Podcast สาระนานาประโยชน์ เช่นจิตวิทยา ปรัชญา ธรรมะ ฯลฯ และชวนคุยเรื่องปัญหาชีวิตในทุกแง่มุม ผสมผสานอย่างลงตัวด้วยความเชื่อที่ว่า 'ทุกปัญหาย่อมมีทางออกเสมอ'

หนังสือ Buffettology: The Previously Unexplained Techniques That Have Made Warren Buffett the World's Most Famous Investor ของ Mary Buffett and David Clark - โลกของการลงทุน มันมีหลายแง่มุมมากมายเกินคณานับ - กลยุทธ์ที่จะเอาชนะตลาดได้ก็คือ ศึกษาพื้นฐานบริษัทที่เข้าลงทุน - บริษัทคือคำตอบ ไม่ใช่หุ้นไม่ใช่ตลาดหลักทรัพย์ หรือไม่ใช่ความร่ำรวย - ไม่ใช่ทุกการลงทุนจะได้ผลตอบแทนที่สมน้ำสมเนื้อเลยทันที ต้องใช้เวลาเป็นตัวแปรหลัก - เมื่อเราสังเกตได้ว่าเซียนหุ้นจะเป็นลักษณะใด เราก็จงทำตามสิ่งนั้นจะได้เดินไปอย่างราบรื่น

มีคนมาปรึกษาว่า ขอวิธีตัดใจ ให้ออกจากวังวนนี้ทีค่ะ เพราะเลิกกับแฟนไม่ขาดสักที พอมีวิธีแนะนำไหมคะ จะลองทำหลาย ๆ วิธีดูเผื่อได้ผล - การตัดใจคือการไม่ยุ่งเกี่ยว สิ่งที่คน ๆ นั้นหรือเหตุการณ์นั้น ๆ นำพาไป - ไม่มีการตัดใจที่ได้ผล 100% มีแต่เพียงการคาดคะเนว่า น่าจะได้ผลบ้างไม่มากก็น้อย - รับรู้ให้ได้ว่าโลกใบนี้ให้ความยุติธรรม ถ้าเราใส่ใจกับการตัดใจจริง ๆ มันจะตัดใจได้ - ความคิดที่ว่าตัดใจคือการเพ่งจ้อง แบบนี้ผิด มันคือการปล่อยวาง ยอมรับ และเข้าใจ - ลองวิธีให้หลากหลาย มันจะต้องมีสักทางที่เหมาะกับใจของเรา แล้วก่อนจะคบหาใครฝึกเผื่อใจไว้ด้วย

ข้อความโพสต์จาก James Clear ได้เขียนข้อความไว้ว่า "ฉันควรที่จะใช้เวลามากกว่านี้ไหมในการค้นคว้าข้อมูล หรือฉันควรใช้เวลานำข้อมูลที่ได้รับมานำไปปรับใช้ดี สิ่งเหล่านี้มันคือคอขวดของกลยุทธ์และการปฏิบัติเสมอ" - ไม่มีอะไรควรหรือไม่ควรในบริบทที่ต่างกัน มันจำเป็นต้องดูสถานการณ์ควบคู่กันไป - ปัญหาใหญ่ที่สุดของชีวิตก็คือ ความไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร แล้วเราควรจะรู้ในอะไร - บางอย่างไม่รู้ก็ได้ แต่บางอย่างจำเป็นต้องรู้อย่างยิ่ง ถ้าหากไม่รู้สิ่งนี้แล้วชีวิตจะเอนเอียงไปได้ง่าย - สังเกตให้มากว่า อะไรควรทำระหว่างหาข้อมูลกับนำข้อมูลไปใช้ เพราะสองสิ่งนี้มีผลลัพธ์ที่แตกต่างกันมาก - ไม่ใช่ทุกคนจะสังเกตได้หมด คนที่มีพรสวรรค์เรื่องการสังเกตเท่านั้นที่จะรับรู้ว่าอะไรควรมาก่อน และมาหลัง

หนังสือ Guide to Investment Strategy ของ Peter Stanyer - กลยุทธ์การลงทุนแบบง่าย ๆ ก็คือ ให้ลงทุนในสินทรัพย์ที่มีผลตอบแทนมากกว่าเงินเฟ้อ - แต่บางช่วงเวลาเงินเฟ้อนั้นมากกว่าการลงทุนเกือบทุกสินทรัพย์ แล้วแน่นอนว่ามันก็ต้องรับความเสี่ยงได้มากกว่า - จัดสรรความเสี่ยงด้วยตะกร้าใส่ไข่ไว้หลาย ๆ ที่ ไม่เอาชีวิตไปฝากไว้ที่เดียวทั้งหมดโดยเด็ดขาด - คนเรามักจะขี้เกียจหาความรู้ แล้วก็ไปพึ่งพากองทุนทั้งหมด ซึ่งในความเป็นจริงเราจำเป็นต้องศึกษาควบคู่กับการลงทุนกองทุนด้วย - ไม่มีอะไรที่ไม่เสี่ยง ชอบมีคนพูดว่าการลงทุนมันเสี่ยง แต่ความจริงแล้วการไม่ลงทุนอะไรเลยเสี่ยงมากกว่าเยอะ

มีคนมาปรึกษาว่า ทำยังไงดีคะ แม่ตีกรอบให้เราตั้งแต่เด็กจนตอนนี้เราทำงานแล้ว เราควรทำยังไงดีคะ - ความสุขในวันนี้คืออะไร บอกแม่ไปตรง ๆ เลย บางทีแม่ก็หลงลืมว่าเราไม่ใช่ของ ๆ เขา - ทุกสิ่งบนโลกใบนี้มีการเปลี่ยนแปลง สรรพสิ่งไม่เคยวนกลับมาจุดเดิมจริง ๆ เราล้วนเปลี่ยนแปลงไป - พ่อแม่ก็ต้องปรับ ลูกก็ต้องปรับ ครอบครัวคือการอยู่ร่วมกันเกือบทั้งชีวิต ยังไงเราก็ต้องปรับเข้าหากันบ้าง - ปรึกษาผู้รู้ที่เขาสามารถตอบคำถามของเราได้ว่า อะไรเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับครอบครัวของเรา - กรอบมีไว้ทำไมต้องรู้ชัด ถ้าอยู่ในกรอบนานเกินไปเราจะมีความคิดที่ตีบตัน จงเปิดกว้างพื้นที่และการเรียนรู้ตลอดเวลาให้ได้

ข้อความโพสต์จาก Morgan Housel ได้เขียนข้อความไว้ว่า "ดังกระบวนการสร้างและการย่อยเรื่องราวที่สิ่งที่น่ารังเกียจ สิ้นเปลือง และไม่น่าชอบใจ จงจดจำไว้ว่ามันคือสิ่งเดียวที่ฉันกำลังจะบอกคุณ - John Mulaney" - ไม่มีเรื่องราวใดที่ดีเลิศเลอ เหมือนว่าจริง ๆ แล้วคนชอบฟังเรื่องไม่ดีมากกว่าเรื่องดี - มันจึงเป็นสาระสำคัญว่าอะไรคือสิ่งที่เราต้องการได้ยินได้ฟังจริง ๆ เราต้องการฟังเรื่องดี ๆ จริงหรือ - มนุษย์เป็นสัตว์สังคม เราชอบได้ยินคำชมที่มีต่อตัวเราเอง อยากเด่น อยากดัง และเป็นที่ยอมรับ - แถมเราก็อยากจะให้ทุกคนย่อยเรื่องราวให้เราฟังอีกต่อหนึ่ง โดยมันทำให้เราขาดวิจารณญาณในการฟังไป - สังเกตให้ได้ว่าเรื่องราวใดน่าจดจำ หรือควรค่าแก่การนำไปใช้ นั่นจึงเป็นทั้งหมดของเรื่องราวเลย

หนังสือ Little Red Book of Sales Answers: 99.5 Real Life Answers that Make Sense, Make Sales, and Make Money ของ Jeffrey Gitomer - ไม่ใช่ทุกการขายจะมีคนมาซื้อ และไม่ใช่ทุกการซื้อหมายความว่าเราขายได้จริง - การสื่อสารเป็นทักษะที่จำเป็นอย่างยิ่งในการขาย แล้วเราจำเป็นจะต้องฝึกฝน แล้วทำทุกวัน - ไม่มีทางลัดสำหรับการขาย และอย่าหาทำเด็ดขาด ไม่ใช่ว่าเราขายได้ดีมันคือแปลว่าเราเป็นนักขายที่ดี - เข้าสัมมนาฟรี เพื่อจะไปสังเกตการณ์ว่างานนั้นเป็นอย่างไร มีการขายของอย่างไรบ้าง เพราะทุกสัมมนาฟรีมักจะมีของมาขาย - ไปเข้าร่วมงานต่าง ๆ แล้วศึกษาเรียนรู้ทักษะการขายให้ได้มากที่สุด เก็บเกี่ยวมาแล้วค่อยนำมาปรับใช้กับบริบทที่เรายืนอยู่

