่งความดี"ที่สมบูรณ์แบบที่สุด1).พระองค์ทรงเป็นแหล่งกำเนิดของความดีทั้งปวงบนโลกนี้2).พระองค์ทรงดีพร้อม และ3).พระองค์ทรงสำแดงความดีต่อเราผ่านทุกช่องทาง​เราจึงควร1).ซาบซึ้งใน"ความดีของพระเจ้า" และ2).ดำเนิน“ชีวิตแห่งความดี“เป็นการตอบสนองโดยมีความดีของพระเจ้า~เป็นรากฐาน~เป็นพลัง และ~เป็นแรงผลักดัน ให้เราสามารถทำดีอย่างไร้เงื่อนไขออกมาได้พระคัมภีร์สอนอะไรเราบ้างเกี่ยวกับ”ความดี“?​ความดีของพระเจ้า ไม่ได้หมายถึงเพียง1).สิ่งที่พระเจ้า "ทรงกระทำ" หรือ ” ทรงประทาน“ แต่รวมถึง2).สิ่งที่พระเจ้า“ทรงเป็น ”คือมีพระลักษณะอันเปี่ยมด้วย~ความดี และ~ความบริสุทธิ์ดังคำกล่าวที่ว่า"ความดีของพระเจ้าไม่ใช่เพียงแค่เป็นสิ่งที่พระองค์ประทานให้ แต่เป็นสิ่งที่พระองค์ทรงเป็นอยู่ในธรรมชาติอันแท้จริงของพระองค์"(The goodness of God is not merely what He gives, but who He is in His very nature.)นอกจากนี้ “ความดี”ของพระเจ้า ยังเป็นหลักประกันให้มนุษย์อย่างเราสามารถไว้วางใจใน~ความรัก ~ความเมตตา และใน~แผนการต่างๆของพระองค์ ได้เสมอแม้แต่ในยามที่เราต้องเผชิญกับภาวะผันผวนและภาวะวิกฤติในชีวิต​ความดีของคริสเตียน ไม่ใช่การทำดีเพื่อ1).สะสมบุญบารมี เพื่อได้รับความโปรดปรานจากสวรรค์ 2).แลกกับการรอดพ้น แต่เป็น "ผลของพระวิญญาณบริสุทธิ์" ที่สะท้อนพระเยซูคริสต์ออกมาผ่านชีวิตประจำวันของเรา หรือ3).แลกกับความรักของพระเจ้า "เราไม่ได้ทำความดีเพื่อให้ได้มาซึ่งความรักของพระเจ้า แต่เพราะพระเจ้าทรงรักเราก่อน เราจึงถูกขับเคลื่อนให้ทำความดี"(We do not do good to earn God's love; rather, because He first loved us, we are moved to do good.)พี่น้องที่รักการทำดีคือการตอบสนองความดีของพระเจ้า ด้วยการเป็น​"แสงสว่าง“และ​“เกลือ" ของโลก เพื่อให้ผู้คนรอบข้างเห็นความดีนั้นแล้วสรรเสริญพระเจ้าเหมือนดังที่พระเยซูคริสต์ตรัสว่า“…พวกท่านจงส่องสว่างแก่คนทั้งปวง เพื่อว่าเมื่อเขาทั้งหลายได้เห็นความดีที่ท่านทำ พวกเขาจะได้สรรเสริญพระบิดาของท่านผู้สถิตในสวรรค์!”‭‭ ~มัทธิว‬ ‭5‬:‭16‬ ‭THSV11‬‬ดังนั้น ขอให้เราทำดี เหมือนอย่างที่ John Wesley แนะนำไว้ว่า“จงทำความดีเท่าที่ท่านจะทำได้ ด้วยทุกวิธีที่ทำได้ ในทุกหนทางที่ทำได้ ในทุกเวลาที่ทำได้ ต่อทุกคนเท่าที่ทำได้ ตราบเท่านานที่สุด เท่าที่ท่านจะทำได้!”(Do all the good you can, by all the means you can, in all the ways you can, at all the times you can, to all the people you can, as long as ever you can.)อย่างไรก็ตามขอย้ำอีกครั้งว่า"เราไม่ได้ทำดีเพื่อให้เป็นที่รัก แต่เราทำดีเพราะเราเป็นที่รักแล้ว!"(We don't do good to be loved; we do good because we are loved.)…อาเมนไหมครับ?……………………………………ธงชัย ประดับชนานุรัตน์ 3สิงหาคม2026(ตอนที่125ปีที่6) #YoutubeCJCONNECT#คริสตจักรแห่งความรัก#Churchoflove #ShareTheLoveForward #ChurchOfJoy #คริสตจักรแห่งความสุข#NimitmaiChristianChurch #คริสตจักรนิมิตใหม่#ฮักกัยประเทศไทย #อัลฟ่า#หนึ่งล้านความดี

    สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่124) คุณเป็นคนแบบน้ำเต็มแก้วไหม?(5)

    Play Episode Listen Later Aug 1, 2026 5:01


    คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่124)คุณเป็นคนแบบน้ำเต็มแก้วไหม?(5)“ขอให้ คน ที่ ฉลาด อยู่ แล้ว ฟัง เรื่องนี้ด้วยจะ ได้ ไป เสริม คำ สั่งสอน ของเขาคน ที่ รู้จัก แยกแยะ ว่า อะไร เป็นอะไร อยู่ แล้ว จะ ได้ มี ความสามารถ ใน การ ชี้แนะ ทั้ง ต่อ ตนเอง และ ผู้อื่น”‭‭ ~สุภาษิต‬ ‭1‬:‭5‬ ‭THA-ERV‬‬“Even the wise could become wiser by listening to these proverbs. They will gain understanding and learn to solve difficult problems.”‭‭ ~Proverbs‬ ‭1‬:‭5‬ ‭ERV‬‬คนที่เปิดใจ เปิดสมอง เปิดหู รับฟังสิ่งดีๆมีสาระและมีคุณค่าอย่างใส่ใจและรู้จักปิดปาก…เขาจะกลายเป็นคนฉลาดและหากว่าเขายังมีวินัยและนิสัยที่ดีในการฟังและวิเคราะห์แยกแยะในสิ่งที่ฟังเช่นนั้นอยู่เสมอ …เขาก็จะยิ่งฉลาดมากยิ่งขึ้น จนสามารถช่วยชี้แนะ ให้คำปรึกษาและสั่งสอนคนหลายๆเจนต่อไปได้โดยไม่ตกยุควันนี้ ผมมีข้อคิดดีๆมาฝากให้เพื่อเป็นอาหารใจและอาหารสมอง ดังนี้1”ถ้าซาตานมันทำให้เราเป็นคนเลวไม่ได้มันก็จะทำให้เรายุ่งจนลืมพระเจ้าแทน!“"If Satan can't make us bad, he will make us so busy that we forget God."2“เรือไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อจมน้ำ แต่เรือจมเพราะปล่อยให้น้ำเข้าไปในเรือ(มากเกินไป)ชีวิตเราเช่นกัน อย่าให้โลกอยู่ในเรามากเกินไป ถ้าไม่อยากจม!”"A ship isn't built to sink; it sinks when it lets too much water in. The same goes for our lives—don't let too much of the world into our heart if we don't want to sink."3“เราไม่จำเป็นต้องยืนอยู่ในที่ที่ดีที่สุดขอแค่ให้เรายืนอยู่ในที่ๆทำให้เรามีความสุขมากที่สุดก็พอ!”"We don't need to stand in the best place; just stand where we are happiest."4”โลกไม่ได้ต้องการนักเทศน์ที่เอาแต่เทศน์เพิ่มมากขึ้น แต่โลกต้องการนักเทศน์ที่เป็นคำเทศนาซึ่งกำลังเดินอยู่ ให้พวกเขาได้เห็น!"The world doesn't need more preachers who just preach; it needs preachers who are walking sermons for them to see."พี่น้องที่รัก ​ขอให้เราเป็นคนฉลาดที่รู้จักอ่าน และรู้จักฟัง ​ขอให้เราเป็นคนฉลาดมากยิ่งขึ้น โดยรู้จักเลือกอ่านและเลือกฟังในสิ่งที่คู่ควรต่อการอ่านและการฟัง​ขอให้เราเป็นคนมีปัญญาที่รู้จักและสามารถนำสิ่งที่เราอ่าน ฟัง หรือ ดู มาประยุกต์ใช้กับพระวจนะของพระเจ้าอย่างเกิดผลดีเลิศต่อ1).ชีวิตของเราและคนที่อยู่กับเรา2).ครอบครัว3).คริสตจักร และ4).สังคมที่เราอยู่…จะอาเมนไหมครับ?……………………………………ธงชัย ประดับชนานุรัตน์ 2สิงหาคม2026(ตอนที่124ปีที่6) #YoutubeCJCONNECT#คริสตจักรแห่งความรัก#Churchoflove #ShareTheLoveForward #ChurchOfJoy #คริสตจักรแห่งความสุข#NimitmaiChristianChurch #คริสตจักรนิมิตใหม่#ฮักกัยประเทศไทย #อัลฟ่า#หนึ่งล้านความดี

    พระธรรมนำชีวิต ตอน คำอธิษฐานที่พระเจ้าไม่ฟัง Ep.1706

    Play Episode Listen Later Aug 1, 2026 5:05


    พระธรรมนำชีวิตตอน คำอธิษฐานที่พระเจ้าไม่ฟัง Ep.1706 เยเรมีย์ 14 เริ่มด้วยการที่พระเจ้าทรงประกาศว่าจะเกิดภัยแล้ง เพราะคนยูดาห์ละทิ้งพระเจ้า ไม่สนใจฟังพระเจ้าเลยมาเป็นเวลานาน เยเรมีย์จึงเป็นตัวแทนนำคำอธิษฐานสารภาพของประชาชน หลังจากที่เยเรมีย์อธิษฐานสารภาพบาปและวิงวอนขอพระเมตตาจากพระเจ้า เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ หลายคนคงคิดว่า พระเจ้าจะทรงตอบด้วยการยกโทษ แต่คำตอบที่เยเรมีย์ได้รับกลับตรงกันข้าม เยเรมีย์ 14:10–12 พระเจ้าทรงตรัสว่า อย่าอธิษฐานเพื่อชนชาตินี้เลย วันนี้เราจะมาดูด้วยกันว่า ทำไมพระเจ้าจึงตรัสแบบนั้น 'พระยาห์เวห์ตรัสเกี่ยวกับชนชาตินี้ว่า “ด้วยเหตุที่พวกเขารักจะพเนจรไป ไม่ยับยั้งเท้าของตนไว้ ฉะนั้นพระยาห์เวห์จึงไม่ทรงโปรดปรานเขา พระองค์จะทรงระลึกถึงความผิดบาปของเขา และลงโทษบาปของเขา” ' เยเรมีย์ 14:10หลายครั้งในพันธสัญญาเดิม พระเจ้าทรงเรียกอิสราเอลว่า ประชากรของเรา แต่ในตอนนี้พระองค์ตรัสว่า ชนชาตินี้ ทำให้เราเห็นว่าความบาปทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างพระเจ้ากับมนุษย์นั้นเหินห่างไป พระเจ้าตรัสว่า พวกเขารักจะเพนจร นี่ความหมายว่า พวกเขาเต็มใจเลือกที่จะละทิ้งพระเจ้า ไม่รัก ไม่เชื่อฟัง และหันไปนมัสการพระอื่น พวกเขาไม่ได้หลงผิดไปเพราะความอ่อนแอ แต่พวกเขาเต็มใจจะเดินในทางของบาปโดยไม่คิดจะหันกลับมาหาพระเจ้า พวกเราเองก็เหมือนกัน เรามักคิดว่า การล้มลงในบาปมักเกิดจากความอ่อนแอ แต่พระวจนะของพระเจ้าตอนนี้ชวนให้เราตรวจสอบลึกลงไปอีกว่า ยังมีสิ่งใดหรือไม่ที่เรารักมากกว่าการเชื่อฟังพระเจ้า เพราะการกลับใจไม่ได้หมายถึงการหยุดทำบาปเพียงชั่วคราว แต่คือการยอมให้พระเจ้าทรงเปลี่ยนชีวิตและพฤติกรรมของเรา'พระยาห์เวห์ตรัสกับข้าพเจ้าว่า “อย่าอธิษฐานเพื่อความอยู่เย็นเป็นสุขของชนชาตินี้เลย แม้ว่าเขาอดอาหารเราก็จะไม่ฟังเสียงร้องของเขา แม้เขาถวายเครื่องบูชาเผาทั้งตัวและธัญบูชาเราก็จะไม่ยอมรับ แต่เราจะผลาญเขาเสียด้วยดาบ ด้วยการกันดารอาหารและด้วยโรคระบาด” ' เยเรมีย์ 14:11-12เมื่อเราอ่านมาถึงตรงนี้ อย่าพึ่งเข้าใจผิดว่า พระเจ้าทรงปฏิเสธคำอธิษฐานหรือการอดอาหาร เพราะสิ่งเหล่านี้พระองค์เองทรงบัญญัติไว้เอง แต่พระเจ้าทรงปฏิเสธคำอธิษฐานและพิธีกรรมที่ปราศจากการกลับใจ คนยูดาห์ยังคงอธิษฐาน อดอาหาร และถวายเครื่องบูชาตามพิธีที่พระเจ้าทรงบัญญัติไว้ แต่พระเจ้าตรัสว่า พระองค์จะไม่ทรงรับ เพราะพวกเขายังยอมไม่เปลี่ยนแปลง พวกเขาเพียงต้องการให้พระเจ้าช่วยจากผลของบาป โดยที่ไม่ต้องการละทิ้งบาปเลย พระเจ้าจึงทรงประกาศการพิพากษาที่พระองค์เคยเตือนไว้นานแล้วว่า ดาบ การกันดารอาหาร และโรคระบาดจะมาถึง แม้พระเจ้าจะทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตา แต่พระองค์ก็ทรงซื่อสัตย์ต่อพระวจนะของพระองค์ เมื่อพวกเขาไม่ยอมกลับใจอย่างต่อเนื่อง นี่จึงเป็นเวลาแห่งการพิพากษา สิ่งนี้เตือนพวกเราด้วยว่า พระเจ้าไม่ได้ทอดพระเนตรเพียงสิ่งที่เราทำ แต่พระองค์ทอดพระเนตรหัวใจของเราด้วย'เพราะเราประสงค์ความเมตตา ไม่ประสงค์เครื่องสัตวบูชา เราประสงค์ให้รู้จักพระเจ้า ยิ่งกว่าประสงค์เครื่องบูชาเผาทั้งตัว ' โฮเชยา 6:6สิ่งที่พระเจ้าต้องการไม่ใช่แค่เพียงเราอธิษฐาน รับใช้ ไปคริสตจักรหรือถวายทรัพย์อย่างสม่ำเสมอ แต่พระวจนะของพระเจ้าตอนนี้เตือนเราว่า กิจกรรมฝ่ายวิญญาณเหล่านั้น ไม่สามารถทดแทนหัวใจที่ยอมจำนนต่อพระเจ้า ไม่สามารถทดแทนชีวิตที่รู้จักพระเจ้า และชีวิตที่เหมือนพระเจ้าได้ ขอให้การนมัสการ หรือทุกสิ่งที่เราทำถวายพระเจ้านั้นจะเริ่มต้นด้วยความรัก ความยำเกรงและเชื่อฟังพระเจ้า เพราะพระเจ้าทรงพอพระทัยคนที่เข้ามาหาพระองค์ด้วยหัวใจที่ถ่อม มากกว่าเข้ามาด้วยรูปแบบพิธีกรรมที่เคร่งครัด งดงามแต่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงชีวิตวุฒิ วงศ์สรรเสริญ

    สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่123) คุณเป็นคนแบบน้ำเต็มแก้วไหม?(4)

    Play Episode Listen Later Jul 31, 2026 4:21


    คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่123)คุณเป็นคนแบบน้ำเต็มแก้วไหม?(4)“เพื่อ ว่า คน ผู้ ฉลาด แล้ว จะ พึง ฟัง, และ ทวี ใน การ ศึกษา; และ เพื่อ ว่า คน ผู้ เข้าใจ แล้ว จะ พึง รู้จัก ถือท้าย เรือ แห่ง ชีวิต ของ ตน;”‭‭ ~สุภาษิต‬ ‭1‬:‭5‬ ‭TH1940‬‬“Let the wise hear and increase in learning, and the one who understands obtain guidance,”‭‭ ~Proverbs‬ ‭1‬:‭5‬ ‭ESV‬‬วันนี้ ขอให้เราเตรียมแก้ว(ชีวิต)ของเราเพื่อพร้อมรับน้ำสะอาดแห่งปัญญาอันมีคุณค่าต่อการดำเนินชีวิตของเราขอให้เราเปิดใจรับฟังคำเตือนสติและคำแนะนำทั้ง1).จากพระวจนะของพระเจ้า และ2).จากประสบการณ์ชีวิตอันมีประโยชน์ที่ผู้อื่นก.ได้เรียนรู้ และข.ได้นำมาแบ่งปันให้กับเราด้วยเหตุนี้~อะไรดี เราก็จงทำตาม แต่ ~อะไรไม่ดี เราก็จงออกห่าง และหลีกเลี่ยงอย่าไปทำตามคำเตือนสติของวันนี้ มีดังนี้ 1“ การดูถูกคนอื่น ไม่ได้ทำให้เราสูงขึ้น แต่มันเปิดเผยให้เห็นระดับจิตใจที่ต่ำของเรา!”"Looking down on others doesn't lift us up; it only reveals the low state of our own hearts."2“อย่าทำดีอ่อนโยนต่อคนทั้งโลกแต่ทำร้ายและพูดจาแข็งกระด้างไร้ความปรานีต่อคนในบ้านและในโบสถ์ของตัวเราเอง!”"Don't be kind and gentle to the whole world, only to be harsh, cruel, and hurtful to those in your own home and church."3“จงให้ถ้อยคำของท่านทั้งหลายประกอบด้วยเมตตาคุณเสมอปรุงด้วยเกลือให้มีรส เพื่อท่านจะได้รู้ว่าควรจะตอบแต่ละคนอย่างไร!”‭‭~โคโลสี‬ ‭4‬:‭6‬ ‭THSV11‬‬“Let your speech always be gracious, seasoned with salt, so that you may know how you ought to answer each person.”‭‭ ~Colossians‬ ‭4‬:‭6‬ ‭ESV‬‬4“จงให้คนอื่นสรรเสริญเจ้า และไม่ใช่ปากของเจ้าเอง ให้คนต่างด้าวสรรเสริญ และไม่ใช่ริมฝีปากของเจ้าเอง!”‭‭ ~สุภาษิต‬ ‭27‬:‭2‬ ‭THSV11‬‬“Let another praise you, and not your own mouth; a stranger, and not your own lips.”‭‭ ~Proverbs‬ ‭27‬:‭2‬ ‭ESV‬‬พี่น้องที่รัก ขอให้เรารับฟัง และทำตามคำแนะนำข้างต้นเหล่านี้กันเถอะ…เห็นดีด้วยไหมครับ?……………………………………ธงชัย ประดับชนานุรัตน์ 1สิงหาคม2026(ตอนที่123ปีที่6) #YoutubeCJCONNECT#คริสตจักรแห่งความรัก#Churchoflove #ShareTheLoveForward #ChurchOfJoy #คริสตจักรแห่งความสุข#NimitmaiChristianChurch #คริสตจักรนิมิตใหม่#ฮักกัยประเทศไทย #อัลฟ่า#หนึ่งล้านความดี

    พระธรรมนำชีวิต ตอน เริ่มต้นคำอธิษฐาน Ep.1705

    Play Episode Listen Later Jul 31, 2026 4:42


    พระธรรมนำชีวิตตอน เริ่มต้นคำอธิษฐาน Ep.1705เมื่อเราพบกับวิกฤตปัญหา สิ่งแรกที่เรามักจะอธิษฐานขอให้พระเจ้าทรงเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ แต่เยเรมีย์ 14:7–9 ได้เปิดมุมมองให้เราเห็นว่า คำอธิษฐานที่แท้จริงไม่ได้เริ่มจากการขอให้พระเจ้าเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ แต่เริ่มด้วยการสารภาพผิดต่อพระเจ้า'“แม้ว่าความผิดบาปของข้าพระองค์ทั้งหลายก็เป็นพยานปรักปรำข้าพระองค์ ข้าแต่พระยาห์เวห์ ขอพระองค์ทรงโปรดเถิด เพื่อเห็นแก่พระนามของพระองค์ บรรดาความไม่ซื่อสัตย์ของข้าพระองค์ทั้งหลายก็มากมาย ข้าพระองค์ทั้งหลายทำบาปต่อพระองค์ ' เยเรมีย์ 14:7เยเรมีย์เริ่มต้นคำอธิษฐานด้วยการสารภาพว่า ความผิดบาปนั้นก็เป็นพยานปรักปรำพวกเขา เยเรมีย์ไม่ได้แก้ตัว ไม่ได้โทษภัยแล้ง หรือกล่าวว่า ประชาชนสมควรได้รับความช่วยเหลือ แต่เยเรมีย์ยอมรับว่าพวกเขาได้ทำบาปต่อพระเจ้า และความทุกข์ที่กำลังเจอนั้นเป็นผลของการละเมิดพันธสัญญาที่พระเจ้าทรงเตือนไว้แล้ว ในคำอธิษฐานนี้เยเรมีย์วางความหวังไว้ที่พระลักษณะของพระเจ้า ผู้ทรงซื่อสัตย์และเปี่ยมด้วยพระเมตตาคุณ ดังนั้นทุกครั้งที่เรามาสารภาพความผิดบาปของเรา ขอให้เรายอมรับความผิดนั้นด้วยใจสำนึก และให้เราเข้ามาพึ่งพาพระนามและพระลักษณะของพระเจ้า 'ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงเป็นความหวังแห่งอิสราเอล เป็นพระผู้ช่วยของเขาในยามลำบาก ทำไมพระองค์จึงทรงเป็นเหมือนแขกเมืองในแผ่นดิน หรือเหมือนคนเดินทางแวะอาศัยเพียงคืนเดียว? ' เยเรมีย์ 14:8ในคำอธิษฐานนี้ เยเรมีย์ถ่ายทอดความรู้สึกของประชาชนที่ดูเหมือนว่าพระเจ้าทรงอยู่ห่างไกลราวกับเป็นแขกที่เพียงแวะผ่านมา เมื่อเราสารภาพบาป สิ่งที่เราต้องการไม่ใช่เพียงแค่การยกโทษ แต่คือการได้กลับมามีความสัมพันธ์กับพระเจ้าอีกครั้ง'ทำไมพระองค์จึงทรงเป็นเหมือนชายที่งุนงง หรือเหมือนชายฉกรรจ์แต่ช่วยใครไม่ได้? ข้าแต่พระยาห์เวห์ แม้กระนั้นก็ดีพระองค์สถิตท่ามกลางข้าพระองค์ทั้งหลาย คนเขาเรียกพวกข้าพระองค์โดยพระนามของพระองค์ ขออย่าทรงละทิ้งข้าพระองค์ทั้งหลาย” 'เยเรมีย์ 14:9ชายที่งุนงง เยเรมีย์ให้ภาพว่า พระเจ้าทรงนิ่งเฉยทั้งที่พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าผู้ทรงฤทธิ์ แต่เยเรมีย์ยังยืนยันความจริงว่า พระเจ้ายังสถิตท่ามกลางพวกเขา และยังอ้อนวอนว่า ขออย่าทรงละทิ้งพวกเขา คำอธิษฐานของเยเรมีย์สอนเราว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดในเวลาที่เราเจอกับวิกฤตไม่ใช่การขอให้ปัญหาหมดไป แต่คือการแสวงหาการสถิตอยู่ด้วยของพระเจ้า เพราะว่าถ้าพระองค์สถิตอยู่กับเรา แม้ว่าปัญหายังอยู่ พวกเราก็ยังสามารถมีความหวังได้'เครื่องบูชาที่พระเจ้าทรงปรารถนาคือจิตใจที่แตกสลาย ใจที่แตกสลายและสำนึกผิดนั้น ข้าแต่พระเจ้า พระองค์จะไม่ทรงดูถูก ' สดุดี 51:17เมื่อเราเข้าเฝ้าพระเจ้า อย่าเริ่มต้นด้วยการบอกพระองค์ว่า เราสมควรได้รับอะไร แต่ขอให้เราเริ่มต้นด้วยการสารภาพความบาป และหวังใจในพระลักษณะของพระเจ้า เราไม่ได้เข้าเฝ้าพระเจ้าด้วยความดีของเรา แต่เรามาเข้าเฝ้าด้วยพระคุณของพระเจ้าที่พระองค์ประทานแก่เราผ่านทางพระเยซูคริสต์ ผู้ทรงเปิดทางให้เราเข้าใกล้พระองค์ เมื่อเรากลับมามีความสัมพันธ์กับพระเจ้า เราจะพบว่า การสถิตอยู่ด้วยของพระเจ้ามีค่ามากกว่าการที่ปัญหาจะหมดไปเสียอีกวุฒิ วงศ์สรรเสริญ

    สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่122) คุณเป็นคนแบบน้ำเต็มแก้วไหม?(3)

    Play Episode Listen Later Jul 30, 2026 4:47


    คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่122)คุณเป็นคนแบบน้ำเต็มแก้วไหม?(3)“ให้ผู้ที่ฉลาดรับฟังและเพิ่มพูนความรู้ให้ผู้ที่มีความเข้าใจได้รับการชี้แนะ”‭‭ ~สุภาษิต‬ ‭1‬:‭5‬ ‭TNCV‬‬“a wise person will listen and continue to learn, and an understanding person will gain direction—”‭‭ ~Proverbs‬ ‭1‬:‭5‬ ‭GW‬‬วันนี้ ผมมีข้อคิดและคำเตือนสติมาแบ่งปันหวังว่าพี่น้องจะเป็นคนฉลาดที่ความคิดเปิดกว้างเหมือนแก้วที่ไม่เต็มน้ำ ยอมถ่อมใจรับฟัง เพื่อจะ​เพิ่มพูนความรู้ และ​ทวีคูณความเข้าใจ ไม่เดินไปในทางที่สร้างความเจ็บปวดให้แก่ตัวเอง และแก่ผู้อื่นและไม่ทำให้พระเจ้าทรงเจ็บปวดพระทัยไปด้วย1“อายุ ความเก่ง หรือ ความรู้ไม่ได้ทำให้เรามีวุฒิภาวะมากขึ้น แต่วิจารณญาณ ความรับผิดชอบ และความถ่อมใจต่างหากที่ทำให้เราเป็นผู้ใหญ่!”"Age, skill, or knowledge don't give us maturity. Rather, it is discernment, responsibility, and humility that make us truly mature."2“ถ้าเราร้อนรนกว่า อย่าดูถูกคนเฉื่อยชา …แต่จงช่วยเขาให้ร้อนรนมากขึ้น ถ้าใครสอนผิด อย่าเอาแต่ประณามเขา …แต่จงช่วยเขาให้สอนถูก ถ้าใครทำผิดพลาด อย่ามุ่งกำจัดเขา …แต่จงช่วยเขาให้กลับมาตั้งต้นใหม่อย่างถูกต้องด้วยความรัก!”"If you are more passionate, don't look down on those who are passive—help them ignite their passion. If someone teaches wrong, don't just condemn them—help them teach what is right. And if someone stumbles, don't seek to push them out—help them start fresh in love."3“ชีวิตเราน่าจะมีความสุขมากขึ้น …หากเราไม่ด่วนตัดสิน และรีบสรุปอะไร ชีวิตคนอื่นคงจะมีความสุขมากขึ้น …หากเราใจกว้างยอมรับความแตกต่างในความคิดเห็นโดยไม่ถือว่าเขาเป็นศัตรู!”"Our lives would be much happierif we didn't jump to conclusions or rush to judge. And others' lives would be happier too, if we were open-minded enough to acceptdiffering views without treating them as enemies."พี่น้องที่รัก ขอให้เราเป็นคนฉลาดที่พร้อมรับฟังทั้งคำเตือนสติและคำแนะนำเพราะว่าการกระทำเช่นนั้น จะเกิดผลดีต่อตัวของเรา ดังคำกล่าวที่ว่า“คนที่ยอมรับคำแนะนำ จะเดินไปได้ไกลกว่าผู้ที่ยึดมั่นแต่ความคิดของตนเอง!”(Those who accept counsel will go farther than those who rely only on themselves.)…เห็นด้วยไหมครับ?……………………………………ธงชัย ประดับชนานุรัตน์ 31กรกฎาคม2026(ตอนที่122ปีที่6) #YoutubeCJCONNECT#คริสตจักรแห่งความรัก#Churchoflove #ShareTheLoveForward #ChurchOfJoy #คริสตจักรแห่งความสุข#NimitmaiChristianChurch #คริสตจักรนิมิตใหม่#ฮักกัยประเทศไทย #อัลฟ่า#หนึ่งล้านความดี

    พระธรรมนำชีวิต ตอน เรื่องผิดปกติ Ep.1704

    Play Episode Listen Later Jul 30, 2026 5:43


    พระธรรมนำชีวิตตอน เรื่องผิดปกติ Ep.1704เมื่อชีวิตเกิดความผิดปกติ เรามักจะถามว่า ทำไมเรื่องนี้จึงเกิดขึ้นแต่กับเราฉัน” แต่ในเยเรมีย์เปิดเผยให้เราเห็นว่า บางครั้งความผิดปกตินั้นไม่ใช่ความบังเอิญ แต่เป็นสิ่งที่พระเจ้าทรงอนุญาต เพื่อเรียกคนของพระองค์ให้หันกลับมาหาพระองค์ หลังจากบทที่ 13 เตือนเรื่องการพิพากษาของพระเจ้ากำลังจะมาถึง เยเรมีย์ 14:1-6 เริ่มต้นด้วยการที่พระเจ้าทรงแจ้งว่า กำลังเกิดภัยพิบัติ ซึ่งเป็นสิ่งที่พระเจ้าทรงเคยเตือนไว้แล้วในพันธสัญญา หากประชากรละทิ้งพรเจ้า'พระวจนะของพระยาห์เวห์มาถึงเยเรมีย์ เกี่ยวกับความแห้งแล้งว่า “ยูดาห์ไว้ทุกข์ และประตูเมืองทั้งหลายของเธอก็อ่อนกำลังลง ประชาชนของเธอก็คร่ำครวญอยู่บนแผ่นดิน และเสียงร้องของเยรูซาเล็มก็ดังขึ้น ' เยเรมีย์ 14:1-2ภัยแล้ง ในภาษาเดิมเป็นรูปพหูพจน์ สื่อถึงภัยแล้งที่รุนแรงและยาวนานจนทั้งประเทศได้รับผลกระทบ ทั้งเมืองเต็มไปด้วยเสียงคร่ำครวญ ผู้คนหมดแรง และทุกคนต้องเจอิฃกับความทุกข์พร้อมกัน ความจริงแล้วภัยแล้งนี้เป็นผลที่เกิดขึ้นจากพวกเขาละทิ้งพระเจ้า แม้ว่าพวกเขาจะกำลังร้องไห้เพราะภัยแล้ง แต่ไม่ได้หมายความว่า พวกเขากลับใจจากบาป'พวกเจ้านายของเธอสั่งคนใช้ให้ไปตักน้ำ พวกเขาไปยังที่ขังน้ำ เห็นว่าไม่มีน้ำ เขาก็กลับไปด้วยภาชนะเปล่า เขาอับอายและขายหน้า จึงคลุมศีรษะเสีย เพราะเรื่องแผ่นดินที่แตกระแหง เนื่องจากไม่มีฝนตกบนแผ่นดิน พวกชาวนาก็อับอาย จึงคลุมศีรษะเสีย ' เยเรมีย์ 14:3-4ไม่มีใครหนีพ้นจากความเดือดร้อนครั้งนี้ แม้ชนชั้นผู้นำที่มีอำนาจและทรัพยากร ก็ไม่สามารถหาน้ำได้ สิ่งที่พระเจ้าตีสอนเขาตามพันธสัญญาที่พระเจ้าทรงทำไว้กับอิสราเอล เมื่อพวกเขาหันไปพึ่งพาพระอื่น พระบาอัลที่พวกเขานมัสการนั้นคนคะนาอันเชื่อว่า เป็นพระที่ควบคุมฝน แต่พระเจ้าทรงเปิดเผยว่าไม่ใช่ แต่เป็นพระองค์เองที่ทรงเป็น พระเจ้าพระผู้สร้าง ผู้ทรงควบคุม และประทานทุกอย่าง'แม้กวางตัวเมียที่อยู่ในท้องทุ่งก็ละทิ้งลูกที่ตกใหม่เสีย เพราะว่าไม่มีหญ้า ลาป่ายืนอยู่บนที่สูงโล่ง มันหอบเหมือนกับหมาป่าตาของมันก็มืดมัว เพราะว่าไม่มีพืชผัก” ' เยเรมีย์ 14:5-6การบรรยายถึงสัตว์ทั้งสองชนิดนี้ทำให้เห็นว่า แม้อต่สัตว์ที่มีสัญชาตญาณในความรัก ยังต้องทิ้งลูกตัวเอง และสัตว์ที่อึด ถึกทนอย่างล่าป่า หรือสัตว์ป่ายังทนไม่ไหว นี่กำลังบอกว่า ภัยแล้วที่เกิดขึ้นนี้จะหนักมาก และภัยแล้งนี้เป็นสิ่งที่พระเจ้าทรงอนุญาตให้เกิดขึ้นเพื่อตีสอน และเรียกคนของพระองค์ให้กลับใจ เมื่อมนุษย์วางใจสิ่งอื่นมากกว่าพระเจ้า ทุกสิ่งนั้นล้วนมีข้อจำกัด และไม่อาจเป็นที่พึ่งแทนพระเจ้าได้'จงระวังตัวอย่าให้จิตใจของท่านทั้งหลายลุ่มหลงและหันเหไปปรนนิบัตินมัสการพระอื่นๆ และพระยาห์เวห์จึงกริ้วพวกท่าน ทรงปิดฟ้าสวรรค์ไม่ให้ฝนตก และแผ่นดินก็ไม่งอกพืชผล และท่านทั้งหลายจะพินาศจากแผ่นดินดีซึ่งพระยาห์เวห์ประทานแก่ท่านนั้นอย่างรวดเร็ว ' เฉลยธรรมบัญญัติ 11:16-17นี่คือคำเตือนของพระเจ้าที่มีให้กับคนของพระองค์มายาวนานมาแล้ว ซึ่งถ้าเขาได้เชื่อฟังทำตาม พระสัญญาของพระเจ้าจะเป็นจริง เฉลยธรรมบัญญัติ 11 : 3 …ถ้าท่านจะตั้งใจเชื่อฟัง...รักพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านฃและปรนนิบัติพระองค์ด้วยสุดจิตสุดใจ ข้อ 14 เราจะให้ฝนตกตามฤดูกาล ในข้อ 15 เราจะให้เจ้าได้รับประทานจนอิ่ม พระเจ้าทรงอนุญาตให้ชีวิตของเราพบการตีสอน ไม่ใช่เพื่อทำลาย แต่เพื่อเปิดเผยว่า เรากำลังพึ่งพาอะไรอยู่ และทรงเรียกให้เรากลับมาวางใจพระองค์อีกครั้ง วันนี้เราต้องเปลี่ยนคำถามจากถามว่า ทำไมเรื่องนี้จึงเกิดกับเรา มาเป็นถามว่า พระเจ้ากำลังสอนอะไรเราในเรื่องนี้ หากเกิดความผิดปกติที่ไม่สามารถหาเหตุผลมาอธิบายได้ ขอให้เราอย่าเพียงคร่ำครวญ หรือเศร้าอยู่กับแค่ปัญหานั้น ขอให้เรากลับมาหาพระเจ้าผู้ทรงเป็นแหล่งชีวิตที่แท้จริง เพราะเมื่อทุกสิ่งในโลกสั่นคลอน พระเจ้าของเรายังคงเป็นพระเจ้าที่มั่นคงอยู่เสมอวุฒิ วงศ์สรรเสริญ

    สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่121) คุณเป็นคนแบบน้ำเต็มแก้วไหม?(2)

    Play Episode Listen Later Jul 29, 2026 4:38


    คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่121)คุณเป็นคนแบบน้ำเต็มแก้วไหม?(2)“ทั้งปราชญ์จะได้ยินและเพิ่มพูนการเรียนรู้ และคนที่มีความเข้าใจจะได้ความช่ำชอง”‭‭ ~สุภาษิต‬ ‭1‬:‭5‬ ‭TH1971‬‬“a wise person will listen and continue to learn, and an understanding person will gain direction—”‭‭ ~Proverbs‬ ‭1‬:‭5‬ ‭GW‬‬คุณเห็นด้วยกับคำกล่าวต่อไปนี้หรือไม่ที่ว่า“ปัญญาเริ่มต้นเมื่อเรายอมรับว่ายังมีสิ่งที่เราต้องเรียนรู้อีกมากมาย!”(Wisdom begins when we admit there is still much to learn.)เพราะเหตุนี้ พระธรรม สุภาษิต 1:5 จึงเตือนเราว่า​คนมีปัญญาที่แท้จริง ตระหนักว่าตัวเขาเองไม่ใช่คนมีความรู้มากที่สุด แต่เขาคือคนที่1).มีความถ่อมใจ~ยอมรับว่าตัวเองรู้ไม่หมด2).ยินดีรับฟัง ~ยอมรับว่าคนอื่นมีบางอย่างที่รู้มากกว่าเรา3).ไม่หยุดเรียนรู้ ~ยอมใช้เวลาและพลังงานในการหาความรู้ความเข้าใจเพิ่ม​คนที่คิดว่าตนเองรู้ทุกอย่างหมดแล้ว1).จะหยุดเรียนรู้ 2).จะหยุดเติบโต แต่​คนที่ยอมเรียนรู้อยู่เสมอ1).จะได้รับพระพรและ2).จะเป็นพรแก่ผู้อื่นแล้วเราได้รับการแนะนำให้ทำอะไรบ้าง?เราได้รับการเตือนสติว่า ถ้าเราต้องการเป็นคนมีปัญญาและมีความเข้าใจ(อย่างปราชญ์)สิ่งที่เราควรทำคือ​เปิดใจต่อพระวจนะของพระเจ้า และ​รับคำแนะนำและคำชี้แนะจากพระวจนะของพระองค์แล้วจะเกิดอะไรตามมา?พระเจ้าจะทรง​เพิ่มพูนสติปัญญา​นำทางชีวิต ​ทำให้เราเติบโตเป็นผู้ใหญ่ฝ่ายจิตวิญญาณที่เกิดผล​ได้รับการถวายพระเกียรติจากชีวิตและพันธกิจที่เราทำวันนี้้ผม ขอเชิญชวนทุกคนมาเป็นแก้วน้ำที่ยังไม่เต็มเพื่อรับคำแนะนำและคำเตือนสติ เพื่อเข้าใจชีวิต และได้เรียนรู้เพิ่มปัญญาให้กับตัวเอง ดังข้อความต่อไปนี้​”ชีวิตไม่ได้อนุญาตให้เราสมหวังในทุกเรื่องแต่สอนให้เรายอมรับความผิดหวังในบางเรื่อง!“"Life doesn't let us have everything we want; it teaches us to embrace what doesn't go our way."​”เราไม่ได้เติบโตขึ้นจากเรื่องง่ายๆ เราเติบโตขึ้นจากเรื่องยากๆ!“"Easy paths don't make us grow; hard challenges do.“​”ความสุขแท้ไม่ขึ้นอยู่กับว่าเรามีอะไร แต่อยู่ที่ว่าเรารู้สึกอย่างไรต่อสิ่งที่เรามี!“"True happiness doesn't depend on what we have, but on how we feel about what we have."พี่น้องที่รักขอให้เราตั้งเป้าที่พร้อมจะรับฟังและเพิ่มพูนการเรียนรู้ และขอให้เราเป็นคนมีปัญญาที่มีความเข้าใจในการดำเนินขีวิต1).อย่างเกิดผล2). มีความสุข และ3).ถวายพระเกียรติแด่พระเจ้าเสมอไป…จะดีไหมครับ?……………………………………ธงชัย ประดับชนานุรัตน์ 30กรกฎาคม2026(ตอนที่121ปีที่6) #YoutubeCJCONNECT#คริสตจักรแห่งความรัก#Churchoflove #ShareTheLoveForward #ChurchOfJoy #คริสตจักรแห่งความสุข#NimitmaiChristianChurch #คริสตจักรนิมิตใหม่#ฮักกัยประเทศไทย #อัลฟ่า#หนึ่งล้านความดี

    พระธรรมนำชีวิต ตอน เมื่อเราลืมพระเจ้า Ep.1703

    Play Episode Listen Later Jul 29, 2026 4:54


    พระธรรมนำชีวิตตอน เมื่อเราลืมพระเจ้า Ep.1703การลืมพระเจ้าไม่ได้หมายความว่า เราจำไม่ได้ว่าพระเจ้าเป็นใคร เรายังอาจยังอธิษฐาน อ่านพระคัมภีร์ ไปโบสถ์ และรู้เรื่องราวเกี่ยวกับพระเจ้าทุกอย่าง แต่การลืมพระเจ้าคือ ในขณะที่เราใช้ชีวิตแบบนั้น เราไม่ได้ไว้วางใจพระเจ้า และหัวใจของเราก็ค่อย ๆ มีอย่างอื่นเข้ามาแทนที่พระองค์ นี่คือสิ่งที่พระเจ้าทรงเปิดเผยถึงคนยูดาห์ในช่วงท้ายของเยเรมีย์ 13 'เราจะกระจายพวกเขาไปเหมือนแกลบ ที่ถูกลมจากถิ่นทุรกันดารพัดไป นี่เป็นส่วนของเจ้า เป็นส่วนที่เราได้ตวงออกให้แก่เจ้าพระยาห์เวห์ตรัสดังนี้แหละ เพราะเจ้าได้ลืมเราเสีย และไว้วางใจในการมุสา ' เยเรมีย์ 13:24-25คนยูดาห์จะกระจายไปเหมือนแกลบที่ถูกลมพัด เหตุการณ์นี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นเพราะพวกเขาได้ลืมพระเจ้า และวางใจในการโกหก พวกเขาจึงได้รับผลจากการพิพากษาของพระเจ้า คำว่า ลืมในภาษเดิมมีความหมายว่า ละเลย ไม่ใส่ใจ ไม่ใช้ชีวิตตามพันธสัญญา ดังนั้นการลืมพระเจ้าไม่ได้หมายถึงการจำพระเจ้า แต่คือการใช้ชีวิตที่ละเลย ไม่ใส่ใจ ไม่เชื่อฟังพระเจ้า สุดท้ายก็วางใจในการมุสา ซึ่งหมายถึงรูปเคารพ พันธมิตรทางการเมือง และความมั่นคงที่สร้างขึ้นเอง 'ฉะนั้น เราเองจะถลกเสื้อคลุมของเจ้ามาปกหน้าเจ้า คือให้เห็นความอับอายขายหน้าของเจ้า เราได้เห็นการที่น่าสะอิดสะเอียนการล่วงประเวณี ความกำหนัดโหยหา และการเล่นชู้ด้วยตัณหาของเจ้า บนเนินเขาทั้งหลายที่ในทุ่งนา โอ เยรูซาเล็มเอ๋ย วิบัติแก่เจ้า อีกนานสักเท่าใด เจ้าจึงจะยอมทำให้ตนสะอาดได้?”' เยเรมีย์ 13:26-27ความบาปที่ทำจนเป็นเรื่องปกติอาจจะดูเป็นเรื่องธรรมดา แต่สำหรับพระเจ้าความบาปไม่เคยเป็นเรื่องปกติ พระเจ้าตรัสว่า “เราได้เห็นการล่วงประเวณี ในที่นี่ไม่ได้หมายความเพียงแค่ความผิดทางเพศ แต่เป็นภาพของการมีพระอื่นนอกจากพระเจ้า สิ่งที่พวกเขาเคยชินนั้นเป็นสิ่งที่น่าสะอิดสะเอียนในสายพระเนตรของพระเจ้า ในท้ายข้อนี้พระเจ้าตรัสว่า อีกนานเท่าใด เจ้าจึงจะยอมทำให้ตนสะอาดได้? แม้มีการประกาศการพิพากษาแล้ว พระเจ้ายังคงเรียกร้องให้พวกเขากลับใจหันกลับจากบาป แม้ว่าพระเจ้าทรงรักและมีพระเมตตา แต่พระเจ้าไม่เคยลดมาตรฐานความบริสุทธิ์ของพระองค์เลย 'อย่าให้ความจงรักภักดีและความซื่อสัตย์ทอดทิ้งเจ้า จงพันมันไว้รอบคอของเจ้า จงเขียนมันไว้บนแผ่นจารึกแห่งหัวใจของเจ้า ดังนั้น จงหาความโปรดปรานและชื่อเสียงดี ในสายพระเนตรพระเจ้า และในสายตามนุษย์ จงวางใจในพระยาห์เวห์ด้วยสุดใจของเจ้า และอย่าพึ่งพาความรอบรู้ของตนเอง ' สุภาษิต 3:3-5ขอให้เราจะมีชีวิตตามพระธรรมสุภาษิต คือยังคงอยู่ในความยำเกรง จงรักภักดี ซื่อสัตย์ต่อพระเจ้า และขอให้เราจะมีแสวงหาความโปรดปรานจากพระเจ้า โดยเริ่มต้นด้วยการไว้วางใจในพระเจ้า และไม่มีสิ่งอื่นใดมาแทนที่พระองค์ ขอเราอย่ารอจนสิ่งที่เราวางใจนั้นพังลงแล้วค่อยกลับมาหาพระเจ้า ขอให้เรากลับมาหาพระเจ้าผู้ทรงมีพระทัยเมตตาทันทีชีวิตที่ไม่ลืมพระเจ้าไม่ใช่เพียงชีวิตที่ไปโบสถ์ หรือการใช้ชีวิตตามรูปแบบของคริสเตียน แต่การไม่ลืมพระเจ้าคือชีวิตที่ไว้วางใจ ยำเกรงและเชื่อฟังพระเจ้าในทุกเรื่อง และทุกเวลาวุฒิ วงศ์สรรเสริญ

    สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่120) คุณเป็นคนแบบน้ำเต็มแก้วไหม?(1)

