Podcast สาระนานาประโยชน์ เช่นจิตวิทยา ปรัชญา ธรรมะ ฯลฯ และชวนคุยเรื่องปัญหาชีวิตในทุกแง่มุม ผสมผสานอย่างลงตัวด้วยความเชื่อที่ว่า 'ทุกปัญหาย่อมมีทางออกเสมอ'

ข้อความโพสต์จาก Mark Manson ได้เขียนข้อความไว้ว่า "มันเป็นความจริงสามัญที่ว่า ถ้าคุณปรารถนาสิ่งใดที่มหัศจรรย์ บางสิ่งที่มันทำให้คุณโดดเด่นมากกว่าคนทั่วไป กระนั้น คุณจำเป็นจะต้องออกมาจากความสุขสบายเพื่อที่จะแตกต่าง มันเป็นสิ่งที่อาจจะเป็นความเข้าใจผิดที่ร้ายแรง แถมนำไปซึ่งปัญหาใหญ่ด้วย" - ความแตกต่างของการกระทำไม่ได้เป็นเพียงตัวชี้วัด มันมีทั้งวาสนา บุญบารมี และจังหวะ - หากว่าเราทำอะไรโดยขาดการตระหนักรู้มันเลยเป็นสิ่งที่จะชี้วัดได้ว่า ไม่มีอะไรเป็นสูตรสำเร็จโดยเด็ดขาด - ไม่มีใครจะสร้างอะไรให้กับเราได้ ระมัดระวังการทำตามหมู่ชน หรือว่าคำบางคำ ต้องใช้วิจารณญาณด้วยเสมอ - สังเกตท่าทีของชีวิตเอาไว้ เรื่องใดที่มันดีมันย่อมเสริมสร้างให้อนาคตสดใส ไม่ใช่มันเป็นสิ่งที่แย่ลงเรื่อย ๆ แบบนั้น - อยากเป็นคนที่โดดเด่นเหนือใคร เราจำเป็นจะต้องหาจุดยืนของตัวเอง และหมั่นสร้างวินัย รวมถึงความอดทนประกอบด้วย

หนังสือ ทำไมแฮมเบอร์เกอร์จึงไม่มีแฮม ของ ชัชพล เกียรติขจรธาดา - ที่มาของภาษาก็คือการรวมกันของเมือง รวมกับการพ้องเสียงเท่านั้นเอง - การที่เราใช้ภาษาทุกวันนี้ มีการถกเถียงกันมากมายว่าอะไรเป็นสิ่งที่ควรใช้เป็นภาษากลาง - เมื่อคนกำหนดอะไรขึ้นมา เราก็อาจจะต้องทำตามทั้งหมด แต่ยังไงการตั้งคำถามย่อมสำคัญกว่านั้นเยอะ - สังเกตไหมว่า ทำไมคำว่าอาหารเช้าถึงใช้คำว่าหยุดเร็ว Breakfast มันก็อาจจะเป็นการหยุดทำ fasting นั่นเอง - คำว่าแฮมเบอร์เกอร์ มาจากเมืองแฮมเบริกหรือฮัมบรุกในภาษาเยอรมัน ซึ่งไม่มีอะไรเกี่ยวกับแฮมเลยแม้แต่น้อย

มีคนมาปรึกษาว่า ควรจัดการยังไงดี คนในที่ทำงานเอาลูกมาทำงานด้วยทุกวัน ลูกอายุก็ 5-7 ขวบแล้ว แต่น้องตอนเวลาที่ไม่พอใจ ไม่ได้ดังใจก็จะร้องเสียงดังไม่ยอมหยุด ส่วนผู้ปกครองน้องก็ไม่ดุหรือสอนจริงจัง คือเรางงว่าจะไม่สอนลูกเลยก็ไม่ได้ เพราะวัยนี้ต้องสอนเรื่องมารยาทได้แล้ว แถมมีการมาบอกว่า ถือว่าเป็นการซ้อมเผื่อจะได้รับมือถูก คือเราควรจะจัดการเรื่องนี้ยังไงดีประสาทจะกิน เคยพูดอ้อม ๆ แล้วตรง ๆ ก็แล้ว - การนำลูกมาทำงานด้วยเป็นสิ่งที่ไม่ควรอย่างยิ่ง เพียงเพราะพื้นที่ทำงานก็ควรจะทำงาน - ปัญหาใหญ่ที่สุดในการเรียนรู้เรื่องของการสอน นั่นก็คือการเข้าใจว่าสอนไปเพื่ออะไรก่อน - พ่อแม่ที่ไม่ค่อยสอนลูก ก็มักจะคิดว่าลูกคงจะเติบโตเองตามธรรมชาติ ซึ่งมันก็ต้องมีการร่วมมือกันทั้งหมด - มุมมองของเราที่คิดว่าควรสอนลูก ก็เป็นสิ่งที่ดี แต่บางทีอย่างที่เราคิดก็ได้ก็คือลองสอนเด็กเองเลย ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่ลูกเรา - อาจจะแจ้งหัวหน้าหรือว่าใครก็ได้ที่พอจะแจ้งได้ แล้วดูท่าทีว่ามีการเปลี่ยนแปลงไปไหม บางคนเขาก็อาจจะลำบากจริง ๆ เลยต้องพาลูกมาด้วย

ข้อความโพสต์จาก James Clear ได้เขียนข้อความไว้ว่า "นิสัยอะไรที่คุณก่อร่างสร้างฐานขึ้นมาแล้วมันมีความสำคัญอย่างยิ่ง ในการสร้างแรงกระเพื่อมให้กับชีวิตของคุณเอง" - สิ่งที่คุณจำเป็นต้องตระหนักรู้ก็คือ อะไรคือสิ่งที่คุณสร้างนิสัยแล้วมันมีผลต่อชีวิตคุณจริง - ความหมายของชีวิตจะเนื่องด้วยจาก สิ่งที่เราให้ความสำคัญกับมันมากที่สุด อะไรเล่าคือสิ่งเหล่านั้น - นิสัยคือสิ่งที่เราทำซ้ำในทุกวัน แล้วเราได้ทำอะไรในทุกวันบ้างรึเปล่า มันมีความหมายอะไรมากขึ้นไหม - สังเกตให้ได้ว่า อะไรเป็นส่วนประกอบสำคัญที่ทำให้เรามีอย่างทุกวันนี้ ส่วนสำคัญกับไม่สำคัญมีอะไรบ้าง - ทั้งนี้ ไม่มีคำว่าบังเอิญบนโลกใบนี้เลย และไม่มีทางเป็นไปได้หากเราไม่เริ่มต้นทำอะไรสักอย่างเดียว

หนังสือ Black Holes: The Key to Understanding the Universe ของ Brian Cox and Jeff Forshaw - หลุมดำมันคือสิ่งที่จะกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่างไปในนั้น แล้วมันคืออะไรกันแน่ - ถึงแม้มันจะอยู่ในอวกาศแต่มันไม่ใช่สิ่งที่ อวกาศนั้นชื่นชอบเท่าไรนัก - หากว่าเราตั้งคำถามว่า ทำไมหลุมดำจึงเกิดขึ้นมาได้ มันก็อาจจะตอบได้ว่าเพราะมันจำเป็นต้องเกิดขึ้น - วันใดที่เราเศร้าให้นึกถึงหลุมดำ เพราะมันคือห้วงอารมณ์ที่ไร้ซึ่งความคิดและความรู้สึก แถมมีพละกำลังมหาศาลด้วย - เวลาเป็นสิ่งเดียวเท่านั้นที่ไม่มีอะไรมาทดแทนกันได้ คนที่รู้จักใช้เวลาให้เกิดประโยชน์คือคนที่เข้าใจว่า หลุมดำของชีวิตคือการไม่ใช้เวลา

มีคนมาปรึกษาว่า เรากำลังอยู่ในความสัมพันธ์ที่เป็นพิษค่ะ เราอยากออกมา อยากรักตัวเอง อยากเลิกโทษตัวเอง เราจะเริ่มยังไงดีคะ เราเลิกคิดมากแค่เวลาได้อยู่กับเพื่อน พอกลับมาอยู่กับตัวเองเราฟุ้งซ่านเหมือนเดิม ไม่เป็นอันทำอะไรเลยค่ะ จะหาทางออกมาจากวังวนนี้ได้อย่างไรคะ - ปัญหาใหญ่ที่สุดของเรื่องนี้ก็คือ เราไม่รู้ว่าอะไรคือพิษหรือไม่เป็นพิษ - ความจริงแล้วทุกคนล้วนมีพิษในตัวเอง ไม่ยกเว้นบุคคลใดบุคคลหนึ่งเลย - การถอนพิษที่ดีที่สุดก็คือ การมีสติตื่นรู้ว่าอะไรเป็นสิ่งที่รับรู้ว่าอะไรเป็นอะไรแค่นั้นเอง - อยากให้เราทุกคนลองหาใครบ้างที่ไม่มีพิษในตัวเองเลย แล้วเขาเหล่านั้นอยู่แห่งหนใดบนโลกใบนี้ - เมื่อเราอยู่กับตัวเราเองไม่ได้ เราจะไม่สามารถประคับประคองอะไรได้อีกต่อไป จงมีหลักก่อน หาหลักให้เจอให้ได้

ข้อความโพสต์จาก Morgan Housel ได้เขียนข้อความไว้ว่า "นักประวัติศาสตร์การเงินมักจะพูดว่า ไม่มีใครเลยที่จะสามารถรู้ชัดว่าอะไรจะเกิดขึ้นมาบ้างหลังจากนี้ ซึ่งมันเป็นสิ่งที่เกี่ยวกับการเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องมาร่วม 500 ปี" - ปัญหาไม่ได้อยู่ที่อะไรจะเกิดขึ้น แต่ว่าอะไรคือสิ่งที่ต้องเกิดขึ้นมากกว่า - เมื่อเราอยู่ในยุคสมัยหนึ่งและอินกับมันนานเกินไป เราจะหลงลืมไปว่ายุคสมัยเป็นเพียงขนมปังหอมกรุ่นจากเตา - ทุกอย่างมีเวลา ทุกสิ่งมีจังหวะ และทุกสรรพสิ่งรอคอยเพื่อบางสิ่งบางอย่างเสมอ - สังเกตประวัติศาสตร์ให้มากเข้าไว้ เพราะทุกอย่างเกิดขึ้นซ้ำ และมันวนเวียนอยู่แบบนี้อย่างไม่รู้จบ - ทั้งนี้ ธรรมะกับธรรมชาติคือสิ่งเดียวกัน การเงินเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติและมันหลีกเลี่ยงการเปลี่ยนแปลงไปไม่ได้เลย