มีคนมาปรึกษาว่า ชีวิตเราต้องการความสุขและความมั่นคง แต่ถ้าแฟนให้ความสุขแต่ไม่มีความมั่นคงในชีวิต มันจะโอเคไหมคะ - ความมั่นคงเป็นสิ่งที่หาได้ยาก ใช่ว่าเราจะหาสิ่งนี้จากแฟนอย่างเดียว - ถ้าเป็นความมั่นคงในความสัมพันธ์ก็พอที่จะให้ได้ แต่ถ้ามั่นคงในชีวิตยากที่จะให้ได้จริง - การรับปาก หรือสัญญากันว่าจะดูแลและรักตลอดไป อาจจะเป็นเพียงลมปาก ให้สังเกตการกระทำที่ผ่านมาด้วย - ยังไงแล้วชีวิตก็ต้องดำเนินอย่างสิ่งที่ควรจะเป็นสืบไป ไม่จำเป็นต้องนั่งเฝ้ารอให้แฟนเราให้ทั้งความสุขและความมั่นคง - เริ่มต้นที่จะสร้างชีวิตที่สุขและมั่นคงไปได้เลย ความเชื่อที่ว่าเราจะต้องรอให้ใครมอบอะไรให้กับเราคือนิสัยที่เป็นเด็กไม่ยอมโต

ข้อความโพสต์จาก Mark Manson ได้เขียนข้อความไว้ว่า "ความสมบูรณ์แบบนั้นหามีไม่ มีเพียงแต่แค่การพัฒนาต่อไป" - ไม่มีอะไรที่ควรหยุดนิ่งนานเกินไป การพัฒนามันอยู่ในสายเลือดของมนุษย์เราทุกคน - ยกตัวอย่างเช่น นักพัฒนาโปรแกรมต่าง ๆ ทว่าการที่เขาหยุดพัฒนาก็แปลว่ามันถึงทางตันแล้วนั่นเอง - การพัฒนาให้ดีขึ้นเป็นสิ่งที่จำเป็น แล้วความสมบูรณ์แบบไม่มีอยู่จริง เพราะมันย่อมมีดีกว่าถ้าหากเราหมั่นสอบทานเสมอ - แต่บางครั้งการพัฒนาก็ไม่ได้จะเจอแต่ทางที่ดี บางครั้งอาจจะตกหลุมอากาศก็ได้เช่นกัน - สังเกตทิศทาง วิถีทาง ให้ได้มากที่สุด อย่าไปคาดหวังว่าทุกการพัฒนาย่อมต้องรุดหน้าเพียงส่วนเดียว

หนังสือ Easy Money: Cryptocurrency, Casino Capitalism, and the Golden Age of Fraud ของ Ben McKenzie with Jacob Silverman - เงินง่าย ๆ นั้นคือการหาเงินง่าย หรือเงินเป็นของง่าย แต่เราทำให้มันยากไปเอง - คนที่กำลังกังวลเรื่องการหาเงิน จริง ๆ แล้วมันเกิดจากเศรษฐกิจ หรือระบบทุนนิยมสร้างมาให้เรากังวลกันแน่ - เงินดิจิทัล หรือคริปโต มันคือเงินของอนาคตจริงไหม แล้วมันมาแทนที่หรือมาเป็นตัวเลือกแค่นั้น - ถ้าเงินมันไม่จำกัดในการพิมพ์แบงก์ เราก็แค่สร้างอุปทานที่จำกัด นั่นอาจจะเป็นเงินที่ไม่มีใครควบคุมรึเปล่า - ไม่ว่าคริปโตจะเป็นการโกงครั้งใหญ่ที่สุดหรือไม่ แล้วมันจะเกิดขึ้นในแง่มุมใดก็ตามเวลาจะเป็นตัวพิสูจน์เอง

มีคนมาปรึกษาว่า เราเป็นคนที่ทำให้ความสัมพันธ์มันพังทุกครั้ง พอเรารู้สึกว่าเราไม่สำคัญ เราจะบอกเลิกแล้วตัดจบทันที แล้วมานั่งเสียใจกับความใจร้อนของเราเองตลอดเลย เราจะทำยังไงดีคะ เราไม่อยากเป็นคนใจร้อนแบบนี้เลย เรามีปมกับความรักครั้งแรก มันเลยทำให้เราเป็นคนแบบนี้ค่ะ - ถ้าเราจะโทษว่าเพราะคนก่อนหน้านี้ ความสัมพันธ์ครั้งก่อน สิ่งนี้ไม่ใช่สิ่งที่ดีเลย - เราทุกคนล้วนต้องรับผิดชอบทุก ๆ สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาก่อนหน้านี้ ไม่ควรให้ความสัมพันธ์ครั้งใหม่รับหน้าที่นี้แทน - ความรู้สึกว่าไม่สำคัญเป็นปมปัญหาในวัยเด็ก เกรงว่าจะไม่ใช่มาจากความสัมพันธ์เชิงชู้สาวเพียงอย่างเดียว - ทุกอย่างกำหนดที่ความคิดเรา มันเริ่มต้นที่ความคิดของเราทั้งหมด ไม่มีอะไรที่ไม่ได้เริ่มจากความคิดเลย - สังเกตตัวเองว่า ในช่วงวัยเด็กนั้นเรามีความคิดอย่างไร พ่อแม่เลี้ยงดูเรามาอย่างไร แล้วเราคบเพื่อนอย่างไรด้วย

ข้อความโพสต์จาก Simon Sinek ได้เขียนข้อความไว้ว่า "การหาข้ออ้างไม่ได้ช่วยให้สิ่งต่าง ๆ มันดีเยี่ยมขึ้น พวกเขามีเพียงแค่ข้อเสนอที่ดูมีเหตุมีผลเพื่อเลี่ยงบาลีเท่านั้นเอง" - ข้ออ้างไม่ได้ช่วยอะไรให้ชีวิตนั้นดีขึ้นได้เลย - แล้วหากว่าเราไม่สนใจความจริง เราจะไม่ได้รับอะไรอีกต่อไป - ข้อเสนอที่ดูมีเหตุมีผลนั้น ก็เป็นเพียงแค่การบ่ายเบี่ยงของวาจาแค่นั้น - ปัญหาของผู้คนส่วนใหญ่ก็คือ ไม่มีอะไรที่จะจริงเท่ากับการกระทำของเราเลย - สังเกตคนให้สังเกตที่การกระทำเป็นหลัก เพราะบางคนหาข้ออ้างมามากมายเพื่ออะไรก็ไม่รู้

หนังสือ Web3: The Insights You Need from Harvard Business Review ของ Harvard Business Review - เว็บ 3 หรือ เว็บที่ไม่มีศูนย์กลางข้อมูลเป็นของตัวเองทั้งหมด - กระดูกสันหลังของคำว่า Decentralize ก็คือการสร้างเว็บ 3 นี่เอง - จุดเริ่มต้นมันมาจากการที่เราเริ่มมีการเจาะข้อมูลในระบบจากผู้ที่ไม่หวังดีนั่นก็คือ Hacker - มันจึงเป็นตัวแก้ปัญหาได้อย่างชาญฉลาด แถมเว็บไซต์เหล่านี้ประมวลผลอย่างรวดเร็วขึ้นเยอะมาก - ระบบบล็อกเชน หรือระบบเว็บ 3 ล้วนมีที่มาจากการที่เราต้องการลดตัวกลางหรือ middleman

มีคนมาปรึกษาว่า ถ้าเราสวย เก่ง งานมั่นคง โลกจะใจดีกับเรามากกว่านี้ใช่ไหมคะ คำนี้คนเขามักจะพูดกันอยู่ตลอด - คำว่าถ้า มันพูดได้หมด ถ้ารวย ถ้าดี ถ้าเกิดอย่างนั้นอย่างนี้ แล้วความจริงล่ะ - การติดพูดคำว่า ถ้าอย่างนั้นก็คงจะดีกว่านี้เป็นคำที่อันตรายอย่างยิ่งในชีวิต - เหมือนว่าที่มันอันตรายไม่ใช่เพียงแค่คำ แต่มันหมายถึงว่าเรามักจะมองสิ่งที่ตัวเองขาด และเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นอยู่เสมอ - ซึ่งความเป็นจริงแล้ว แต่ละคนมีดีมีเสียต่างกัน ไม่ใช่ว่าเราต้องดีอย่างนั้นอย่างนี้ ชีวิตจึงจะดี เพราะบางคนมีดีทุกอย่าง คิดไม่ได้ก็มี - ชีวิตมวลรวมอยู่ที่ค่าเฉลี่ย ถ้าหากว่าเราทำค่าเฉลี่ยของชีวิตได้ดี ยังไงชีวิตก็ย่อมดีแน่นอน ไม่ใช่ว่ามีอะไรดีแล้วจะดี คิดใหม่ ถามใหม่ แล้วชีวิตจะดีจริง

ข้อความโพสต์จาก Nassim Nicholas Taleb ได้เขียนข้อความไว้ว่า "การนำทุกการสมรู้ร่วมคิดไม่ได้ทำให้คุณเป็นคนที่คิดได้ด้วยตัวเอง หรือว่ามีชั้นเชิงในการคิดวิเคราะห์แต่อย่างใด แต่มันทำให้คุณดูขาดความคิดที่มั่นคงและไม่มีวิจารณญาณใด ๆ เลย" - ไม่ใช่ว่าเราจะไปนำเอาความคิดของกลุ่มคนกลุ่มนึงที่มีชื่อเสียง แล้วตัดสินว่าเราก็มีความคิดที่น่าเชื่อถือตาม - ขบคิดให้ได้ว่า อะไรเป็นข้อมูลที่น่าทำตามหรือไม่น่าทำตามอย่างยิ่ง เพราะสองสิ่งนี้แตกต่างกัน - สังเกตให้ดีว่าอะไรเป็นการสมรู้ร่วมคิดของชุดความรู้นั้น การเออออห่อหมกไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นจริง - ความมั่นคงและการดูมีวิจารณญาณนั้น จำเป็นจะต้องดูวิถีทางของกลุ่ม ๆ นั้นด้วยเสมอ แล้วต้องเลือกใช้ด้วยตัวเองทั้งหมด - ฟังหูไว้หู ไม่เชื่อทั้งหมดที่ได้ยินมา และไม่ปฏิเสธทุกความคิดของผู้คนในสังคม เลือกเชื่อ เลือกคิด และเลือกทำ