    Play Episode Listen Later Jul 29, 2026 5:00


    คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่120)คุณเป็นคนแบบน้ำเต็มแก้วไหม?(1)“คนมีปัญญาจะได้ยินและเพิ่มพูนการเรียนรู้ และคนที่มีความเข้าใจจะได้การชี้แนะ”~ สุภาษิต 1:5 (THSV11)“let the wise listen and add to their learning, and let the discerning get guidance—”‭‭ ~Proverbs‬ ‭1‬:‭5‬ ‭NIV‬‬พระธรรมข้อนี้เป็นบทนำของพระธรรมสุภาษิต ซึ่งสอนว่า“คนที่ฉลาดแท้จริง ไม่ใช่คนที่คิดว่าตัวเองรู้ทุกอย่างแต่เป็นคนที่พร้อมจะเรียนรู้ตลอดเวลา”ใช่ครับ คนที่มีปัญญาคือ คนที่ทำตัวเหมือนน้ำไม่เต็มแก้ว พร้อมรับการเติมความรู้ความเข้าใจอยู่เสมอ!ความหมายของพระธรรมข้อนี้ คืออะไร?​“คนมีปัญญาจะได้ยิน”คำว่า “ได้ยิน” ในพระคัมภีร์นี้ไม่ได้หมายถึงเพียงแค่การได้ยินด้วยหู แต่หมายถึงการ1).รับฟังด้วยใจ2).เปิดใจยอมรับความจริง3).พร้อมเรียนรู้จากพระเจ้าและผู้อื่นคนที่มีปัญญาจะไม่รีบด่วนสรุป แต่จะฟังก่อน พิจารณาก่อน แล้วจึงตัดสินใจ​“คนมีปัญญาจะเพิ่มพูนการเรียนรู้”ปัญญาไม่ใช่สิ่งที่หยุดนิ่ง แต่ต้องเติบโตอยู่เสมอคนของพระเจ้าไม่ควรพอใจกับความรู้เดิมแค่นั้น แต่ควร1).เรียนรู้พระวจนะของพระเจ้าเพิ่มเติมทุกวัน2).เรียนรู้จากประสบการณ์3).เรียนรู้จากความผิดพลาด4).เรียนรู้จากผู้มีประสบการณ์เพราะยิ่งเรียนรู้อย่างถูกต้องมากเท่าไร เราก็จะยิ่งถ่อมใจมากยิ่งขึ้นเท่านั้นเพราะเราตระหนักแล้วว่ายังมีอีกมากมายที่เราต้องเรียนรู้​“คนที่มีความเข้าใจจะได้การชี้แนะ”คำว่า “การชี้แนะ” หมายถึง1).คำปรึกษา2).คำแนะนำ3).แนวทางหรือ ยุทธศาสตร์ในการดำเนินชีวิต และ4).การนำทางที่ถูกต้องคนที่เข้าใจชีวิตจะไม่เดินตามลำพังแต่ยอมรับคำแนะนำจากก.พระเจ้าและพระวจนะของพระองค์ข.ผู้นำฝ่ายจิตวิญญาณค.ผู้ใหญ่ที่มีประสบการณ์ง.ปราชญ์หรือผู้รู้ที่แท้จริงและคนที่ถ่อมใจรับการชี้แนะที่ฉลาด ก็มักจะประสบความสำเร็จมากกว่า คนที่มีทิฐิ ไม่รับฟังคำปรึกษาจากผู้ใดเลยดังคำในพระธรรมสุภาษิต ที่ว่า“ที่ไหนไม่มีคำปรึกษา แผนงานก็ล้มเหลวแต่ที่มีผู้แนะนำมากก็สำเร็จ” ~สุภาษิต 15:22สรุป หลักการสำคัญจากพระธรรมตอนนี้ก็คือ​คนฉลาดไม่หยุดเรียนรู้​คนถ่อมใจยอมรับคำสอน​คนที่รู้จักฟังจะเกิดปัญญา​คนที่รู้จักขอคำปรึกษาไม่ใช่คนอ่อนแอ แต่เป็นคนเข้มแข็ง​คนใดเดินกับพระเจ้าเป็นประจำ คนนั้นก็จะเติบโตในปัญญาและความเข้าใจอยู่ตลอดเวลาพี่น้องที่รัก คุณเห็นด้วยหรือไม่ว่า“คนฉลาดไม่ได้รู้ทุกเรื่องแต่พวกเขาพร้อมเรียนรู้ทุกวัน!”(Wise people don't know everything; they are willing to learn every day.)แล้วคุณล่ะ ?คุณเป็นหนึ่งในท่ามคนมีปัญญาและมีความเข้าใจดังที่กล่าวมาหรือไม่?คุณเป็นดุจแก้วที่น้ำยังไม่เต็ม และพร้อมรับการเติมน้ำเพิ่มขึ้นหรือไม่?วันนี้ ขอให้คุณมาเป็นหนึ่งในท่ามกลางคนอย่างที่กล่าวมา…จะดีไหมครับ?……………………………………ธงชัย ประดับชนานุรัตน์ 29กรกฎาคม2026(ตอนที่120ปีที่6) #YoutubeCJCONNECT#คริสตจักรแห่งความรัก#Churchoflove #ShareTheLoveForward #ChurchOfJoy #คริสตจักรแห่งความสุข#NimitmaiChristianChurch #คริสตจักรนิมิตใหม่#ฮักกัยประเทศไทย #อัลฟ่า#หนึ่งล้านความดี

    พระธรรมนำชีวิต ตอน มนุษย์เปลี่ยนเองเองไม่ได้ Ep.1702

    Play Episode Listen Later Jul 27, 2026 3:42


    พระธรรมนำชีวิตตอน มนุษย์เปลี่ยนเองเองไม่ได้ Ep.1702เมื่อความบาปกลายเป็นความเคยชิน เราก็จะเริ่มหาเหตุผลให้กับสิ่งที่พระเจ้าทรงเรียกว่าผิด นี่คือสภาพที่พระเจ้าทรงเปิดเผยเกี่ยวกับคนยูดาห์ เรายังอยู่ในเยเรมีย์ 13:20–27 และวันนี้เราจะมาเจาะลึกกันเพียงข้อเดียว 'คนคูชเปลี่ยนสีผิวของตนเอง หรือเสือดาวเปลี่ยนลายของมันได้หรือ? ถ้าได้แล้วพวกเจ้าผู้ที่เคยชินต่อการทำความชั่ว จึงจะมาทำความดีได้ ' เยเรมีย์ 13:23พระเจ้าทรงใช้สิ่งที่มนุษย์ไม่สามารถเปลี่ยนได้ด้วยตนเอง มาเปรียบเทียบกับสภาพของคนยูดาห์ คำว่า “เคยชิน” หมายถึง การถูกฝึก หรือเรียนรู้จนชำนาญ พวกเขาทำบาปซ้ำแล้วซ้ำอีก จนความชั่วกลายเป็นเรื่องธรรมดา หรือเป็นวิถีชีวิต ของพวกเขาปัญหาของความบาปไม่ใช่เพียงการทำผิดครั้งเดียว แต่เมื่อเราทำซ้ำ ๆ โดยไม่กลับใจ หัวใจของเราก็จะค่อย ๆ เคยชินกับสิ่งที่พระเจ้าทรงเรียกว่าผิด จนเราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ด้วยกำลังของเราเอง ปัญหาคือ มนุษย์ไม่ได้ต้องการเพียงการปรับปรุงพฤติกรรมให้ดีขึ้น แต่เราต้องการให้พระเจ้าทรงเปลี่ยนแปลงเราจากข้างใน เพราะมนุษย์ที่อยู่ภายใต้อำนาจของความบาป ไม่สามารถช่วยตัวเองให้รอดพ้นจากความบาปได้ เราจึงต้องการพระเยซู พระผู้ช่วยให้รอดข่าวดีก็คือ พระเจ้าประทานพระคุณของพระองค์แก่เราผ่านทางพระเยซูคริสต์ พระเยซูทรงสิ้นพระชนม์เพื่อรับโทษบาปแทนเรา และทรงเป็นขึ้นจากความตาย เพื่อทุกคนที่เชื่อและวางใจในพระเยซูจะได้รับความรอด ไม่ใช่เพราะเราสามารถทำตัวเองให้ดีพอ แต่พระเจ้าทรงช่วยเราโดยพระคุณของพระองค์'แต่พระเจ้าทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตา พระองค์ทรงรักเราโดยความรักอันใหญ่หลวงของพระองค์ ถึงแม้ว่าเราเป็นคนตายเนื่องจากการละเมิด พระองค์ยังทรงทำให้มีชีวิตอยู่ร่วมกับพระคริสต์ (พวกท่านได้รับความรอดแล้วด้วยพระคุณ) ' เอเฟซัส 2:4-5นี่คือสิ่งที่มนุษย์ทำให้ตัวเองไม่ได้ คนตายไม่สามารถทำให้ตัวเองมีชีวิต และคนที่ตกอยู่ใต้อำนาจของความบาปก็ไม่สามารถช่วยตัวเองให้รอดได้ แต่สิ่งที่เราทำไม่ได้ พระเจ้าทรงกระทำให้เราผ่านพระเยซูคริสต์ พระเยซูคริสต์ทำให้เรามีชีวิตใหม่ และความรอดนั้นเกิดขึ้นได้โดยพระคุณของพระเจ้า เพราะฉะนั้น เมื่อเราเห็นความบาปในชีวิต อย่าเพียงทำให้ตัวเองดีขึ้น และขอเราอย่าปล่อยให้ความบาปนั้นกลายเป็นเรื่องธรรมดาที่เคยชิน แต่ขอให้เรากลับใจมาสารภาพบาป พึ่งพาพระคุณของพระองค์ในพระเยซูคริสต์ และดำเนินชีวิตใหม่ด้วยกำลังที่มาจากพระเจ้า เพราะข่าวประเสริฐไม่ได้บอกเพียงว่า เราต้องเปลี่ยน แต่เป็นการประกาศข่าวดีว่า สิ่งที่เราไม่สามารถทำได้ด้วยตัวเอง พระเจ้าทรงกระทำเพื่อเราแล้วในพระเยซูคริสต์วุฒิ วงศ์สรรเสริญ

    สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่119) ต้องการผู้ใหญ่เพิ่มขึ้นอีกสักคนไหมครับ?

    Play Episode Listen Later Jul 27, 2026 5:19


    คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่119)ต้องการผู้ใหญ่เพิ่มขึ้นอีกสักคนไหมครับ?“เพราะฉะนั้น เราที่เป็นผู้ใหญ่แล้วจงคิดอย่างนี้ และถ้าพวกท่านคิดอีกอย่างหนึ่ง พระเจ้าก็จะทรงให้เรื่องนี้ประจักษ์แก่ท่านด้วย”‭‭ ~ฟีลิปปี‬ ‭3‬:‭15‬ ‭THSV11‬‬“All of us, then, who are mature should take such a view of things. And if on some point you think differently, that too God will make clear to you.”‭‭ ~Philippians‬ ‭3‬:‭15‬ ‭NIV‬‬เราควรรู้จักมองโลก คิด และทำอย่างผู้ใหญ่!​ผู้ใหญ่ต้องไม่ติดยึดหรือจมอยู่กับความผิดพลาดหรือความล้มเหลวในอดีต​ผู้ใหญ่ต้องไม่ยึดติด โอ้อวด หรือหลงอยู่ในความสำเร็จที่ผ่านมาแล้ว​ผู้ใหญ่ต้องถ่อมใจเรียนรู้จากสิ่งต่างๆทั้งจากความสำเร็จและความล้มเหลวและยอมรับว่า ยังมีเรื่องที่ต้องทำความเข้าใจและพัฒนาอีกมาก​ผู้ใหญ่ต้องใจกว้างพร้อมเปิดใจเปิดหูรับฟังคำแนะนำ คำเตือนสติ ต่างๆ ไม่ว่าจะชอบหรือไม่ชอบ จะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยก็ตาม และรับฟังด้วยความอดทนจนครบถ้วน​ผู้ใหญ่ต้องรู้จักมีวิจารณญาณแยกแยะ อารมณ์และเหตุผล ไม่ด่วนสรุป กล่าวหา หรือตัดสินพิพากษากันโดยยึดมั่นในความคิดหรือข้อมูลของตนเองมากเกินไป​ผู้ใหญ่ต้องรู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเราด้วยความเข้าอกเข้าใจและเห็นอกเห็นใจผู้อื่นด้วยความรักเมตตาเป็นนิสัย​ผู้ใหญ่ต้องให้เกียรติในความแตกต่างของกันและกัน ไม่หยิ่งยโส และเคารพในศักดิ์ศรีและภูมิหลังของกันและกัน​ผู้ใหญ่ต้องรู้จักยืดหยุ่น และประนีประนอมในการปฏิบัติต่อกันและกัน ไม่ชอบทะเลาะแต่พร้อมที่จะปรับปรุงแก้ไข เพื่อให้เกิดผลดีต่อสถานการณ์​ผู้ใหญ่ต้องคิดก่อนพูด-ก่อนทำ อยู่เสมอ รวมทั้งรู้จักหยุดคิดทบทวนก่อนตอบสนองทันทีในสิ่งที่ได้อ่านได้ยินได้ฟังหรือได้เห็น​ผู้ใหญ่ต้องทำงานเป็น ไม่ปัดความรับผิดชอบต่อคำพูดและการกระทำของตนเองอย่างเหมาะสม ไม่โทษคนอื่น เป็นที่เคารพนับถือของคนทั้งปวง​ผู้ใหญ่ต้องรู้จักมองภาพรวม หรือ ภาพใหญ่ คิดถึงผลลัพธ์และผลกระทบในระยะยาว​ผู้ใหญ่ต้องมีวินัย รู้จักปล่อยวาง สามารถความคุมอารมณ์และความปรารถนาต่างๆของตัวเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ​ผู้ใหญ่ต้องยอมรับว่าตัวเองอาจไม่มีคำตอบสำหรับทุกคำถาม แต่ควรรู้จักตั้งคำถามที่ดีเพื่อให้คนทั้งหลายช่วยกันหาคำตอบที่ดีได้พี่น้องที่รักคุณเห็นด้วยหรือไม่กับคำกล่าวที่ว่า“ความเป็นผู้ใหญ่ หรือความมีวุฒิภาวะ ไม่ได้วัดกันที่อายุแต่วัดกันที่วิธีในการรับมือกับปัญหาท้าทายทั้งหลายในชีวิต!”( Maturity isn't measured by age,but by how you handle life's challenges.)ใช่ครับ การเป็นผู้ใหญ่ ไม่ได้วัดที่อายุ แต่วัดที่ ​วิธีคิด ​วิธีรับผิดชอบ และ​วิธีปฏิบัติต่อผู้อื่น ผ่านคำพูด การแสดงออก และการกระทำการเป็นผู้ใหญ่ ปรากฎชัด เมื่อเรา1).เลือกที่จะเข้าใจมากกว่าตัดสิน และ2).เลือกที่จะเมตตาช่วยเหลือมากกว่าจะพิพากษากำจัดทิ้ง3).เลือกที่จะสร้างสรรค์มากกว่าทำลายล้างเรากำลังต้องการคนมีวุฒิภาวะที่แท้จริงเช่นนี้ เพิ่มมากขึ้นทั้งในคริสตจักร ในชุมชน และในสังคมของเราแล้วคุณล่ะ จะยอมเป็นหนึ่งในท่ามกลางผู้ใหญ่เหล่านั้นให้สักคน…ได้ไหมครับ?……………………………………ธงชัย ประดับชนานุรัตน์ 28กรกฎาคม2026(ตอนที่119ปีที่6) #YoutubeCJCONNECT#คริสตจักรแห่งความรัก#Churchoflove #ShareTheLoveForward #ChurchOfJoy #คริสตจักรแห่งความสุข#NimitmaiChristianChurch #คริสตจักรนิมิตใหม่#ฮักกัยประเทศไทย #อัลฟ่า#หนึ่งล้านความดี

    พระธรรมนำชีวิต (Post 2) ตอน อย่าปลอยจนเป็นเรื่องธรรมดา Ep.1701

    Play Episode Listen Later Jul 27, 2026 4:35


    พระธรรมนำชีวิต (Post 2)ตอน อย่าปลอยจนเป็นเรื่องธรรมดา Ep.1701หลายครั้งที่เราเองอาจพยายามแก้ไขสิ่งที่เกิดขึ้นภายนอก แต่ไม่ยอมให้พระเจ้าเข้ามาจัดการสิ่งที่อยู่ภายในใจ เมื่อพระเจ้าเปิดเผยบาปในชีวิตของเรา เราต้องไม่ปล่อยมันไว้ เพราะถ้าเราปล่อยไว้บาปนั้นมันจะยิ่งฝังรากลึกลงในชีวิตของเรา'ถ้าเราสารภาพบาปของเรา พระองค์ทรงซื่อสัตย์และเที่ยงธรรม ก็จะทรงโปรดยกบาปของเรา และจะทรงชำระเราให้พ้นจากการอธรรมทั้งสิ้น ' 1 ยอห์น 1:9ขอเราอย่าปล่อยให้ความบาปกลายเป็นเรื่องธรรมดาในชีวิต แต่เมื่อพระเจ้าทรงเปิดเผย ขอให้เรารีบกลับมาหาพระองค์ สารภาพบาป และยอมให้พระเจ้าเข้ามาเปลี่ยนแปลงชำระชีวิตของเรา อย่ารอจนผลของความบาปมาถึงแล้วจึงถามเหมือนคนยูดาห์ว่า ทำไมสิ่งเหล่านี้จึงเกิดกับข้า? แต่ขอให้เราถามพระเจ้าตั้งแต่วันนี้ว่า มีสิ่งใดในชีวิตที่เราต้องกลับใจหรือไม่ และเมื่อพระเจ้าทรงเปิดเผยให้เห็น สิ่งที่เราต้องทำคือ ยอมรับ สารภาพ และกลับใจมาหาพระเจ้าวุฒิ วงศ์สรรเสริญ

    สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่118) น้ำตาที่ไม่เสียเปล่า!

    Play Episode Listen Later Jul 26, 2026 5:05


    คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่118)น้ำตาที่ไม่เสียเปล่า!“ข้าพระองค์ร้องไห้ด้วยความโศกขอทรงเสริมกำลังข้าพระองค์ตามพระวจนะของพระองค์”~ สดุดี 119:28 (THSV11)“I am drowning in tears. Strengthen me as you promised.”‭‭ ~Psalms‬ ‭119‬:‭28‬ ‭GW‬‬มีคำกล่าวไว้ว่า “พระเจ้าอาจไม่รีบเปลี่ยนสถานการณ์ของเราในทันทีแต่พระองค์จะไม่ปล่อยให้เราต่อสู้แต่เพียงลำพัง”(God may not change the situation immediately, but He will never leave us to face it alone.)ด้วยเหตุนี้ พระเจ้าอาจปล่อยให้เราร้องไห้บ้างก่อนที่จะทรงช่วยเรา เมื่อเราทูลขอความช่วยเหลือจากพระองค์เหมือนดังพระคัมภีร์ สดุดี 119:28 ข้อนี้ ที่พรรณนาไว้ว่า​“ข้าพระองค์ร้องไห้ด้วยความโศก“(I am drowning in tears.)ผู้เขียนพระธรรมตอนนี้ ซึ่งเชื่อกันว่า คือ กษัตริย์ ดาวิดได้เปิดเผยความรู้สึกของท่านอย่างตรงไปตรงมา โดย1).ไม่ได้ปิดบังความเปราะบางอ่อนแอ แต่2).ได้นำความโศกเศร้าเจ็บปวดมาทูลต่อพระเจ้าว่า“ข้าพระองค์ร้องไห้ด้วยความโศก!”ซึ่งแสดงถึง~ความทุกข์ใจที่ลึกซึ้ง~ จิตใจที่แสนอ่อนล้า ~สภาวะหมดเรี่ยวแรง หรือ~การแบกรับภาระหนักต่อไปไม่ไหวแล้วน่าสนใจที่ พระคัมภีร์1).ไม่ได้สอนให้เราปฏิเสธความเจ็บปวด แต่2).สอนให้เรานำความเจ็บปวดโศกเศร้าและน้ำตามาหาพระเจ้าพระเยซูคริสต์เองก็เคยร้องไห้!“พระเยซูทรงกันแสง!”‭‭ ~ยอห์น‬ ‭11‬:‭35‬ ‭THSV11‬‬​ “ขอทรงเสริมกำลังข้าพระองค์ ตามพระวจนะของพระองค์”( Strengthen me as you promised.)กษัตริย์ดาวิดก็ร้องทูลพระเจ้าด้วยน้ำตาว่า“ขอทรงเสริมกำลังข้าพระองค์!”พระองค์ไม่ได้ขอให้พระเจ้านำปัญหาออกไปหรือให้ปัญหานั้นหายไปทันที แต่พระองค์ทูลขอ “พลกำลัง” ตามที่พระเจ้าทรงสัญญาเพื่อที่พระองค์จะก้าวเดินหน้าต่อไปซึ่งพระเจ้าก็ทรงสัญญาไว้ว่า“แต่เขาทั้งหลายที่รอคอยพระยาห์เวห์จะ(ได้รับการ)เสริมเรี่ยวแรงใหม่…”~อิสยาห์ 40:31ใช่ครับ พระเจ้าอาจไม่ได้เปลี่ยนสถานการณ์ของเราในทันที แต่1).พระองค์อาจเปลี่ยนหัวใจของเราให้แข็งแกร่งทนรับความยากลำบากนั้นได้ หรือ 2).พระองค์อาจเสริมกำลังเราให้เข้มแข็ง มากพอที่จะผ่านสถานการณ์เหล่านั้นไปได้กษัตริย์ดาวิดไม่ได้หวังพึ่ง~ความคิดของตนเอง หรือ~คำปลอบใจจากมนุษย์เป็นหลัก แต่หวังพึ่ง “พระสัญญาในพระวจนะของพระเจ้า”เพราะพระวจนะของพระเจ้า1).ให้ความหวังในยามที่เราสิ้นหวัง2).ให้กำลังในยามที่เราอ่อนแรง3).ให้สันติสุขในยามที่ใจเราว้าวุ่น4).ให้ความเชื่อวางใจในยามที่เรามองไม่เห็นทาง5).ให้การเยียวยารักษาในยามที่เราใจแตกสลาย6).ให้อาหารแก่จิตวิญญาณในยามที่เรากำลังหมด7).ให้ความสว่างส่องทางในยามที่เรามองไม่เห็นอนาคตพระวจนะจึงไม่ได้เพียงให้ข้อมูลแค่นั้น แต่ให้~ชีวิตและ~กำลัง แก่ผู้ที่เชื่ออย่างเราด้วยเหตุนี้ บางครั้งสิ่งที่เราต้องการที่สุด อาจไม่ใช่​การแก้ปัญหาให้หมดไป แต่คือ ​การที่พระเจ้าประทานกำลังให้แก่เราเพื่อที่จะพิชิตปัญหานั้นน้ำตาที่หลั่งออกมาต่อเบื้องพระพักตร์พระเจ้า จึงอาจ1).ไม่ใช่สัญญาณของความพ่ายแพ้ จบสิ้น แต่2).เป็นจุดเริ่มต้นของการได้รับกำลังใหม่เหมือนดังคำที่กล่าวว่า“น้ำตาที่หลั่งต่อพระพักตร์ของพระเจ้า ไม่เคยสูญเปล่าเพราะว่าพระองค์ทรงเปลี่ยนน้ำตาเหล่านั้นให้กลายเป็นพลกำลัง”(Tears shed before God are never wasted; He turns them into strength.)พี่น้องที่รักขอให้น้ำตาของเรา กลับกลายมาเป็นพลังแห่งชัยชนะเหมือนดังที่พระเจ้าทรงสัญญาไว้แล้ว…จะดีไหมครับ?……………………………………ธงชัย ประดับชนานุรัตน์ 27กรกฎาคม2026(ตอนที่118ปีที่6) #YoutubeCJCONNECT#คริสตจักรแห่งความรัก#Churchoflove #ShareTheLoveForward #ChurchOfJoy #คริสตจักรแห่งความสุข#NimitmaiChristianChurch #คริสตจักรนิมิตใหม่#ฮักกัยประเทศไทย #อัลฟ่า#หนึ่งล้านความดี