หนังสือ All In: How Great Leaders Build Unstoppable Teams ของ Mike Michalowicz - ทุ่มสุดตัวเป็นกลยุทธ์ท่าไม้ตายของหลายบริษัท แต่มันก็เสี่ยงมากอยู่ - ทีมเป็นคำตอบสุดท้ายของการตั้งบริษัทขึ้นมา เพราะเราทำเองทั้งหมดคนเดียวไม่ได้ - สัปดาห์นรก อาจจะเป็นสิ่งที่เราจำเป็นต้องสร้างมันขึ้นมา เพื่อกลั่นกรองไอเดียถึงขั้นตกผลึก - ทักษะการปรับตัวก็เป็นหนึ่งในทักษะที่จำเป็น มันไม่ใช่ว่าจำเป็นแต่ว่ามันขาดไปไม่ได้มากกว่า - ทั้งนี้ การทำธุรกิจมันคือการหยั่งรู้ญาณทัศนะภายในตน ไม่ใช่ไปลอกเลียนแบบใคร แต่ทำให้ดีกว่าคู่แข่งนั่นเอง

มีคนมาปรึกษาว่า ขอคำปรึกษาค่ะ คือเราอยากออกมาจากความสัมพันธ์นี้ค่ะ ขอเล่าสั้น ๆ นะคะ พ่อแม่เราบอกว่าเราทั้งคู่คบกันมานานแล้ว ถึงเวลาที่ต้องแต่งงาน แฟนเราเขาก็เข้าใจค่ะ เราสองคนก็ช่วยกัน แต่แม่แฟนอยากจัดงานเลยเขาบอกว่าแม่อยากยืมเงินก่อน เดี๋ยวแม่คืนเองเพื่อที่เขาจะอยากจัดงานแต่งให้เราทั้งคู่ แต่ปัจจุบันแม่แฟนตกงานมาเป็นปี ประเด็นอีกอย่างคือแต่งแล้วต้องไปอยู่บ้านแฟน เราก็เริ่มอึดอัดค่ะ ไม่อยากมีปัญหาเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ ในอนาคต เราตัดสินใจอยากจะถอยมาตั้งแต่วันนี้ มันดีกับเราถูกแล้วใช่ไหมคะ - เรื่องราวประมาณว่าแม่ฝ่ายหญิงคิดว่าถึงเวลาที่ต้องแต่งงานแล้ว ส่วนแม่ฝ่ายชายยินยอมแต่จะขอยืมเงินก่อน - เมื่อเรื่องราวมันกลับกลายเป็นการที่จะให้แม่ฝ่ายชายตัดสินใจยืมเงิน มันจึงไม่ใช่แค่เรื่องจัดงานแต่ง แต่มันคือการหยิบยืมเงินทันที - แปลกตรงที่ทำไมฝ่ายชายถึงไม่มีเงินมาแต่งเลย แล้วแม่ฝ่ายหญิงต้องการสินสอดทองมั่นเท่าไหร่ หรือว่าตกลงกันยังไงได้คุยกันบ้างไหม - ปัญหาใหญ่คือเราก็อยากถอยมาในความสัมพันธ์ที่ค่อนข้างจะไปได้ดีพอสมควร ซึ่งปัญหาหลักก็คือเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ ที่มันเป็นปัญหา ณ ตอนนี้ - ชีวิตคู่มันคือการที่เราเดินไปพร้อม ๆ กันใกล้เคียงกันตลอดทั้งชีวิต แน่นอนว่าเรื่องเงินเป็นปัจจัยที่สำคัญอย่างยิ่ง ยังไงก็ลองตัดสินใจดูอีกทีว่าจะจับมือกันต่อหรือปล่อยมือกันไป

ข้อความโพสต์จาก Morgan Housel ได้เขียนข้อความไว้ว่า "สิ่งที่จะเป็นเครื่องวัดความมั่งคั่งได้ดีที่สุด ก็คือสิ่งที่คุณครอบครองลบด้วยสิ่งที่คุณอยาก และนี่อาจจะเป็นที่มาของคำว่าเศรษฐีหลายคนถังแตกเพราะสิ่งเหล่านี้" - เมื่อความอยากมันมากกว่าสิ่งที่เรามี นั่นคือความยากจนในแง่มุมหนึ่งของความร่ำรวย - หลายคนชอบพูดอย่างหนาหูว่า เราจะกำหนดความมั่งคั่งร่ำรวยได้อย่างไรกันแน่ - การที่เราจะถังแตกเรื่องการเงินไม่ใช่เรื่องยาก แค่เราใช้ชีวิตแบบส่งเดช แค่นั้นก็พังไม่เป็นท่าแล้ว - มันยากอย่างยิ่งที่เราจะมาเน้นย้ำว่าอะไรคือสิ่งที่สำคัญที่สุด แต่อย่างน้อยเราก็ต้องฝึกฝนที่จะสังเกตนั่นเอง - ทั้งนี้ ถังแตก ร่ำรวย มั่งคั่ง หรือความสำเร็จในแง่มุมใดแง่มุมหนึ่งเป็นเพียงแค่ชื่อเรียกของการกระทำแค่นั้นเลย

หนังสือ วิชาคนตัวเล็ก ของ พูนลาภ อุทัยเลิศอรุณ - ตัวเล็กไม่ตัวใหญ่ ไม่ใช่ว่าเราจะไม่มีใครมองเห็นแต่เราจะลดแรงกดดันได้มหาศาล - เมื่อเราไม่รู้ว่าเราควรทำอะไร เราต้องเลือกและตัดสินใจ เพราะทุกหนทางไม่มีคำว่าบังเอิญ - การฝึกปรือตนเอง ทั้งบู๊และบุ๋นก็คือศาสตร์และศิลป์ที่หลอมรวมหยินหยางเข้าด้วยกัน - ทุกคนมีจุดเริ่มต้นเหมือนกันนั่นก็คือ ความไม่รู้ แล้วสักพักความรู้จะย่อมเข้ามาแทนที่เอง - หากว่าคุณต้องการแรงบันดาลใจดี ๆ หนังสือเล่มนี้คือคำตอบ แต่มันต้องนำไปประยุกต์ใช้ด้วย

มีคนมาปรึกษาว่า สวัสดีค่ะ อยากถามว่าสิ่งที่เราเป็นอยู่ตอนนี้เรียกว่าโรคซึมเศร้าไหมคะ หรือแค่วิตกกังวลปกติทั่วไป อาการคือขี้น้อยใจมาก ๆ กับทุกเรื่อง ทุกคน แต่ไม่กล้าบอกใคร กลัวเขาเป็นห่วง กลัวเขารู้สึกแย่เพราะเรา เขาอาจจะต้องคิดมากเพราะเรา ร้องไห้ทุกคน สงสารทุกคน แอบร้องไห้ในห้องน้ำในที่ทำงาน ไม่ได้เหนื่อยอะไรนะคะ แต่น้อยใจแฟน น้อยใจแม่ แต่ไม่อยากบอกพวกเขาเพราะกลัวเขาจะคิดมาก คือเราไม่อยากเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาไม่สบายใจ แล้วก็มีอาการเหม่อลอยบ้าง รู้สึกแย่กับตัวเองตลอดเวลา แต่ไม่เคยคิดสั้นหรือคิดจะทำร้ายตัวเองนะคะ เรายังรักตัวเองและครอบครัวมาก ๆ เราเลยไม่แน่ใจว่าอาการนี้เรียกโรคซึมเศร้าไหม ต้องปรึกษาหมอไหม หรือแค่คิดไปเองคะ - ถ้าถามว่าคิดไปเองไหมก็คงตอบว่าไม่ได้คิดไปเองทั้งหมด แต่มันเป็นสัญญาณว่าถ้าถลำลึกลงไปกว่านี้แย่แน่นอน - การมีสติรู้ตัวว่าเรามีอาการอย่างไร เป็นขั้นตอนสำคัญของการยกระดับจิตใจขึ้นมา ลองตั้งคำถามว่าวันนี้ฉันรู้สึกอะไรบ้าง - ผู้หญิงอาจจะมีอารมณ์อ่อนไหวกว่าผู้ชาย การนึกถึงคนอื่นหรือเป็นห่วงคนอื่นเป็นสิ่งที่ดี แต่การห่วงคนอื่นจนลืมใจตัวเองเป็นสิ่งที่ไม่ดีแล้ว - ณ ตอนนี้อาจจะยังไม่จำเป็นต้องไปปรึกษาแพทย์เฉพาะทาง แต่อาจจะลองหาคอนเทนต์ที่ทำให้จิตใจดีขึ้นหน่อย เพื่อทดสอบว่าจิตใจเราเป็นอย่างไรบ้าง - ทั้งนี้ ถ้าลองหลายวิธีแล้ว จิตใจยังจมดิ่งแนะนำให้ไปปรึกษาแพทย์เฉพาะทาง รวมไปถึงการฟังธรรมตามกาลก็เป็นสิ่งที่จำเป็น รวมถึงฝึกสติในชีวิตประจำวันด้วย

ข้อความโพสต์จาก Mark Manson ได้เขียนข้อความไว้ว่า "จงยอมรับสิ่งนี้ ว่าคุณไม่ได้เกิดมาเพื่อพิสูจน์อะไรให้ใครเห็น รวมไปถึงตัวคุณเองด้วย" - เกิดมาเพื่ออะไร นั่นคือคำถามที่สำคัญต่อตัวเราเองอย่างยิ่ง - ไม่จำเป็นต้องไปพิสูจน์ตัวเองเพื่อใคร มนุษย์มีสิ่งนึงที่เรียกว่าความคาดหวังเพื่อให้ได้หวังเท่านั้นเอง - แต่การไม่หวังอะไรก็ไม่ได้ผิดอะไร เป็นเพียงสิ่งที่เราจะน้อมรับได้ด้วยว่าเราก็แค่คนธรรมดาคนหนึ่ง - ยอมรับไปเลยตรง ๆ ว่าเราไม่ดีที่สุดในโลกใบนี้ มีคนที่ดีกว่าเราและยอดเยี่ยมกว่าเรา - ความสุขในชีวิตคือการได้ใช้ชีวิตตามใจที่เราปรารถนา ขอแค่เพียงเรารู้ว่าเราต้องการอะไรจริง ๆ ก็พอ

หนังสือ The Pumpkin Plan: A Simple Strategy to Grow a Remarkable Business in Any Field ของ Mike Michalowicz - ธุรกิจรายย่อยส่วนใหญ่จะล้มเหลวภายในไม่เกิน 5 ปี และมีเพียง 20% เท่านั้นที่รอด - กลยุทธ์แผนฝักทองก็คือ การปลูกฝักทองให้ใหญ่ที่สุด เพื่อดึงทรัพยากรจากแหล่งอื่นให้มากเข้าไว้ - เมื่อคุณรู้ว่าจะทำอย่างไรให้ชนะคู่แข่ง นั่นก็คือการลดต้นทุนให้น้อยที่สุด และรักษาลูกค้าที่กลับมาซ้ำให้ยั่งยืน - บางทีคำว่ามากกว่าก็ไม่ได้แปลว่าดีกว่า แทนที่เราจะโฟกัสกับอะไรเยอะแยะ ก็ให้โฟกัสจุดที่คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยสนใจมัน - ระบบหลังบ้านเป็นสิ่งที่สำคัญมากเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นระบบ POS-Point of Sale หรือระบบ Action Plan