หนังสือ Life in Five Senses: How Exploring the Senses Got Me Out of My Head and Into the World ของ Gretchen Rubin - ประสาทสัมผัสทั้งห้า ก็คือสิ่งที่รับรู้ของสิ่งที่มากระทบ แล้วมันมีแค่นั้นเองในชีวิต - การตีความของอารมณ์และเหตุผลนั้น จำเป็นจะต้องตีความจากสิ่งที่ปรากฏขึ้นมา - มีสติตื่นรู้ว่า อะไรเป็นเหตุที่ทำให้เราสุขหรือทุกข์ ถ้ามันเป็นเพียงแค่สิ่งที่เข้ามากระทบ เราก็ไม่ต้องตีอกชกหัวมาก - ชีวิตประจำวันเป็นทั้งหมดของชีวิตเรา สิ่งที่เป็นสิ่งเร้า ไม่ว่าจะเป็นความตื่นเต้น ความเร้าใจ พวกนั้นไม่จีรังยั่งยืน - เพลินเพลินไปกับชีวิต สิ่งที่อยู่ในหัวเรามันเป็นเพียงแค่ภาพมายา สิ่งที่จริงคือสิ่งที่เราอยู่กับมันตรงนี้ และกำลังสัมผัสมันอยู่

มีคนมาปรึกษาว่า สวัสดีค่ะ ตอนนี้กำลังตัดสินใจเลิกกับแฟนที่คบกันมา 6 ปี ปัจจุบันเราอายุ 23 ปีค่ะ มีลูกด้วยกัน 1 คน สาเหตุที่เลิกเพราะวิถีชีวิตต่างกัน นิสัยอะไรก็ต่างกันด้วย พยายามปรับกันมาตลอดแต่สุดท้ายก็ไปไม่รอดจริง ๆ ค่ะ คุยกันตกลงกันทุกอย่างโอเคแล้ว ทั้งเขาและเราก็ยังรักกันอยู่มาก แต่ก็คุยกันด้วยเหตุผลว่ายังไงก็คงไปกันไม่รอดดันทุรังไปก็มีแต่จะยิ่งแย่ลง ทำยังไงดีคะ เขาเป็นคนแรกครั้งแรกและคนเดียวจนปัจจุบันนี้ แต่ตอนนี้ก็จบกันด้วยดีนะคะ เสียใจร้องไห้ทั้งวันเลย ขอวิธีให้ออกจากวังวนนี้ไว ๆ หน่อยค่ะ - ครั้งแรกมักจะเจ็บมากกว่าปกติเสมอ ขอให้สู้ต่อไปตามสิ่งที่ได้ตัดสินใจเถิด - สังเกตตัวเองให้ได้ว่าชีวิตนี้ต้องการอะไร เลิกไปแล้วจะทำยังไงกับชีวิตและลูกน้อยต่อไป - ไม่แน่ใจเรื่องอะไรให้ปรึกษาผู้รู้ ไม่ว่าจะเป็นผู้ใหญ่ที่พอที่จะพึ่งพาได้ แบบนี้จะช่วยได้มาก - มองไกลเข้าไว้ แน่นอนว่าการตัดสินใจในเรื่องบางเรื่องมันยาก แต่มันจะผ่านไปได้ถ้าเรามองเป็น - ฝึกฝนที่จะเผื่อใจกับชีวิตเอาไว้บ้าง ไม่ใช่ว่าทุกคนจะลงเอยกับแฟนคนแรก สามีหรือภรรยาคนแรกเสมอไป

ข้อความโพสต์จาก Nassim Nicholas Taleb ได้เขียนข้อความไว้ว่า "หากว่าการที่คุณพร่ำบอกว่าคุณนั้นมีอิสรภาพแล้ว กระนั้น สิ่งนั้นแปลว่าคุณยังไม่ได้มีมันจริง มันคือการหยิบความไม่มั่นคงภายในจิตใจเพื่อที่จะให้ภาพลักษณ์ได้ดื่มกิน" - ความลุ่มลึกของการตระหนักรู้ของตนเอง ก็คือการเข้าใจว่าสิ่งที่เราทำอาจจะหมายถึงเราขาดสิ่งนั้น - เมื่อเราขาดสิ่งใด เรามักจะเห็นจุดบอดของตัวเองชัดกว่าคนอื่น นั่นแปลว่าเรามักจะแสดงออกสิ่งที่เราขาด - มันเป็นไปไม่ได้ที่เราจะเติมเต็มตัวเองผ่านคำชมเพียงอย่างเดียว การยอมรับตนเองเป็นส่วนที่สำคัญมาก - สังเกตให้มากว่า ความคิดและจิตใจของเรานั้นเป็นอย่างไร เราควรตระหนักว่าทุกคนย่อมมีปมปัญหาชีวิตด้วยกันทั้งนั้น - ภาพลักษณ์นั้นหิวกระหายการได้ดื่มกินอัตตาตัวตนของเราเอง สร้างภาพลักษณ์อย่างถูกวิธีแล้วเราจะมีความสุขในระยะยาว

หนังสือ Fertility Rules: The Definitive Guide to Male and Female Reproductive Health ของ Leslie Schrock - การจะมีลูกนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายดายนัก เรื่องราวต่าง ๆ มาย้ำเตือนเราว่าต้องการอะไร - เมื่อเรารู้แล้วว่าเราต้องการอะไร เราก็จึงต้องหาวิถีทางเพื่อมีสิ่งนั้นให้ได้ ก็เท่านั้น - สำหรับคนที่ต้องการมีลูก ร่างกายที่แข็งแรงคือแม่บทของทุกสรรพสิ่ง รวมไปถึงทั้งผู้หญิงและผู้ชาย - การนับวันไข่ตกจำเป็นจะต้องสังเกต อุณหภูมิของร่างกาย และสังเกตเรื่องราวที่เกิดขึ้นระหว่างรอบเดือน - ยุคสมัยใหม่มักจะมีเทคโนโลยีคัดแยกเพศ รวมไปถึงการทำให้มีลูกง่ายดายมากยิ่งขึ้น ซึ่งมันจะช่วยลดเวลากังวลไปได้มาก

มีคนมาปรึกษาว่า คิดยังไงกับคนที่เข้ามาคุยกับเราแล้วทำให้เรารู้สึกดีบ้างคะ พอเราเริ่มเปิดใจ เขาก็หายไปเลย ทีนี้ไอเราก็คิดถึงแต่เขา รอว่าเมื่อไหร่เค้าจะตอบแช็ต ไม่ยอมอ่านเลย อีนี่ก็ทักไปอยู่นั่นแหละ แช็ตหนักขวา ขอวิธีออกจากตรงนี้หน่อยค่ะ พยายามทำอยู่แต่มันก็อดใจไม่ได้ ส่องเขาอยู่นั่น หรืออีกวิธีหนึ่งทำยังไงให้เขากลับมาคุยกับเราอีกคะ - ความสุขในชีวิตไม่ได้ขึ้นอยู่กับสิ่งที่สมหวังเสมอไป ถึงแม้ว่าโลกใบนี้จะบอกแบบนั้น - รักษากายรักษาใจไว้ให้ดี ๆ เก็บไว้ให้กับคนที่ใช่จะดีที่สุด เพราะโลกจะเหวี่ยงคนที่ใช่มาเมื่อถึงเวลา - ใคร ๆ ก็อยากได้ในสิ่งที่ตัวเองต้องการ แต่จะมีสักกี่คนที่จะได้ในสิ่งเหล่านั้น สังเกตตัวเองว่าทำไมเขาถึงเทเรา - ประสบการณ์จะสอนใจเราว่า ยิ่งเราชอบใครมาก คนนั้นจะยิ่งไม่ชอบเรา พยายามรักษาสมดุลให้มากที่สุด - เขาจะมาชอบเรา ยืนเฉย ๆ เขาก็ชอบ ส่วนคนที่เขาไม่ชอบเรา ต่อให้เราวิ่งไล่ตามเขาแค่ไหนสุดท้ายก็เป็นได้แค่นั้น

ข้อความโพสต์จาก Mark Manson ได้เขียนข้อความไว้ว่า "การเป็นผู้ฟังที่ดีมิใช่ เป็นการฟังเฉย ๆ แต่มันคือการใส่ใจความรู้สึกร่วมกันกับอารมณ์ด้วย ผู้คนมักจะไม่ต้องการให้แก้ไขปัญหาใด ๆ ไปมากกว่าหาคนฟังที่ดีเท่านั้นเอง" - การฟังและการฟังที่ดีนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เราจำเป็นจะต้องเรียนรู้เอาไว้บ้าง - โลกใบนี้ย่อมมอบบางสิ่งให้กับคนที่มีดีกับตนเอง ไม่ใช่ทุกคนจะเป็นผู้ฟังที่ดีได้ - บางคนไม่สนใจความคิดของคนอื่น ไม่คิดจะฟังอะไร อยากทำอะไรก็ทำตามใจของเขาไป - เมื่อเราสังเกตชีวิตดี ๆ เราจะค้นพบว่าผู้คนมากมายอาจจะต้องการแค่ผู้ฟังที่ดีเท่านั้น - ไม่มีอะไรที่เราจะเรียนรู้ได้เท่ากับการที่เราตระหนักรู้ถึงความรู้สึกของผู้คนแวดล้อมเราได้เลย