    พระธรรมนำชีวิต ตอน ยึดอะไรไว้ Ep.1700

    Play Episode Listen Later Jul 26, 2026 3:59


    พระธรรมนำชีวิตตอน ยึดอะไรไว้ Ep.1700หลายคนคิดว่าตำแหน่ง ชื่อเสียง ความสำเร็จ หรือสิ่งที่ตัวเองสร้างมานั้นเป็นความมั่นคง แต่พระวจนะของพระเจ้าเตือนเราว่า ไม่มีอะไรสูงเกินกว่าสิทธิอำนาจของพระเจ้า เมื่อเราเปรียบเทียบเยเรมีย์ 13:18–19 กับเหตุการณ์ใน 2 พงศ์กษัตริย์ เราจะเห็นว่าพระวจนะตอนนี้กำลังพาเราไปสู่ช่วงเวลาที่กษัตริย์เยโฮยาคีน ผู้ครองราชย์เพียง 3 เดือน 10 วัน พร้อมด้วยพระชนนี กำลังจะถูกกวาดไปเป็นเชลยยังบาบิโลน แต่ก่อนที่เหตุการณ์นั้นจะเกิดขึ้น พระเจ้าส่งเยเรมีย์ไปยืนต่อหน้ากษัตริย์ พร้อมคำเตือนให้ถ่อมใจลง เพราะไม่มีอำนาจ ตำแหน่ง หรือความมั่นคงใด จะปกป้องคนที่ปฏิเสธพระวจนะของพระเจ้าได้ แม้คำเตือนนี้จะถูกส่งถึงกษัตริย์ยูดาห์ แต่คำเตือนก็ส่งมาถึงเราทุกคนที่กำลังยึดมั่นอยู่กับอำนาจ ตำแหน่ง หรือความมั่นคงมากกว่าการถ่อมใจต่อพระเจ้า'จงกล่าวแก่กษัตริย์และพระชนนีว่า “ขอประทับ ณ ที่ต่ำ เพราะว่ามงกุฎอันงดงามของพระองค์ ได้หล่นมาจากพระเศียรของพระองค์แล้ว” ' เยเรมีย์ 13:18พระเจ้าทรงสั่งให้เยเรมีย์ไปบอกกษัตริย์และพระชนนีว่า ลงมานั่งที่ต่ำ นี่ไม่ใช่คำเตือนด้านมารยาท แต่เป็นคำเรียกให้ถ่อมใจต่อพระเจ้า เพราะมงกุฎที่อยู่บนศีรษะไม่ได้เป็นหลักประกันว่าผู้สวมมงกุฎกำลังใช้ชีวิตตามทางที่พระเจ้าทรงพอพระทัย หากยังดื้อรั้นและไม่ยอมฟังพระวจนะ พระเจ้าผู้ทรงประทานตำแหน่งนั้น พระองค์ก็ทรงสามารถถอดตำแหน่งนั้นออกได้เช่นกัน ความหยิ่งมักทำให้มนุษย์คิดว่าตนเองมั่นคง แต่พระธรรมยากอบสอนว่า พระเจ้าทรงต่อสู้คนที่หยิ่งจองหอง และประทานพระคุณแก่คนที่ถ่อมใจ'เมืองต่างๆ ทางทิศใต้ก็ถูกปิด โดยไม่มีใครจะเปิดได้ ยูดาห์ทั้งหมดถูกกวาดไปเป็นเชลยแล้ว ถูกกวาดไปเป็นเชลยจนหมดสิ้น' เยเรมีย์ 13:19พระเจ้าทรงเปิดเผยว่า เมืองต่าง ๆ จะถูกปิด จะไม่มีทางหนี และยูดาห์จะถูกกวาดไปเป็นเชลย สิ่งที่ผู้คนเคยคิดว่ามั่นคง ไม่ว่าจะเป็นเมืองป้อมราชบัลลังก์ พระวิหารก็ไม่สามารถช่วยพวกเขาได้ เมื่อการพิพากษาของพระเจ้ามาถึง ต่อมาเหตุการณ์ทั้งหมดก็เกิดขึ้นจริง เยโฮยาคีน พระชนนี และชนชั้นนำของยูดาห์ถูกกวาดต้อนไปเป็นเชลยที่บาบิโลนตามที่พระเจ้าฃตรัสไว้ทุกประการ พระวจนะของพระเจ้าไม่เคยล้มเหลว และสำเร็จเป็นจริงทุกประการตามที่พระองค์ตรัสไว้'แต่พระองค์ก็ประทานพระคุณมากยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นพระคัมภีร์จึงกล่าวว่า “พระเจ้าทรงต่อสู้คนที่หยิ่งจองหอง แต่ประทานพระคุณแก่คนที่ถ่อมใจ” ' ยากอบ 4:6วันนี้พระเจ้าก็เรียกเราด้วย พระองค์ไม่ได้เรียกเราลงมาจากตำแหน่ง แต่ให้เราลงจากความหยิ่งยโสในใจ ขอเราอย่ายึดมั่นในสิ่งที่เรามีมากกว่าพระเจ้า เพราะไม่มีตำแหน่ง ความสำเร็จ หรือความมั่นคงใดจะปกป้องเราได้หากเราไม่ใช้ชีวิตอยู่ในพระเจ้า ขอให้เราถ่อมใจด้วยความสมัครใจ ก่อนที่พระเจ้าจะทรงสอนเราด้วยการตีสอน เพราะคนที่ยอมลงที่ต่ำ หรือยอมถ่อมใจต่อพระเจ้า พระองค์จะทรงยกคนนั้นขึ้นในเวลาที่เหมาะสมวุฒิ วงศ์สรรเสริญ

    สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่117) โคมและแสงสว่าง!

    Play Episode Listen Later Jul 25, 2026 4:32


    คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่117)โคมและแสงสว่าง!“พระวจนะของพระองค์เป็นโคม(ตะเกียง)สำหรับเท้าของข้าพระองค์ และเป็นความสว่างแก่มรรคาของข้าพระองค์”‭‭ ~สดุดี‬ ‭119‬:‭105‬ ‭TH1971‬‬“Your word is a lamp for my feet and a light for my path.”‭‭ ~Psalms‬ ‭119‬:‭105‬ ‭GW‬‬มีคำเขียนไว้ว่า“พระวจนะคือ…เข็มทิศของผู้เชื่อโคม(ตะเกียง)ของผู้เดินทาง และความหวังของผู้แสวงหาพระเจ้า”(God's Word is the believer's compass, the pilgrim's lamp, and the seeker's hope.)ไม่ว่าจะเรียก“ตะเกียง” หรือ “โคม” พระวจนะของพระเจ้านั้นมีคุณประโยชน์ในขณะที่เราดำเนินชีวิตอยู่ในโลกซึ่งมืดมิดด้วยบาปและคำสอนเทียมเท็จ!นอกจากนี้ ในโลกนี้ ยังมีแสงสว่างที่หลอกตา(หลอกลวง)อยู่มากมาย ที่แม้จะให้ความสว่าง กลับไม่ได้นำเราไปสู่ชีวิต แต่นำเราไปสู่กับดักแห่งความตายเหมือนแสงที่ล่อเหยื่อทุกวันนี้ แสงเหล่านั้นอาจ อยู่ในรูปของ ข้อมูล ข่าวสาร ความคิดเห็น คำแนะนำ คำเทศน์และคำสอนที่ฟังดูโน้มน้าวใจ ที่นำเราไปสู่~ความเทียมเท็จ~ความหยิ่งยโส~ความโลภหลง~ความผิดบาป~ความเกลียดชัง ~ความสงสัย ~ความแตกแยก และ~ความสิ้นหวังแต่แสงลว่างของพระวจนะของพระเจ้าที่แท้จริง จะนำเราไปสู่~ความจริง~ความถ่อมใจ~ความบริสุทธิ์~ความสันติสุข ~ ความเจริญเติบโตฝ่ายจิตวิญญาณ~ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน และ~ชีวิตนิรันดร์พระเยซูคริสต์ก็ตรัสว่า“พระวจนะของพระองค์เป็นความจริง!” (ยอห์น 17:17)คนที่รักพระวจนะที่ถูกต้อง จะเดินอย่างมั่นคงหลายคนทูลถามและทูลขอพระเจ้าให้“เปิดเผยอนาคตทั้งหมดทุกก้าว“ให้พวกเขาได้เห็นแต่พระเจ้ามักตอบว่า“จงเดินไปข้างหน้ากับเราทีละก้าวในแต่ละวัน ก็พอแล้ว!“ด้วยเหตุนี้ เมื่อเราฟัง อ่าน ศึกษา ใคร่ครวญ เชื่อฟัง ทำและดำเนินตามพระวจนะนั้นทุกวัน ชีวิตของเราก็จะเดินอยู่ในแสงสว่างของพระองค์และพระวจนะจะไม่เพียงแค่เปลี่ยนความคิดของเราแต่จะเปลี่ยนทิศทางทั้งสิ้นในชีวิตของเราด้วยดังนั้น นับจากนี้เป็นต้นไป ขอให้เราปฏิบัติ ดังนี้1).อ่านพระคัมภีร์ทุกวัน แม้เพียงครั้งละไม่กี่ข้อก็ตาม2).แสวงหาหาบทเรียนที่จะนำมาใช้ได้จากพระธรรมที่อ่าน3).ใคร่ครวญว่าพระเจ้าสอนอะไร ก่อนตัดสินใจในเรื่องสำคัญ 4).เชื่อฟังและทำตามสิ่งที่พระเจ้าทรงเปิดเผยในแต่ละวัน5).ดำเนินชีวิตตามความจริงของพระเจ้าด้วยความเคารพยำเกรง ไม่ใช่ตามอารมณ์และความรู้สึกเพียงอย่างเดียว ใช่ครับ เมื่อแสงสว่างแห่งพระวจนะอยู่ในใจของเราความมืดก็ไม่มีอำนาจใดๆเหนือชีวิตของเราได้อีกต่อไปพี่น้องที่รัก“แสงของพระวจนะไม่ได้เพียงแค่เปลี่ยนทิศทาง แต่เปลี่ยนทั้งชีวิตของผู้ที่เชื่อฟังพระวจนะนั้น!”(The light of God's Word does more than change direction—it transforms the life of the one who obeys it.)ดังนั้นจงให้พระวจนะของพระเจ้า1.เป็นโคม(ตะเกียง)~สำหรับย่างเท้า ทีละก้าว และ2.เป็นความสว่าง ~สำหรับมรรคาทั้งสิ้นในชีวิตของเราจริงๆ…จะดีไหม?……………………………………ธงชัย ประดับชนานุรัตน์ 26กรกฎาคม2026(ตอนที่117ปีที่6) #YoutubeCJCONNECT#คริสตจักรแห่งความรัก#Churchoflove #ShareTheLoveForward #ChurchOfJoy #คริสตจักรแห่งความสุข#NimitmaiChristianChurch #คริสตจักรนิมิตใหม่#ฮักกัยประเทศไทย #อัลฟ่า#หนึ่งล้านความดี

    พระธรรมนำชีวิต ตอน ฟังก่อนจะสายไป Ep.1699

    Play Episode Listen Later Jul 25, 2026 5:58


    พระธรรมนำชีวิตตอน ฟังก่อนจะสายไป Ep.1699คำเตือนเป็นสิ่งที่เราไม่ค่อยอยากฟัง โดยเฉพาะเมื่อเราคิดว่า เรารู้แล้ว หรือเมื่อคิดว่าสิ่งที่เราทำนั้นถูกต้อง แต่บางครั้งคำเตือนที่เราไม่อยากฟังมากที่สุด อาจเป็นคำเตือนที่เราจำเป็นต้องฟังมากที่สุด หลังจากที่พระเจ้าทรงใช้ภาพผ้าคาดเอวและไหเหล้าองุ่นเพื่อเตือนคนยูดาห์ ในเยเรมีย์ 13:15–17 เยเรมีย์เรียกร้องให้พวกเขาถ่อมใจและกลับมาฟังพระเจ้า เยเรมีย์ยังคงร้องไห้ด้วยความห่วงใยหากพวกเขายังไม่ฟัง เพราะผลของการไม่เชื่อฟังกำลังใกล้เข้ามาแล้ว'จงฟังและตั้งใจฟัง อย่ายโสไปเลย เพราะพระยาห์เวห์ได้ตรัสแล้ว ' เยเรมีย์ 13:15ในข้อ 12 เมื่อพระเจ้าทรงให้เยเรมีย์กล่าวถึงไหที่เต็มด้วยเหล้าองุ่น คนยูดาห์กลับตอบว่า ‘เราไม่รู้หรือ?' คำตอบนี้ทำให้เห็นท่าทีของคนที่คิดว่า ตัวเองรู้แล้ว แต่ในข้อ 15 พระเจ้าฃทรงเรียกร้องอย่างตรงไปตรงมาว่า ‘อย่ายโสไปเลย “จงฟังและตั้งใจฟัง” คำว่า ฟังเราจะพบบ่อยมาในพระธรรมเยเรมีย์ ซึ่งเป็นการเน้นย้ำว่าเป็นการฟังอย่างเอาใจใส่ และเป็นการตอบสนองสิ่งที่ได้ยินด้วยการเชื่อฟัง ที่ต้องฟังก็เพราะนี่คือ สิ่งที่พระเจ้าได้ตรัสแล้ว หลายครั้งสิ่งที่เข้ามาในชีวิตของเราไม่ยอมทำให้เราเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่เพราะว่าเราไม่รู้ว่าพระวจนะสอนอะไร แต่เพราะเรามั่นใจในตัวเองมากเกินไปจนไม่ยอมให้พระวจนะของพระเจ้าเข้ามาแก้ไขและเปลี่ยนแปลงชีวิตของเรา'จงถวายพระสิริแด่พระยาห์เวห์ พระเจ้าของเจ้าทั้งหลาย ก่อนที่พระองค์จะทรงนำความมืดมา ก่อนที่เท้าของเจ้าจะสะดุด บนภูเขาที่มีแสงสลัว และขณะเมื่อพวกเจ้ามองหาความสว่าง พระองค์ทรงกลับให้เป็นความมืดคลุ้ม และทรงทำให้เป็นความมืดทึบ ' เยเรมีย์ 13:16คำว่า “ถวายพระสิริแด่พระยาห์เวห์” ในบริบทนี้ไม่ใช่เพียงการร้องเพลงสรรเสริญหรือนมัสการพระเจ้า แต่เป็นความถ่อมใจ ยอมรับว่าพระเจ้าทรงชอบธรรม ถูกต้อง และ ยอมรับความผิดของตัวเอง และหันกลับมาหาพระเจ้า คำที่สำคัญในข้อนี้คือ “ก่อนที่” ซึ่งย้ำถึงความเร่งด่วนของการกลับใจ ก่อนที่ความมืดจะมา ก่อนที่เท้าจะสะดุด และก่อนที่ความสว่างที่พวกเขาหวังและรอคอยจะกลับกลายเป็นความมืด ภาพของคนที่กำลังเดินอยู่บนภูเขาในยามพลบค่ำช่วยให้เราเห็นความเร่งด่วนว่า ตราบใดที่ยังมีแสง พวกเขาก็ยังมองเห็นทางและสามารถเปลี่ยนทิศทางได้ แต่เมื่อความมืดมาปกคลุมจนมองไม่เห็นทาง การเดินต่อก็เต็มไปด้วยอันตราย พระเจ้ากำลังบอกว่า ตอนนี้ยังมีเวลาที่จะฟังอย่างตั้งใจ ยังพอมีเวลาที่จะกลับใจหันจากบาปและหันกลับมาหาพระเจ้า 'แต่ถ้าพวกเจ้าไม่ฟัง จิตใจของข้าพเจ้าก็จะร้องไห้ในที่ลับ เพราะความหยิ่งของเจ้า ตาของข้าพเจ้าจะร้องไห้อย่างหนักและมีน้ำตาอาบหน้า เพราะฝูงแกะของพระยาห์เวห์ถูกต้อนไปเป็นเชลย ' เยเรมีย์ 13:17เยเรมีย์ไม่ได้ประกาศเรื่องราวนี้ด้วยความสะใจ แต่เขาเสียใจ้พราะคนยูดาห์ไม่ยอมฟัง เยเรมีย์จึงไปร้องไห้ในที่ลับ การร้องไห้ถ้าพูดตามภาษาของเราในวันนี้ก็คือ เยเรมีย์ร้องไห้หนักมาก เขาร้องไห้ในที่ลับ เพราะเขาไม่ได้แสดงเพื่อให้คนเห็น แต่ร้องไห้เพราะเสียใจที่คนยูดาห์หยิ่งยโส ไม่ยอมฟัง ไม่ยอมกลับใจ และเขาเสียใจเพราะว่า ความทุกข์แสนสาหัสที่กำลังเข้ามาคือการถูกกวาดต้อนไปเป็นเชลย นี่คือหัวใจของผู้รับใช้ที่้ราต้องมี เราต้องไม่ลดทอนความจริงเพียงเพื่อให้ดูเหมือนมีความรัก แต่เราต้องพูดความจริงนั้นด้วยความรักต่อคนที่กำลังหลงผิด พระเยซูเองก็ทรงมีพระทัยเช่นนี้ เมื่อพระองค์ทอดพระเนตรกรุงเยรูซาเล็ม พระองค์ทรงทราบว่าการพิพากษาจะมาถึง พระเยซูไม่ได้สะใจแต่พระองค์ทรงร้องไห้ เพราะประชาชนไม่ยอมกลับใจมาหาพระองค์'เมื่อพระองค์เสด็จมาใกล้และทอดพระเนตรเห็นกรุงแล้ว ก็ทรงกันแสงสงสารกรุงนั้น ' ลูกา 19:41หากพระเจ้ากำลังใช้พระวจนะของพระองค์เตือนเรา อย่าให้ความหยิ่งยโสทำให้เราพูดว่า รู้แล้ว แล้วเราก็ใช้ชีวิตแบบเดิม แต่ขอให้เราถ่อมใจฟัง และยอมให้พระวจนะของพระเจ้าเปลี่ยนแปลงชีวิตของเรา เพราะคำเตือนของพระเจ้าเป็นการสำแดงความรัก ความเมตตาของพระองค์ พระเจ้าไม่ปล่อยให้เราเดินหลงผิดโดยไม่ทรงเรียกให้เรากลับใจมาหาพระองค์ ขอพวกเราย่ารอจนความมืดมาถึง ขอให้เราฟังและตั้งใจฟังเสียงของพระเจ้า และขอให้เราถ่อมใจหันกลับจากทางที่ผิด และมรแสวงหาพระเจ้าในขณะที่เรายังมีโอกาสวุฒิ วงศ์สรรเสริญ

    สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่116) ตะเกียงและแสงสว่าง!

    Play Episode Listen Later Jul 24, 2026 4:23


    คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่116)ตะเกียงและแสงสว่าง!“พระวจนะของพระองค์เป็นตะเกียงแก่เท้าของข้าพระองค์และเป็นความสว่างแก่ทางของข้าพระองค์”‭‭ ~สดุดี‬ ‭119‬:‭105‬ ‭THSV11‬‬“Your word is a lamp for my feet, a light on my path.”‭‭ ~Psalms‬ ‭119‬:‭105‬ ‭NIV‬‬พระวจนะของพระเจ้า (Word of God) เปรียบเหมือนกับ​ “ตะเกียง” และ​ “ความสว่าง” ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้เดินทางอยู่ในความมืดบ่อยครั้งที่ ชีวิตของเราเหมือนอยู่ในความมืดเราจึงต้องการ“ความสว่าง”ติดตัวไว้เสมอบทเรียนจากพระธรรมข้อนี้ก็คือ​ พระวจนะของพระเจ้าเป็น “ตะเกียงแก่เท้า”คำว่า “ตะเกียง” (Lamp) ในสมัยพระคัมภีร์นั้นเป็นตะเกียงน้ำมันขนาดเล็ก ให้แสงสว่างเพียงไม่กี่ก้าวข้างหน้าพระเจ้าไม่ได้ทรงเปิดเผยทุกอย่างในอนาคตให้เราเห็นภายในคราวเดียวแต่ทรงประทานแสงสว่างที่เพียงพอสำหรับก้าวต่อไปโดยความเชื่อและความเชื่อฟังอะไรจะเกิดขึ้น เมื่อเราเดินติดตามพระเจ้าด้วยความไว้วางใจในพระวจนะของพระองค์?1).เมื่อเราไม่รู้ว่าจะตัดสินใจอย่างไร~พระวจนะจะช่วยชี้ทาง2).เมื่อเราเผชิญการทดลอง ~พระวจนะจะช่วยเตือนใจ3).เมื่อเราท้อแท้ ~พระวจนะจะช่วยปลอบโยน4).เมื่อเราหลงทางหรือหลงผิด~ พระวจนะจะนำเรากลับมาใช่ครับ พระเจ้าทรงนำเรา “ทีละก้าว” มากกว่าจะทรงเปิดเผยหมด “ทั้งเส้นทาง” ความเชื่อจึงไม่ใช่การมองเห็นหมดทุกอย่างบนเส้นทางถึงปลายทางแต่เป็นการก้าวเดินตามแสงสว่างที่ส่องนำทางในแต่ละวัน!​ พระวจนะเป็น “ความสว่างแก่ทาง”คำว่า “ความสว่าง” (Light) มีความหมายกว้างกว่าตะเกียงพระวจนะไม่ได้เพียงช่วยให้เรามองเห็นก้าวที่จะเดินต่อไป แต่ยังทำให้เห็นว่า1).เป้าหมายชีวิตของเราคืออะไร?2).สิ่งใดถูกและผิดที่ควรเลือกหรือปฏิเสธ?3).อะไรมีคุณค่าถาวรที่ควรยึด และอะไรคือชั่วคราวไม่ควรยึดติด?4).อะไรคือวิถีชีวิตที่เราควรดำเนินตามเพื่อถวายถวายเกียรติแด่พระเจ้า?พระวจนะจึงเป็นดุจ เข็มทิศของชีวิต ไม่ใช่เป็นเพียงแค่ไฟฉายชั่วคราว!ดังนั้น ขอให้ เราดำเนินชีวิตตามคำแนะนำของ​พระวจนะของพระเจ้าโดยตรงจากพระคริสตธรรมคัมภีร์ และ​พระวจนะของพระเจ้าโดยอ้อม ที่มาทางถ้อยคำอันประกอบด้วยสติปัญญาของปราชญ์ทั้งหลายซึ่งสอคล้องกับพระวจนะซึ่งเป็นดุจแสงสว่างนำท่างชีวิตของเรา ดังเช่นคำแนะนำที่ว่า1).อะไรที่ยุ่ง~ ค่อยๆแก้2).อะไรที่แย่ ~ค่อยๆสะสาง3).อะไรที่หนัก ~ค่อยๆปล่อยวาง4).อะไรที่คั่งค้าง~ ค่อยๆคลี่คลาย5).อะไรที่ยาก ~ค่อยๆทำเดี๋ยวก็ง่าย6).อะไรที่ง่าย ~อย่าประมาทเผลอไผล7).อะไรที่ควรเงียบ ~อย่าโวยวายเป็นเรื่องใหญ่8).อะไรที่ควรเด็ดขาด ~อย่าอืดอาดนิ่งดูดาย!…จะดีไหมครับ?……………………………………ธงชัย ประดับชนานุรัตน์ 25กรกฎาคม2026(ตอนที่116ปีที่6) #YoutubeCJCONNECT#คริสตจักรแห่งความรัก#Churchoflove #ShareTheLoveForward #ChurchOfJoy #คริสตจักรแห่งความสุข#NimitmaiChristianChurch #คริสตจักรนิมิตใหม่#ฮักกัยประเทศไทย #อัลฟ่า#หนึ่งล้านความดี

    พระธรรมนำชีวิต ตอน อย่ามั่นใจจนไม่ฟัง Ep.1698

    Play Episode Listen Later Jul 24, 2026 4:27


    พระธรรมนำชีวิตตอน อย่ามั่นใจจนไม่ฟัง Ep.1698อันตรายที่สุดในชีวิตไม่ใช่การที่เราไม่รู้ แต่คือการที่เราคิดว่า เรารู้แล้วจนไม่เปิดใจรับฟังคำเตือน หลักจากที่พระเจ้าเปรียบคนยูดาห์เป็นเหมือนผ้าคาดเอวที่เปื่อยใช้การไม่ได้แล้ว เยเรมีย์ 13:12–14 พระเจ้าทรงใช้ภาพของไหที่เต็มด้วยเหล้าองุ่น เพื่อเตือนว่า เมื่อมนุษย์ปฏิเสธพระวจนะของพระเจ้าอย่างต่อเนื่อง หัวใจก็จะค่อย ๆ แข็งกระด้าง จนแยกแยะความจริงไม่ได้ และนำชีวิตไปสู่ความพินาศ'“ฉะนั้น เจ้าจงกล่าวถ้อยคำนี้แก่พวกเขา ‘พระยาห์เวห์พระเจ้าแห่งอิสราเอลตรัสดังนี้ว่า เหล้าองุ่นจะเต็มไหทุกลูก' และเขาทั้งหลายจะพูดกับเจ้าว่า ‘เราไม่รู้หรือว่าเหล้าองุ่นจะต้องเต็มไหทุกลูก?' ' เยเรมีย์ 13:12พระเจ้าทรงใช้ให้เยเรมีย์กล่าวคำอุปมานี้ ประชาชนกลับตอบด้วยความมั่นใจว่า ใคร ๆ ก็รู้ แม้พวกเขาจะได้ยินพระวจนะของพระเจ้า แต่กลับไม่เข้าใจความหมายที่แท้จริง และไม่ตระหนักว่าพระเจ้ากำลังเตือนถึงการพิพากษาที่กำลังจะมาถึง ความรู้ทางศาสนาเพียงอย่างเดียว ไม่ได้หมายความว่า เราเข้าใจพระประสงค์ของพระเจ้า หากหัวใจไม่ยอมเชื่อฟัง พระวจนะก็อาจกลายเป็นเพียงสิ่งที่เราได้ยิน แต่ไม่เคยเปลี่ยนชีวิตของเราเลย'แล้วเจ้าจงพูดกับพวกเขาว่า ‘พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้ว่า นี่แน่ะ เราจะให้ชาวแผ่นดินนี้ทั้งสิ้นเต็มไปด้วยความมึนเมา คือกษัตริย์ทั้งหลายผู้ประทับบนบัลลังก์ของดาวิด พวกปุโรหิต พวกผู้เผยพระวจนะ และชาวกรุงเยรูซาเล็มทั้งสิ้น ' เยเรมีย์ 13:13ความมึนเมา ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการดื่มสุรา แต่เป็นภาพของความสับสนและความหลงผิดฝ่ายวิญญาณ เมื่อผู้คนปฏิเสธพระเจ้า พระองค์ทรงปล่อยให้พวกเขาเดินตามความคิดของตนเอง จนตัดสินใจผิดครั้งแล้วครั้งเล่า ซึ่งนั่นเป็นการพิพากษารูปแบบหนึ่ง ไม่มีใครพ้นการพิพากษาไปได้ กษัตริย์ ปุโรหิต ผู้เผยพระวจนะ ประชาชนทุกคนต่างต้องรับผิดชอบต่อการไม่สนใจเสียงของพระเจ้า'และพระยาห์เวห์ตรัสว่า เราจะเหวี่ยงพวกเขาให้ชนกัน พวกพ่อกับพวกลูก เราจะไม่สงสารหรือไว้ชีวิต หรือมีความเมตตาที่จะไม่ทำลายเขา' ” ' เยเรมีย์ 13:14ผลของความหลงผิดไม่ได้ทำลายเพียงคนคนเดียว แต่ลุกลามไปถึงครอบครัวและสังคม เมื่อมนุษย์ไม่ยอมให้พระเจ้าทรงนำ ความสัมพันธ์ก็เริ่มแตกสลาย ครอบครัวและสังคมก็ได้รับผลกระทบ และท้ายที่สุดความพังทลายภายนอกก็สะท้อนถึงหัวใจที่ห่างจากพระเจ้า การพิพากษาที่น่ากลัวนั้นไม่ใช่เพียงความทุกข์ที่เกิดขึ้นภายนอก แต่คือการที่มนุษย์ไม่สามารถมองเห็นว่า ตนเองกำลังเดินผิดทาง'แต่จงเป็นผู้ประพฤติตามพระวจนะ ไม่ใช่เป็นเพียงผู้ฟังเท่านั้น มิฉะนั้นจะเป็นการหลอกตัวเอง ' ยากอบ 1:22วันนี้พระเจ้าทรงเรียกเราไม่ได้ให้เป็นเพียงผู้ฟังเท่านั้น แต่พระเจ้าทรงเรียกเราให้ฟังเพื่อพระวจนะของพระเจ้าจะเปลี่ยนความคิดและการใช้ชีวิตของเรา ขอให้เรามีหัวใจที่ถ่อมลง พร้อมรับการตักเตือนจากพระเจ้า เพราะคนที่ยอมฟังพระเจ้านั้นจะไม่ไปผิดทาง แล้วจะมีชีวิตอยู่ในความจริง เพราะพระเยซูคริสต์ทรงเป็นทางนั้น เป็นความจริง และเป็นชีวิตวุฒิ วงศ์สรรเสริญ

    สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่115) ถ้าขาดฟืน ไฟก็ดับ!