มีคนมาปรึกษาว่า สวัสดีครับ เรื่องมีอยู่ว่า ผมคบกับแฟนมาสักระยะแล้วครับ แต่เธอเป็นคนที่ขี้บ่นมาก บ่นไปหมด เล็ก ๆ น้อย ๆ ก็จะให้ผมผิดหมด ผมโดนต่อว่าทุกวัน บางวันกลับมาจากทำงานก็เอาเลย บางวันก่อนไปทำงานก็บ่น เช้าวันหยุดก็บ่น เช่น สมมุติผมไปเปิดประตูเข้าห้องน้ำ แล้วมันมีเสียงประตู ผมโดนด่า เวลามีตัวอะไรไม่รู้กัดเธอ เขาก็จะบ่นทั้งหมด ตั้งแต่ตื่นยันจะนอนอีกคืน พอผมโดนต่อว่าเรื่อย ๆ ผมกลับรู้สึกว่า ตัวผมเองไม่มีอะไรดีสักอย่าง ไม่มีอะไรดีเลยครับ เหมือนทำอะไรก็ผิดไปหมด รู้สึกเบื่อด้วยครับ อาการที่เกิดขึ้นกับผมแบบนี้ ผมจะแก้มันยังไงครับ ผมไม่ได้อยากรักเธอน้อยลง หรือให้เธอบ่นทุกวันและต่อว่าผมแบบนี้ไปเรื่อย ๆ ดีครับ - การคบหาใครก็ตาม เราก็จำเป็นจะต้องมีความสุขไปพร้อมกันด้วย - หากว่าเราไม่มีความสุขในการคบหาใคร ก็แปลว่าเขาไม่ได้ทำให้เรารู้สึกดี - ปัญหาใหญ่ของความสัมพันธ์ก็คือ เราไม่ได้อยากหมดรักใคร อาการหมดรักเป็นกระบวนการของความรู้สึก - เมื่อเรามีความรู้สึกดีหรือสุขมากขึ้น เราจะรักมากขึ้น แต่ถ้าเรารู้สึกแย่หรือว่าทุกข์ลง เราจะหมดรักลงไปทุกวัน - ทั้งนี้ ไม่ใช่เรื่องผิดหรือถูกที่คนจะบ่นเราทุกวันทุกคืน แล้วเราจะรู้สึกแย่ ถ้าโดนบ่น ต่อว่า หรือด่า แล้วรู้สึกดีแบบนี้น่าจะผิดปกติ

ข้อความโพสต์จาก James Clear ได้เขียนข้อความไว้ว่า "อย่ามองข้ามพื้นฐานเด็ดขาด รวมถึงไม่เพิกเฉยต้นกำเนิดใด ๆ ทั้งสิ้น คุณจะให้ต้นไม้นั้นยืนหยัดได้นานเพียงใด ถ้ามันไม่มีรากแก้ว" - หลายคนมากที่เพิกเฉยต้นกำเนิด และพื้นฐานของชีวิต เช่น ความรู้พื้นฐานหรือทักษะพื้นฐาน - เมื่อเราเพิกเฉยไปนานวันเข้า เราก็จะเริ่มสั่นคลอน ซึ่งมันไม่ใช่เพียงแค่ชีวิต แต่ความคิดและทัศนคติเราด้วย - เหตุกับผลย่อมตรงตามกัน ไม่ผิดแผกจากกัน เพราะเหตุย่อมนำมาซึ่งผลแค่นั้นเลย - หากเราต้องการความสัมพันธ์ที่ยั่งยืน เราก็จำเป็นจะต้องมีพื้นฐานที่สำคัญที่เกี่ยวโยงกับความสัมพันธ์ที่ดี - ทั้งนี้ พื้นฐานต่าง ๆ วิชาที่เริ่มต้นรหัสด้วย 101 ก็คือวิชาที่นักศึกษาในมหาวิทยาลัยต้องเรียน แล้วมันคือวิชาชีวิต 101

หนังสือ Less Is More: How Degrowth Will Save the World ของ Jason Hickel - น้อยคือมาก และมากคือน้อย มันเป็นคำสอนของโลกทุนนิยมสมัยใหม่ - การเติบโตทางเศรษฐกิจที่แข่งขัน ราวกับว่าอนาคตจะอยู่ที่วันนี้ทั้งหมด - แต่การทำลายก็ย่อมเกิดขึ้นมาก เช่น สร้างแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจมากก็ทำให้ทรัพยากรถดถอยลง - กลับกลายเป็นการลองมองว่าใช้ทรัพยากรธรรมชาติน้อย แต่เป็นการทำให้เศรษฐกิจเติบโตมากกว่าเดิมดู - ทั้งนี้ การทำลายล้างของขั้วอำนาจได้ปรากฏเด่นชัดมากยิ่งขึ้น แต่มันก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยากถึงหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยด้วยซ้ำไป

มีคนมาปรึกษาว่า สวัสดีค่ะ หนูอายุ 20 ปีค่ะ กำลังเรียนมหาลัยปี 1 กำลังจะขึ้นปี 2 คุณพ่อไม่ได้ส่งเสียเรื่องการเรียนเลยค่ะ หนูอยู่ฝั่งบ้านคุณพ่อนะคะ แม่เลิกกับพ่อไปก็เลยไม่ได้ติดต่อกันเลย ทีนี้ก็เลยมาหางานทำส่งตัวเองรวมกับแฟนช่วยส่งเสียเราด้วย เพราะแฟนหนูทำงานแล้วค่ะ ทีนี้พ่อก็ชอบทักมาขอเงินค่ะ พ่อบอกว่าไม่มีเงินส่งเสียเรา แต่สามารถหาเงินส่งให้แม่เลี้ยงได้ เพราะแม่เลี้ยงเพิ่งมาทำงานในกรุงเทพ ยังไม่ได้เงินเดือนค่ะ พ่อก็หาส่งให้แต่ตัวหนูพ่อกลับปล่อยเคว้งเลยค่ะ ไม่เคยคิดจะส่งมาให้หนูเลย คำถามของหนูก็คือ นอกจากจะไม่ส่งมา กลับกลายมาขอเงินจากหนูอีก หนูควรจะพิมพ์ตอบปฏิเสธไปยังไงดีคะ เพราะเคยบอกว่าไม่มีเงินแล้ว เอาเงินไปไว้กินข้าวหมด แล้วเหมือนพ่อไม่พอใจค่ะ - การจะตอบปฏิเสธคุณพ่อหรือคุณแม่ในเรื่องของ สิ่งที่เราไม่สะดวกใจที่จะมอบให้หรือทำให้ก็ให้บอกไปตรง ๆ ได้เลย - ถึงแม้ว่าพ่อแม่ท่านจะไม่เข้าใจเราในวันนี้ ก็ไม่เป็นไร เพราะวันนึงเขาย่อมต้องเข้าใจเจตนาของเรา - ปัญหาใหญ่ของครอบครัวที่มีปัญหาก็คือ การจัดบทบาทที่ไม่ตรงกับสิ่งที่ควรจะเป็น เช่น พ่อแม่ไม่ส่งเงินให้ แต่ลูกกลับต้องส่งเงินให้แทน - บางทีเราสอนคำว่ากตัญญูรู้คุณกัน แต่บางทีเราต้องย้อนกลับไปบริบทหลักว่า อะไรเป็นสิ่งที่ควรทำกับไม่ควรทำ - ทั้งนี้ ไม่ใช่ว่าทุกครอบครัวจะหยิบยื่นโอกาสให้ลูก แต่ก็แน่นอนว่าวันใดถ้าเราไหวก็ส่งเงินให้พ่อแม่บ้างตามกาล เอาที่เราไหวเป็นหลัก

ข้อความโพสต์จาก Mark Manson ได้เขียนข้อความไว้ว่า "5 วิถีทางที่เราจะเพิ่มประสิทธิผลในแต่ละวัน คือ 1. หลับให้ดีกว่าเดิม ไม่เติมคาเฟอีน เหล้า และน้ำตาลก่อนนอน 2. ตื่นให้เช้ากว่าเดิม เพื่อมาดูหนอนและนก 3. ทำสิ่งที่สำคัญที่สุดก่อน 4. ไม่ต้องดูอีเมล หรือพิมพ์ข้อความหาใคร รวมถึงเล่นโซเชียลหลังทานข้าวเที่ยง และ 5. ลุกขึ้นและไปเดินเลยตอนนี้" - เพียงแค่ไม่กี่สิ่งในชีวิต เราก็จะทำให้ชีวิตของเราดีขึ้นได้จริง - สังเกตตัวเองในแต่ละวัน ว่าเรามีชีวิตที่ดีขึ้นหรือแย่ลงเพราะอะไร - ไม่มีคำว่าบังเอิญบนโลกใบนี้ ทุกอย่างมันมีเหตุผลที่ทำให้เราได้อะไรดี หรือได้อะไรที่ไม่ดี - รับรู้เรื่องราวความเป็นไปของคนอื่น สิ่งมีชีวิตอื่น และสิ่งแวดล้อมรอบตัวแบบพอสังเขป - ทั้งนี้ แต่ละคนจะออกแบบชีวิตต่างกัน ให้ออกแบบตามความเหมาะสมกับบริบทที่เราเป็น

หนังสือ Outlive: The Science and Art of Longevity ของ Peter Attia with Bill Gifford - คุณอยากมีชีวิตที่ยืนยาว ไปทำไม นั่นคือคำถามสำคัญของหนังสือเล่มนี้ - ทำไมการออกกำลังกายสำคัญกว่าการทานยา เพราะมันคือสิ่งที่เน้นย้ำว่าร่างกายต้องการขยับ - 5 สิ่งที่ร่างกายขาดมันไม่ได้ คือ 1. ออกกำลังกาย 2. โภชนาการ 3. การนอนหลับ 4. สุขภาพจิต และ 5. อาหารเสริมและส่วนขยายเพิ่มเติม - แก่นของร่างกายคือการขยับเขยื้อนร่างกายไปหน่อย อย่าขี้เกียจในการขยับอย่างเด็ดขาด - อายุยืนเป็นเหตุไม่ใช่ผล แสดงว่าการที่จะมีอายุยืนได้ต้องเรียนรู้ว่าร่างกายเราต้องการอะไรเป็นพิเศษนั่นเอง