หนังสือ 500 ล้านปีของความรัก เล่ม 1 วิทยาศาสตร์ของอารมณ์ ความรัก ความเกลียดชัง ของ ชัชพล เกียรติขจรธาดา - วิทยาศาสตร์มาช่วยให้เราเข้าใจธรรมชาติมากขึ้น หนังสือเล่มนี้ทำหน้าที่นั้น - ผู้ชายกับผู้หญิงทำไมถึงต้องแตกต่าง แล้วความแตกต่างนี้มันดีหรือไม่อย่างไร - จุดดึงดูดทางเพศที่แตกต่างกันไปในแต่ละสิ่งมีชีวิต เพียงเพราะการรับรู้นั้นต่างกัน - การปฏิสัมพันธ์ทางคำพูด ทางกาย หรือทางใดก็ตามล้วนเป็นการสื่อสารที่มีมานานแล้ว - เรียนรู้ให้ได้ว่า โลกใบนี้ขับเคลื่อนด้วยวิทยาศาสตร์ มันเป็นทั้งเหตุและผลของสิ่งมีชีวิต

มีคนมาปรึกษาว่า ผิดไหมคะที่เรากลับไปมีอะไรกับแฟนเก่าที่เพื่งเลิกกันได้แค่อาทิตย์เดียว คือแฟนเก่าเขานอกใจไปมีคนอื่นแล้วก็มาบอกเลิกเรา แต่เมื่อคืนเราไปมีอะไรกับเขาแบบนี้ผิดศีลข้อ 3 ไหมคะ - ยังดีที่รู้จักศีลข้อ 3 แต่จริง ๆ ถ้าจะดีให้รู้จักคำว่าศีลแปลว่าอะไรจะดีกว่า - เมื่อเราห่างไกลจากคำว่าปกติ นั่นก็แปลว่าเรามีโอกาสศีลขาดหรือศีลด่างพร้อยได้ - คนเราต้องรู้จักหักห้ามใจ ถ้าเกิดว่าเราอ้างว่าแฟนเก่าเลิกไปแค่อาทิตย์เดียว แล้วคนทั้งโลกอ้างแบบเดียวกับเราจะเกิดอะไรขึ้น - ปัญหาใหญ่ของมนุษย์ก็คือ เราไม่รู้ว่าอะไรควรไม่ควร ถึงแม้เราจะทำไปแล้วแต่ก็ไม่รู้ว่าจะมีผลอะไรตามมาบ้าง - ไม่เอาตัวเองไปอยู่ในจุดที่เราเสี่ยงต่อการด้อยค่าตัวเอง การเลิกกับแฟนแล้วไปมีอะไรก็คือการลดคุณค่าตัวเอง แบบนี้ไม่ต้องเป็นแฟนก็ไปมีอะไรกันได้

ข้อความโพสต์จาก Mark Manson ได้เขียนข้อความไว้ว่า "5 หนทางที่จะรับมือกับคนที่เห็นแก่ตัว คือ 1. ออกห่าง 2. อย่าพยายามโน้มน้าวว่าเขาผิดให้ออกห่างเข้าไว้ 3. อย่าพยายามไปแก้ไขอะไรในตัวเขาให้ออกห่างลูกเดียว 4. อย่าถกเถียงกับเขาให้ออกห่างอยู่เสมอ และ 5. ออกห่างแบบไม่ต้องคิด" - การอยู่กับคนเห็นแก่ตัวก็ไม่ต่างอะไรกับการที่เราถูกดึงให้ตกต่ำลง - ไม่ว่าทางใดทางหนึ่งคนที่เห็นแก่ตัวก็มักจะดูดพลังเราไปจนหมดตัวอยู่ดี - ยิ่งเราไปเปลี่ยนความคิดของคนที่เขาอยากจะคิดแบบนั้น หรือตั้งใจจะคิดแบบนั้นเราจะเสียพลังงานโดยใช่เหตุ - รับรู้ให้ได้ว่าใครบ้างที่นิสัยอย่างไร เราจะรับมืออย่างไรได้นั้นก็อยู่ที่สติของเรามากที่สุด - ออกห่าง ออกห่าง และออกห่าง คาถาที่เราจะเปลี่ยนทุกสิ่งให้ดีขึ้นได้

หนังสือ Smart Sex ของ Emily Morse - เจ้าแม่พอดแคสต์อันดับหนึ่ง Sex with Emily ได้นำความรู้มาให้ทุกคู่รักทุกคู่ - เซ็กซ์เป็นสิ่งที่ขาดไปไม่ได้จากโลกใบนี้ ก็เพียงเพราะเราจะไม่ยอมสูญพันธุ์โดยเด็ดขาด - ใช้ปัญญาในการร่วมรักกัน ไม่จำเป็นจะต้องใช้อารมณ์ร่วมรักกันตลอด มันคือวิถีของการมีเซ็กซ์อย่างถูกวิธี - มันไม่แปลกที่เราจะไม่ชอบเรื่องเซ็กซ์ แล้วก็มีหลายคนที่รู้สึกว่าไม่ชอบพูดคุยกันเรื่องนี้ แต่ยังไงมันก็จำเป็นอยู่ดี - การศึกษาเรื่องบนเตียงเป็นเรื่องที่สำคัญสำหรับสิ่งมีชีวิตทุกสิ่งมีชีวิต บางทีมันคือเงื่อนงำที่มอบให้กับเราซึ่งเป็นผู้มาก่อนกาล

มีคนมาปรึกษาว่า อยากซื้อหนังสือให้พี่ แต่ไม่รู้ซื้อเล่มไหนดี โดยส่วนมากเขาจะอ่านพวกประเภทพัฒนาชีวิต หรือวางแผนทางการเงินค่ะ ช่วยแนะนำหน่อยนะคะ - อย่างแรกเลยติดตามเว็บไซต์ suppakitk.com ก่อนเลยจะได้ติดตามเพจพัฒนาชีวิตและการเงิน - หนังสือที่จะเปลี่ยนชีวิตเรา มักจะเป็นหนังสือที่เข้ามาหาเราก็ต่อเมื่อเราต้องการมันจริง ๆ - เมื่อนักเรียนพร้อมครูจะปรากฏตัว ซึ่งเจ้าตัวคนให้ก็ให้หาหนังสืออ่านไปควบคู่กันไป - ไม่มีหนังสือไหนที่ดีที่สุด มีแต่หนังสือที่จะส่งผลกระทบมวลรวมกับชีวิตเราในอนาคตสืบไป - วิชาการตัดสินใจเลือกอะไรให้ดีที่สุดมีอยู่ข้อเดียว สังเกต สังเกต และสังเกต ว่าหนังสือเล่มไหนสอนอะไรให้กับเราได้จริง

ข้อความโพสต์จาก Mark Manson ได้เขียนข้อความไว้ว่า "ทุกความสัมพันธ์มันก็มักจะมีช่วงที่ดีและช่วงที่แย่ ผู้คนส่วนใหญ่มักจะประเมินจากจุดสูงสุดของความรู้สึกว่าเป็นฐานของความสัมพันธ์ แล้วเมื่อไหร่ก็ตามที่มันเป็นช่วงที่แย่มันจะเห็นภาพชัดกว่ากันเยอะเลย" - ความสัมพันธ์ก็เหมือนกับทุกสิ่งในชีวิต มันมีช่วงที่ดีและช่วงที่ไม่ดี - ไม่ว่าอะไรก็ตามที่มีการเกิดขึ้น ก็ย่อมมีการดับไปเป็นเรื่องธรรมดา - ตื่นตระหนกไม่ใช่สิ่งที่ควร แต่หากเราตระหนักว่าจุดฐานของความสัมพันธ์มันอยู่ตรงไหน - สังเกตให้ได้ว่าสถานการณ์ของใจเราอยู่ตรงไหน รักมาก รักน้อย เฉย ๆ หรืออย่างอื่น - ไม่ว่าจะอยู่ตรงจุดใดของความสัมพันธ์ นั่นเป็นเรื่องปกติที่มนุษย์เราต้องเจออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

หนังสือ Trade Stocks and Commodities with the Insiders: Secrets of the COT Report ของ Larry R. Williams - ตลาดฟิวเจอร์ (Futures) ก็คือตลาดที่คล้ายอนุพันธ์ทำหน้าที่คาดการณ์อนาคตว่าราคาจะไปทิศใด - ทุกตลาดจะเป็นเหมือนกันหมด ต่างเพียงแค่นิสัยของตลาดนั้นเท่านั้นเอง - สังเกตกราฟว่าสินค้า สินทรัพย์ รวมไปถึงหุ้นที่เราถือครองมีทิศทางขึ้นหรือลง - อนุพันธ์ควรจะเทรดในจุดที่แม่นยำเท่านั้น เพราะส่วนใหญ่จะมีเครื่องทุ่นแรง (Leverage) ที่สูง - ไม่โลภไม่กลัวและไม่ยอมแพ้ ท่องไว้เลยคาถาป้องกันหายนะมาถึงพอร์ตของเรา

มีคนมาปรึกษาว่า สวัสดีค่ะ อยากถามว่าตอนนี้มีแพลนที่จะเรียนต่อ แต่เราตัวคนเดียวไม่มีใครช่วยเหลืออะไรเท่าไหร่ เราคิดมากเพราะถ้าเรียนก็จะไม่มีเงินจ่ายค่าห้องค่ากินของตัวเอง ควรทำยังไงดีคะ - เรื่องเรียนเป็นเรื่องที่สำคัญ แต่ไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุด - ยิ่งยุคสมัยนี้แล้ว การเล่าเรียนจึงเป็นเรื่องรองจาก เรื่องเงินอีกทีหนึ่งด้วยซ้ำไป - ไม่มีใครจะมาแจ้งเตือนเราว่า อะไรคือสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตเราในอนาคต ทำวันนี้ให้ดีที่สุดพอ - รับรู้ เรียนรู้ แล้วก็เข้าใจสถานการณ์ของตัวเองว่า การศึกษาไม่ได้จำกัดแค่ใบปริญญา - ถ้าเราไม่มีเงิน ก็ให้เรียนรู้แบบไม่มีเงินไม่ใช่ว่าให้เรียนรู้แบบคนมีเงิน เพราะนั่นแปลว่าเราไม่รู้อยู่ อยู่เป็น