    Play Episode Listen Later Jul 24, 2026 4:08


    คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่115)ถ้าขาดฟืน ไฟก็ดับ!“เพราะขาดฟืน ไฟก็ดับ และที่ไหนไม่มีคนซุบซิบนินทาการทะเลาะวิวาทก็หยุดไป”~สุภาษิต 26:20 (THSV11)“Without wood a fire goes out; without a gossip a quarrel dies down.”‭‭ ~Proverbs‬ ‭26‬:‭20‬ ‭NIV‬‬พระธรรมข้อนี้เป็นคำสอนที่เรียบง่าย แต่ลึกซึ้งมากเกี่ยวกับ​ อำนาจของคำพูด และ ​การยุติความขัดแย้งพระธรรมตอนนี้ ใช้ภาพเปรียบเทียบที่ทุกคนเข้าใจได้ คือ​ฟืน เป็นเชื้อเพลิงของไฟเมื่อไม่มีฟืน ไฟก็ไม่สามารถลุกลามต่อไปได้​คำซุบซิบนินทา เป็นเชื้อเพลิงของความขัดแย้งเมื่อไม่มีคนพูดต่อเติม ขยายความ หรือยุยง ความขัดแย้งก็จะค่อย ๆ สงบลงพระธรรมข้อนี้ไม่ได้บอกว่า “ไฟจะดับเอง”แต่บอกว่า เมื่อหยุดเติมเชื้อ ไฟก็ต้องดับ!เช่นเดียวกัน หลายครั้งการทะเลาะกันไม่ได้เกิดจากปัญหาเพียงอย่างเดียว แต่บ่อยครั้งมักเกิดจาก~การแนะนำแบบผิดๆ~การพูดลับหลัง~การเล่าต่อโดยไม่ตรวจสอบ~การเติมหรือกระพืออารมณ์~การตีความเอาเอง~การยุยงให้เกิดความไม่พอใจคำพูดเหล่านี้ ได้ทำให้เรื่องเล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่!อะไรคือหลักการฝ่ายจิตวิญญาณที่เราเรียนรู้?​การพูดซุบซิบนินทา คือการเติมเชื้อไฟคนซุบซิบอาจไม่ได้โกหกทั้งหมดแต่เลือกเล่าเฉพาะบางส่วนเติมความคิดเห็นหรือเล่าด้วยอารมณ์เกินจริงผลที่ตามมาก็คือ~ความไว้ใจถูกทำลาย~ความสัมพันธ์แตกสลาย~คริสตจักรแตกแยก~ครอบครัวเกิดความบาดหมางคำพูดอย่างนี้ สามารถสร้างสงครามให้เกิดขึ้นได้!​การไม่พูดต่อ คือการดับไฟหลายคนคิดว่าการจะหยุดปัญหาต้องเข้าไปพูดโต้เถียงแต่พระคัมภีร์บอกว่าบางครั้งวิธีที่ดีที่สุดคือ“อย่าเติมเชื้อเพลิง” นั่นคือ~ไม่พูดหรือส่งต่อข่าวลือ~ไม่พูดในสิ่งที่ไม่แน่ใจ~ไม่เติมความคิดเห็นด้านลบ~ไม่นำเรื่องของคนหนึ่งไปเล่าให้อีกคนฟังและแน่นอนว่า เมื่อไม่มีผู้ส่งต่อข้อความใดๆที่เป็นดุจเชื่อเพลิงลงไปในความไม่เข้าใจ ความเข้าใจผิด หรือความขัดแย้งที่เกิดขึ้นปัญหาต่างๆก็จะค่อย ๆ จบลงไปเอง!​การสร้างสันติ เกิดขึ้นเมื่อมีการควบคุมลิ้นของทุกคนที่ได้ยินเรื่องราวคนสร้างสันติไม่ได้หมายถึงคนที่พูดเก่งที่สุด แต่คือคนที่รู้ว่า~เมื่อใดควรพูด~เมื่อใดควรเงียบ~เมื่อต้องพูด จะพูดอะไร หรือ พูดอย่างไรเหมือนดังที่ยากอบ 1:19 แนะนำไว้ว่า“จงไวในการฟัง ช้าในการพูด ช้าในการโกรธ”พี่น้องที่รักคริสตจักรจำนวนมากไม่ได้แตกแยกเพราะหลักคำสอนแต่แตกแยกเพราะ​การสื่อสารที่ผิด บกพร่อง บิดเบี้ยวหรือบิดเบือน​การตีความสาร หรือเจตนา ผิดพลาดไป​การรับและส่งต่อข่าวสาร อย่างขาดการตรวจเช็ค​การเชื่อในคำซุบซิบนินทาและข่าวลือด้วยเหตุนี้เอง ขอให้เราอย่าเข้าไปร่วมในการทะเลาะวิวาทใดๆด้วยสาเหตุดังกล่าวขอให้เรามีวิจารณญาณ และหยุดเป็น “ผู้ส่งต่อ”เชื้อเพลิงแห่งความขัดแย้งขอให้เราช่วยกันเก็บฟืนเพื่อไฟนั้นจะได้ดับ และขอให้พระเจ้าทรงฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างพวกเราให้กลับคืนดีกันให้เร็วที่สุด…จะดีไหม?……………………………………ธงชัย ประดับชนานุรัตน์ 24กรกฎาคม2026(ตอนที่115ปีที่6) #YoutubeCJCONNECT#คริสตจักรแห่งความรัก#Churchoflove #ShareTheLoveForward #ChurchOfJoy #คริสตจักรแห่งความสุข#NimitmaiChristianChurch #คริสตจักรนิมิตใหม่#ฮักกัยประเทศไทย #อัลฟ่า#หนึ่งล้านความดี

    พระธรรมนำชีวิต ตอน ติดพระองค์ไว้ Ep.1697

    Play Episode Listen Later Jul 23, 2026 6:00


    พระธรรมนำชีวิตตอน ติดพระองค์ไว้ Ep.1697ของบางอย่างไม่ได้เสียคุณค่า เพราะถูกสร้างมาไม่ดี แต่เสียคุณค่าเพราะไม่ได้อยู่ในที่ที่ควรอยู่ เช่นเดียวกับชีวิตของเรา พระเจ้าทรงใช้ ผ้าป่านคาดเอว จากเยเรมีย์ 13:1–11 สอนเราว่า พระเจ้าทรงสร้างเรามาเพื่อให้ติดสนิทกับพระองค์ เมื่อความสัมพันธ์ระหว่างเรากับพระเจ้านั้นขาดออกไปชีวิตก็ไม่สามารถทำหน้าที่ตามที่พระองค์ทรงประสงค์ได้'พระยาห์เวห์ตรัสกับข้าพเจ้าดังนี้ว่า “จงไปซื้อผ้าป่านคาดเอวมาผืนหนึ่ง คาดเอวของเจ้าไว้และอย่าจุ่มน้ำ” ข้าพเจ้าจึงซื้อผ้าคาดเอวผืนหนึ่งตามพระวจนะของพระยาห์เวห์ และคาดเอวของข้าพเจ้าไว้ ' เยเรมีย์ 13:1-2สิ่งแรกที่เราเห็นในตอนนี้ คือ เยเรมีย์เชื่อฟังคำสั่งของพระเจ้าในทุกขั้นตอน แม้ยังไม่เข้าใจในเหตุผลก็ตาม ผ้าคาดเอวเป็นเครื่องแต่งกายที่แนบชิดกับผู้สวมใส่ที่สุด พระเจ้าทรงใช้ผ้าคาดเอวนี้อธิบายว่า พระเจ้าทรงเลือกอิสราเอลให้ติดสนิทกับพระเจ้าเพื่อสำแดงพระเกียรติของพระองค์ท่ามกลางประชาชาติทั้งหลาย ความสัมพันธ์นี้ไม่ใช่เพียงการนับถือศาสนา แต่เป็นการใช้ชีวิตอย่างใกล้ชิดอยู่ในพระเจ้าทุกวัน เหมือนผ้าคาดเอวที่อยู่แนบกับผู้สวมใส่ตลอดเวลา ต่อมาในข้อ 3-6 พระเจ้าตรัสกับเยเรมีย์ว่า ให้เยเรมีย์นำผ้าคาดเอวไปซ่อนไว้ในซอกหินที่แม่น้ำยูเฟรติส และหลายวันต่อมาจึงให้กลับไปนำออกมา ซึ่งเยเรมีย์ก็เชื่อฟังทุกประการ'แล้วข้าพเจ้าก็ไปที่แม่น้ำยูเฟรติส และขุดเอาผ้าคาดเอวมาจากที่ซึ่งข้าพเจ้าได้ซ่อนไว้ นี่แน่ะ ผ้าคาดเอวนั้นเสียหมด จะใช้การอะไรก็ไม่ได้ ' เยเรมีย์ 13:7เมื่อเยเรมีย์ไปถึงก็พบว่า ผ้าผืนนั้นเปื่อยเสียจนใช้การไม่ได้ นี่เป็นการเตือนและการสอนจากพระเจ้าว่า ยูดาห์ก็เป็นเหมือนผ้านี้ที่ใช้การไม่ได้แล้ว เพราะเขาดื้อรั้น ทำตามใจตนเอง และติดตามพระอื่น ความเสื่อมนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในวันเดียว แต่ค่อย ๆ เกิดขึ้นเมื่อใจของเราห่างจากพระเจ้า และในที่สุดชีวิตก็ไม่สามารถทำตามพระประสงค์ที่พระองค์ตั้งพระทัยไว้ได้'แล้วพระวจนะของพระยาห์เวห์ก็มายังข้าพเจ้าว่า “พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้ว่า เราจะทำลายความทะนงใจของยูดาห์และความทะนงใจใหญ่หลวงของเยรูซาเล็มเสียอย่างนั้นแหละ คือชนชาติชั่วร้ายนี้ ผู้ปฏิเสธไม่ฟังถ้อยคำของเรา ผู้ดื้อที่ทำตามใจของตนเอง และได้ติดตามพระอื่นๆ ไป เพื่อจะปรนนิบัติและนมัสการพระเหล่านั้น จะเป็นเหมือนผ้าคาดเอวนี้ซึ่งจะใช้การอะไรก็ไม่ได้ ' เยเรมีย์ 13:8-10จากที่เราศึกษากันมาเราจะพบว่า คนยูดาห์เองภูมิใจว่าเขาเป็นคนของพระเจ้า และภูมิใจที่เขามีพระวิหารอยู่กับเขา พวกเขาคิดว่าสิ่งเหล่านี้จะทำให้เขารอดปลอดภัย ความบาปไม่ใช่การมีพระวิหารหรือการเป็นประชากรของพระเจ้า แต่คือการวางใจในสิ่งเหล่านั้น และดื้อรั้นไม่ยอมฟังพระเจ้า และหันไปติดตามพระอื่น 'เพราะผ้าคาดเอวติดอยู่ที่เอวของมนุษย์ฉันใด เราก็ได้ทำให้ประชาชนทั้งสิ้นของอิสราเอลและประชาชนทั้งสิ้นของยูดาห์ติดอยู่กับเราฉันนั้น พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้ เพื่อเขาทั้งหลายจะเป็นประชากร ชื่อเสียง คำสรรเสริญ และความภูมิใจของเรา แต่พวกเขาก็ไม่ฟัง ' เยเรมีย์ 13:11ผ้าคาดเอวไม่ได้สูญเสียคุณค่าเพราะถูกสร้างไม่ดี แต่มันเสียใช้งานไม่ได้เพราะมันไม่ได้อยู่ในที่ที่ควรอยู่ เช่นเดียวกับชีวิตของเรา พระเจ้าไม่ได้ทรงสร้างเรามาเพื่อให้เราใช้ชีวิตออกห่างจากพระองค์ แต่ทรงสร้างให้เราอยู่ในพระองค์ เพื่อเราจะสะท้อนถึงพระลักษณะและพระสิริของพระเจ้า เมื่อเราออกห่างจากพระองค์ ชีวิตของเราก็ยังดำเนินต่อไปแน่นอน แต่เราจะค่อย ๆ สูญเสียทิศทาง พลัง และผลฝ่ายวิญญาณที่พระองค์ทรงตั้งใจที่จะให้เกิดขึ้นในชีวิตของเรา'จงติดสนิทอยู่กับเราและเราติดสนิทอยู่กับพวกท่าน แขนงจะออกผลเองไม่ได้นอกจากจะติดสนิทอยู่กับเถา พวกท่านก็เช่นเดียวกันจะเกิดผลไม่ได้นอกจากจะติดสนิทอยู่กับเรา เราเป็นเถาองุ่น พวกท่านเป็นแขนง คนที่ติดสนิทอยู่กับเราและเราติดสนิทอยู่กับเขา คนนั้นจะเกิดผลมาก เพราะว่าถ้าแยกจากเราแล้วพวกท่านจะทำสิ่งใดไม่ได้เลย ' ยอห์น 15:4-5วันนี้พระเจ้าไม่ได้เรียกให้เราไปเป็นคริสเตียนเท่านั้น แต่พระเจ้าทรงเรียกให้เราใช้ชีวิตที่ติดสนิทอยู่ในพระองค์ทุกวัน เพราะเมื่อเราอยู่ในพระองค์ ชีวิตจะเกิดผลตามพระประสงค์และสะท้อนพระสิริของพระองค์แก่ทุกคนที่อยู่รอบข้างเรา แต่ถ้าแยกจากพระองค์แล้ว ชีวิตของเราก็ไม่สามารถเกิดผลและทำตามพระประสงค์ที่พระเจ้าทรงตั้งพระทัยไว้ได้ เราจะเปรียบเหมือนผ้าคาดเอวที่ใช้การไม่ได้ ขอพระเจ้าเมตตาเราทุกคนนะครับวุฒิ วงศ์สรรเสริญ

    “สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่114) วัฒนธรรมที่คริสตจักรควรมี!

    Play Episode Listen Later Jul 22, 2026 4:36


    คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่114)วัฒนธรรมที่คริสตจักรควรมี!“เพราะฉะนั้นจงหนุนใจกัน และต่างคนต่างจงเสริมสร้างกันขึ้น ตามอย่างที่พวกท่านกำลังทำอยู่นั้น”‭‭ ~1 เธสะโลนิกา‬ ‭5‬:‭11‬ ‭THSV11‬‬“Therefore encourage one another and build each other up, just as in fact you are doing.”‭‭~1 Thessalonians‬ ‭5‬:‭11‬ ‭NIV‬‬ใน วัฒนธรรมของคริสตจักร พระเจ้าไม่ได้ทรงเรียกเราให้เติบโตขึ้นเพียงลำพัง แต่ให้เติบโตไปพร้อมกับพี่น้องในเรื่องความเชื่อ ความหวังและความรักโดยการ เตือนสติ ตักเตือน หนุนใจ และเสริมสร้างกันและกันอยู่เสมอคำว่า “หนุนใจ” (Encourage) ในภาษากรีกคือ Parakaleo มีความหมายว่า​ให้กำลังใจผู้ที่กำลังอ่อนแรง​ปลอบโยนผู้ที่กำลังท้อแท้​เชิญชวนให้เดินหน้าต่อไป​ยืนเคียงข้าง ไม่ทอดทิ้งกัน“การหนุนใจ”จึงไม่ใช่เพียงการพูดว่า “สู้ๆ” แล้วจบแต่คือ “การทำให้คนที่เกือบจะหยุดเดิน กลับมามีกำลังเดินต่อไปกับพระเจ้า(และกับกันและกัน)!“พระเยซูคริสต์ทรงเป็นแบบอย่างในเรื่องนี้ เพราะพระองค์ทรงหนุนใจเหล่าสาวกเสมอแม้แต่ในเวลาที่พวกเขาล้มเหลวหรือทำตัวน่าผิดหวังส่วนคำว่า “เสริมสร้าง” (Build up หรือ Edify) เปรียบได้เหมือนกับการก่อสร้างบ้านให้เป็นรูปเป็นร่างแข็งแรงตามมาตรฐานเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัย จึงหมายถึง1).ช่วยให้กันและกันให้เติบโตขึ้นในฝ่ายจิตวิญญาณ2).ทำให้ความเชื่อของกันและกันมั่นคงขึ้น3).สร้างชีวิตไม่ใช่ทำลายชีวิตชองกันและกัน4).ใช้คำพูด การกระทำ และแบบอย่าง เพื่อทำหรือช่วยให้ผู้อื่นเข้าใกล้ชิดติดสนิทพระเจ้ามากยิ่งขึ้น(ตรงกันข้ามกับการวิพากษ์ วิจารณ์ การนินทาว่าร้าย หรือการตำหนิที่บ่อนทำลายกำลังใจ และทำลายชืวิตคน)อาจารย๋ เปาโล จึงกล่าวกำชับไว้ว่า“อย่าให้คำหยาบคายออกจากปากของท่าน แต่จงกล่าวคำที่ดี มีประโยชน์ เพื่อเสริมสร้างตามความจำเป็นเพื่อจะเป็นพระคุณแก่คนที่ได้ยิน”~เอเฟซัส 4:29 “เพราะฉะนั้นจงหนุนใจกันและต่างคนต่างจงเสริมสร้างกันขึ้น ตามอย่างที่พวกท่านกำลังทำอยู่นั้น”~ 1 เธสะโลนิกา 5:11 ดังนั้น ขอให้คริสตจักรของเรา เป็นคริสตจักรที่มีวัฒนธรรมแห่งการหนุนใจ การรักษาและการส่งต่อวัฒนธรรมนี้อย่างยั่งยืนโดย“ทำต่อไป ไม่มีวันหยุด!”ขอให้เราตระหนักว่า“คริสตจักรที่แข็งแรง ไม่ใช่คริสตจักรที่ไม่มีปัญหาแต่คือคริสตจักรที่สมาชิกไม่หยุดหนุนใจและเสริมสร้างกันและกัน!”(A healthy church is not one without problems, but one where people never stop encouraging and building one another up.)พี่น้องที่รัก วันนี้ ขอให้เรามาทำให้คริสตจักรของเราเป็นหนึ่งในคริสตจักรที่มีการหนุนใจและเสริมสร้างซึ่งกันและกัน เป็นทั้งนิสัยและวัฒนธรรมที่พระเจ้าและมนุษย์ล้วนโปรดปราน…จะดีไหมครับ?……………………………………ธงชัย ประดับชนานุรัตน์ 23กรกฎาคม2026(ตอนที่114ปีที่6) #YoutubeCJCONNECT#คริสตจักรแห่งความรัก#Churchoflove #ShareTheLoveForward #ChurchOfJoy #คริสตจักรแห่งความสุข#NimitmaiChristianChurch #คริสตจักรนิมิตใหม่#ฮักกัยประเทศไทย #อัลฟ่า#หนึ่งล้านความดี

    สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่113) คำแนะนำที่ควรทำตาม!