มีคนมาปรึกษาว่า สวัสดีค่ะ เราแต่งงานมา 3 ปีแล้ว มาสร้างบ้านอยู่กับสามี ส่วนแม่สามี มีบ้านอยู่กับปล่อยเช่าแล้วมาอยู่กับเรา แม่แฟนอายุยังไม่มาก ตอนแรกมีงานทำอยู่ดี ๆ ก็ลาออก แล้วมานอนอยู่บ้านเฉย ๆ ไม่ทำงาน เราแค่อยากถามว่า การที่เราไม่อยากรีบกลับบ้าน เพราะไม่อยากมาทำกับข้าวให้แม่แฟนกินจะผิดมากไหม แม่แกสุขภาพดีทำอาหารเป็น อยู่บ้านเราก็ซื้อวัตถุดิบไว้ให้ทำตลอด แต่แกไม่ยอมทำกินเองแล้วมารอเรากลับไปทำให้กิน บางวันเราเหนื่อย ๆ เราก็ไม่อยากทำกับข้าวหรือก็ไม่กินข้าวไปเลย แต่ต้องมาลำบากทำให้แม่แฟนกิน ถ้าวันไหนแฟนอยู่บ้าน เราก็จะทำให้แฟนกับแม่แฟนกิน แต่วันไหนแฟนไม่อยู่บ้านไปเข้าเวรกลับดึก เราก็แทบไม่อยากกลับบ้านเลย เพราะเหตุผลเดิม ซึ่งพ่อแม่เราเองอายุจะ 60 ปีละ ท่านก็ยังทำงานหาเงิน หาข้าว หาปลากินเอง ไม่เคยได้ลำบากลูกแบบเราเลย เราคิดว่าขนาดพ่อกับแม่ยังไม่ได้หาให้กินเลย แล้วแม่คนอื่นเราต้องมาหาให้กินคงไม่ใช่ แต่บางทีเราก็คิดว่ามันใจร้ายเกินไปรึเปล่า เห็นแก่ตัวไปไหม ค่าใช้จ่ายในบ้านทุกอย่างเราก็เป็นคนจ่าย แล้วต้องมาแบ่งเงินเลี้ยงแม่สามีตัวเองอีก ทั้งที่พ่อกับแม่เราก็ไม่เคยให้ด้วยซ้ำ ทุกวันนี้บ้านตัวเองแทบไม่อยากกลับ เพราะเบื่อที่ต้องหาข้าวหาน้ำให้แม่แฟนกิน วันไหนทำกินกันสองคนกับแฟน แม่สามีก็หาว่าทำน้อยอีกมีแค่นี้เหรอ เราต้องทำยังไงดีคะ อยากหาทางออกค่ะ - แม่เรากับแม่สามีหรือแม่ภรรยา ไม่เหมือนกัน การนำมาเปรียบเทียบกันบ่อย ๆ ไม่เกิดผลดี - นิ้วเรายังไม่เท่ากัน ขนาดใบหน้า รวมไปถึงดวงตาของเรายังไม่เท่ากันเลย เราจะให้สิ่งอื่นเหมือนกันได้ไง - บางทีเราก็ลืมไปว่า หน้าที่ของคน ๆ นึงคืออะไร หาเงิน ทำงาน และทำหน้าที่ภรรยาที่ดีให้กับสามี และแม่สามีก็รวมในสามีด้วย - ถ้าเหนื่อยก็พัก ไม่รักก็พอ และมีอะไรก็บอกแม่สามีตรง ๆ ไม่ต้องเก็บไปคิดมาก รอให้มันถึงขั้นที่สามีมาพูดกับเรา แล้วค่อยคุยเรื่องนี้กันอีกที - แต่ละคน แต่ละครอบครัวถูกเลี้ยงดูมาต่างกัน วัฒนธรรมของที่บ้านก็คิดอีกอย่าง ส่วนวัฒนธรรมของเราก็อีกอย่าง ลองถามพ่อแม่เราดูก็ได้

ข้อความโพสต์จาก James Clear ได้เขียนข้อความไว้ว่า "อย่ามองข้ามพื้นฐานเด็ดขาด รวมถึงไม่เพิกเฉยต้นกำเนิดใด ๆ ทั้งสิ้น คุณจะให้ต้นไม้นั้นยืนหยัดได้นานเพียงใด ถ้ามันไม่มีรากแก้ว" - หลายคนมากที่เพิกเฉยต้นกำเนิด และพื้นฐานของชีวิต เช่น ความรู้พื้นฐานหรือทักษะพื้นฐาน - เมื่อเราเพิกเฉยไปนานวันเข้า เราก็จะเริ่มสั่นคลอน ซึ่งมันไม่ใช่เพียงแค่ชีวิต แต่ความคิดและทัศนคติเราด้วย - เหตุกับผลย่อมตรงตามกัน ไม่ผิดแผกจากกัน เพราะเหตุย่อมนำมาซึ่งผลแค่นั้นเลย - หากเราต้องการความสัมพันธ์ที่ยั่งยืน เราก็จำเป็นจะต้องมีพื้นฐานที่สำคัญที่เกี่ยวโยงกับความสัมพันธ์ที่ดี - ทั้งนี้ พื้นฐานต่าง ๆ วิชาที่เริ่มต้นรหัสด้วย 101 ก็คือวิชาที่นักศึกษาในมหาวิทยาลัยต้องเรียน แล้วมันคือวิชาชีวิต 101

หนังสือ The Trading Game: A Confession ของ Gary Stevenson - เกมของความโลภ ความกลัว และความหวัง ก็คือเกมการเทรด - ไม่มีใครจะชนะตลาดได้เลย แม้แต่คนเดียว มีแต่คนที่เลือกมาชนะตัวเองเมื่อวานนี้เท่านั้น - มันเป็นงานที่เราจะแพ้ แต่มันยากมากที่เราจะชนะ แล้วหนทางนั้นยาวไกลเกินกว่าที่เราคาดคิดไว้มาก - การเทรดมันอยู่ที่จิตวิญญาณ ถ้าเราอยากชนะ เราต้องเริ่มต้นจากศูนย์เสมอ ไม่คิดไกลเกินตัวแล้วค่อย ๆ ทำ - แล้วถ้าหากเราต้องการอยากอยู่ในวงการเทรดจริง ๆ สงสัยเราควรจะต้องเริ่มจากการทำงานในแบงก์ก็เป็นได้

มีคนมาปรึกษาว่า เป็นเด็กจบใหม่ผิดมากไหมคะ ที่เรียนรู้งานไม่เร็วเท่าคนมีประสบการณ์มาเป็น 10 ปี - เด็กใหม่ ส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีประสบการณ์อยู่แล้ว บริษัทก็เลยอยากได้คนที่เคยผ่านการฝึกงานมาบ้าง - เรียนรู้ รับรู้ และตกตะกอนให้ได้ว่า อะไรที่เราถนัด เราทำได้ดีเยี่ยม สิ่งนั้นจะเป็นจุดแข็งของเราต่อไป - บริษัทก็ต้องการพนักงานที่เก่ง และส่วนใหญ่แล้วคนที่เก่งจริง มักจะเลือกบริษัทเฉกเช่นเดียวกัน - ประสบการณ์ 10 ปีกับมือใหม่ มันต่างกันมาก เหมือนเกมกีฬาเลยที่เราต้องใช้เวลาฝึกฝนตนเอง - เข้าใจดีว่าความรู้สึกของเด็กจบใหม่ที่โดนเปรียบเทียบ และเข้าห้องดำบ่อย ๆ เป็นอย่างไร มันคือคำถามที่เราต้องถามตัวเองว่าเราเหมาะกับที่นี่จริงไหม

ข้อความโพสต์จาก Morgan Housel ได้เขียนข้อความไว้ว่า "ผมคิดถึงจุดที่คนส่วนใหญ่มักจะเริ่มมีปัญหาทางการเงิน รวมไปถึงถังแตกเพราะเกิดจากการใช้จ่ายเกินตัวที่เราไม่ได้มีความสุขที่ได้มันมาด้วยซ้ำไป มันคือความสูญเสียเป็นสองเท่า ซึ่งมันไม่ใช่คุณที่เจอปัญหา แต่มันคือการที่เราจะไม่มีความสนุกในการใช้ชีวิตเมื่อเราถึง ณ จุดนั้นจริง" - ความสนุกของการใช้เงิน กับความทุกข์ของการใช้หนี้มันเทียบเท่าไม่ได้เลย - มนุษย์มักจะมีทีท่าของการสูญเสีย หรือการเจอปัญหามากกว่าการพบเจอความสุขหลายร้อยเท่า - หลีกเลี่ยงปัญหาระยะยาวด้วยการเผชิญหน้ากับความจริงตรงหน้าก่อน เพราะต้นทุนของการไม่เผชิญหน้ากับปัญหาสูงกว่ามาก - ถังแตกได้เพราะบริหารเงินไม่เป็น การจัดการการเงินเป็นทั้งหมดของวิชาการเงินเลย - ทั้งนี้ อย่าหลงลืมว่าสิ่งที่เราซื้อในแต่ละวัน เราต้องการมันจริง ๆ ไหม แยกให้ออกว่าอะไรจำเป็นจริง ๆ กับจำเป็นต่อใจเฉย ๆ ให้ได้

หนังสือ เพื่อนเก่าที่หายสาบสูญ: สุขภาพดีด้วยการดูแลระบบนิเวศในร่างกาย ของ ชัชพล เกียรติขจรธาดา - เชื้อโรคเป็นสิ่งที่เราอยู่กับมันมาตลอด แต่แล้วปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตรงนี้แต่อยู่ที่การวิวัฒนาการ - ระบบนิเวศ สร้างให้เรามีอากาศใช้ แต่มันก็แฝงไปด้วยความน่าสงสัยว่าทำไมแบคทีเรียในร่างกายจึงจำเป็น - โอกาสที่เราจะถูกเชื้อโรคฆ่าตายมีอยู่เยอะมาก โดยเฉพาะภูมิแพ้ของตัวเราเอง - อย่างการทานยาปฏิชีวนะบ่อยทำไมถึงไม่ดี แล้วสิ่งที่ไม่ดีมันคืออะไร ร่างกายหรือตัวยาเอง - ทั้งนี้ โรคภัยไข้เจ็บอาจจะเกิดจากสิ่งภายนอกเข้ามาในร่างกายก็จริง แต่ภายในร่างกายที่ต้องต่อสู้ก็สำคัญมากกว่า

มีคนมาปรึกษาว่า ขอวิธีรับมือกับลูกชายอยู่ช่วงวัยรุ่น อายุ 15 ปี และแม่ก็คือตัวเราเองในวัยที่หมดประจำเดือน อายุ 51 ปีหน่อยค่ะ พยายามรับมือเองแล้ว แต่เหนื่อยมาก - เมื่อเราตัดสินใจมีลูกช้าหน่อยนั่นก็แปลว่า เราเริ่มมีลูกตอนอายุ 36 ปีอาจจะช้าไปก็ได้หรือพอดีก็ได้ - เหนื่อยกับการเลี้ยงลูกก็ยังดีกว่าเหนื่อยกับการที่เราไม่ได้ทำอะไรให้มันสร้างสรรค์เลย - เมื่อลูกชายอายุ 15 ปีกำลังอยู่ในช่วงขวานผ่าซาก หรือว่าเขาเริ่มกำลังจะเป็นวัยรุ่นตอนต้นนั่นเอง - ให้โอกาส ให้พื้นที่ และรับฟังความคิดเห็นของเขาหน่อย เราเหนื่อยเพราะเรากำลังคิดว่าเรากำลังเลี้ยงลูก แต่ลูกเขาเริ่มโตแล้วมากกว่า - ทั้งนี้ เด็กแต่ละคนแตกต่างกัน เราไม่จำเป็นจะต้องไปคิดแทนเขาทุกเรื่อง ปล่อยให้เขาตัดสินใจ และฝึกสังเกตการตัดสินใจร่วมกันด้วย