ข้อความโพสต์จาก Ray Dalio ได้เขียนข้อความไว้ว่า "เมื่อไม่กี่ปีก่อน บางคนที่บริษัท Bridgewater ได้เสนอเกี่ยวกับแผนกดูแล ไม่ว่าจะเป็นอาหาร สิ่งปลูกสร้าง และอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งมันควรเริ่มต้นแจ้งให้ฝ่ายเทคโนโลยีทราบ แล้วให้ควบสองตำแหน่ง ก็คือเกี่ยวกับไฟฟ้าและการดูแลไปพร้อมกัน ทว่า การมีผู้คนที่ช่วยรับผิดชอบเรื่องการทำความสะอาด และการทำอาหารมันอาจจะไม่เหมาะสมกับตำแหน่งเทคโลยีเท่าไรนักที่จะให้ไปแจ้งอีกฝ่ายหนึ่งทราบ ในความเป็นจริงแล้วฝ่ายการดูแลมันค่อนข้างมีนิยามที่กว้างพอสมควร หากไม่มีทักษะที่สอดคล้องก็ใช่ว่าจะทำได้ดี คล้ายกันกับเวลาที่เราพูดถึงผู้คนที่ต้องทำการตกลงกัน แต่ว่านั่นอาจจะเป็นการตกลงที่ไม่ค่อยสมเหตุสมผลถ้า แต่ละคนมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนจากข้อมูลที่ต้องการตกลงนั้น ๆ มันก็มักจะก่อเกิดความผิดพลาดร่วมกันอย่างที่เราไม่ได้วางแผนเอาไว้ก่อน เพราะการตกลงอะไรบางสิ่งต้องมีความรู้และทักษะเฉพาะในเรื่องนั้นเสมอ" - จงมั่นใจให้ได้ว่า ผู้คนที่อยู่บนยอดพีระมิดมีทักษะ รวมไปถึงสามารถโฟกัสการจัดการตามที่ได้แจ้งไปอย่างถ่องแท้ไหม - ไม่ว่าเราจะมอบหมายงานใดก็ตามให้กับผู้คนใด จงเน้นย้ำว่าคน ๆ นั้นสามารถดูแล จัดการ และทำให้งานนั้นสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี - หากว่าเราไม่รู้ว่าใครควรที่จะทำงานนี้ เราก็ต้องกระจายงานไป แล้วสังเกตทีท่าของแต่ละคนว่าจะทำงานอย่างไร - สังเกตเท่านั้นที่จะเป็นคำตอบว่า เราจะรู้จักผู้คนในองค์กร หรือว่าคนรอบข้างของเราได้อย่างไร - ไม่มีคำตอบที่ตายตัวว่า อะไรควรจะจัดการ หรือว่าใครควรทำหน้าที่ไหน เพียงแต่ว่าบางคนมีทักษะเยอะกว่าที่เราคาดคิดไว้

หนังสือ The Portfolio Life: How to Future-Proof Your Career, Avoid Burnout, and Build a Life Bigger than Your Business Card ของ Christina Wallace - พอร์ตฟอลิโอของชีวิต คืออะไร แล้วมันจำเป็นจริงไหมที่ต้องมีมัน - สมัยตอนเด็ก คุณครูชอบสอนว่าให้นักเรียนเก็บสะสมผลงานเอาไว้ ซึ่งบางคนก็ไม่มีผลงานอะไรเลย - พอมาตอนโต เอาเข้าจริงผลงานที่เราได้ทำเอาไว้บางส่วน กลับมีความหมายต่อการสมัครงานและต่อชีวิตมวลรวมของเรา - การจัดการในเรื่องหน้าที่การงานให้สมดุล พอเหมาะ และพอควรนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เราก็จำเป็นจะต้องจัดการมิใช่หรือ - ฝึกฝน ฝึกฝน และฝึกฝน ท่องเอาไว้เลยว่า การทำงานที่หลากหลายมันย่อมสร้างผลงานที่ยอดเยี่ยมได้

มีคนมาปรึกษาว่า จัดการกับความรู้สึกตัวเองยังไงดีคะ เราคบกับแฟนมาได้เกือบจะหนึ่งปีแล้วค่ะ แต่ตลอดระยะเวลาที่คบหากันมาเรากลับรู้สึกเหมือนเราให้ความรักเขาอยู่ฝ่ายเดียว และเขาก็ไม่สามารถบอกกับทางบ้านเขาได้ว่า เราเป็นแฟนกันเพราะเป็นลูกชายคนโต ครอบครัวหวงมาก ๆ แต่สำหรับเพื่อนเขา เขาบอกทุกคนนะคะว่าเราเป็นแฟนกัน เรารู้สึกเหมือนให้ไปฝ่ายเดียว ไม่รู้สึกว่าได้รับอะไรเลย อยากพูดความรู้สึกนี้กับเขานะคะ แต่ถ้าเราพูดก็จะทะเลาะกันทันทีเลย เราไม่ได้อยากเลิกกับเขาค่ะ - การรู้สึกอะไรสักอย่างในบางสิ่ง จงน้อมนำมาพิจารณาให้ดี ๆ - ไม่ใช่ทุกความสัมพันธ์จะเป็นความสัมพันธ์ที่ดีต่อใจจริง ๆ - เรียนรู้ให้ได้ว่า โลกใบนี้เหวี่ยงโจทย์ที่ยากมาให้เราแก้ไข แล้วเราจำเป็นจะต้องแก้ไขมัน - ถ้าหากว่าเราไม่สามารถพูดคุยในสิ่งที่เรารู้สึกแย่มาก ๆ กับแฟนเราได้ ให้ทำเครื่องหมายสัญญาณเตือนเอาไว้ - ทุกการตัดสินใจจะเป็นที่มาของอนาคต จงตัดสินใจให้เด็ดขาด ไม่อยากเลิกในความสัมพันธ์ที่ไม่ดี นั่นก็คือสัญญาณที่ไม่ดีเช่นกัน

ข้อความโพสต์จาก Ray Dalio ได้เขียนข้อความไว้ว่า "จงมอบหมายหน้าที่ให้กับแต่ละบุคคลตามพื้นเพความโน้มเอียง ยกตัวอย่างเช่น ภาพใหญ่ที่เรามองเห็นมันก็มักจะเป็นสิ่งที่เราควรจะมองเป็นเป้าหมาย นักชิมอาหารก็ควรที่จะมอบหมายให้ทำงานเพื่อระบุไม่ใช่ให้อดทนต่อปัญหา นักสืบก็ไม่ควรที่จะไปถามไถ่อะไรมากแต่ให้วินิจฉัยเรื่องราว นักออกแบบก็ควรที่จะออกแบบเพื่อสร้างสรรค์ผลงานให้ดีขึ้น และสร้างระบบให้การออกแบบมีสมมาตรที่ชัดเจน แล้วก็แน่นอนว่า มีบางคนทำงานมากกว่าหนึ่ง ส่วนมากมักจะทำสิ่งที่ดีประมาณสองถึงสามอย่าง แต่ว่ามันไม่มีใครจะทำทุกอย่างให้ดีที่สุดเท่ากันได้ ทีมควรจะประกอบไปด้วยผู้คนที่มีความหลากหลายทางทักษะ และพวกเขาควรรู้ชัดว่าใครควรจะรับผิดชอบงานดังกล่าว" - การออกแบบโครงสร้างขององค์กร จงจำไว้เสมอว่านี่คือลำดับขั้นของหนทางความสำเร็จ และแต่ละคนก็ย่อมแตกต่างกัน - เรื่องราวของชีวิตจำเป็นจะต้องเลือกสรรให้ได้ว่า อะไรเหมาะกับใคร แล้วก็ใครเหมาะกับอะไร - มันเป็นไปไม่ได้ที่เราจะมอบหมายงานให้กับคนที่เหมาะสมในช่วงแรก เราจำเป็นจะต้องลองผิดลองถูกไปก่อน - ลางสังหรณ์ก็ย่อมจำเป็นว่าอะไรที่มันเป็นไป ถ้าหากว่าเรารับรู้ถึงสัญญาณเหล่านั้นอย่างชัดแจ้ง - สอบทานตัวเองอยู่เนือง ๆ รู้จักตนเองก่อนแล้วเราจะรู้จักคนทั้งโลก เพราะนี่คือจุดเริ่มต้นของชีวิต

หนังสือ The Tao of Trading: How to Build Abundant Wealth in Any Market Condition ของ Simon Ree - การเทรดแบบเต๋า คือการเสริมสร้างสติปัญญาผ่านการเทรดด้วยสติ - เมื่อเรามีสติเราก็จะมีสมาธิ แล้วเมื่อเรามีสมาธิ เราก็จะมีปัญญาตามมา - ปัญหาใหญ่ที่สุดของการใช้ชีวิต ก็คือเราไม่รู้ว่าสิ่งที่เราทำมันเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้วรึยัง - ทุกสภาวะตลาดเป็นเพียงแค่แง่งามหนึ่งของชีวิต มันไม่สามารถจะเน้นย้ำอะไรได้นอกจากผลลัพธ์ของเหตุนั้น - ความเรียบง่ายเป็นทั้งหมดของการใช้ชีวิต อะไรที่ซับซ้อนซ่อนเงื่อน ให้เราตัดทิ้งไปได้เลย