    Play Episode Listen Later Jul 22, 2026 6:40


    คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่113)คำแนะนำที่ควรทำตาม!“เราจะแนะนำและสอนเจ้าถึงทางที่เจ้าควรจะเดินไป เราจะให้คำปรึกษาแก่เจ้าและเฝ้าดูเจ้าอยู่”‭‭ ~สดุดี‬ ‭32‬:‭8‬ ‭THSV11‬‬“I will instruct you and teach you in the way you should go; I will counsel you with my loving eye on you.”‭‭ ~Psalms‬ ‭32‬:‭8‬ ‭NIV‬‬มีคำกล่าวที่น่ารับฟัง ดังนี้“คำแนะนำที่ดีที่สุด ไม่ใช่คำที่เราชอบฟัง แต่คือคำที่นำเราให้เข้าใกล้พระเจ้ามากขึ้น!”(The best counsel is not what pleases us, but what draws us closer to God.)ต่อไปนี้คือคำแนะนำที่เราควรทำตาม​Retreat ~จากตารางเวลายุ่งๆไปสงบทบทวนชีวิต“พระองค์จึงเสด็จลงเรือกับพวกสาวกไปยังที่สงบตามลำพัง”‭‭ ~มาระโก‬ ‭6‬:‭32‬ ‭THSV11‬‬​Relax~หาเวลาปลีกตัวไปผ่อนคลายพักเหนื่อย“บรรดาผู้เหน็ดเหนื่อยและแบกภาระหนัก จงมาหาเรา และเราจะให้ท่านทั้งหลายได้หยุดพัก”‭‭ ~มัทธิว‬ ‭11‬:‭28‬ ‭THSV11‬‬​Refresh~มีโอกาสสร้างความสดชื่นให้แก่ชีวิต“พระองค์ทรงคืนความสดชื่นแก่ชีวิตข้าพเจ้า พระองค์ทรงนำข้าพเจ้าไปในทางชอบธรรมเพราะเห็นแก่พระนามของพระองค์”‭‭ ~สดุดี‬ ‭23‬:‭3‬ ‭THSV11‬‬​Repent~สำรวจชีวิตว่ามีบาปผิดใดและรีบกลับใจ“เพราะฉะนั้นจงระลึกถึงสภาพเดิมที่เจ้าตกลงมาแล้วนั้น จงกลับใจใหม่และทำตามที่ประพฤติในตอนแรก มิฉะนั้นเราจะมาหาเจ้า และจะย้ายคันประทีปของเจ้าออกจากที่ของมัน นอกจากว่าเจ้าจะกลับใจใหม่”‭‭ ~วิวรณ์‬ ‭2‬:‭5‬ ‭THSV11‬‬​Reconcile~คืนดีกับคู่กรณีโดยเร็ว ถ้าทำได้“จงวางเครื่องบูชาไว้ที่หน้าแท่นบูชา และกลับไปคืนดีกับพี่น้องผู้นั้นเสียก่อน แล้วจึงค่อยมาถวายเครื่องบูชาของท่าน”‭‭ ~มัทธิว‬ ‭5‬:‭24‬ ‭THSV11‬‬​Restore ~ทำให้สัมพันธภาพหวนคืนมาดีดังเดิม“หากพี่น้องของท่านคนหนึ่งทำผิดต่อท่าน จงไปหาและชี้ความผิดต่อเขาสองต่อสองเท่านั้น ถ้าเขาฟังท่าน ท่านจะได้พี่น้องคืนมา”‭‭ ~มัทธิว‬ ‭18‬:‭15‬ ‭THSV11‬‬​Revive~ฟื้นฟูจิตใจโดยพระวิญญาณและพระวจนะ“องค์ผู้สูงเด่นและสูงส่ง ผู้ทรงดำรงอยู่นิรันดร์ ทรงพระนามว่าบริสุทธิ์ ตรัสดังนี้ว่า“เราดำรงอยู่ในที่สูงและบริสุทธิ์ และอยู่กับผู้สำนึกผิดและมีวิญญาณจิตที่ถ่อม เพื่อฟื้นฟูวิญญาณจิตของผู้ที่ถ่อม และฟื้นฟูใจของผู้สำนึกผิด”‭‭ ~อิสยาห์‬ ‭57‬:‭15‬ ‭THSV11‬‬​Return~กลับไปสู่สามัคคีธรรมและการรับใช้ที่โบสถ์“สุดท้ายนี้ พี่น้องทั้งหลาย ขอลาก่อน จงกลับสู่สภาพดีดังเดิม จงฟังคำขอร้องของข้าพเจ้าจงเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน จงอยู่ร่วมกันอย่างสันติ และพระเจ้าแห่งความรักและสันติสุขจะสถิตกับท่านทั้งหลาย”~‭‭2 โครินธ์‬ ‭13‬:‭11‬ ‭THSV11‬‬​Relate~สร้างและพัฒนาความสัมพันธ์กับคนใหม่ๆ“อย่าละเลยที่จะต้อนรับแขกแปลกหน้า เพราะว่าโดยการทำเช่นนั้น บางคนก็ได้ต้อนรับทูตสวรรค์โดยไม่รู้ตัว”‭‭ ~ฮีบรู‬ ‭13‬:‭2‬ ‭THSV11‬‬พี่น้องที่รัก ขอให้เราทำตามคำแนะนำดังที่กล่าวมา แล้วในข้างต้นโดยเฉพาะอย่างยิ่ง จงให้พระเจ้าทรงเป็นที่ปรึกษาผู้ให้คำแนะนำทางดีที่ถูกต้องแก่เรา​ในทุกเรื่อง และ​ในทุกวัน ตั้งแต่เราตื่นนอนขึ้นมาเพราะมีคำกล่าวไว้ว่า“ผู้ที่ให้พระเจ้าเป็นที่ปรึกษา จะไม่เพียงเลือกทางที่ถูกต้องแต่จะกลายเป็นบุคคลอย่างที่พระเจ้าทรงปรารถนาจะให้เขาเป็น!“(Those who make God their Counselor will not only choose the right path, but also become the person God desires them to be.)…เห็นด้วยใช่ไหมครับ?……………………………………ธงชัย ประดับชนานุรัตน์ 22กรกฎาคม2026(ตอนที่113ปีที่6) #YoutubeCJCONNECT#คริสตจักรแห่งความรัก#Churchoflove #ShareTheLoveForward #ChurchOfJoy #คริสตจักรแห่งความสุข#NimitmaiChristianChurch #คริสตจักรนิมิตใหม่#ฮักกัยประเทศไทย #อัลฟ่า#หนึ่งล้านความดี

    พระธรรมนำชีวิต ตอน เพราะรักจึงตีสอน Ep.1695

    Play Episode Listen Later Jul 21, 2026 5:17


    พระธรรมนำชีวิตตอน เพราะรักจึงตีสอน Ep.1695หลายครั้งเมื่อเราอ่านเรื่องราวการพิพากษาของพระเจ้า เราอาจจะคิดว่าพระเจ้าทรงพิพากษาเพราะความโกรธเพียงอย่างเดียว แต่ในเยเรมีย์ 12:7–13 ทำให้เราเห็นอีกด้าน คือพระเจ้าทรงเจ็บปวดอย่างมากด้วย เมื่อพระองค์ลงโทษคนของพระองค์ เบื้องหลังการพิพากษานั้นเต็มไปด้วยความเจ็บปวดของพระเจ้า พระเจ้าไม่ได้ทรงทอดทิ้งคนของพระองค์เพราะเลิกรัก แต่เพราะพวกเขาปฏิเสธความรักของพระเจ้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า พระองค์จึงทรงพิพากษาตามพันธสัญญาและตามพระลักษณะอันบริสุทธิ์ของพระเจ้า'“เราได้ละทิ้งนิเวศของเรา เราได้เหวี่ยงมรดกของเราทิ้ง เราได้มอบผู้เป็นที่รักแห่งจิตใจเรา ไว้ในมือศัตรูของเธอ ' เยเรมีย์ 12:7ในตอนนี้ยังเป็นคำตอบที่ต้องเนื่องมาจากการที่พระเจ้าบอกให้เยเรมีย์เตรียมใจรับสิ่งที่จะหนักยิ่งกว่า พระเจ้าทรงเปิดเผยถึงความเจ็บปวดของพระองค์ พระเจ้าทรงเรียกยูดาห์ว่า นิเวศของเรา มรดกของเรา และผู้เป็นที่รักแห่งจิตใจเรา คำเหล่านี้สะท้อนถึง ความรัก ความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งระหว่างพระเจ้ากับผู้คนของพระองค์ แต่ในข้อ 8-9 ความบาปได้เปลี่ยนคนที่พระองค์ทรงรักให้กลายเป็นผู้ต่อต้านพระองค์ จากผู้เป็นที่รัก กลับกลายเป็นเหมือนสิงห์ป่าที่คำรามใส่พระองค์ พระเจ้าจึงทรงถอนการทรงปกป้องและยอมให้ศัตรูเข้ามา ไม่ใช่เพราะพระองค์เลิกรัก แต่เพราะพระเจ้าทรงสัตย์จริงต่อความบริสุทธิ์และพันธสัญญาของพระองค์'ผู้เลี้ยงแกะเป็นอันมากได้ทำลายสวนองุ่นของเรา เขาทั้งหลายได้เหยียบย่ำส่วนของเรา เขาได้ทำให้ส่วนที่เราพอใจ กลายเป็นถิ่นทุรกันดารที่ร้างเปล่า เขาได้ทำส่วนของเราให้ร้างเปล่า ที่ร้างเปล่านั้นก็คร่ำครวญต่อเรา แผ่นดินทั้งสิ้นก็ถูกทิ้งให้ร้างเปล่า แต่ไม่มีใครเอาใจใส่เรื่องนั้น ' เยเรมีย์ 12:10-11โดยส่วนใหญ่แล้ว ผู้เลี้ยงมักหมายถึงผู้รับใช้ของพระเจ้า แต่ตรงนี้นักวิชาการพระคัมภีร์จำนวนมากเห็นว่า ผู้เลี้ยงแกะตรงนี้ หมายถึงกษัตริย์และกองทัพบาบิโลน พระเจ้าทรงคำว่าร้างเปล่าถึง 3 ครั้ง สิ่งนี้คือการย้ำว่านี่ไม่ใช่อุบัติเหตุ แต่เป็นผลของการละทิ้่งพระเจ้าและการละเมิดพันธสัญญา แม้ว่าความพินาศจะเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตา แต่พวกเขาก็ไม่สำนึกและไม่ยอมหันกลับมาหาพระเจ้า หัวใจที่แข็งกระด้างของพวกเขาทำให้พวกเขาเห็นผลของความบาป แต่ไม่ยอมเรียนรู้ที่จะกลับใจ ในข้อ 12 สิ่งที่พวกเขาต้องสูญเสีย คือ ชาโลม หมายถึง สวัสดิภาพ สันติสุข ความอุดมสมบูรณ์ ความปลอดภัย พระแสงดาบของพระยาห์เวห์มาถึงแล้ว เพราะพระเจ้าทรงถอนการปกป้องออกจากพวกเขา สภาพของพวกเขาจึงเหมือนในข้อ 9 คือถูกรุมกินโต๊ะจากประเทศรอบด้าน'เขาทั้งหลายหว่านข้าวสาลีแต่ได้เกี่ยวหนาม เขาทำให้ตัวเหน็ดเหนื่อยแต่ไม่ได้กำไรอะไร เจ้าทั้งหลายจงอับอายด้วยผลการเกี่ยวของเจ้า ด้วยเหตุพระพิโรธร้อนแรงของพระยาห์เวห์” ' เยเรมีย์ 12:13ชีวิตที่แยกจากพระเจ้าอาจดูเหมือนประสบความสำเร็จอยู่ในช่วงเวลานึง แต่สุดท้ายสิ่งที่จะเก็บเกี่ยวได้คือความว่างเปล่าและความอับอาย พระพรที่แท้จริงไม่ได้เกิดจากความสามารถของมนุษย์เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการที่เราใช้ชีวิตอยู่ในพระองค์ การพิพากษาของพระเจ้าไม่ใช่การทำลายอย่างไม่มีเหตุผล แต่เป็นการยืนยันว่า พระเจ้าทรงซื่อสัตย์ต่อพระวจนะของพระองค์ ทั้งในพระสัญญาและในคำเตือน'เรารักใครเราก็ตักเตือนและตีสอนเขา เพราะฉะนั้นจงมีความกระตือรือร้น และกลับใจใหม่ ' วิวรณ์ 3:19เมื่อชีวิตของเราเริ่มสูญเสียชาโลม คือ สวัสดิภาพ สันติสุขเพราะผลของการไม่เชื่อฟังพระเจ้า อย่าไปโทษสถานการณ์หรือคนอื่น ๆ แต่ขอให้เราใช้โอกาสนั้นสำรวจใจของตัวเองว่า เรายังใช้ชีวิตอยู่ในพระเจ้าหรือเปล่า พระเจ้าทรงตีสอนคนที่พระองค์รัก ไม่ใช่เพื่อผลักไส แต่เพื่อเรียกคนที่พระองค์ทรงรักให้กลับมาหาพระองค์อีกครั้งวุฒิ วงศ์สรรเสริญ

    สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่112) จงชนะความชั่วด้วยความดี!

    Play Episode Listen Later Jul 21, 2026 4:52


    คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่112)จงชนะความชั่วด้วยความดี!“อย่าให้ความชั่วชนะเราได้ แต่จงชนะความชั่วด้วยความดี”‭‭ ~โรม‬ ‭12‬:‭21‬ ‭THSV11‬‬“Do not be overcome by evil, but overcome evil with good.”‭‭ ~Romans‬ ‭12‬:‭21‬ ‭NIV‬‬มีคำกล่าวว่า“ความชั่วสูญเสียอำนาจของมันเมื่อใครบางคนเลือกความดี!(Evil loses its powerwhen someone chooses goodness.)อ.เปาโลกำชับให้เราเลือกความดีเหนือความชั่ว ไว้ดังนี้​“อย่าให้ความชั่วชนะเราได้”(Do not be overcome by evil)ความชั่วชนะเรา 1).เมื่อมันทำร้ายเรา และ2).เมื่อมันเปลี่ยนเราให้กลายเป็นเหมือนมัน ก.เมื่อมีคนโกหกเรา ~แล้วเราโกหกตอบข.เมื่อมีคนเกลียดเรา ~แล้วเราเกลียดกลับค.เมื่อมีคนโกรธเรา~แล้วเราโกรธตอบง.เมื่อมีคนทำร้ายเรา ~แล้วเราแก้แค้นทำร้ายกลับจ.เมื่อมีคนโกงเรา~แล้วเราโกงกลับ ฯลฯในนาทีที่เราจะคิดว่า “เราเอาคืนได้สำเร็จ” ความชั่วได้ชนะใจเราในนาทีนั้นแล้ว!เวลาที่มารซาตานใช้ความชั่วชนะเรามันไม่ได้เพียงต้องการแค่ทำให้เราเจ็บปวด แต่มันยังต้องการทำให้เรา สูญเสียพระลักษณะของพระคริสต์ในชีวิตของเราไปดังนั้นทความชั่วที่อันตรายที่สุด ไม่ใช่ความชั่วที่อยู่รอบตัวเรา แต่คือความชั่วที่เริ่มเติบโตขึ้นภายในใจของเรา!​“แต่จงชนะความชั่วด้วยความดี”( but overcome evil with good.)พระเจ้ามิได้สอนให้เรายอมแพ้ต่อความชั่วแต่ทรงสอนให้ เอาชนะด้วยอาวุธที่สูงล้ำกว่าแล้วอะไร คือ อาวุธที่เลิศล้ำกว่า?เปาโลเรียกอาวุธทรงพลังนั้นว่า “ความดี!”“ความดี”1).ในความหมายทั่วไป คือ“การกระทำ คำพูด หรือความคิดที่ถูกต้อง ดีงาม เป็นประโยชน์ และไม่เบียดเบียนผู้อื่น” 2).ตามคัมภีร์ไบเบิล หมายถึง ผลของพระวิญญาณบริสุทธิ์ ที่สำแดงพระลักษณะของพระคริสต์ ได้แก่ก.รักแทนความเกลียดข.ให้อภัยแทนการแก้แค้นค.อวยพรแทนการสาปแช่งง.เมตตาแทนความโกรธจ.พูดความจริงด้วยความรักฉ.ทำสิ่งถูกต้อง ดีงาม แม้ไม่มีใครเห็น“ความดี”เช่นนี้มีพลัง เพราะพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงเป็นผู้สร้างขึ้นในชีวิตเราพระเยซูคริสต์เองทรงเป็นแบบอย่างให้เห็นในยามที่ความดีอยู่กับพระองค์ ดังนี้ 1).เมื่อถูกดูหมิ่น พระองค์ไม่ทรงด่าตอบ2).เมื่อถูกทำร้าย พระองค์ทรงอธิษฐานเผื่อผู้ที่ตรึงพระองค์3).เมื่อถูกเกลียดชัง พระองค์กลับยังทรงรักเหมือนเดิมดูเหมือนที่ไม้กางเขน พระเยซูพ่ายแพ้ แต่~ความรักของพระเจ้า ชนะความเกลียดชัง~การให้อภัยชนะการแก้แค้น~ชีวิตใหม่ชนะความตายนี่คือชัยชนะโดยความดีที่พระเจ้าทรงประทานให้!และความดีที่กระทำด้วยความรักสามารถหยุดวงจรแห่งความชั่วได้!สรุปขอให้เราชนะความชั่วร้ายด้วยความดีอยู่เสมอ ดังนี้​เมื่อเราถูกนินทา…จงรับมือด้วยความจริง​เมื่อเราถูกทำร้าย…จงเมตตาให้อภัย​เมื่อเราถูกปฏิเสธ…จงตอบสนองด้วยความรัก4.เมื่อเราถูกเข้าใจผิด…จงยังคงรักษาหัวใจให้สะอาดเพราะชัยชนะของเรานั้นไม่ใช่การทำให้อีกฝ่ายหนึ่งแพ้แต่คือการไม่ยอมให้ความบาปชั่วเข้าครอบครองหัวใจของเราเป็นอันขาด!…เห็นด้วยไหมครับ?……………………………………ธงชัย ประดับชนานุรัตน์ 21กรกฎาคม2026(ตอนที่112ปีที่6) #YoutubeCJCONNECT#คริสตจักรแห่งความรัก#Churchoflove #ShareTheLoveForward #ChurchOfJoy #คริสตจักรแห่งความสุข#NimitmaiChristianChurch #คริสตจักรนิมิตใหม่#ฮักกัยประเทศไทย #อัลฟ่า#หนึ่งล้านความดี

    พระธรรมนำชีวิต ตอน เมื่อพระเจ้าไม่ตอบทุกคำถาม Ep.1694

    Play Episode Listen Later Jul 20, 2026 5:40


    พระธรรมนำชีวิตตอน เมื่อพระเจ้าไม่ตอบทุกคำถาม Ep.1694เมื่อเราเห็นคนที่ไม่ยำเกรงพระเจ้ากลับประสบความสำเร็จ ในขณะที่คนที่ใช้ชีวิตยำเกรงพระเจ้ากลับต้องเผชิญความทุกข์ยาก เราก็อดถามไม่ได้ว่า "ทำไม?" เยเรมีย์ 12:1-4 เยเรมีย์เองก็เคยมีคำถามแบบนี้เหมือนกัน เขาไม่ได้หันหลังให้พระเจ้า แต่เขานำความสงสัยนั้นมาทูลถามต่อพระเจ้าด้วยความเชื่อในพระเจ้าว่าพระองค์ยังทรงยุติธรรม นักวิชาการพระคัมภีร์หลายท่านอธิบายว่า เยเรมีย์มาร้องทูลไม่ใช่เพราะไม่เชื่อว่าพระเจ้าไม่ยุติธรรม เขาเพียงต้องการเข้าใจว่า ทำไมพระเจ้าจึงอนุญาตให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น แต่ใน เยเรมีย์ 12:5-6 พระเจ้าทรงตอบเขา แต่พระองค์ไม่ได้อธิบายในความสงสัย พระเจ้าทรงบอกให้เยเรมีย์เตรียมใจให้พร้อมสำหรับสิ่งที่หนักยิ่งกว่า'ข้าแต่พระยาห์เวห์ พระองค์ทรงชอบธรรม เมื่อข้าพระองค์สู้คดีกับพระองค์ แต่ข้าพระองค์ยังขอทูลเสนอมูลคดีต่อพระองค์ ทำไมทางของคนอธรรมจึงเจริญขึ้น ทำไมทุกคนที่ทรยศก็อยู่เย็นเป็นสุข ' เยเรมีย์ 12:1เยเรมีย์เริ่มต้นด้วยการยอมรับว่า พระเจ้าทรงชอบธรรม ก่อนจะทูลถามถึงสิ่งที่เขาไม่เข้าใจ เขาไม่ได้กล่าวหาพระเจ้า แต่เขากำลังแสวงหาความเข้าใจจากพระเจ้าว่า เพราะอะไรคนอธรรมจึงดูเหมือนเจริญรุ่งเรือง ความเชื่อที่แท้จริงจึงไม่ใช่ไม่มีความสงสัย แต่คือการนำความสงสัยนั้นมาหาพระเจ้าด้วยความไว้วางใจ ในข้อ 2 เยเรมีย์ได้ชี้ให้เห็นว่า คนเหล่านั้นเอ่ยพระนามของพระเจ้าด้วยริมฝีปาก แต่หัวใจกลับอยู่ห่างไกลจากพระเจ้า'ข้าแต่พระยาห์เวห์ แต่พระองค์ทรงรู้จักข้าพระองค์ พระองค์ทรงเห็นข้าพระองค์ และทรงทดลองความคิดของข้าพระองค์ที่มีต่อพระองค์ ขอทรงฉุดพวกเขาออกมาเหมือนแกะสำหรับการฆ่า และแยกเขาไว้ต่างหากเพื่อวันประหาร ' เยเรมีย์ 12:3ในข้อนี้เยเรมีย์กลับมาพูดถึงตัวเอง คำว่ารู้จัก ไม่ได้หมายถึงเพียงแค่มีข้อมูล แต่หมายถึงการมีความสัมพันธ์ต่อกัน และคำว่า "ทดลอง" มีความหมายถึงการทดสอบเพื่อพิสูจน์ความแท้จริง เปรียบเหมือนการหลอมโลหะให้เห็นว่าเป็นของแท้หรือเปล่า '“ถ้าเจ้าวิ่งแข่งกับมนุษย์ และเขาทำให้เจ้าเหน็ดเหนื่อย เจ้าจะแข่งกับม้าได้อย่างไร? และถ้าเจ้ายังล้มลงในแผ่นดินที่ปลอดภัยเจ้าจะทำอย่างไรในดงลุ่มแม่น้ำจอร์แดน? ' เยเรมีย์ 12:5ในข้อ 5-6 นี้พระเจ้าทรงตอบความสงสัยของเยเรมีย์ แต่พระองค์ไม่ได้ทรงตอบคำถามว่า ทำไมคนอธรรมจึงเจริญรุ่งเรืองขึ้น แต่พระเจ้าทรงบอกผู้รับใช้ของพระองค์ด้วยด้วยสุภาษิตเปรียบเทียบแลัในข้อ 5 ที่ผมอ่านไปแล้ว ซี่งแปลความได้ว่า หากอุปสรรคในวันนี้ยังทำให้หมดแรง แล้วเมื่อพันธกิจที่หนักกว่านี้มาถึงจะทำอย่างไร พระเจ้ากำลังสร้างความอดทน ความเข้มแข็ง และความไว้วางใจในชีวิตของเยเรมีย์ เพื่อให้เขาพร้อมสำหรับสิ่งที่รออยู่ข้างหน้า'เพราะว่าแม้แต่พี่น้องของเจ้าและเชื้อสายของบิดาเจ้า ก็ได้ทำการทรยศต่อเจ้า เขายังร้องไล่ตามเจ้าไปอย่างเต็มเสียง แม้ว่าเขาพูดถ้อยคำอย่างดีกับเจ้า ก็อย่าเชื่อเขาเลย ' เยเรมีย์ 12:6พระเจ้ายังทรงเตือนเยเรมีย์ว่า สิ่งที่เขาต้องเจอนั่นยังไม่จบ แม้แต่คนในครอบครัวก็อาจกลายเป็นผู้ต่อต้าน ความเจ็บปวดจากการรับใช้พระเจ้าอาจจะไม่ได้เกิดจากคนอื่น แต่จะมาจากคนใกล้ตัวที่สุด สิ่งที่พระเจ้าตรัสนี่ไม่ได้ตรัสให้เยเรมีย์ท้อใจ แต่เพื่อเตรียมเยเรมีย์ให้พร้อมเผชิญทุกสิ่งด้วยความเชื่อและความอดทน เราอาจจะสงสัยว่า ทำไมพระเจ้าไม่จัดการคนเหล่านั้น แม้ว่าเราจะมีความสงสัย ขอให้เราอย่าขาดความเชื่อว่าพระเจ้าทรงยุติธรรม และอย่าหยุดที่จะไว้วางใจในพระเจ้านะครับ'พี่น้องของข้าพเจ้า เมื่อพวกท่านพบกับการทดลองใจต่างๆ ก็จงถือว่าเป็นเรื่องน่ายินดียิ่ง เพราะพวกท่านรู้ว่าการทดสอบความเชื่อของท่านนั้น ทำให้เกิดความทรหดอดทน ' ยากอบ 1:2-3หลายครั้งเราอาจรอคำอธิบายจากพระเจ้า แต่ในความเป็นจริง พระเจ้ากำลังทรงสร้างชีวิตของเรามากกว่าที่จะอธิบายทุกอย่าง ขอให้เรากล้านำคำถาม ความสงสัย ความอัดอั้นในใจทั้งหมดมาทูลต่อพระเจ้า และให้เราไว้วางใจว่า แม้ว่าพระเจ้าจะยังไม่ตอบคำถามของเราในเวลาที่เราต้องการ นัานเป็นเพราะว่า พระเจ้ากำลังสร้างเราให้เข้มแข็ง ให้พร้อมสำหรับทุกสิ่งที่พระองค์กำลังนำเราให้ไปพบเจอวุฒิ วงศ์สรรเสริญ

    สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่111) อย่าแค่เชื่อถูก แต่จงใช้ชีวิตให้ถูกด้วย

    Play Episode Listen Later Jul 19, 2026 6:13


    คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่111)อย่าแค่เชื่อถูก แต่จงใช้ชีวิตให้ถูกด้วย“ในที่สุดนี้ ท่านทั้งหลายจงเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน เห็นอกเห็นใจกัน รักกันฉันพี่น้อง มีจิตใจอ่อนโยนและถ่อมตัว”~ 1 เปโตร 3:8 (THSV11“Finally, all of you, be like-minded, be sympathetic, love one another, be compassionate and humble.”‭‭ 1 Peter‬ ‭3‬:‭8‬ ‭NIV‬‬คนที่เชื่อถูกต้อง ควรกระทำอะไรที่ถูกต้อง หรือมีคุณธรรม ดังนี้​เราต้องเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน“จงเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน”(Be like-minded)ไม่ได้หมายความว่า เราที่เชื่อในพระเยซูคริสต์ต้อง “คิดเหมือนกันทุกเรื่อง” แต่หมายความว่าแม้เราทุกคนในคริสตจักรจะมีความแตกต่างกันในด้านต่างๆ อาทิวัย บุคลิก ความคิดเห็น หรือของประทาน แต่เรายังคงเป็นหนึ่งเดียวกันโดยมีพระเยซูเป็นศูนย์กลางและมีเป้าหมายเดียวกันในชีวิตนั่นคือถวายพระเกียรติแด่พระคริสต์ ในทุกสิ่งที่เราคิด พูด และทำ!(ฟีลิปปี 2:2;เอเฟซัส 4:3)​เราต้องเห็นอกเห็นใจกัน“เห็นอกเห็นใจกัน”(Be sympathetic)หมายความว่า เราผู้เชื่อต้อง“ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับผู้อื่น”ไม่ใช่เพียงรู้ว่าเขาเจ็บ แต่รู้สึกเจ็บไปกับเขาไม่ใช่เพียงแสดงความยินดี แต่ควรยินดีจากใจจริงพระเยซูทรงเป็นแบบอย่างที่ดีที่สุด เพราะพระองค์ทรงร่วมร้องไห้กับคนที่ร้องไห้และทรงร่วมแบกความทุกข์กับพวกเขา(โรม 12:15;ฮีบรู 4:15)​เราต้องรักกันฉันพี่น้อง“รักกันฉันพี่น้อง”(Love one another as brothers and sisters)คริสตจักรไม่ใช่เป็นองค์กร แต่เป็นครอบครัวของพระเจ้าเราผู้เชื่อจึงควรรักกันแบบพี่น้องคือให้อภัย รับฟัง ช่วยเหลือ ปกป้องและยืนหยัดอยู่เคียงข้างกันเหมือนดังที่พระเยซูตรัสว่า“คนทั้งหลายจะรู้ว่าพวกท่านเป็นสาวกของเรา เพราะท่านรักกัน”(ยอห์น 13:35)​ เราต้องมีจิตใจอ่อนโยน“มีจิตใจอ่อนโยน”(Be compassionate / tenderhearted)เราผู้เชื่อต้องมีหัวใจที่อ่อนโยน ไม่แข็งกระด้าง ไม่เย็นชาแต่พร้อมให้อภัย เมตตา และช่วยเหลือผู้อื่น อย่างมีน้ำใจคนที่ทีหัวใจแข็งกระด้างมักตัดสินคนอื่นแต่คนที่หัวใจอ่อนโยนจะพยายามเข้าใจคนอื่น​เราต้องถ่อมตัว“และถ่อมตัว”(Be humble)ความถ่อมใจไม่ใช่การดูถูกตัวเองแต่คือการให้เกียรติผู้อื่นมากกว่าหรือเหมือนกับที่ให้แก่ตนเองพระเยซูคือแบบอย่างสูงสุดแม้ทรงเป็นพระเจ้าแต่ก็ทรงล้างเท้าสาวกพระองค์คือผู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ยอมรับใช้มากที่สุด(ฟีลิปปี 2:3-8;ยอห์น 13)ดังนั้น หากเราเชื่อถูกต้อง เราจะใช้ชีวิตที่ถูกต้อง ดังนี้​เราเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน และนำความสามัคคีมาสู่ชุมชนของเรา​เราเห็นอกเห็นใจกัน และนำการเยียวยามาสู่คริสตจักรของเรา​เรารักกันฉันพี่น้อง และนำความอบอุ่นมาสู่ครอบครัวฝ่ายวิญญาณของเรา​เราปฏิบัติต่อกันอย่างอ่อนโยน และนำความเมตตาปรานีมาให้แก่กัน​เราถ่อมใจและถ่อมตนต่อกันและนำสันติสุขมาสู่ท่ามกลางพวกเราด้วยเหตุนี้ เราควรถามตัวเองอย่างจริงใจว่า วันนี้ 1).ฉันกำลังสร้างความสามัคคีหรือสร้างความแตกแยก?2).ฉันกำลังเข้าใจความรู้สึกจริงๆของคนอื่นที่อยู่กับฉันบ้างหรือไม่?3).ฉันกำลังรักใครอย่างจริงใจโดยไม่หวังสิ่งตอบแทนใดจากเขาหรือไม่?4).คำพูดของฉันอ่อนโยนหรือแข็งกระด้างไร้เมตตาและทำร้ายคนอื่นหรือไม่?5).ฉันกำลังยกตัวเองหรือยกผู้อื่นให้สูงขึ้น?และถ้าเราประพฤติปฎิบัติดังที่กล่าวมานี้อย่างจริงใจคริสตจักรของเราก็จะ~เข้มแข็งมากยิ่งขึ้น ~สะท้อนพระลักษณะของพระคริสต์ชัดเจนขึ้น~เป็นพยานต่อโลกนี้ อย่างมีพลังมากยิ่งขึ้นพี่น้องที่รักขอให้เราตระหนักว่าถ้าเราเชื่อถูก เราจะปฏิบัติตัวต่อกันและกันอย่างถูกต้องอย่างคนในครอบครัวของพระคริสต์ซึ่งจะทำให้คริสตจักรของเรากลายเป็นบ้านหรือครอบครัวแห่งความสุขขึ้นมาในทันที ดังคำกล่าวที่ว่า“คริสตจักรจะเป็นบ้านที่สุขสันต์เมื่อสมาชิกปฏิบัติต่อกันเหมือนครอบครัว!”(The church becomes a happy home when believers treat one another as family.)…เห็นด้วยไหมครับ?……………………………………ธงชัย ประดับชนานุรัตน์ 20กรกฎาคม2026(ตอนที่111ปีที่6) #YoutubeCJCONNECT#คริสตจักรแห่งความรัก#Churchoflove #ShareTheLoveForward #ChurchOfJoy #คริสตจักรแห่งความสุข#NimitmaiChristianChurch #คริสตจักรนิมิตใหม่#ฮักกัยประเทศไทย #อัลฟ่า#หนึ่งล้านความดี

    พระธรรมนำชีวิต ตอน อย่าแก้แค้น Ep.1693

    Play Episode Listen Later Jul 19, 2026 5:53


    พระธรรมนำชีวิตตอน อย่าแก้แค้น Ep.1693สิ่งที่เจ็บปวดที่สุดในการติดตามพระเจ้า ไม่ใช่การถูกต่อต้านจากคนอื่น แต่เป็นการถูกเข้าใจผิด ถูกปฏิเสธ หรือถูกหักหลังจากคนที่เรารักและไว้ใจ เยเรมีย์ 11:18–23 ได้ให้กำลังใจพวกเราว่า แม้แต่เยเรมีย์ผู้รับใช้ที่ซื่อสัตย์ของพระเจ้า เขาเองก็ยังต้องเผชิญการต่อต้านกับวางแผนจะกำจัดเขา ถึงกับลบชื่อของเขาให้หมดไปจากความทรงจำของผู้คน แต่พระเจ้าทรงเห็นทุกสิ่ง และไม่มีแผนการของคนอธรรมใดที่อยู่เหนือการควบคุมของพระเจ้า'พระยาห์เวห์ทรงสำแดงแก่ข้าพเจ้าและข้าพเจ้าก็รู้ พระองค์ทรงเปิดเผยการกระทำของเขาแก่ข้าพระองค์ แต่ข้าพระองค์เป็นเหมือนลูกแกะเชื่องตัวหนึ่ง ซึ่งถูกพาไปฆ่า ข้าพระองค์ไม่ทราบเลยว่าข้าพระองค์เอง ได้ถูกพวกเขาวางแผนการต่อสู้ โดยกล่าวว่า “ให้เราทำลายต้นไม้กับผลของมันเสียด้วย ให้เราตัดเขาออกเสียจากแดนคนเป็น เพื่อชื่อของเขาจะไม่เป็นที่ระลึกถึงอีกเลย” ' เยเรมีย์ 11:18-19ตรงนี้กำลังบอกว่า ถ้าพระเจ้าไม่เปิดเผยเยเรมีย์ไม่มีทางจะรู้เลยว่า คนในบ้านเกิดของเขากำลังวางแผนลอบทำร้ายเขา เยเรมีย์เปรียบตนเองเหมือนลูกแกะเชื่องที่เดินตามเจ้าของโดยไม่รู้ว่าปลายทางจะไปถูกฆ่า นักวิชาการพระคัมภีร์หลายท่านให้ความเห็นว่า ภาพของลูกแกะเชื่องที่ถูกพาไปฆ่าในชีวิตของเยเรมีย์ เป็นภาพที่ชี้ล่วงหน้าไปถึงพระเยซูคริสต์ ผู้ทรงเป็นลูกแกะของพระเจ้าที่ทรงยอมทนทุกข์โดยไม่ทรงตอบโต้เลย และข้อความนี้ก็ปรากฎใน อิสยาห์ 53:7 เยเรมีย์ไม่เคยรู้เลยว่าคนใกล้ตัวซึ่งน่าจะรวมถึงญาติพี่น้องของตนด้วยกำลังคิดกำจัดเขา และต้องการลบชื่อของเขา หมายถึงเอาทั้งชีวิตและทุกสิ่งที่เขาพูด สิ่งที่เขาทำนั้นลบออกให้หมดไป แต่พระเจ้าทรงรู้ทุกสิ่งและพระองค์ได้ทรงเปิดเผยความจริงนั่นแก่เยเรมีย์ พระเจ้าทรงรู้ และทรบเห็นทุกสิ่งที่คนของพระองค์ยังมองไม่เห็น และพระเจ้าไม่เคยปล่อยให้แผนการของความชั่วนั้นมาอยู่เหนือการควบคุมของพระเจ้า'แต่ว่า ข้าแต่พระยาห์เวห์จอมทัพผู้ทรงพิพากษาอย่างชอบธรรม ผู้ทรงทดลองดูทั้งความคิดและจิตใจ ขอให้ข้าพระองค์แลเห็นการแก้แค้นของพระองค์ตกแก่พวกเขา เพราะข้าพระองค์ได้มอบเรื่องของข้าพระองค์ไว้กับพระองค์แล้ว ' เยเรมีย์ 11:20เยเรมีย์ไม่ได้ตอบโต้ด้วยความแค้นส่วนตัว แม้เขาจะเจ็บปวดใจอย่างมาก แต่เขาเลือกมอบทุกความรู้สึกนั้นไว้กับพระเจ้าผู้ทรงพิพากษาอย่างชอบธรรม เพราะพระเจ้าทรงรู้ทั้งการกระทำ แรงจูงใจ และความคิดที่ซ่อนอยู่ในใจมนุษย์ การฝากทุกเรื่องไว้กับพระเจ้าไม่ได้หมายความว่า เราไม่เจ็บปวด แต่มันหมายความว่า เราเชื่อว่าการรักษาความยุติธรรมเป็นหน้าที่ของพระเจ้า ไม่ใช่หน้าที่ของเรา'เพราะฉะนั้น พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้ เกี่ยวกับคนตำบลอานาโธท ผู้จะเอาชีวิตของเจ้า และกล่าวแก่เจ้าว่า “อย่าเผยพระวจนะในพระนามของพระยาห์เวห์ เพื่อเจ้าจะไม่ต้องตายด้วยมือของพวกเรา” เพราะฉะนั้น พระยาห์เวห์จอมทัพตรัสว่า “นี่แน่ะ เราจะลงโทษเขาทั้งหลาย พวกคนหนุ่มจะตายด้วยดาบ บรรดาบุตรชายและบุตรหญิงของเขาจะตายด้วยการกันดารอาหาร จะไม่มีใครเหลือเลย เพราะเราจะนำสิ่งร้ายมาสู่คนตำบลอานาโธท คือปีแห่งการลงโทษเขา”' เยเรมีย์ 11:21-23ผู้ที่ขู่ฆ่าเยเรมีย์ไม่ใช่คนต่างชาติ แต่เป็นคนอานาโธท บ้านเกิดของเขาเอง พวกเขาอาจคิดว่ากำลังปิดปากเยเรมีย์ แต่แท้จริงแล้วพวกเขากำลังต่อต้านพระเจ้าผู้ทรงส่งเยเรมีย์ไปพูด ดังนั้นพระเจ้าจึงทรงเป็นผู้พิพากษาเอง พวกเราผู้รับใช้ของพระเจ้าเราไม่จำเป็นต้องแก้แค้นหรือพิสูจน์ตัวเอง เพราะพระองค์ทรงเห็นทุกอย่าง และพระองค์จะทรงกระทำด้วยความยุติธรรมในเวลาของพระเจ้า'นี่แน่ะ ท่านผู้เป็นที่รักของข้าพเจ้า อย่าแก้แค้น แต่จงมอบการนั้นไว้ แล้วแต่พระเจ้าจะทรงลงโทษ เพราะมีคำเขียนไว้ในพระคัมภีร์ว่า องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสว่า “การแก้แค้นเป็นของเรา เราเองจะตอบแทน” ' โรม 12:19บางครั้งการทำตามพระเจ้าอาจทำให้เราถูกปฏิเสธ ถูกเข้าใจผิด หรือถูกหักหลังจากคนที่อยู่ใกล้ชิดที่สุด แต่ขอให้เราจำไว้ว่า ผู้ที่สัตย์ซื่อต่อพระเจ้าอาจถูกคนทอดทิ้ง แต่พระเจ้าไม่มีวันทอดทิ้งเรา ขอให้เรายังคงยืนหยัดในความจริง มอบความเจ็บปวดไว้กับพระองค์ และวางใจว่า พระเจ้าผู้ทรงเห็นทุกสิ่งจะกระทำด้วยความยุติธรรมในเวลาของพระองค์วุฒิ วงศ์สรรเสริญ

    สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่110) พักสงบ!

    Play Episode Listen Later Jul 18, 2026 4:41


    คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่110)พักสงบ!“บรรดาผู้เหน็ดเหนื่อยและแบกภาระหนัก จงมาหาเรา และเราจะให้ท่านทั้งหลายได้หยุดพัก จงเอาแอกของเราแบกไว้ และเรียนจากเรา เพราะว่าเราสุภาพอ่อนโยนและใจถ่อม แล้วจิตใจของท่านทั้งหลายจะได้หยุดพัก เพราะว่าแอกของเราก็พอเหมาะ และภาระของเราก็เบา”~มัทธิว 11:28–30 (THSV11)“Come to me, all you who are weary and burdened, and I will give you rest. Take my yoke upon you and learn from me, for I am gentle and humble in heart, and you will find rest for your souls. For my yoke is easy and my burden is light.”‭‭ ~Matthew‬ ‭11‬:‭28‬-‭30‬ ‭NIV‬‬มีคำเขียนไว้ว่า“ยิ่งคุณเข้าใกล้พระเจ้ามากขึ้นเท่าไรใจของคุณก็ยิ่งสงบสุขลึกลงไปมากขึ้นเท่านั้น!“”(The closer you are to God,the deeper your peace.)ใช่ครับ เราอยู่ในโลกที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบ ความกังวล และภาระหนัก แต่พระเจ้าผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระทัยเมตตา ทรงเชื้อเชิญให้พวกเราผู้ที่เหน็ดเหนึ่อยกับชีวิตและงานได้พบกับการพักสงบ!ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่การพักทางกาย แต่เป็น การพักของจิตวิญญาณอย่างแท้จริงด้วย!สิ่งที่เราเรียนรู้จากพระธรรมตอนนี้ ก็คือหากว่าเราต้องการได้พักสงบจริงๆ เราต้องทำดังนี้​จงมาหาพระเยซูคริสต์“บรรดาผู้เหน็ดเหนื่อยและแบกภาระหนัก จงมาหาเรา และเราจะให้ท่านทั้งหลายได้หยุดพัก!“พระเยซูไม่ได้ตรัสว่า“จงไปแก้ปัญหาของเจ้าก่อน” แล้วจะได้พัก แต่พระองค์ตรัสว่า“จงมาหาเรา!”ใช่อีกเช่นกันว่า การพักมักเริ่มต้นเมื่อเราเข้ามาหาพระองค์ช่างน่าเศร้าที่หลายคน(แม้แต่คนที่อ้างว่าเขาเชื่อพระเจ้า) เอาแต่~วิ่งหาความรู้~วิ่งหางาน~วิ่งหาเงิน~วิ่งหาความสำเร็จ ~วิ่งหาเครือข่าย~วิ่งหาความสุข/ความสนุกส่วนตัว หรือ แม้แต่กระทั่ง~วิ่งเข้าหาการรับใช้ต่างๆ…แต่กลับไม่วิ่งมาเข้าหาพระเจ้า!การพักที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่วันหยุด!แต่อยู่ที่เราหยุดวันนั้น เพื่อใช้เวลาอยู่กับองค์พระผู้เป็นเจ้าโดยลำพัง!การพักสงบที่แท้จริง จึงเริ่มต้นที่“ความสัมพันธ์” ไม่ใช่ที่ “สถานการณ์”พระเยซูไม่ได้ทรงสัญญาว่าจะเอาปัญหาของเราออกไปทันที เพื่อให้เราได้พักแบบไม่มีปัญหาแต่พระองค์ทรงสัญญาว่า จะให้เราพักและมีสันติสุขได้ในท่ามกลางปัญหาเหล่านั้น!​ จงวางภาระไว้กับพระเยซูและเอาแอกของพระองค์แบกไว้“จงเอาแอกของเราแบกไว้”ที่เราได้หยุดพัก ไม่ใช่เพราะไม่มีภาระ แต่เพราะมีผู้1).แบกภาระแทนเรา หรือ2).แบกภาระร่วมกับเรา“เพราะว่าแอกของเราก็พอเหมาะ และภาระของเราก็เบา”​จงเรียนรู้จากพระเยซู“และเรียนจากเรา เพราะว่าเราสุภาพอ่อนโยนและใจถ่อม แล้วจิตใจของท่านทั้งหลายจะได้หยุดพัก “เมื่อเราเรียนรู้และใช้ชีวิตเหมือนพระเยซู อย่างสุภาพและอ่อนโยนใจของเราก็จะได้พักและสงบลงพี่น้องที่รักในขณะที่เราพักสงบในพระเจ้า สิ่งหนึ่งที่เราควรจะเข้าใจ ก็คือ“การพักสงบในพระเจ้า ไม่ใช่การหนีจากปัญหา แต่เป็นการลุกขึ้นอยู่เหนือปัญหาด้วยการไว้วางใจในพระองค์”(Resting in God is not escaping your problems, but rising above them by trusting Him.)ดังนััน ขอให้พี่น้อง จงเข้ามา1.พบรัก และ2.พักสงบ ในพระเจ้า และมีชัยชนะเหนือทุกสถานการณ์ ด้วยความเชื่อและวางใจในพระองค์อย่างเต็มร้อย…จะดีไหมครับ?……………………………………ธงชัย ประดับชนานุรัตน์ 19กรกฎาคม2026(ตอนที่110ปีที่6) #YoutubeCJCONNECT#คริสตจักรแห่งความรัก#Churchoflove #ShareTheLoveForward #ChurchOfJoy #คริสตจักรแห่งความสุข#NimitmaiChristianChurch #คริสตจักรนิมิตใหม่#ฮักกัยประเทศไทย #อัลฟ่า#หนึ่งล้านความดี#ค่ายCL 17-19กค.2026

    พระธรรมนำชีวิต ตอน ไม่ใช่แค่พอเป็นพิธี Ep.1692

    Play Episode Listen Later Jul 18, 2026 5:22


    พระธรรมนำชีวิตตอน ไม่ใช่แค่พอเป็นพิธี Ep.1692พวกเราคิดแบบนี้ไหมครับว่า ถ้ายังไปนมัสการ ถวายทรัพย์ รับใช้ พระเจ้าก็ทรงพอพระทัย เยเรมีย์ 11:14–17 บอกเราว่า พระเจ้าไม่ได้ทรงมองเพียงสิ่งที่เราทำเพื่อพระองค์ แต่พระเจ้าทรงมองที่หัวใจที่เรามีต่อพระองค์ ศาสนพิธีต่าง ๆ มันแทนการเชื่อฟังและการกลับใจจริง ๆ ไม่ได้'“เพราะฉะนั้น เจ้าเองอย่าอธิษฐานเพื่อชนชาตินี้ อย่าวิงวอนหรืออธิษฐานเพื่อพวกเขา เพราะเราจะไม่ฟังเมื่อเขาร้องต่อเราในเวลาลำบาก ' เยเรมีย์ 11:14พระเจ้าทรงห้ามเยเรมีย์อธิษฐานเพื่อประชาชน เพราะพวกเขาไม่ฟังเสียงเตือนของพระองค์เลย ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เพราะพระเจ้าไม่มีความเมตตา แต่เพราะพวกเขาไม่ได้กลับใจจริง ๆ พวกเขามาร้องหาพระเจ้าเพราะพวกเขาไม่อยากรับผลของความบาป มากกว่าที่จะเสียใจที่ได้ทำผิด ทำบาปต่อพระองค์ พระเจ้าทรงอดทนกับพวกเขามาเป็นเวลานาน แต่เมื่อพวกเขาดื้อดึงไม่ยอมกลับใจ การพิพากษาตามพันธสัญญาจึงมาถึง และเมื่อพระเจ้าผู้ทรงเป็นผู้พิพากษาทรงประกาศคำพิพากษาแล้ว การพิพากษานั้นก็ย่อมดำเนินไปตามความยุติธรรมและความบริสุทธิ์ของพระเจ้า'ผู้เป็นที่รักของเรามาทำอะไรในนิเวศของเราเล่า ในเมื่อนางได้ทำการชั่วช้ามาก? คำบนบานและเนื้อสัตว์ที่สักการบูชาจะหันเหโทษของเจ้าได้หรือ? อย่างนี้แล้วเจ้าจะเริงโลดได้หรือ? ' เยเรมีย์ 11:15พระเจ้ายังคงเรียกคนยูดาห์ว่าเป็นที่รัก ภาพนี้เปรียบเหมือนสามีที่ยังรักภรรยา แม้ว่าภรรยาจะนอกใจไปมีชู้ คนยูดาห์ยังเข้าไปในพระวิหารที่ถวายเครื่องบูชา เพราะคิดว่าเครื่องบูชาจะลบล้างความผิดได้ แต่พระเจ้าทรงถามว่า สิ่งเหล่านี้จะลบล้างชีวิตที่ไม่เชื่อฟังได้ยังไง พระเจ้าไม่ได้ปฏิเสธการถวายเครื่องบูชา แต่ทรงปฏิเสธการถวายที่ปราศจากการกลับใจ พระเจ้าทรงต้องการให้คนของพระองค์กลับมาหาพระองค์มากกว่าที่จะมาทำพิธีกรรมที่ถูกต้องเพียงแค่ภายนอก สำหรับพวกเราผู้เชื่อในปัจจุบัน การไปโบสถ์ การรับใช้ หรือการถวายนั้นทดแทนชีวิตที่เชื่อฟังพระเจ้าในทุก ๆ วันไม่ได้'พระยาห์เวห์ทรงเคยเรียกเจ้าว่า ‘ต้นมะกอกสดงดงามด้วยผลอย่างดี' แต่พระองค์ทรงก่อไฟเผามันเสียด้วยเสียงดังสนั่น และกิ่งทั้งหลายของมันจะถูกเผาผลาญหมด พระยาห์เวห์จอมทัพผู้ทรงปลูกเจ้า ได้ทรงประกาศความร้ายให้ตกแก่เจ้า เพราะความชั่วช้าซึ่งคนอิสราเอลและคนยูดาห์ได้กระทำ ได้ยั่วยุให้เราโกรธด้วยการเผาเครื่องหอมถวายแก่พระบาอัล” ' เยเรมีย์ 11:16-17พระเจ้าทรงเปรียบยูดาห์เป็นต้นมะกอกที่พระองค์ทรงปลูกด้วยพระองค์เอง เพื่อให้เกิดผลและถวายพระเกียรติแด่พระองค์ แต่เพราะพวกเขาหันไปนมัสการพระบาอัลจึงต้องพบกับการพิพากษา พระเจ้าทรงเป็นผู้ปลูก พระองค์ย่อมมีสิทธิ์ตัดแต่งต้นไม้ของพระองค์ การตีสอนของพระเจ้าไม่ได้เกิดจากการที่พระองค์เลิกรักประชากรของพระองค์ แต่เกิดจากความสัตย์จริงต่อความบริสุทธิ์และพันธสัญญาของพระองค์ 'และซามูเอลทูลว่า “พระยาห์เวห์พอพระทัยในเครื่องบูชาเผาทั้งตัวและเครื่องสัตวบูชามาก เท่ากับการที่จะเชื่อฟังพระสุรเสียงของพระยาห์เวห์หรือ? ดูเถิด ที่จะเชื่อฟังก็ดีกว่าเครื่องสัตวบูชา และซึ่งจะเอาใจใส่ก็ดีกว่าไขมันของบรรดาแกะผู้ ' 1 ซามูเอล 15:22ซามูเอลบอกซาอูลที่คิดว่าการถวายเครื่องบูชาเป้นสิ่งที่พระเจ้าพอพระทัยว่า พระเจ้าทรงพอพระทัยหัวใจที่เชื่อฟังมากกว่าพิธีกรรมที่ถูกต้อง งดงามตามระเบียบนมัสการ ขอให้เราสำรวจชีวิตของเราเองว่า วันนี้เรากำลังรักษาความสัมพันธ์กับพระเจ้าจริง ๆ หรือเราเพียงรักษารูปแบบของศาสนพิธี เพราะการเชื่อฟังไม่ได้ทำให้เราเป็นที่รักของพระเจ้า เพราะพระเจ้าทรงรักเราอยู่แล้ว แต่การเชื่อฟังคือหลักฐานว่า เรารักพระเจ้าจริง ๆวุฒิ วงศ์สรรเสริญ

    สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่109) พบรัก!