ข้อความโพสต์จาก Mark Manson ได้เขียนข้อความไว้ว่า "แค่กับการที่ว่าเรารู้สึกดีกับบางสิ่ง นั่นไม่ได้หมายความว่ามันเป็นสิ่งที่ดีต่อชีวิตจริง และแค่กับการที่ว่าเราชอบใครสักคน นั่นก็ไม่ได้หมายถึงว่าเขาจะดีกับคุณเสมอ" - อย่าเอาคำว่าแค่รู้สึกดีเป็นมาตรวัดกับการตัดสินใจใหญ่ ๆ ในชีวิตเด็ดขาด - บางทีมันมาเป็นตัวหลอกล่อเรา ให้เราติดกับดักของชีวิตว่า เราต้องเลือกมันเพราะเหตุผลที่ไม่ค่อยดี - รับรู้ให้ได้ว่า การเรียนรู้เรื่องการรู้จักตัวเองเป็นทั้งหมดของชีวิต ถึงแม้ว่ามันจะไม่มีใครสอนเรามากเท่าไหร่ แต่มันสำคัญ - หากว่าปัญหาของเราในวันนี้ก็คือ เราชอบและไม่ชอบใครเต็มไปหมดเลยในชีวิต ก็ให้ปรับมุมมองว่าเขาไม่ดีหรือดีอย่างนั้นจริงไหม - ทั้งนี้ ทุกคนมีความเห็นต่อเรื่อง ๆ หนึ่งได้เสมอ แต่ไม่ใช่การออกความเห็นทำได้ทุกจังหวะเวลา เนื่องจากมันจะมีช่วงเวลาที่ให้ออกความเห็นและไม่ให้ออก

หนังสือ A Pragmatist's Guide to Leveraged Finance: Credit Analysis for Below-Investment-Grade Bonds and Loans ของ Robert S. Kricheff - การใช้เครื่องทุ่นแรงหรือว่าการกู้ยืมเงินเพื่อการลงทุนนั้น เปรียบเสมือนเพิ่มเงินทุนเป็น 2 เท่าหรือมากกว่านั้น - วิธีในการตรวจสอบว่าบริษัทไหนมั่นคง เราอาจจะใช้เครื่องมือที่เรียกว่า อัตราการกู้ยืมต่อผู้ถือหุ้นหรือว่าต่อสินทรัพย์ - แต่แล้วการที่จะวิเคราะห์ว่า บริษัททางการเงินมีเงินกู้เยอะ แล้วปล่อยกู้เยอะกว่าในบางช่วงเวลานั้น อาจจะไม่ใช่สัญญาณอันตราย - ระมัดระวังการเติบโตด้วยเครื่องทุ่นแรงที่เกินกว่า 100% เช่นมีเงิน 1 ล้าน แต่ใช้วงเงินกู้เต็มจำนวนเกินกว่า 1 ล้านมากเกินไป - ทั้งนี้ บางช่วงเวลาเราได้ตัวช่วยให้ไปถึงเป้าหมายทางการเงินได้ไว แต่บางช่วงเราอาจจะสูญเสียและทำให้เวลาถูกถ่างออกไปด้วย จังหวะคือทุกสิ่ง

มีคนมาปรึกษาว่า สวัสดีค่ะ เรื่องมีอยู่ว่าแฟนเรากับเพื่อน 2 คน จัดตั้งบริษัทเล็ก ๆ ขึ้นมา เป็นบริษัทฟรีแลนซ์ ทุกคนมีงานประจำอยู่แล้ว แต่แฟนเราก็มีชื่อเป็นกรรมการ ส่วนอีกคนเป็น CEO จัดการทุกอย่าง แต่ละคนมีหน้าที่ดังนี้ค่ะ 1. คนที่เป็น CEO ไม่ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการทำงานในช่วงแรก มีหน้าที่แค่จ่ายเงินเข้าบริษัทให้มีเงินหมุนคล่องขึ้น แทนชื่อว่าพี่ เอ 2. คนนี้เป็นคนจัดการทุกอย่างตั้งแต่จัดตั้งบริษัท และในการเปิดครั้งนี้เพราะต้องการลดค่าใช้จ่ายเรื่องภาษีของตัวเอง หาเงินมาใช้หนี้ในส่วนของตัวเอง จึงได้ไปขอทุนจากพี่เอในการทำงานครั้งนี้ แทนชื่อว่าพี่ บี และ 3. แฟนเรามีหน้าที่หลัก ๆ คือ CFO และจัดการปัญหาทุกอย่างที่พี่บีไม่สะดวกทำ เรื่องคือเปิดบริษัทมาจะ 2 ปีแล้ว มักจะมีปัญหาเดิม ๆ ไม่ได้รับการแก้ไขใด ๆ ก็คือ 1. หมุนเงินไม่ทันในบริษัท เพราะพี่บีไม่ชี้แจงการเงิน ว่าเอากำไรจากที่ได้มาไปทำอะไรบ้าง ทำไมไม่เหลือติดบัญชีไว้จ่ายภาษีเลย ทั้งที่พี่เอ ก็เติมเงินมาตลอด เดือนละเป็นล้านแต่ไม่ว่าจะเติมเท่าไหร่พอสิ้นเดือน ตัวเลขก็ยังติดลบอยู่ดี ทั้งที่คำนวณแล้วว่ามันต้องมีกำไรในบรรทัดสุดท้ายแน่นอน จนล่าสุด 6 เดือนมานี้พี่เอเข้ามามีบทบาทที่จะมาช่วยแก้ปัญหาตรงนี้ จนให้คำชี้ขาดว่าถ้าถึงกำหนดครบแล้วถ้าปัญหายังไม่ได้รับการแก้ไข เขาจะขอถอนตัวจากบริษัท แล้วเหมือนปัญหาหลักก็คือไม่อยากจ่ายภาษีแค่นั้นเลย 2. ทุกครั้งที่พี่บีพาฟรีแลนซ์คนอื่นเข้ามา ก็มักจะมีปัญหาตามมา เพราะเขาเข้ามาทำงานแล้วไม่โอเค ให้แฟนเราเข้าไปคุยว่าไม่โอเคที่จะจ้างต่อ ซึ่งแฟนเราก็เตือนตลอดเวลาจะรับใครเข้าทำงาน และ 3. พี่เอกับพี่บี มักจะโทษแฟนเราว่าทำงานไม่คุ้มเงินเดือน เขาทั้ง 2 เป็นคนมาคุยกับเราเอง มาถามเราถึงทราบเรื่องว่าทุกคนคิดยังไงกับแฟนเรา ทั้งที่ความจริงแฟนเราทุ่มเทกับงานให้พวกเขามาก ๆ จนกระทบกับความสัมพันธ์ของเราด้วย ความคิดของพี่ ๆ ก็คือช่วงนี้แฟนเราเป็นอะไรรึเปล่า ทำให้บริษัทเสียเงินตลอด ไม่เสียค่าอะไรเลย แต่ก็ยังได้เงินเดือนอยู่ แล้วสถานการณ์ล่าสุดก็คือ แฟนเราไปเปิดบัตรเครดิตและจะให้พี่บีเอาไปใช้หมุนเวียนในบริษัท ซึ่งเราก็บอกแฟนไปว่าไม่โอเคที่ทำแบบนั้น เราไม่รู้ว่าเราใจแคบไปไหม แต่ปัญหาในบริษัทเรารับรู้หมด เราอยากรู้ว่าควรจะคุยกับแฟนยังไง และมั่นใจว่าแฟนจะเจอปัญหาใหญ่ถ้าเลือกทำแบบนี้ต่อไป ประวัติทั้งสามคนก็สนิทกันตั้งแต่เด็ก สมัยอนุบาลเลย ขอบคุณที่อ่านจบค่ะ - ปัญหาใหญ่ของเรื่องนี้ก็คือ บริหารเงินกันไม่เป็นเลย แบบต้องมาทบทวนการเงินใหม่ทั้งหมด แถมการเพิ่มทุนทุกเดือนก็ไม่สมควรด้วย - การจะทำงานเป็นทีมจำเป็นจะต้องจัดบทบาทที่เราถนัด และมีความสามารถในจุดนั้นจริง เหมือนว่า CFO ไม่ได้รู้เรื่องการเงินเลย - พื้นฐานการจ่ายภาษีรายได้ที่พึงมี เป็นหน้าที่ของผู้ที่มีเงินได้ตามกำหนดทุกคนตามกฎหมาย ไม่มีเหตุผลที่ไม่อยากจ่ายภาษี - แถมการจะเอาเงินหมุนจากบัตรเครดิตเป็นสิ่งที่ไม่สมควรทำอย่างยิ่ง เพราะดอกเบี้ยจ่ายสูงถึง 16% หากผิดนัดชำระก็เพิ่มขึ้นไปอีก - ทั้งนี้ ปัญหานี้รอวันสุกงอมอยู่แล้ว ไม่ต้องทำอะไร เพราะคนรับฟังได้แค่การรับฟัง อยากให้เคสนี้เป็นอุทาหรณ์สอนใจว่า เรื่องบางเรื่องดูไว้แต่อย่าทำตามพอ

ข้อความโพสต์จาก Morgan Housel ได้เขียนข้อความไว้ว่า "พันธบัตร Austrian อายุ 100 ปีที่เริ่มขายตั้งแต่ปี 2020 ตอนนี้ราคาร่วงกว่า -75% โดยหลักแล้วมันคือหุ้นมีม" - เมื่อเราลงทุนกับสินทรัพย์อะไร ไม่ว่าจะเป็นตราสารหนี้ หรือตราสารทุน รวมไปถึงสินทรัพย์อื่น ๆ เราก็ต้องรับความเสี่ยงให้ได้ - ตราสารหนี้ก็คือเรามีบทบาทเป็นเจ้าหนี้ ที่ถือครองพันธบัตรนั้น ๆ แล้วส่วนใหญ่พันธบัตรจะมีอายุตามหน้าตั๋วที่เราถือครอง - ดอกเบี้ยนโยบายที่ขึ้น ทำให้ตราสารหนี้มีความผันผวนเพราะมันคือ fixed rate หน้าตั๋วอยู่แล้ว ถ้าดอกเบี้ยสูงแล้วตั๋วเราต่ำมันก็จะกดผลตอบแทนรวมไป - อัตราเร่งของการร่วงลงของราคาตราสารหนี้ส่วนใหญ่ก็คือ สภาวะเศรษฐกิจมวลรวม เมื่อภาวะมันอึมครึม การลงทุนแบบมั่นคงอาจจะดีกว่าในระยะยาว - ดังนั้น การที่เราจะถือครองสินทรัพย์ใด เราจำเป็นจะต้องศึกษาเศรษฐศาสตร์มหภาคให้ดี ๆ เพราะแต่ละจังหวะลงทุนต่างกัน