มีคนมาปรึกษาว่า ถ้าสมมุติเราเลิกกับแฟนที่คบกันมา 6-7 ปีไปมีแฟนใหม่ เพราะเขาไม่ค่อยใส่ใจความรู้สึกเรา คิดแต่ว่าตัวเองทำถูกแล้วดีแล้ว ให้ความมั่นคงเราไม่ได้แบบนี้เราผิดไหมคะ - การมีแฟนใหม่ไม่ผิดอะไร แต่เหตุผลของการมีแฟนใหม่จำเป็นจะต้องเน้นย้ำอีกรอบ - เมื่อปัญหาของการเลิกราเป็นส่วนนึงของบาดแผลทางจิตใจ มันมีผลทุกครั้งที่เราเลือกคู่ครอง - ปมปัญหาชีวิตจะส่งผลทำให้เราตัดสินใจเลือก คิด และกระทำบางสิ่งที่มันอาจจะดูไร้เหตุผลไปบ้าง - ความมั่นคงใคร ๆ ก็ชอบ แต่มีน้อยคนที่จะได้รับจริง ๆ บ้างก็สร้างขึ้นมาเอง บ้างก็ปล่อยวางเรื่องนี้ไป - สำรวจจิตใจตัวเองอยู่เนือง ๆ แล้วก็อย่าลืมว่า เราจำเป็นจะต้องสังเกตความสัมพันธ์ว่าเป็นไปอย่างไรบ้าง

ข้อความโพสต์จาก Morgan Housel ได้เขียนข้อความไว้ว่า "ขาลงของตลาดนั้นจะอันตรายก็ต่อเมื่อก่อนหน้านั้นตลาดปรับตัวขึ้นอย่างมาก" - ตลาดการเงินนั้นมีวัฏจักรของมันอยู่ เช่น ทุกครั้งที่ขึ้นมาก ก็มักจะลงมากตาม - สังเกตแนวโน้มให้ได้ว่า นี่เราอยู่ตลาดขาขึ้น ขาลง หรือออกข้าง เพราะสามทางนี้ทำกำไรต่างกัน - เหมือนเราปรับกลยุทธ์ตามแนวโน้ม มันก็จะทำให้เราสามารถทำกำไรได้ทุกสภาวะตลาด - จิตวิทยาการลงทุนนั้นสำคัญอย่างยิ่ง มันเปรียบเสมือนทุกสรรพสิ่งของโลกใบนี้เลย - ธรรมชาติจะเป็นตัวเน้นย้ำว่า อะไรที่เกิดขึ้นล้วนมีที่มาที่ไปเสมอ มันมีเหตุแล้วก็ย่อมนำมาซึ่งผลที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

หนังสือ Spiraling Up: Discover Financial Serenity, Make Work Optional, and Live Happily in Retirement ของ Steven Medland - การทำงานหนักทำให้มีเงินได้จริงรึเปล่า หรือว่าเราไม่ได้ตระหนักถึงข้อเท็จจริง - งานกับเงิน แยกออกจากกันอย่างสิ้นเชิง ทำงานหนักมาก ไม่ได้หมายถึงรวยมากตาม - การให้เงินทำงานแทนเรา เป็นวลีที่ทำได้จริง แต่ต้องอาศัยทักษะทางการเงินพอสมควร - วางแผนทางการเงิน ถ้าหากว่าเราเริ่มมีรายรับและรายจ่ายที่เพิ่มขึ้นตามวัย - โฟกัสกับสิ่งที่ควบคุมได้ ความมั่งคั่งอยู่ภายในจิตใจ มีทัศนคติที่ปรับเปลี่ยนได้ ใช้จ่ายน้อยกว่าได้รับ ใช้หนี้ไปในทิศทางที่ถูก ฝึกฝนนิสัยทางการเงินที่ดี และจัดสรรความเสี่ยงตามสมควร

มีคนมาปรึกษาว่า ขอกำลังใจหน่อยค่ะ อยากออกจากวังวนนี้ เราร้องไห้มา 3 วันติดแล้ว มันไม่ดีขึ้นเลย ตอนนี้ทำได้แค่กินยานอนหลับ เพราะไม่อยากคิดถึง ใจมันคิดถึงมันเจ็บมาก เจ็บจนไปต่อไม่ได้เลย ไม่รู้จะทำยังไงแล้วค่ะ เพิ่งเข้าใจว่าคำว่าใจสลายเป็นยังไงก็วันนี้ค่ะ - ใจสลายคืออาการของคนผิดหวังกับสิ่งที่คาดหวังเอาไว้อย่างรุนแรง - เผื่อใจเอาไว้บ้าง เป็นคาถาที่เราต้องท่องไว้ตลอดทั้งชีวิตของเราเลย - คำว่าเผื่อใจ ไม่ใช่เราไม่เอาใจลงเล่น แต่เราต้องฝึกเล่นแร่แปรธาตุกับการใส่ใจของเรา - ตอนนี้ตั้งสติให้ดี ๆ ก่อน สติเป็นตัวคุ้มกันไม่ให้ชีวิตมันพังเละเทะลงไปมากกว่านี้ - หากว่าเราไม่สามารถควบคุมสติเอาไว้ได้ สมาธิ และปัญญาจะไม่มีทางตามมาได้ ตั้งสติให้ดี ๆ เสมอ

ข้อความโพสต์จาก Mark Minervini ได้เขียนข้อความไว้ว่า "คำคมในวันนี้ ชีวิตที่ยอดเยี่ยมมิอาจเกิดจากการปรากฏขึ้นเพียงเท่านั้น ทว่า คุณต้องออกไปทำบางสิ่งและทำนุบำรุงสิ่งนั้น เริ่มต้นทำเลยตั้งแต่ตอนนี้" - อย่ารอให้เรือเข้ามาเทียบท่าก่อน แต่ให้เราว่ายน้ำไปหาเรือจะดีที่สุด - คำว่าเริ่มตั้งแต่วันนี้อาจจะดูไม่สลักสำคัญในวันนี้ แต่เวลาเราแก่ตัวไปเราจะเห็นว่าวันนี้สำคัญมาก - ไม่มีใครมีเงินมากขึ้นแล้วไม่มีเวลา คนส่วนใหญ่ที่มีความมั่งคั่งเรื่องการเงินก็ย่อมมีเวลาไปพร้อมกัน - รับรู้ว่าวันนี้่เรากำลังทำอะไรอยู่ แล้วสิ่งนั้นมันช่วยให้อะไรดีขึ้นได้บ้างไหม - อยู่เฉย ๆ อาจจะไม่ใช่สิ่งที่ดีสำหรับการเรียนรู้อะไรใหม่ ๆ ไม่ว่าเราจะเรียนรู้เกี่ยวกับ New World หรือ New Universe ก็ตาม

หนังสือ The Price of Time ของ Edward Chancellor - เวลามีค่ามากกว่าเงิน หรือเงินมีค่ามากกว่าเวลา - แล้วทำไมเราถึงชอบเอาเวลาแลกกับเงิน แล้วกลับกันเงินสามารถแลกเวลาได้จริงหรือ - เมื่อปัญหาของเวลานั้นเกิดมาตั้งแต่ยุคอุตสาหกรรม จนกระทั่งมาถึงยุคทุนนิยมนี้ - มันหลีกเลี่ยงประโยคว่าการที่เราทำงานดังทาสนั้น มีมาตั้งนานแล้วแต่ยุคนี้มันคือการปรับโหมดใหม่ทั้งหมด - อัตราเงินเฟ้อนั้นสูงมากกว่า ถ้าหากว่าเราเอาเงินวางไว้เฉย ๆ ลองปรับทัศนคติในเรื่องของการเก็บเงิน ฝากเงิน หรือว่ารักษาเงินใหม่ด้วย

มีคนมาปรึกษาว่า ขอปรึกษาเรื่องงานหน่อยค่ะ ปัจจุบันอายุ 24 ปีค่ะ ทำงานมาตั้งแต่เรียนจบประมาณอายุ 21 ปี เพิ่งเข้าปีที่ 3 ของการทำงานค่ะ แล้วก็เปลี่ยนงานมา 2 ครั้งแล้ว เริ่มงานนี้ได้ 2 เดือนแต่หัวหน้าเราค่อนข้างเป็นคนเจ้าระเบียบมาก และหนูก็อยู่ในตำแหน่งเลขา ส่วนด้านการทำงานหนูค่อนข้างเป็นคนตรงต่อเวลา ทำงานได้ไว แล้วเรียนรู้ทุกอย่าง จดปฏิทินทุกคำพูดของหัวหน้าหมดเลยค่ะ ไม่มีผิดพลาด ตอบได้หมด แล้วก็ประสานงานกับช่างหรือส่วนอื่น ๆ ได้ดี แต่หนูกลับพลาดไปหนึ่งเรื่องค่ะ ก็คือลุกไปนอกโต๊ะแล้วลืมตั้งป้ายไว้ว่าไปข้างนอก ซึ่งหัวหน้าไม่โอเคกับเรา ในความเป็นจริงแล้วหนูไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมงด้วยซ้ำ บางทีก็ไปซื้อข้าวช่วงก่อนพักเที่ยง มันก็เป็นตามระบบงานที่ออกไปได้ทุกวัน แต่หนูก็ทราบนะคะว่าหนูผิดค่ะ และหนูอยากจะปรับใจตัวเองว่าจะแก้ยังไงดีคะ เพราะหัวหน้าพูดว่าถ้ามีอีกรอบเราก็คงต้องแยกย้ายกันนะ เตรียมหางานใหม่เลย ตอนนี้หนูควรปรับตัวยังไงให้คิดบวกหรือว่าทำยังไงให้ไม่วิตกกังวลดีคะ - ปัญหาใหญ่ที่สุดก็คือผิดพลาดในเรื่องที่ไม่ควรผิดพลาด แต่นั่นไม่ใช่สาระสำคัญ - บางทีถ้าทั้งหมดของเรื่องราวมันไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง มันก็อาจจะพาลทำให้ทุกเรื่องผิดไปได้ - ไม่แน่ใจว่ากฎในที่ทำงานมีความสำคัญมากเพียงใด แต่ยังไงกฎก็คือกฎ พยายามแจ้งเตือนตัวเอง - ตั้งรูปหน้าจอโทรศัพท์ หน้าจอคอมพิวเตอร์ หรือว่าแปะกระดาษให้เราเห็นตลอดก่อนลุกจากโต๊ะว่าอย่าลืมเด็ดขาด - ย้ำตัวเองบ่อย ๆ ในเรื่องราวอื่น ๆ ดีอยู่แล้วก็ทำต่อไป แล้วถ้าหากว่าหัวหน้าตัดสินว่าเราไม่ดีพอ ก็ช่างเขา