    Play Episode Listen Later Jul 17, 2026 6:08


    คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่109)พบรัก!“เรารัก ก็เพราะพระองค์ทรงรักเราก่อน”~ 1 ยอห์น 4:19 THSV11“We love because he first loved us.”‭‭ ~1 John‬ ‭4‬:‭19‬ ‭NIV‬‬มีคำกล่าวไว้ว่า“เราไม่ได้เริ่มต้นด้วยการรักพระเจ้าแต่พระเจ้าทรงเริ่มต้นด้วยการรักเรา!”(We did not begin by loving God; God began by loving us.)พระธรรม 1 ยอห์น 4:19 ข้อนี้ สามารถสรุป​แก่นของข่าวประเสริฐ และ​ความรักของพระเจ้าได้อย่างงดงามมากที่สุดว่า“ต้นกำเนิดของความรัก” คือ“พระเจ้าแห่งความรัก”ผู้ทรงสร้างเรา“…เพราะว่าพระเจ้าทรงเป็นความรัก!”~‭‭1 ยอห์น‬ ‭4‬:‭8‬ ‭THSV11‬‬ด้วยเหตุนี้ ความรักที่แท้จริงจึงเริ่มต้นมาจากพระเจ้าไม่ใช่มาจากมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็น~คนที่เรารัก หรือ~คนที่รักเราสิ่งที่เราเรียนรู้จากพระธรรมตอนนี้คือ​ความรักของพระเจ้า~เป็นความรักที่“เสนอ”นั่นคือ ความรักของพระเจ้า “มาก่อน” 1).ความรักของเรา หรือ2).ความรักของคนอื่นๆ (รวมทั้งพ่อแม่ หรือ สามีภรรยาของเรา)พระเจ้า “ทรงรักเราก่อน” นี่เป็นหัวใจของพระธรรมข้อนี้พระเจ้าไม่ได้รอ1).ให้เราเป็นคนดีพร้อมก่อน ~จึงจะรักเรา2).ให้เรากลับใจเสียก่อน~จึงจะรักเรา3).ให้เรารับใช้พระองค์ก่อน~จึงจะรักเรา4).ให้เราทำตัวสมควรหรือเอาใจพระองค์ก่อน ~จึงจะรักเรา5).ให้เรารักพระองค์ก่อน~จึงจะรักเราแต่พระองค์ทรงรักเรา~ตั้งแต่พระองค์ยังไม่ได้สร้างเราหรือสรรพสิ่งในโลกนี้~ตั้งแต่เรายังไม่รู้จักพระเจ้าหรือยังหลงทางไปจากพระองค์อยู่เลย~ตั้งแต่เรายังกระทำบาป และเป็นปรปักษ์และเป็นศัตรูต่อพระเจ้าอยู่ด้วยซ้ำเหมือนดังที่โรม 5:8 ~10 กล่าวว่า“แต่พระเจ้าทรงสำแดงความรักของพระองค์แก่เรา คือขณะที่เรายังเป็นคนบาปนั้น พระคริสต์ได้ทรงสิ้นพระชนม์เพื่อเรา!”ความรักของพระเจ้า จึงเป็น1).“พระคุณ”(Grace) หรือ2). “ของขวัญ“(Gift)สำหรับเราและมนุษย์ทุกคนในโลกนี้​ความรักของเรา ~เป็นความรักที่“สนอง”คือ เป็น “ผล” ไม่ใช่ “เหตุ”คนบางคนเข้าใจผิดว่า“ฉันรักพระเจ้ามาก พระองค์จึงรักฉันกลับคืนมา”แต่พระคัมภีร์กลับสอนตรงกันข้ามว่าพระเจ้าทรงรักเราก่อน จึงเป็นเหตุที่ทำให้เรารักพระองค์ และอยากตอบสนองพระคุณของพระองค์​ความรักของพระเจ้าและความรักของเรา ~เป็นความรักที่“เสนอและสนอง”ต่อคนอื่นเมื่อเรารับความรักของพระเจ้า เราจึงรักผู้อื่นได้ใน 1 ยอห์น บทที่ 4 พูดว่าเมื่อหัวใจของเราเต็มด้วยความรักของพระเจ้า เราจะ1).ให้อภัยง่ายขึ้น2).เมตตามากขึ้น3).รับใช้ด้วยความยินดียิ่งขึ้น และ4).เสียสละโดยไม่หวังผลตอบแทนได้ง่ายขึ้นด้วยเหตุนี้ เราจึงไม่ได้รักผู้ใด ด้วย “กำลังของเรา” หรือ “ความรักของเรา”(ที่มีจำกัด)แต่เรารักคนอื่น ได้ด้วย “ความรักที่พระเจ้า“ประทานให้อย่างไม่จำกัดพี่น้องที่รัก เมื่อเราได้พบกับพระเจ้า และได้สัมผัสกับความรักของพระองค์ที่รักเราก่อนแบบไม่มีเงื่อนไข​ความรักของพระเจ้าได้เปลี่ยนอัตลักษณ์ของเรา1).เราไม่ได้เป็นคนมีคุณค่าเพราะโลกยอมรับ แต่เพราะพระเจ้าทรงรัก2).เราไม่ได้เป็นลูกของพระเจ้าเพราะเราดีพอ แต่เพราะพระเยซูทำให้เราเป็นบุตรของพระองค์​ความรักของพระเจ้า ทำให้เรารับใช้พระองค์ด้วยความสมัครใจดังนั้นการรับใช้ การเชื่อฟัง การนมัสการหรือแม้แต่การมาโบสถ์จึงไม่ใช่เป็นความพยายามเพื่อทำให้พระเจ้ารักเราแต่เป็นการตอบสนองต่อความรักที่พระองค์ทรงมอบให้แล้ว!​ความรักของพระเจ้าช่วยเยียวยารักษาหัวใจและความสัมพันธ์ของเราที่แตกสลาย1).หัวใจที่แตกสลาย จากการคิดว่า“ไม่มีใครรักฉัน”เพราะ~ถูกปฏิเสธ และไม่เคยได้รับคำชม หรือ ถูกทอดทิ้ง2).ความสัมพันธ์ของเราที่แตกสลาย เพราะ~ถูกเข้าใจผิด ถูกปฏิเสธ หรือถูกทรยศและเพราะพระเจ้าทรงรักเราก่อนอย่างไม่มีเงื่อนไขเช่นนี้ เราจึงรู้สึกได้รับการเติมเต็ม โดยไม่จำเป็นต้องพยายามพิสูจน์คุณค่าของตัวเราให้คนอื่นเห็นเหมือนดังคำกล่าวที่ว่า “เมื่อรู้ว่าพระเจ้าทรงรักเรา เราก็เลิกพยายามพิสูจน์คุณค่าของตัวเอง!”(When we know God loves us,we stop striving to prove our worth.)เราจึง1.รู้สึกซาบซึ้งรักพระเจ้ามากขึ้น และ2.ปรารถนาที่จะสนองพระคุณของพระองค์ด้วยความรักอย่างสุดหัวใจ และ3.บอกเล่าเรื่องราวความรักของพระเจ้าที่เราพบนี้ ให้แก่คนอื่นๆรับไว้ต่อๆไปโดยเริ่มต้นจากคนที่เรารักและคนที่รักเราก่อน ณ บัดนี้เลย…จะดีไหมครับ?……………………………………ธงชัย ประดับชนานุรัตน์ 18กรกฎาคม2026(ตอนที่109ปีที่6) #YoutubeCJCONNECT#คริสตจักรแห่งความรัก#Churchoflove #ShareTheLoveForward #ChurchOfJoy #คริสตจักรแห่งความสุข#NimitmaiChristianChurch #คริสตจักรนิมิตใหม่#ฮักกัยประเทศไทย #อัลฟ่า#หนึ่งล้านความดี#ค่ายCL 17-19กค.2026

    พระธรรมนำชีวิต ตอน ที่พึ่งที่แท้จริง Ep.1691

    Play Episode Listen Later Jul 17, 2026 5:12


    พระธรรมนำชีวิตตอน ที่พึ่งที่แท้จริง Ep.1691ส่วนใหญ่พวกเราผู้เชื่อในองค์พระผู้เป็นเจ้ามักจะไม่ละทิ้งพระเจ้าในวันเดียว แต่เรามักจะค่อย ๆ ปล่อยให้สิ่งอื่นเข้ามาแทนที่พระองค์ จนวันหนึ่งความไว้วางใจในพระเจ้าของเราก็ไม่ได้อยู่ที่พระเจ้าอีกต่อไป เยเรมีย์ 11:9–13 เปิดเผยว่า ยูดาห์ไม่ได้เพียงทำบาปแค่ครั้งคราว แต่พวกเขาร่วมกันละเมิดพันธสัญญา กบฏต่อพระเจ้า และหันไปติดตามพระอื่น 'พระยาห์เวห์ตรัสกับข้าพเจ้าอีกว่า “มีการคิดกบฏท่ามกลางคนยูดาห์และชาวกรุงเยรูซาเล็ม พวกเขาได้หันกลับไปหาความผิดบาปแห่งบรรพบุรุษของเขา ผู้ปฏิเสธไม่ยอมฟังถ้อยคำของเรา เขาติดตามพระอื่นๆ ไป และปรนนิบัติพระนั้น คนอิสราเอลและคนยูดาห์ได้ผิดพันธสัญญาของเรา ซึ่งเรากระทำต่อบรรพบุรุษของเขา ' เยเรมีย์ 11:9-10พระเจ้าทรงเปิดเผยว่า ความผิดที่เกิดขึ้นไม่ใช่แค่บางคน แต่เป็นการร่วมกันกบฏของประชาชน คำว่า "การคิดกบฏ" เป็นคำที่ใช้กับการล้มล้างกษัตริย์ ตรงนี้กำลังอธิบายว่าพวกเขาร่วมมือกันต่อต้านสิทธิอำนาจของพระเจ้า พวกเขาเลือกเดินซ้ำรอยความบาปของบรรพบุรุษ คือหันไปติดตามพระพื้นเมืองของชาวคานาอัน ไม่ใช่เพราะถูกบังคับ แต่เพราะตั้งใจ จงใจปฏิเสธพระเจ้า การละทิ้งพระเจ้าเริ่มต้นจากหัวใจที่ค่อย ๆ หันออกจากพระองค์ แล้วพฤติกรรมการหันออกจากพระเจ้านั้นก็เห็นได้จากการใช้ชีวิตที่มีสิ่งอื่นเข้ามาแทนที่พระเจ้า วันนี้ก็เช่นกัน การห่างจากพระเจ้าไม่ได้เริ่มจากการเลิกไปโบสถ์ แต่เริ่มจากการที่เราปล่อยให้หัวใจและความคิดของเราจดจ่อ และให้คุณค่ากับสิ่งอื่นมากกว่าพระเจ้า'เพราะฉะนั้น พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้ว่า นี่แน่ะ เราจะนำเหตุร้ายมาเหนือเขา ซึ่งเขาหนีไม่พ้น ถึงเขาจะร้องทุกข์ต่อเรา เราก็จะไม่ฟังเขา ' เยเรมีย์ 11:11พระเจ้าไม่ได้ทรงปฏิเสธคำร้องทูลเพราะไม่มีความรักความเมตตา แต่เพราะพวกเขาไม่ได้กลับใจจริง ๆ พวกเขาร้องหาพระเจ้าเพราะกลัวผลของบาป ไม่ได้มาร้องหาพระเจ้าเพราะเสียใจที่ได้ทำบาปต่อพระองค์ การพิพากษาที่มาถึงเป็นผลของการละเมิดพันธสัญญาที่พระเจ้าทรงเตือนไว้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า พระเจ้าทรงอดทนนาน แต่พระองค์ก็ทรงยุติธรรม และพระเจ้าทรงเรียกให้มนุษย์กลับใจด้วยใจจริง ไม่ใช่เพียงเสียใจเพราะผลของความบาป แล้วก็ยังใช้ชีวิตแบบเดิมอยู่ต่อไป'แล้วเมืองต่างๆ ของยูดาห์และชาวกรุงเยรูซาเล็มจะไปร้องทุกข์ต่อพระ ซึ่งพวกเขาได้เผาเครื่องหอมถวายนั้น แต่พระเหล่านั้นช่วยเขาในเวลาลำบากไม่ได้ ยูดาห์เอ๋ย พระทั้งหลายของเจ้าก็มากเท่ากับบรรดาเมืองของเจ้า และตามจำนวนถนนในกรุงเยรูซาเล็ม เจ้าได้ตั้งแท่นบูชาถวายสิ่งที่อับอาย คือแท่นสำหรับเผาเครื่องหอมถวายแก่พระบาอัล ' เยเรมีย์ 11:12-13เมื่อความทุกข์มาถึง พระที่พวกเขากราบไหว้ก็ช่วยอะไรไม่ได้เลย แม้จะมีแท่นบูชามากมาย แต่แท่นบูชานั้นก็ไม่สามารถช่วยกู้ชีวิตได้ มีเพียงพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์เท่านั้นที่ทรงช่วยให้เรารอดได้ สิ่งที่เราให้ความไว้วางใจแทนพระเจ้า ไม่ว่าจะเป็นเงิน ความสามารถ ความสำเร็จ ความมั่นคงของชีวิต อาจดูมั่นคงในวันที่ทุกอย่างเป็นปกติ แต่เมื่อพบกับวิกฤต สิ่งเหล่านั้นไม่สามารถเป็นที่พึ่งที่แท้จริงได้'ลูกทั้งหลายเอ๋ย จงรักษาตัวให้พ้นจากรูปเคารพ' 1 ยอห์น 5:21คำเตือนนี้ยังคงเตือนสาวกของพระเยซูในทุกยุคทุกสมัย เพราะรูปเคารพไม่ได้เป็นเพียงรูปปั้นเท่านั้น แต่คือทุกสิ่งที่เข้ามาแทนที่พระเจ้าในใจของเรา ขอให้เราสำรวจชีวิตของตัวเองอยู่เสมอ และขอให้เราเลือกวางใจในพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์แต่เพียงผู้เดียว เพราะพระเจ้าทรงเป็นพระเจ้าผู้ทรงซื่อสัตย์ต่อพันธสัญญาของพระองค์เสมอ และพระองค์ทรงเป็นที่พึ่งที่พึงได้เสมอ และพระองค์ทรงต้อนรับผู้ที่กลับมาหาพระองค์ด้วยใจจริงวุฒิ วงศ์สรรเสริญ

    สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่108) ความดีงามของการได้เข้าใกล้ชิดพระเจ้า!

    Play Episode Listen Later Jul 17, 2026 5:25


    คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่108)ความดีงามของการได้เข้าใกล้ชิดพระเจ้า!“แต่ส่วนข้าพระองค์ ที่จะเข้าใกล้พระเจ้านั้นดี ข้าพระองค์ได้ให้พระยาห์เวห์องค์เจ้านายเป็นที่ลี้ภัยของข้าพระองค์เพื่อข้าพระองค์จะได้เล่าถึงพระราชกิจทั้งสิ้นของพระองค์”‭‭ ~สดุดี‬ ‭73‬:‭28‬ ‭THSV11‬‬“But as for me, it is good to be near God. I have made the Sovereign Lord my refuge; I will tell of all your deeds.”‭‭ ~Psalms‬ ‭73‬:‭28‬ ‭NIV‬‬สดุดี 73:27–28 เตือนสติให้เราพิจารณาคุณค่าชีวิตของเราใหม่ ให้เราตระหนักว่าสิ่งสำคัญจริงๆ ไม่ใช่ทรัพย์สิน ชื่อเสียง หรือความสำเร็จ แต่เป็นความสัมพันธ์ของเรากับพระเจ้า ผู้ที่ห่างออกไปจากพระเจ้าอาจดูรุ่งเรือง แต่นั่นก็จะเป็นเพียงชั่วคราว แต่สำหรับผู้ที่เข้าใกล้ชิดสนิทกับพระเจ้า เขาจะพบความดี ความมั่นคง และความชื่นชมยินดีที่ยั่งยืน พร้อมทั้งชีวิตของเขาก็จะเป็นพยานถึงพระราชกิจอันยิ่งใหญ่ของพระองค์แก่ผู้อื่นด้วยสำหรับข้อ28นี้ พระวจนะของพระเจ้าสอนอะไรแก่เราบ้าง?​“แต่ส่วนข้าพระองค์ ที่จะเข้าใกล้พระเจ้านั้นดี”(“But as for me, it is good to be near God)นี่คือหัวใจสำคัญของทั้งบท!ผู้เขียนไม่ได้บอกว่า“การมีเงินทอง“หรือ ”การประสบความสำเร็จ“นั้นดีแต่ท่านกล่าวว่า“การเข้าใกล้พระเจ้านั้นดี!”คำว่า “ดี” (Good) ในที่นี้ หมายถึง~ดีที่สุด~เป็นประโยชน์ที่สุด~ปลอดภัยที่สุด~เติมเต็มที่สุดใช่ครับ เมื่อเราเข้าใกล้พระเจ้า~ใจของเราได้รับสันติสุข~ความคิดของเราได้รับการเปลี่ยนแปลง~มุมมองของเราได้รับการปรับให้ถูกต้อง~ความหวังของเรากลับคืนมา~ชีวิตของเรามีความหมายชัดเจนขึ้นมาในทันที​“ข้าพระองค์ได้ให้พระยาห์เวห์เองค์เจ้านายเป็นที่ลี้ภัยของข้าพระองค์”( I have made the Sovereign Lord my refuge;)“ที่ลี้ภัย” หมายถึง~สถานที่ปลอดภัย~ป้อมปราการ~ที่พักพิง~ความมั่นคงช่าวน่าอบอุ่นใจ ยิ่งนัก ที่แม้ว่า~โลกอาจเปลี่ยนแปลงไป~คนอาจเปลี่ยนใจ~ทรัพย์สินอาจสูญหายแต่พระเจ้าของเรา ไม่เคยเปลี่ยนแปลงไปเลย!พระองค์ยังคงเป็นที่ลี้ภัยอันปลอดภัยเสมอมาและเสมอไปเราจึงมีที่ยืนหยัดอย่างมั่นคงได้เสมอแม้ในยามอยู่ท่ามกลางพายุแห่งชีวิตเป็นดังที่ พระธรรม สดุดี 46:1 กล่าวไว้ว่า“พระเจ้าทรงเป็นที่ลี้ภัยและเป็นกำลังของเรา เป็นความช่วยเหลือที่พร้อมอยู่ในยามยากลำบาก”‭‭ ~สดุดี‬ ‭46‬:‭1‬ ‭THSV11‬‬(God is our refuge and strength, an ever-present help in trouble.)~‭‭Psalms‬ ‭46‬:‭1‬ ‭NIV‬‬​“เพื่อข้าพระองค์จะได้เล่าถึงพระราชกิจทั้งสิ้นของพระองค์”( I will tell of all your deeds.)ผู้ที่เข้าใกล้พระเจ้าจะได้รับสิ่งดีหรือพระพร และถ้าเขาเป็นคนดี เขาก็จะ ไม่เก็บพระพรนั้นไว้เพื่อตนเองแต่ผู้เดียวเขาจะซาบซึ้งในพระคุณพระเจ้าและมีความรักเมตตาต่อผู้อื่นด้วยเขาจึงจะกลายเป็นผู้บอกเล่าข่าวดีที่แสนประเสริฐที่รวมถึงเรื่อง~ความซื่อสัตย์ของพระเจ้า~พระคุณของพระองค์~การช่วยกู้ของพระเจ้า~การทรงนำของพระองค์~การอัศจรรย์ต่างๆที่พระเจ้ากระทำเขาจะมีชีวิตแห่งการเป็นพยานเราก็เช่นกัน นั่นคือ เราจะเป็นพยานเพราะเราได้สัมผัสกับพระเจ้าจริงๆด้วยตัวเองในชีวิตของเราพี่น้องที่รักขอให้เราจดจำและปฏิบัติตามหลักการฝ่ายจิตวิญญาณจากพระธรรมข้อนี้ไว้ให้ดี​อย่าวัดชีวิตจากความรุ่งเรือง แต่จากความใกล้ชิดพระเจ้า2.จงให้ค่าความสำคัญกับความสัมพันธ์กับพระเจ้ามากกว่าความสำเร็จทุกอย่าง3.จงให้พระเจ้าทรงเป็นที่ลี้ภัยที่มั่นคงนิรันดร์ของเราตลอดไป4.จงเล่าข่าวดีเรื่องพระคุณของพระเจ้าให้คนทั้งหลายรับรู้อยู่เสมอ5.จงตั้งเป้าหมายของชีวิตที่ไม่เพียงแต่จะ “ได้รับพระพร” แต่จะ“รู้จักพระเจ้าผู้ประทานพระพร” และ“แบ่งปันพระพร”นั้นแก่ทุกคนที่เรารู้จักและเราพบเจอ…จะดีไหมครับ?……………………………………ธงชัย ประดับชนานุรัตน์ 17กรกฎาคม2026(ตอนที่108ปีที่6) #YoutubeCJCONNECT#คริสตจักรแห่งความรัก#Churchoflove #ShareTheLoveForward #ChurchOfJoy #คริสตจักรแห่งความสุข#NimitmaiChristianChurch #คริสตจักรนิมิตใหม่#ฮักกัยประเทศไทย #อัลฟ่า#หนึ่งล้านความดี

    Claim Soul Food Podcasts

    In order to claim this podcast we'll send an email to with a verification link. Simply click the link and you will be able to edit tags, request a refresh, and other features to take control of your podcast page!

    Claim Cancel