หนังสือ The Diary of a CEO: The 33 Laws of Business and Life ของ Steven Bartlett - หนังสือของเจ้าพ่อพอดแคสต์ The Diary of a CEO - การสัมภาษณ์ที่ทรงคุณค่านั่นก็คือการสนทนา ที่เปี่ยมไปด้วยสาระประโยชน์มากมาย - ชีวิตเป็นสิ่งที่เราต้องเรียนรู้กันอยู่เนือง ๆ อย่าเพิกเฉยต่อชีวิตเด็ดขาด - การงาน การเงิน และความสัมพันธ์ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่จะสมบูรณ์พร้อม - สิ่งที่เราจะประสบความสำเร็จในชีวิตไม่ใช่เราได้รับอะไร แต่เราเริ่มมอบอะไรให้กับผู้คนมากกว่า

มีคนมาปรึกษาว่า เรื่องประมาณว่าหนูไม่กล้าเปิดใจกับใคร เพราะคนล่าสุดทำกับหนูจนไม่กล้ารักใครอีกแล้วค่ะ ฝากด้วยนะคะ - การเปิดใจไม่สามารถให้ใครทำแทนเราได้ เราต้องทำด้วยตัวของเราเอง - ลองดู ลองทำมันดู ลองเริ่มต้นใหม่บ้าง อะไรที่ไม่เคยก็ลองดูแค่นั้นเลย - ไม่มีใครทำให้เรากลัวที่จะเริ่มต้นใหม่ได้จริง ๆ อย่าโทษคนอื่น จงสำรวจตัวเองก่อน - ถ้าเรากลัวความผิดหวัง ชีวิตเราจะเศร้าสร้อยไปทั้งชีวิต ลุกขึ้นสู้กับความเป็นจริงแล้วเราจะมีความสุขเอง - ทั้งนี้ ชีวิตไม่ใช่ว่าเจอสิ่งที่ดีแล้วเราจะกล้า หรือว่ารอให้สมหวังในความรักก่อนจึงจะกล้ารัก แล้วมันจะเป็นไปได้อย่างไรที่จะสมหวังก่อนกล้าที่จะรัก

ข้อความโพสต์จาก Morgan Housel ได้เขียนข้อความไว้ว่า "ทุกอย่างของการลงทุนนั้นคือ พฤติกรรม จิตใจ สังคม และอื่น ๆ อีกมากมาย แต่ในความเป็นจริงแล้ว การลงทุนที่ผิดพลาดมักจะไม่ได้เกิดเพราะนักลงทุนไม่ได้เข้าใจการเงินอย่างถ่องแท้ แต่มันเกิดจากสิ่งที่เขาเหล่านั้นเข้าใจเพียงแค่การเงินก็เท่านั้นเอง" - ไม่ใช่ว่านักลงทุนที่ดีเยี่ยมจะมีแค่วิชาการเงิน แต่เขามีวิชามากกว่านั้นเยอะ - พอร์ตการลงทุนจะเป็นตัวการันตีว่าเราสามารถทำได้มากน้อยเพียงใด มันขึ้นอยู่กับทักษะและจังหวะ - เหมือนว่าปัญหาใหญ่ที่สุดของการลงทุนก็คือ เราคิดว่าการบริหารการเงินคือทุกสิ่ง แต่มันเป็นเพียงส่วนหนึ่งก็เท่านั้น - ทุกส่วนประกอบจะมาเป็นปัจจัยที่สำคัญต่อการตัดสินใจ และเลือกสินทรัพย์ลงทุน ซึ่งมันอยู่ที่ประสบการณ์ของเราด้วย - วิชาที่เราควรเข้าใจที่มีผลกระทบต่อพอร์ตการลงทุนก็คือ วิชาชีวิต เราต้องตระหนักรู้ถึงความแตกต่างระหว่างมีวิชานี้กับไม่มี

หนังสือ Purple Cow: Transform Your Business by Being Remarkable ของ Seth Godin - ธุรกิจคุณเป็นวัวสีม่วงรึเปล่า มันคือสิ่งที่ทลายกำแพงวัวสีขาวดำออกไปกลายเป็นสีม่วงที่แตกต่าง - คนที่ใช่จะต้องอยู่ในจุดที่ใช่ด้วย เมื่อสองสิ่งมาเรียงตรงกันมันจึงเกิดสิ่งมหัศจรรย์ขึ้นได้ - หาทีมที่ใช่ เราจะได้เป็นธุรกิจที่เป็นวัวสีม่วง ซึ่งในความเป็นจริงไม่จำเป็นต้องเป็นสีอะไร ขอแค่แตกต่างอย่างลงตัวพอ - การตลาดในอนาคตก็คือการแย่งชิงชิ้นเค้กกัน แล้วแน่นอนว่าชิ้นเค้กจะอยู่ที่ตลาดที่เราเข้าไปเล่น - ไม่มีอะไรที่จะขวางกั้นข้อมูลที่รั่วไหลได้ การจะทำให้มันแพร่หลายได้นั้นไม่ยาก แต่ส่วนใหญ่จะจบลงไปภายในไม่กี่วัน

มีคนมาปรึกษาว่า สวัสดีค่ะ คือหนูเลิกคบกับเพื่อนคนนึงมาสักพักแล้ว หนูถามเหตุผลนะคะว่าทำไมถึงเลิกคบกับหนูไป หนูทำอะไรไม่ดีหรือเปล่าบอกได้ไหม หนูจะได้ปรับปรุงตัว แต่เขาก็ไม่ยอมบอกเหตุผล ที่แยกออกไปเขาบอกเรื่องมันผ่านมาแล้วไม่อยากพูดถึงอีก ส่วนตัวหนูก็ไม่อยากไปคาดคั้นเขาแล้วเพราะหนูก็ไม่รู้อยู่ดีว่าทำอะไรผิดถึงโดนแบบนี้ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วหนูแทบไม่ได้สนิทกับคนที่เลิกคบไปค่ะ จะสนิทกับอีกคนนึงมากกว่า แต่คนที่เลิกคบกับหนูไปก็ไปบอกกับเพื่อนอีกคนว่า ไม่สนิทใจกับหนู ถ้าจะให้หนูมาด้วยเขาไม่พร้อมจริง ๆ ซึ่งเขาก็ชอบไปพูดกับเพื่อนคนอื่น ๆ ค่ะ แล้วเพื่อนคนอื่นก็เลยลำบากใจที่จะชวนหนูไปด้วย หนูเลยอยากปรึกษาว่าควรทำยังไงดีคะ หนูปล่อยเรื่องนี้มาพักใหญ่ แล้วหนูก็ไม่เคยคิดเรื่องเขาเลยค่ะ แต่เขาก็ชอบเอาเรื่องหนูไปพูด จนไม่รู้จะทำยังไงแล้ว เขาแยกไปอยู่กับกลุ่มเพื่อนอีกกลุ่มนึง แต่เวลาจะไปเที่ยวก็มักจะชวนเพื่อนหนูไปกับกลุ่มใหม่เขาด้วย หนูจะรู้สึกนอยด์เวลาเพื่อนหนูไปด้วย แต่เพื่อนในห้องก็มีมาถามว่า ทำไมเป็นอะไรกัน หนูก็เลยไม่รู้จะตอบยังไงก็เลยตอบแค่ว่า แยกออกไปเฉย ๆ ไม่มีอะไร พักหลังโดนถามบ่อยครั้งเข้าก็เลยไม่ไหวแล้วค่ะ จะจัดการกับเพื่อนหรือเรื่องนี้ยังไงดีคะ - เพื่อนที่ดีจะบอกว่าเราผิดอะไร เขาถึงมีท่าทีที่เปลี่ยนไป แต่เพื่อนที่ไม่ดีจะทำตรงกันข้าม - นี่คือสังคม สังคมไม่ได้บอกเราเสมอว่าเราจะทำอะไรหรือไม่ทำอะไร ให้สังเกต เพราะการสังเกตคือทุกสิ่ง - หากว่ามีเพื่อนคนนึงกำลังพูดโน้มน้าวให้เพื่อนอีกคนนึงเปลี่ยนใจ ไม่ว่าจะจากอะไร แล้วมีผลกระทบต่อเราโดยตรงนั่นเป็นสัญญาณที่ไม่ดี - จับสัญญาณให้ดี ๆ ทุก ๆ เทอม และทุก ๆ ปี เราอาจจะได้ย้ายห้อง เปลี่ยนกลุ่มเพื่อนหรือว่าย้ายโรงเรียน ไม่ว่าอะไรก็ตามสัญญาณการเปลี่ยนแปลงย่อมชัดเจน - บางคนอาจจะอิจฉา หมั่นไส้ ไม่ชอบหน้า เคมีไม่ตรงกันบลา ๆ รวมถึงอะไรก็ตามแต่ ขอให้เราตระหนักว่าคนไม่ชอบเรา เราก็ไม่ดีในสายตาเขาอยู่ดี สำรวจตัวเองพอประมาณ

ข้อความโพสต์จาก Morgan Housel ได้เขียนข้อความไว้ว่า "พวกเราสร้างโฆษณาเพื่อให้ผู้คนได้อ่านมัน แต่คุณไม่สามารถรักษาจิตวิญญาณของผู้ที่ปราศจากจิตวิญญาณไว้ได้เลย - David Ogilvy" - มันเป็นข้อความที่ดี ที่จะนำไปใช้ทุก ๆ การสื่อสารได้ทั้งหมดเลย - ปัญหาใหญ่ของการโฆษณาก็คือ เราต้องให้ผู้คนเชื่อในสิ่งที่เราส่งข้อความไปด้วย - ซึ่งไม่ใช่ทุกคนที่จะรับสารตรงกับสารที่สื่อไป เพราะทุกการสื่อสารมันย่อมคลาดเคลื่อนเป็นเรื่องธรรมดา - นักสื่อสารทุกคนจึงจำเป็นจะต้องสอบทาน ตรวจสอบ และพยายามหาทางออกว่า คนใดที่ต่อให้สื่อสารแค่ไหนก็ไม่ได้ผลเลย - ทั้งนี้ คนที่ไม่มีจิตวิญญาณที่จะต้องการอะไร ต่อให้เราเสนออะไรไปเขาก็ปฏิเสธทั้งหมดนั้น เป็นเรื่องปกติสามัญอยู่แล้ว