ข้อความโพสต์จาก Mark Minervini ได้เขียนข้อความไว้ว่า "ทุกวันที่คุณได้มีโอกาสใช้ชีวิต นั่นคือของขวัญที่ล้ำค่า เมื่อวันพรุ่งนี้ปรากฏขึ้นมันไม่มีหลักประกันว่าอะไรจะเกิดขึ้น ลองใช้ชีวิตตั้งแต่วันนี้ ไปหลังจากที่เราฝันใฝ่สิ่งใดไว้ เริ่มเลยทันที อย่าเสียเวลาให้กับสิ่งใดที่ไม่สลักสำคัญแม้แต่เสี้ยววินาที ตั้งแต่ที่คุณเกิดมาบนโลกใบนี้ สิ่งมหัศจรรย์ได้เริ่มต้นขึ้นในสองมือนี้ คุณกำลังทำอะไรกับชีวิตอยู่ล่ะ" - ชีวิตมีแค่วันเดียวคือวันนี้ มันอยู่ที่เราเสริมสร้างสติปัญญารับมือกับมัน - รับรู้ให้ได้ว่าไม่มีอะไรขวางกั้นเราได้ นอกเสียจากความคิดของเราเอง - ใส่ใจกับสิ่งที่ควรใส่ใจ สังเกตให้ได้ว่าเราควรใส่ใจไปกับอะไรบ้าง รับรู้มันให้ได้ - ไม่มีอะไรจะทำให้คุณแย่หรือดีขึ้นได้เลย ชีวิตขึ้นอยู่กับความรับผิดชอบของคุณทั้งหมดทั้งสิ้น - ใครที่กำลังโทษสิ่งอื่น คนอื่น หรือภายนอกตัวเรา ขอให้คุณเปลี่ยนแปลงสิ่งเหล่านั้นให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

หนังสือ The Tao of Pooh ของ Benjamin Hoff - ลัทธิเต๋าฝั่งตะวันตกนั้นเป็นไฉน มันต่างจากตะวันออกอย่างไร - พูห์ หรือหมีในการ์ตูน ที่มาสอนใจให้กับเราทุกเพศทุกวัยว่า เราจะใช้ชีวิตอย่างไรให้ดีที่สุด - สิ่งที่เกิดขึ้นกับเราล้วนเกิดขึ้นกับเรา ความเศร้าใจและความทุกข์ใจเป็นเพียงอารมณ์ที่เข้ามากระทบใจเท่านั้น - ลองเรียนรู้ให้มันกระจ่างแจ้งว่า ทุกสิ่งเกิดขึ้นอย่างสิ่งที่ควรจะเป็น แล้วมันจำเป็นจะต้องเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ - สติปัญญาเป็นสิ่งที่มีขีดจำกัด แต่ความโง่เขลานั้นไม่เคยมีขีดจำกัดเลย จงหมั่นสอบทานตัวเองว่าเรามีความโง่เขลามากเพียงใด

มีคนมาปรึกษาว่า สวัสดีครับ ผมมีเรื่องจะปรึกษาหน่อยครับเกี่ยวกับครอบครัว เรื่องมีอยู่ว่าบ้านผมกับบ้านแม่อยู่ติดกัน บ้านแม่เปิดร้านขายของชำ ส่วนตัวผมทำอยู่สนามบินซึ่งงานผมเนี่ยอยู่กับแดดเกือบตลอดเวลา เวลาผมเลิกงานแม่จะเรียกให้ผมมานั่งที่ร้านช่วยขายของ ก่อนหน้านี้ผมก็ช่วยเกือบทุกวัน พอหลัง ๆ มานี้ไฟลท์บินที่ทำงานเพิ่มขึ้นซึ่งมันก็เหนื่อยมาก ๆ พอผมเลิกงานมาผมก็เข้าบ้านไปอาบน้ำนอนพักผ่อน แต่ก็ไม่เคยได้นอนเต็มอิ่มเพราะแม่มาปลุกให้ช่วยขายของที่ร้านตลอด หลัง ๆ นี้ผมไม่ไปช่วยเขาที่ร้านเพราะเหนื่อยจากงานมาก แล้วเขาก็พูดกับผมว่า เลิกงานแล้วมาช่วยที่ร้านด้วยไม่ใช่เลิกงานแล้วจะเอาแต่นอนกับนอนไม่ช่วยอะไรเลย หลังจากวันที่เขาพูดแบบนี้กับผม พ่อแม่ก็ไม่ยอมคุยกับผมเลย คือที่บ้านไม่มีใครคุยกับผมเลยจะ 1 เดือนแล้ว ที่ครอบครัวไม่คุยกับผมเพราะผมไม่ไปช่วยเขาขายของ ปกติเวลากินข้าวแม่จะเรียกมากินตลอด คือตอนนี้ผมเหมือนรู้สึกว่าไม่มีครอบครัวเลย รู้สึกว่าเขาทำให้ผมไม่มีตัวตนแถมผมก็เป็นลูกคนกลางด้วย คือตอนนี้ควรทำยังไงดีครับ ไม่ใช่ว่าผมไม่อยากช่วยขายของนะ แต่ผมทำงานมาเหนื่อยแล้ว ผมก็บ่นกับที่บ้านไปหลายรอบ หรือผมควรจะไปเช่าบ้านอยู่ที่อื่นดีครับ ขอคำแนะนำหน่อยครับ ท้อแท้มืดมนหนทางไปหมดเลย - หากว่าปัญหามันมาจากภายใน เราก็จำเป็นจะต้องแก้ที่ภายในไม่ใช่ภายนอก - รับรู้ให้ได้ว่าโลกเราใบนี้สอนใจเราว่า เราต้องปรับตัว พยายามให้เต็มที่แล้วให้ผลมันออกมาเอง - วันนึงถ้าเราหนักเอาเบาสู้จริง ๆ แล้วเราเกิดไม่สบาย เป็นลมไปต่อหน้าต่อตาพ่อแม่เขาก็น่าจะเห็นใจเราบ้าง - แต่จริง ๆ มันก็ไม่จำเป็นจะต้องให้ถึงขั้นนั้น เราก็ให้เขารับรู้ว่าเราไม่ไหวผ่านการสื่อสารให้ถูกต้อง - ทั้งนี้ ปัญหาครอบครัวเป็นปัญหาที่แก้ไขได้ยากมันขึ้นอยู่กับการสื่อสาร และการตีความทั้งหมดด้วย

ข้อความโพสต์จาก Morgan Housel ได้เขียนข้อความไว้ว่า "ไม่จำเป็นจะต้องสนใจเกี่ยวกับสิ่งชั่วคราว ให้ใส่ใจกับอะไรที่มันยั่งยืนและยาวนาน เพราะนั่นเป็นสิ่งที่เรามักจะประเมินมันต่ำไป" - ในความเป็นจริงแล้วทุกสิ่งล้วนชั่วคราวไม่ใช่เพียงแต่มันไม่ยั่งยืน แต่มีน้อยมากที่ยั่งยืนจริง - ถ้าหากว่าเราไม่สามารถหาสิ่งที่ยั่งยืนได้ เราก็ควรที่จะล้อไปกับความไม่แน่นอนนั้นต่อไป - การโต้คลื่นกับปัญหาชีวิตเป็นทักษะชั้นสูง ที่คนน้อยคนพยายามจะเรียนรู้มัน แต่มันสำคัญอย่างมากในอนาคต - เราควรจะประเมินในการตามล่าหาความยั่งยืนให้มากเข้าไว้ อย่าไปคิดว่ามันมีน้อยแล้วก็ตีความว่าไม่จำเป็นต้องหา - สิ่งมีชีวิตต้องการ การปรับตัวให้มันเพิ่มความมั่นคงมากยิ่งขึ้น เพราะเมื่อเรารับรู้ว่าไม่มีอะไรแน่นอน เราจึงอ่อนไหวกับสิ่งที่แน่นอน