หนังสือ สงครามที่ไม่มีวันชนะ ของ ชัชพล เกียรติขจรธาดา - เชื้อโรคเป็นสิ่งที่เราเรียนรู้กันว่า มันเป็นสิ่งที่ไม่ดี แต่แล้วบางมุมก็ย่อมดีได้ - การใช้ประโยชน์จากโรคภัย ก็จะทำให้สามารถสร้างวัคซีน ช่วยเหลือชาวโลกได้จริง - ถ้าไม่มีแพทย์นักวิจัย เราก็จะไม่มีตัวช่วยเหลือยามยาก เวลาเราประสบกับเชื้อมหันตภัย - แม้กระทั่งการล้างมือ ก็อาจจะเพิ่งเริ่มต้นขึ้นมาไม่นาน แถมมันสามารถลดการติดเชื้อได้เยอะขึ้นมหาศาล - ความสะอาดจึงเป็นของคู่โลก แต่มันไม่ใช่สิ่งที่สาธารณะเลย ทุกวันนี้ยังมีคนเสียชีวิตจากเชื้อโรคอยู่เสมอ

มีคนมาปรึกษาว่า สวัสดีค่ะ ตอนนี้หนูเลิกกับแฟนที่คบกันได้ 3 ปีกว่า ตอนนี้เลิกกันมาได้ 3 เดือนแล้วค่ะ แต่หนูยังรู้สึกว่ายังออกจากวังวนนี้ไปไม่ได้ พยายามทุกวัน คุยกับเพื่อนบ้าง เพื่อนก็ชอบด่าเราแรง ๆ เลยเลือกที่จะเก็บไว้คนเดียว ยังติดต่อกับแฟนเก่าอยู่บ้าง เพราะเหมือนเขาเป็นเพื่อนและครอบครัว หนูรู้สึกทรมานทุกวัน ที่มีเวลาว่างเยอะ ๆ เหมือนไม่รู้จะออกไปไหน จะหาอะไรมาช่วยเยียวยาได้บ้างคะ รบกวนขอคำแนะนำหน่อยค่ะ - ความเหงากับความรักแยกให้ออกก่อนเลย ถ้าแยกไม่ออกปัญหาใหญ่จะตามมา - คิดจะตัดอะไร ต้องตัดให้ขาด พอตัดไม่ขาดมันก็จะยืดเยื้อยาวนาน เรื้อรังแบบนี้ต่อไป - สังเกตใจของเราให้ดีว่า เราต้องการอะไรระหว่าง หากิจกรรมทำยามเบื่อหรือว่าเราต้องการแฟนเก่าจริง - เพื่อนชอบด่าเราแรง ๆ แล้วเราคิดอะไรได้บ้างไหม หรือว่าแค่รู้สึกเจ็บปวดที่ด่าเท่านั้น เพราะบางคำมันมีส่วนที่ทำให้เราได้ฉุกคิด - ทุกกิจกรรมมันพอช่วยได้บ้าง แต่การตัดใจไม่ยุ่งกันไปก่อนน่าจะดีที่สุด แฟนเก่าเป็นของแสลงของจิตใจที่ผูกพัน ไม่ควรยุ่งเกี่ยวจะดีสุด

ข้อความโพสต์จาก Morgan Housel ได้เขียนข้อความไว้ว่า "ทุกอดีตของตลาดที่ร่วงลงไป คล้ายกันกับโอกาสที่ดี และทุก ๆ อนาคตที่ลดต่ำลงไปก็คล้ายกันกับความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น" - อดีตคือโอกาส อนาคตคือความเสี่ยง แปลว่าวันนี้ของอนาคต คืออดีตทันที - การลงทุนคือความเสี่ยง หากเราไม่สามารถวัดมวลของระยะเวลาได้ - บางทีอาจจะแปลว่า เราควรจะต้องนึกถึงอนาคตให้มากที่สุด เพราะอนาคตเป็นสิ่งที่เราไม่รู้ว่าวันนี้จะเกิดอะไรขึ้น - แต่การมองย้อนกลับมา มันก็เหมือนตัวลวงเราว่า วันนั้นเราน่าจะลงทุนมากกว่านี้หรือว่าควรจะเข้าไปช้อนซื้อบ้างก็ยังดี - ทั้งนี้ เรื่องของเวลาเป็นเรื่องที่เราไม่สามารถจะกำหนดมันได้ อย่าลืมว่าเวลาเป็นอนันต์ไม่มีจุดเริ่มต้น หรือจุดจบที่แท้จริง

หนังสือ The Having: The Secret Art of Feeling and Growing Rich ของ Suh Yoon Lee and Jooyun Hong - ความลับของความมั่งมีคือสิ่งใด ทำไมคนส่วนน้อยประมาณ 1% ถึงมีสินทรัพย์ 99% ของคนทั้งโลก - คนที่มีทัศนคติของความมั่งมีเท่านั้น ที่จะได้มีสิ่งที่เขาเหล่านั้นปรารถนาได้ - กูรู หรือคนที่รู้เรื่องใดเรื่องหนึ่งอย่างลุ่มลึกและลึกซึ้งอย่างยิ่งนั้น อาจจะเป็นเพียงแค่ไกด์นำทางให้กับเราเท่านั้น - ตลาดของการเงินนั้นใหญ่มาก ๆ มันอยู่ที่ว่าเราอยากเข้าไปในตลาดไหน เพื่ออะไร และเพราะอะไรถึงเข้าไป - การจะมีสิ่งของที่มีมูลค่าที่สูง อาจจะไม่เทียบเท่ากับคุณค่าที่สูงได้ นั่นจึงเป็นมาตรวัดทางสังคมที่อาจจะไม่มีวันบรรจบกัน

มีคนมาปรึกษาว่า ขอวิธีจัดการกับความรู้สึกตอนตกงานหน่อยค่ะ ตอนนี้ตกงานสมัครไว้หลายที่ยังไม่มีการเรียกคุยใด ๆ เลย ก็เลยทำงานรายวันไป เพื่อให้อยู่รอดไปพลาง ๆ แล้วช่วงนี้ก็รับงานไม่ได้มา 4-5 วันแล้วเงินเก่าก็ใกล้จะหมดลง หนี้สินก็ยังต้องใช้อยู่ ทางบ้านก็ต้องส่งไปให้เขาอีก ตอนนี้รู้สึกแอบกังวลและเคว้งมากเลยค่ะ จะจัดการกับความรู้สึกนี้ยังไงดีคะ - การหางานใหม่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายในยุคเศรษฐกิจตกต่ำ ยังไงก็ท่องเอาไว้ว่าต้องรอด - แต่ละคนจะมีพลังในการสู้ชีวิตต่างกัน จิตวิญญาณนักสู้จะทำให้เรารอดพ้นจากช่วงอุปสรรคไปได้ - ปัญหาใหญ่ของผู้คนก็คือไม่ได้รับรู้ว่า เราควรจะสำรองเงินสดไว้กี่เดือน อย่างน้อยที่ควรก็คือ 3-6 เดือนเป็นอย่างต่ำ - ความรู้ทางการเงิน ทักษะทางการเงิน และการตระหนักรู้ทางการเงิน เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง มันขาดไปไม่ได้เลยในยุคทุนนิยม - หลายครัวเรือนก็จึงประสบปัญหาการเงินอย่างไม่มีวันจบสิ้น ทั้งหนี้สินที่รุงรัง และการเงินที่ตึงมือ นั่นจึงเป็นเหตุให้เกิดหายนะทางการเงินได้

ข้อความโพสต์จาก Ryan Holiday ได้เขียนข้อความไว้ว่า "8 นิสัยที่จะช่วยสร้างให้ชีวิตดีขึ้นได้จริงคือ 1. วารสาร เตรียมพร้อมสำหรับขั้นตอนต่อไป 2. ออกไปเดิน 3. ทำงานที่ลุ่มลึก 4. ทำงานให้ละเอียดลออ 5. อ่าน อ่าน และอ่าน 6. ออกกำลังกายอย่างจริงจัง 7. เชื่อมโยงความสัมพันธ์เข้าด้วยกัน และ 8. ใคร่ครวญเกี่ยวกับความตาย (Memento Mori)" - การอ่านจะช่วยให้เรามีข้อมูล และการเดินทำให้สมองนั้นหยุดทำงานชั่วขณะ - ฝึกฝนที่จะทำอะไรให้ลุ่มลึกบ้าง อย่าให้มันตื้นเขินจนเกินไป เพราะมันสำคัญเวลาที่เราจะนำไปใช้ - ไม่เพิกเฉยต่อการออกกำลังกาย สิ่งเหล่านี้จะช่วยคุณได้อย่างแน่นอน อย่างน้อยที่สุดก็ทำให้สดชื่น - ความสัมพันธ์ที่ดีที่สุดก็คือ การรักษาความสัมพันธ์ที่ดีเอาไว้ ให้ยืนยาว ยั่งยืนเท่าที่ทำได้นั่นเอง - สิ่งที่จะทำให้ความตายของเรามีความหมาย ก็คือการตระหนักว่าวันหนึ่งเราทุกคนต้องตายไม่มีใครหลีกเลี่ยงไปได้

หนังสือ How Not To Diet: The Groundbreaking Science of Healthy, Permanent Weight Loss ของ Michael Greger - ยุคสมัยใหม่ของการลดน้ำหนักนั้นคืออะไร เรากำลังทำผิดพลาดอย่างมหันต์กันอยู่รึเปล่า - หลักการง่าย ๆ ก็คือน้ำตาลไม่ใช่สิ่งที่ต้องควรลด แต่ต้องรู้ว่าร่างกายของเรากำจัดน้ำตาลได้ดีเยี่ยมไหมมากกว่า - เหมือนว่าการทำ Fasting ก็เป็นสิ่งที่จำเป็นอยู่เหมือนเดิม ไม่ใช่ว่าเรามองว่ามันเป็นเรื่องเก่า แต่ทำยังไงให้มันไฉไลกว่าเดิม - การทานอาหารที่มีประโยชน์ก็ย่อมสำคัญกว่า เช่น น้ำตาลจากอาหารขยะก็ไม่เทียบเท่าน้ำตาลจากอาหารที่มีประโยชน์ เป็นต้น - โจทย์เราก็คือ ใช้ชีวิตให้ยืนยาวด้วย แข็งแรงด้วย และก็สามารถมีความสุขไปพร้อมกันด้วย เป้าหมายหลักคือทำอย่างไรให้รักษาร่างกายที่แข็งแรงไปได้นานที่สุด