หนังสือ The Wellness Trap: Break Free from Diet Culture, Disinformation, and Dubious Diagnoses, and Find Your True Well-Being ของ Christy Harrison - เมื่อร่างกายส่งสัญญาณเตือนบางอย่าง ให้เราปฏิบัติตามแต่โดยดีโดยไม่มีข้อแม้ - การลดน้ำหนักแบบไหนที่ดีที่สุด และส่งผลดีที่สุดจริง ๆ ตามฉบับนักโภชนาการ - หุ่นดี หรือว่าร่างกายแข็งแรง นั้นแตกต่างกัน เรียนรู้ที่จะทานอาหารตามร่างกายไม่ใช่หุ่น - การซื้อคอร์สลดน้ำหนัก เข้ายิมโดยไม่รู้ว่าเป้าหมายของร่างกายเราคืออะไร มักจะลงเอยแบบเดิมเสมอ - ฟังพอดแคสต์เกี่ยวกับโภชนาการเอาไว้บ้าง วัฒนธรรมการกินที่เปลี่ยนแปลงไปมักจะไม่ค่อยกลับมาแบบเดิม

มีคนมาปรึกษาว่า สวัสดีค่ะ ถ้าพ่อแม่แฟน รู้สึกชอบแฟนเก่าของแฟนเรา มากกว่าตัวเราเองจะทำยังไงดี ไม่ว่าเราจะทำดีแค่ไหน พ่อกับแม่แฟนก็ไม่เคยเปิดใจให้เราเลยค่ะ ขนาดวันรับปริญญาของลูกชายเขา เขายังไม่ให้เราไปด้วยเลย แต่เขากลับชวนแฟนเก่าของแฟนเราลงสตอรีด้วย เหมือนตั้งใจจะให้เราเห็น แต่เรารู้สึกแย่ไปกว่านั้นที่ว่ามันมีอยู่วันนึง ไปทานอาหารด้วยกัน แฟนเราก็ตักกับข้าวให้พ่อ พอเราตักไปให้พ่อเขากลับเอาไปไว้ที่เดิม คือเราเลยทำตัวไม่ถูกเพราะเราไม่เคยเจออะไรแบบนี้ แล้วแฟนเราก็ไม่เคยอยู่ข้าง ๆ เราเลย เอาแต่พูดว่าให้เราพิสูจน์ตัวเองต่อไป แต่ตัวแฟนก็ไม่คิดจะไปบอกพ่อแม่เลยว่าเราไม่โอเค เราต้องเลิกกับเขาทั้งที่ยังรัก เพราะคิดว่าถ้าอยู่แบบนี้ต่อไปเราคงไม่มีความสุข แต่พอออกมามันรู้สึกเจ็บมากเลยค่ะ เสียใจมาก ๆ เลยค่ะ - ปัญหาใหญ่ของความสัมพันธ์ที่เรียกว่าแฟน นั่นคือมันไม่มีน้ำหนักสำหรับครอบครัว - บางคนก็แสดงออกชัดเจนว่าไม่ชอบเรา มันขึ้นอยู่กับเราว่าต้องทำอะไร กับอย่างไรต่อไป - คนที่จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องอยู่ข้าง ๆ เราก็คือตัวแฟนเราเอง ไม่ใช่ว่าเราจะลุยเดี่ยว เพราะงานนี้ไม่ใช่งานเดี่ยวแต่มันคืองานคู่ - เราต้องแยกแยะว่า สิ่งใดที่ควรอดทนหรือไปต่อ ไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่างควรจะทนหรือควรจะไปต่อ ต้องสังเกตให้ดี - รับรู้ว่าปัญหาทั้งหมดอาจจะอยู่ที่ตัวเราเอง เช่น ผิดที่ผิดเวลา บางทีสถานที่ที่มันไม่ใช่ที่ของเราจริง ๆ มันจะแสดงให้เรารับรู้เลยทันที

ข้อความโพสต์จาก Ray Dalio ได้เขียนข้อความไว้ว่า "ในธรรมชาติ พายุที่มาล้างบางมันจะเป็นเหตุการณ์ใหญ่ที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก มันจะชำระล้างทุกสิ่งที่เติบโตแม้กระทั่งในเวลาที่ดีเยี่ยมที่สุด บางทีต้นไม้ย่อมต้องการพายุเพื่อความยั่งยืน พอปราศจากมัน มันก็จะทำให้ต้นไม้นั้นเติบโตอย่างอ่อนแอ แล้วมันทำให้พอมันจะโตก็จะถูกยับยั้งต่อไป มันคล้ายกันกับบริษัทเลย เมื่อใดที่เกิดสิ่งที่ไม่ดีขึ้นการตัดทอนบางสิ่งไปแล้วรักษาชีวิต จะทำให้แข็งแกร่งขึ้น แล้วก็ย่อมจำเป็นต่อคนในองค์กรนั้น ๆ ด้วยเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการเอาตัวรอดซึ่งก็จะหลีกเลี่ยงไม่ได้ และมันย่อมยอดเยี่ยมในท้ายที่สุด แม้กระทั่งเป็นสิ่งที่ดูแย่ในวันนั้นก็ตาม" - เข้าใจพลังของพายุที่ชำระล้างสิ่งในชีวิตให้จงได้ - ทำใจยอมรับว่าการเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องของธรรมดาของชีวิต - แล้วการที่เราจะรับมือกับปัญหาได้ เราก็ต้องเตรียมตัวและเตรียมใจไว้เสมอ - พายุคือตัวแปรหนึ่งของชีวิต เปรียบเทียบกับอุปสรรค หรือปัญหาใหญ่ ๆ ที่เราจะต้องผ่านไปให้ได้ - ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีพลังใจในการต่อสู้กับปัญหาทุกรูปแบบ ทำความเข้าใจว่าแต่ละคนจะมีภูมิต้านทานไม่เท่ากัน

หนังสือ Understandable Economics: Because Understanding Our Economy Is Easier Than You Think and More Important Than You Know ของ Howard Yaruss - ยุคสมัยของทุนนิยม เราตระหนักรู้มันมากน้อยเพียงใดแล้วเราควรเข้าใจอะไรบ้าง - ความเข้าใจเชิงพื้นฐานอาจจะเป็นสิ่งที่เราต้องเข้าใจมันระดับนึง นั่นคือไม่มีใครที่อยู่นอกเหนือระบบนี้เลย - ทำไมการเงินถึงมีส่วนเชื่อมโยงสำคัญกับเศรษฐศาสตร์ แล้ววิชานี้ยังเชื่อถือได้จริง ๆ ไหม - กำแพงภาษี กรอบภาษี รวมไปถึงการแข่งขันทางการค้า ทั้งหมดคือทักษะของการเอาตัวรอดของประเทศนั้น - คนทุกคนจำเป็นจะต้องเรียนรู้วิชาความเข้าใจเศรษฐศาสตร์กันทุกคน ไม่ใช่ใครคนใดคนหนึ่ง แต่ต้องเราทุกคน

มีคนมาปรึกษาว่า ขอคำแนะนำหน่อยนะครับ แฟนนอกใจหลายรอบ พอจับได้ทีไรจะหยิบข้อเสียออกมาพูดตลอดเลย ว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้คุยกับคนอื่น ผมแปลกใจว่าทำไมถึงยังอยู่กับผมอยู่ ผมให้อภัยเขา แต่ภาพในหัวผม มันยังรู้สึกค้างคา เห็นแช็ตที่เรียกว่าที่รัก มันทำใจยอมรับไม่ได้ อยากปรึกษาหน่อยครับว่าจะจัดการปัญหานี้ยังไงดี - ปัญหาของแฟนนอกใจก็คือ มักจะมีข้ออ้างว่าเราเป็นต้นเหตุทั้งหมด เพราะเราเองคนเดียว - แต่ความเป็นจริงไม่ใช่แบบนั้นทั้งหมด เพียงเพราะไม่มีใครอยากจะโทษตัวเองที่ไม่รู้จักพอ - คำว่าไม่พอเป็นทั้งหมดของปัญหา เมื่อเรามีแฟนก็ควรมีคนเดียว เพื่อลดปัญหาลงแต่ความจริงไม่ใช่แบบนั้น - ลองสำรวจตัวเราเองว่า เราอยากหยุดกับคน ๆ นี้หรือความสัมพันธ์นี้ไหม ไม่ใช่โทษแต่คนอื่นอย่างเดียว - ไม่มีใครผิดหรือถูกในแง่มุมของความสัมพันธ์ การรักษา เยียวยา หรือผดุงดูแลความสัมพันธ์เป็นเรื่องของคนสองคน

ข้อความโพสต์จาก James Clear ได้เขียนข้อความไว้ว่า "คำถามไม่ควรจะเริ่มว่า ฉันจะประสบผลสำเร็จได้ไหม แต่มันควรจะเป็น อะไรที่ฉันควรที่จะพยายามไปกับมัน" - เมื่อประสบผลสำเร็จอย่างใดอย่างหนึ่งแล้วในชีวิต เราจะค้นพบว่ามันก็แค่นั้นเอง - ระหว่างทางสำคัญกว่าปลายทาง ดื่มด่ำเหตุการณ์ระหว่างทางด้วย ไม่ใช่เผชิญแต่ความคิดของเราอย่างเดียว - โจทย์ยากที่สุดในชีวิตก็น่าจะเป็นปัญหาของตัวเราเองตัดสินตัวเองไป โดยผ่านสังคมนั้นบอกกล่าวมายังที่ตัวเรา - ความพยายามเป็นเหมือนคันเร่ง ปัญญาเป็นเหมือนทิศทาง แปลว่าเราจะมีแต่ความพยายามอย่างเดียวไม่ได้ต้องมีปัญญาร่วมด้วย - ทั้งนี้ ความสุขหรือความทุกข์ไม่ได้อยู่ที่ตัวเราให้ค่าอย่างเดียว แต่เป็นจิตใจที่บ่มเพาะให้แข็งแกร่งมากขึ้นระหว่างทางรึเปล่า