มีคนมาปรึกษาว่า สวัสดีค่ะ เรามีเรื่องอยากปรึกษาค่ะ ก่อนหน้านี้เรากับสามี เริ่มมีปัญหากันเรื่องเงิน การเงินสะดุดหนักมาก และเหมือนเขาจะคิดว่า เราคงไม่สามารถจัดการหนี้สินที่มีทั้งหมดได้ ซึ่งหนี้สินของเรากับสามีแยกกันนะคะ จากนั้นสามีก็ขนของเป็นเครื่องมือเครื่องใช้ ซึ่งเป็นของส่วนตัวของเขากลับบ้านของเขาที่ต่างอำเภอกัน โดยเรายังอยู่บ้านเดิมที่เคยอยู่กับเขา แต่เขากลับเอาของไปหมดเลย จนเหลือแค่เสื้อผ้า และของใช้ส่วนตัวของเขาที่ไม่ได้จำเป็นในชีวิตประจำวันมากนัก เราก็เลยถามไปตรง ๆ ว่า จะเลิกกันเหรอ และคำตอบที่ได้คือไม่ได้จะเลิกกัน แต่คงต้องแยกกันอยู่ เพราะว่าถ้าอยู่ด้วยกันแบบนี้คงไม่มีเงินใช้ และจากการที่คุยกันวันนั้นก็โอเค เข้าใจกันด้วยดี ตอนนี้ก็เลยแยกกันอยู่กับสามีมา 2 เดือน ตลอดเวลาที่แยกกันอยู่ เขาก็จะมาหาเราในทุกวันหยุดของเรา และทุกวันเราก็จะวิดีโอคอลกันตลอด และมันก็รู้สึกว่า เราคิดถึงมากขึ้น รักกันมากกว่าเดิมอีก ซึ่งมันดีต่อใจมากค่ะ ที่เราแทบไม่ได้ทะเลาะกัน มันผิดกับตอนที่อยู่ด้วยกันมาก ๆ ตอนอยู่ด้วยกันคำว่ารัก คำว่าคิดถึงไม่เคยพูดกันเลย ทุกวันมีแต่เถียงกัน พูดไม่ดีใส่กัน แต่ตอนนี้ มันเป็นความรู้สึกเหมือนที่เราเพิ่งคบกันใหม่ ๆ เลยค่ะ เราโอเคที่แยกกันอยู่ แต่ลึก ๆ ก็อยากให้เขากลับมาอยู่กับเราเหมือนเดิม ซึ่งเรื่องหนี้สินที่เรามีเป็นหนี้ในระบบ ซึ่งเราอยู่ขั้นตอนของการจัดการหนี้สินขอผ่อนผันในจำนวนที่น้อยลง และตามกำลังที่ไหว และตอนนี้กำลังหาอย่างอื่นทำเพิ่ม เพื่อให้มีรายได้มากขึ้น แล้วเราจะจัดการความรู้สึกตัวเองยังไงดีคะ - การแก้ปัญหามันมีหลายรูปแบบ แต่ยังไงแล้วก็ตามการเงินกับความสัมพันธ์ก็เกี่ยวโยงกันอยู่แล้ว - หากว่าแยกกันอยู่แล้วสบายใจขึ้น การเงินดีขึ้นก็ลองแยกกันอยู่ไปก่อน แล้วมาหาคำตอบว่าเพราะอะไร - บริหารเงิน บริหารความสัมพันธ์ และบริหารเสน่ห์ไปพร้อมกันด้วย บางทีปัญหาใหญ่อาจจะไม่ใช่เรื่องเงิน - สัญญาณของความสัมพันธ์ที่บ่งชี้ว่าอยู่ไกลแล้วดีกว่าอยู่ใกล้ ก็อาจจะหมายถึงว่าเราไม่เหมาะที่จะอยู่ใกล้กันจริงก็ได้ - ทุกความสัมพันธ์มันอาจจะแสดงถึงความสามารถในการอยู่ร่วมกันได้ระดับนึง ต้องสังเกตกันเองว่าเราควรจะจัดวางตัวเองอยู่ตรงที่ใด

ข้อความโพสต์จาก Mark Manson ได้เขียนข้อความไว้ว่า "ไม่ต้องคำนึงถึงว่าอะไรที่คุณคิดหรือรู้สึก รวมไปถึงอะไรที่จะมันจะเกิดขึ้นจริงไหม คุณค่าที่แท้จริงของคุณจะสะท้อนมาจากสิ่งที่คุณตัดสินใจเลือกและการกระทำอยู่แล้วไม่ต้องห่วง" - คำนึงถึงสิ่งที่คุณได้ตัดสินใจและได้กระทำไปจะดีที่สุด - ไม่จำเป็นต้องไปคำนึงถึงสิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้ว หรือยังไม่เกิดขึ้นให้มากนัก - วางแผนเท่าที่วางได้ การมีแผนสำรองก็จำเป็นหากทุกอย่างไม่ได้เป็นอย่างที่เราคาดหวังเอาไว้ - ความรู้สึกมันเป็นเพียงแค่ตัวลวงเราเท่านั้น บางคนใช้ชีวิตตามกิเลสที่ตัวเองฟูมฟักมาเอง - ไม่สำคัญว่าอะไรจะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเรา สิ่งที่สำคัญมากที่สุดคือสิ่งที่เรากำลังสร้างให้มันเกิดขึ้นในอนาคตมากกว่า

หนังสือ ทั้งโลกนี้, มีคนแบบเธอ เพียงคนเดียว ของ ปะการัง - นักเขียนในตำนานที่มีคำพูดที่คมคาย แถมลุ่มลึกไม่เหมือนใครอีกด้วย - ชีวิตไม่จำเป็นจะต้องไปเหมือนใครเขา เพียงเพราะเขามีอย่างที่เขาต้องการนั้นหรือ - ความอยากของคนเราไม่เท่ากัน แสดงว่าความสุขของคนเราก็ต่างกันไปด้วย - มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่เหมือนสิ่งมีชีวิตอื่น ก็เพียงเพราะเรามีปัญญาในการหาทางออกได้ด้วยตัวเราเอง - เราเป็นแบบเรา เป็นต้นฉบับของตัวเอง ไม่ต้องไปลอกใครเขา ไม่ต้องไปอยากเหมือนเขาเป็นตัวของตัวเองก็พอ

มีคนมาปรึกษาว่า ความสบายใจในวันนี้กับการนึกถึงอนาคตแม้ว่ามันจะลำบากในวันนี้ ควรเลือกอะไรดีคะ - เลือกอย่างสิ่งที่ตัวเองปรารถนาที่จะเลือก - ชีวิตไม่มีผิดหรือถูก มีแต่สิ่งที่เราเลือกและเราได้ตัดสินใจไปก็เท่านั้นเอง - สองสิ่งที่เราต้องคำนึงถึง ก็คือเราต้องตัดสินใจและเลือกให้ดีที่สุด หลังจากที่เราเลือกแล้วรับผลต่อเนื่องที่ตามมาด้วย - รับผิดชอบชีวิตของตัวเองให้ได้ วันหนึ่งเราจะรู้ว่าการอดเปรี้ยวไว้กินหวานคืออะไร รวมไปถึงชิงสุกก่อนห่ามคืออะไรเช่นกัน - ทุกอย่างมีเวลาของมัน วิถีชีวิตของเราไม่มีทางบังเอิญอย่างเด็ดขาด รับรู้ เรียนรู้ และเข้าใจสิ่งที่มันเป็นไปให้ได้

ข้อความโพสต์จาก Mark Manson ได้เขียนข้อความไว้ว่า "ความเจ็บปวดมาก่อนความสุข ความแข็งแกร่งทางร่างกายมาก่อนความแข็งแรง ความผิดพลาดมาก่อนความสำเร็จ และการเรียนรู้ที่จะพูดหรือได้ยินคำว่า ไม่เอา นั่นคือการสร้างความสุขของความสัมพันธ์ในระยะยาว" - ก่อนที่จะมีอะไร เราต้องเริ่มจากจุดเริ่มต้นก่อน ไม่ใช่ว่าเราอยากจะมีจนลืมเหตุที่ควรมี - กระบวนการสร้างต้องเริ่มก่อน เหมือนแสงแรกของวันต้องมาก่อน ไม่ใช่มันจะไม่เกิดขึ้นเลย - ความสุขในวันนี้ก็มีโอกาสที่เราจะทุกข์มาก่อน แต่หากว่าเราไม่เคยทุกข์มาก่อน สุขก็ย่อมไม่มี - เรียนรู้ให้ได้ว่าสิ่งที่เราจะปฏิเสธคำว่า ไม่เอา ไม่ได้ หรือไม่เป็นไร ย่อมเกิดขึ้นบ่อยในช่วงเวลาหนึ่งของชีวิต - สายใยของสายสัมพันธ์มันก็เหนียวแน่นได้ ซึ่งมันเกิดจากการบ่มเพาะร่วมสร้างให้มันแข็งแกร่ง ไม่ใช่มัวแต่ทำลายมันอย่างเดียว

หนังสือ How the World Really Works: A Scientist's Guide to Our Past, Present and Future ของ Vaclav Smil - โลกนี้ขับเคลื่อนด้วย สองสิ่งหลัก ๆ นั่นก็คือ การเมืองกับข่าวสาร - สิ่งที่เราดูโทรทัศน์ หรือสื่อโซเชียลต่าง ๆ มักจะเป็นสิ่งที่ชวนเชื่อมากขึ้นเป็นเท่าตัว - สินค้าและบริการก็เป็นสิ่งที่เราจำเป็นจะต้องรับรู้ ว่ามันจำเป็นต่อชีวิตเราจริงไหม - พลังงานและสสารต่าง ๆ ต้องสูญเสียไปมากมายมหาศาล เพียงเพราะความโลภของมนุษย์จริงรึเปล่า - อนาคตกาลจะมีการเปลี่ยนแปลงเข้ามามากมาย ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างของโลก สิ่งมีชีวิต รวมไปถึงประเทศแต่ละประเทศด้วย

มีคนมาปรึกษาว่า จะทำยังไงดีคะ เพื่อนแถวบ้านชอบพูดว่าบ้านมึงมีเงิน พ่อแม่สร้างมาให้ เจอแบบนี้อาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง วันนี้เผลอพูดกลับไปว่าพ่อแม่กูเก็บขยะขายมาก่อน เขาก็ทำให้กูกับพี่กูไง พ่อแม่มึงไม่ทำงานเลย กินแต่เหล้าเบียร์ ใจนึงก็รู้สึกผิดค่ะ อยากขอโทษ อีกใจก็รู้สึกว่าไม่ต้องคุยกันก็ดีจะได้ไม่ต้องเจอคำพูดแบบนี้อีก ควรต้องไปขอโทษหรือเฉย ๆ ไปคะ - ใคร ๆ ก็อิจฉาคนที่ดีกว่า ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตามแต่เราต้องรู้จักเก็บอาการบ้าง - บางคนก็เผลอพูดความจริงไป แต่ยังไงความจริงก็คือความจริง มันคือยาขม - ถ้าหากเป็นยาหวานก็คือเราก็ปลอบใจเพื่อนไปบ้าง อวยมันบ้างว่า มันมีดีอะไรในชีวิต - คนเราก็โฟกัสแต่สิ่งที่ตัวเองขาดกันทั้งนั้น ไม่มีใครสนใจสิ่งที่มีเลยสักคนเดียว - การขอโทษในการที่เราพูดความจริงอันเจ็บปวดไปก็สมควร หากว่าอีกคนเขามีภูมิคุ้มกันเรื่องความจริงน้อย